มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๖)






บรรยายพิเศษ เหตุให้เกิดปัญญา (๖)


ถาม ได้เข้าปฏิบัติที่อ้อมน้อยมาสี่วัน วันแรกก็มีปัญหาเรื่องฟุ้งค่อนข้างมากเพราะมีปัญหาในครอบครัว และคุณแม่ก็โทร.มาคุยด้วยในช่วงเช้าก่อนมาเข้าปฏิบัติ พอมากำหนดแล้วก็รู้ว่ากำหนดได้ครู่เดียวก็จะฟุ้ง เวลาฟุ้งก็สังเกตได้ว่า ฟุ้งเพราะเราไม่สบายใจเรื่องน้อง หรือบางเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เราลืมไปนานมากแล้วแต่มันก็ยังกลับมาอีก และในอาการฟุ้งนั้นมีความรู้สึกว่ามันชัดมากถ้าเทียบกับคราวที่เข้าปฏิบัติเมื่อตอนปีใหม่นั้นมันจะฟุ้งนิดเดียวแล้วก็กลับมาที่อิริยาบถได้เร็ว แต่คราวนี้เรื่องราวที่ฟุ้งนั้นชัดแต่พยายามกลับมาที่อิริยาบถเมื่อรู้สึกตัว

ก็มีความฟุ้งสลับในกับการกำหนดอยู่ตลอดเลยในวันแรกแล้วก็มีอาการปวดหัวด้วย ก็ได้เปลี่ยนอิริยาบถเป็นรูปนอน พอกำหนดได้สักพักก็ปวดหัวอีก ก็ไปเดินพอเดินไปได้สักพักก็มีอาการเวียนหัวมากก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร พอตอนเย็นก็เริ่มนึกถึงเรื่องน้องชายว่า มันเป็นกรรมของเขานะ เขาทำมาเขาจึงต้องประสบกับสิ่งเหล่านั้น ก็เลยตัดใจว่าขณะนี้เรามีโอกาสที่ดีได้มาเข้าปฏิบัติเป็นเพราะกุศลส่งเรามา จึงได้ตั้งใจใหม่ที่จะกำหนด คืนแรกนั้นจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

พอวันที่สอง ความฟุ้งก็เริ่มหายไป กำหนดรู้ในอิริยาบถได้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปนั่ง รูปนอน หรือรูปยืนจะชัดไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเบื่อ มีความรู้สึกว่า มีแต่รูปกับนามจริงๆ แต่จะรู้ว่าเป็นรูปเสียส่วนมาก ก็เลยรู้สึกเบื่อ พอรู้สึกเบื่อแล้วก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรดี ..อยากกลับบ้าน อยากกลับไปทำงาน แต่ก็รู้ว่ากลับไปทำไม่ได้เพราะลาพักร้อนมาแล้วคืนไม่ได้แล้วเขาก็ไม่ให้เข้าไปทำงานด้วย ก็เลยต้องอยู่ต่อ ก็เลยนึกถึงคำพูดของอาจารย์ที่บอกว่า มันมีแค่นั้นแหละ ต้องใช้ความเพียรกับขันติในการที่จะดูต่อไป ก็เลยท่องในใจว่า อดทน..อดทน

พออดทนดูไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกดีขึ้น เพราะทำใจได้ว่ามันก็มีแค่นั้น ก็เลยดูต่อไป จนกระทั่งกลางคืนประมาณสองทุ่มครึ่งก็ง่วงแล้วจึงไปนอน ตอนนอนนั้นรู้สึกว่า เหมือนรู้สึกตัวตลอดเลยในขณะที่นอนอยู่ ไม่ว่าจะเมื่อหรือจะพลิกตัวก็จะรู้ตัวอยู่ตลอดจนกระทั่งหลับไปสักพักใหญ่ก็ตื่นมา มีความรู้สึกว่า ปวดมากๆ ตั้งแต่บริเวณคอจนถึงสะโพก เป็นความปวดที่ไม่เคยปวดอย่างนี้มาก่อนเลย เลยคิดว่าทำไมปวดถึงขนาดนี้ สงสัยว่าคงเป็นเพราะนอนท่านี้นานแล้ว ก็กำหนดนามปวด แล้วก็รู้ตัวว่ามันต้องพลิกตัวแล้ว เพราะไม่ไหวแล้วมันปวดจริงๆ ก็พยายามพลิกตัว

ในขณะที่พยายามพลิกตัวนั้นก็รู้สึกว่าลำบากเพราะมันคงชามาก รู้สึกว่ามันยากในการแก้ไขความปวดตรงนี้ พอพลิกตัวได้แล้วก็กำหนดดูรูปนอนจนกระทั่งอาการปวดหายไป พอดูรูปนอนไปสักพักก็รู้สึกปวดตรงไหล่เพราะนอนตะแคงขวาอยู่ ความปวดนั้นทำให้รู้สึกว่าไม่ไหวแล้วต้องพลิกกลับมาอีกข้างหนึ่ง ..ก็นอนพลิกอยู่อย่างนี้จนกระทั่งตาสว่างแล้ว ก็เลยลุกขึ้นไปแปรงฟัน เสร็จแล้วก็มาดูนาฬิกา ปรากฏว่าเป็นเวลาตีสามตรึ่ง ก็คิดว่า "เพิ่งตีสามครึ่งเองจะตื่นมาทำไม" เพราะมันไม่ใช่เวลาตื่น

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [13 ก.พ. 2551 , 17:54:20 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11



หรืออาจสอนว่า เห็นดอกไม้ไหม? เห็น ก็อธิบายต่อว่า พอเห็นดอกไม้แล้ว ดอกไม้นั้นตั้งอยู่ได้ก็ต้องมีใบไม้ มีกิ่ง มีดิน คือรู้ทั่วไปทั้งหมด ฉะนั้น พอไปถามครั้งที่สองว่า เห็นหญ้าเห็นดอกไม้ไหม? ผู้ถูกถามก็ต้องนึกออกแล้วว่า จะต้องมีอันนี้อันนั้นด้วยเป็นส่วนประกอบกันทำให้มีหญ้ามีดอกไม้

ในญาณปัญญาก็เช่นกัน เช่นเรากำหนดรูปนั่ง ในรูปก็มีการเกิดดับอยู่แล้ว นามก็มีการเกิดดับอยู่แล้ว ฉะนั้น ด้วยอำนาจของญาณปัญญาก็จะสามารถกำหนดได้ เช่นจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน เมื่อจิตรู้อารมณ์ขึ้นมาก็กำหนดนามรู้ ขณะกำหนดนามนั้นเป็นการกำหนดทุกข์ไหม? เป็น เพราะนามเป็นทุกขสัจจ์นะ และนามนี้ก็มีสภาพการเกิดดับ แล้วอำนาจปัญญานั้นเห็นนามแล้วรู้ลักษณะนาม

การเห็นนามและรู้ลักษณะของนาม เท่ากับรู้ทั่วไปหมดไหม? รู้ทั่วทั้งหมด นี่แหละอาการของญาณทั้งสามก็เป็นแบบนี้ ในการกำหนดครั้งเดียวนั้นอำนาจของปัญญาจึงทะลุกว้างไปทั้งหมด คือ มีนามมาปรากฏ นามปรากฏก็กำหนดนาม แล้วนามก็รู้ในอาการของนามนั้น ..นี่คือการหมุนรอบญาณทั้งสาม

ที่มาพูดตรงนี้ก็เพื่อให้ท่านมีความเลื่อมใสและศรัทธาน้อมไปในฝั่งคลองแห่งสันติสุขให้บ่อยขึ้น เพราะท่านทั้งหลายใกล้ตายกันแล้วนะ กำหนดทิศของตนเองได้แล้วเพื่อทำความดี แล้วก็ทำไปเถอะเพราะโอกาสที่เราจะมาทำความดีเช่นวิปัสสนานั้นมันมีไม่ได้ง่ายๆ เลย หรืออย่างการสวดมนต์ก็ไม่บ่อยที่เราจะได้มาสวดมนต์อย่างนี้ เมื่อใดที่เรามีโอกาสแล้วก็ควรจะสวดให้เสียงดังๆ เพราะเมื่อทำความดีก็ต้องทำให้เต็มที่

เมื่อเสียงดังแล้วความไพเราะก็จะเกิดขึ้นมาก ฟังแล้วก็รู้สึกปลื้มใจ ฉะนั้นก็อย่าหงุมหงิมเก็บเสียงเอาไว้ เพราะหลวงพ่อท่านจะถามว่าเก็บเสียงไว้ว่ากันหรือ ฉะนั้น โอกาสที่เรามาสวดมนต์รวมกัน หรือตอบคำถามธรรมะก็ต้องตอบให้เสียงดังเพราะเป็นโอกาสที่จะใช้วาจาภาษาบาลีเป็นวาจาสุภาษิตให้เต็มเสียงให้ได้ เมื่อเวลาที่ใกล้จะตายกันเมื่อไปเยี่ยมก็จะได้คุ้นเคย พอขึ้นต้นบทสวดท่านก็จะสวดต่อไปได้

ฉะนั้น เวลาในชีวิตปกติก็ให้เหลียวไปมองพระนิพพานบ้าง เวลาจะโกรธลูกน้องหรือเจ้านายก็ให้บอกตนเองว่า เขาเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เราไปพระนิพพาน แต่เราไปของเราคนเดียว เรามาคนเดียว งานที่ทำอยู่ก็เป็นงานชั่วคราวเพียงชั่วแค่วันเดียวเท่านั้นเอง แต่ถ้าตัดใจจากอารมณ์นั้นไม่ได้วันเดียวนั้นก็จะทำให้ไปเกิดอีกชั่วชาติเชียวนะ

เราต้องมีความเด็ดเดี่ยวในความดีให้ได้ มีความมั่งมีในกุศลและมีตนเป็นที่พึ่งแห่งตนให้ได้


โดย น้องกิ๊ฟ [13 ก.พ. 2551 , 17:57:21 น.] ( IP = 125.26.40.61 : : )


  สลักธรรม 12

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาสาธุมายังน้องกิ้ฟด้วยครับ ในความขยันในกุศลผลบุญจริงๆเลยครับ ที่อุตสาหะเรียบเรียงธรรมบรรยายออกมาให้หลายๆท่านได้อ่านกัน

ขอความเจริญความผาสุกจงบังเกิดขึ้นแก่น้องกิ้ฟตลอดไปนะครับ.

โดย พี่เณร [13 ก.พ. 2551 , 19:02:46 น.] ( IP = 58.9.147.21 : : )


  สลักธรรม 13

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ้ฟเป็นอย่างยิ่งค่ะ

นับได้ว่าเป็นความรู้ที่ยังประโยชน์ให้กับชีวิตอย่างแท้จริง ขอกราบบูชาในความรู้ที่อาจารย์ได้ถ่ายทอดและแก้ไขในข้อปฏิบัติให้มีความเจริญยิ่งขึ้น

ทั้งยกตัวอย่างให้เห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งยากนักที่ได้มีโอกาสฟังสิ่งที่ดีงามเช่นนี้

ขออนุโมทนาอีกครั้งนะคะ ยังไงจะต้องกลับมาอ่านทบทวนในการปฏิบัติอีกค่ะเพื่อหาคำตอบที่ดีให้กับตนเอง

โดย น้องอุ๊ (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [14 ก.พ. 2551 , 07:44:16 น.] ( IP = 96.227.21.213 : : )


  สลักธรรม 14


ได้เห็นปฏิภาณไหวพริบในการตอบปัญหาต่างๆของท่านอาจารย์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่เรานำตัวเองไปผูกติดกับเวลาในขณะปฏิบัติก็ตาม หรือแม้แต่เรื่องของรูปนามที่ยกตัวอย่างของพรม ก็ให้เห็นชัดว่ารูปนั้นรู้อะไรไม่ได้ และอีกหลายๆตัวอย่างที่ท่านอาจารย์ยกเอาสิ่งที่ใกล้ตัว เห็นได้ สัมผัสได้ มาเป็นตัวอย่าง ทำให้สิ่งที่เข้าใจยาก ก็กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

เช่นเดียวกับทุกครั้ง ที่อ่านแล้วก็ให้รู้สึกขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากๆๆๆ ที่เพียรนำคำบรรยายต่างๆเหล่านี้มาถ่ายทอดให้เพื่อนๆได้อ่านเพิ่มพูนปัญญาเป็นประจำ....อนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรมค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่เพียรอธิบายและไขข้อกังขาต่างๆ โดยมิย่อท้อเลย...อนุโมทนาสาธุค่ะ

โดย พี่ดา [14 ก.พ. 2551 , 09:54:47 น.] ( IP = 124.121.176.32 : : )


  สลักธรรม 15

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ สำหรับการตอบคำถามพร้อมทั้งการยกตัวอย่างประกอบทำให้เข้าใจขึ้นมากค่ะ และเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติ เพื่อที่จะนำไปใช้แก้ไขปรับปรุงในการปฏิบัติครั้งต่อๆ ไปค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ้ฟค่ะ ที่ได้นำความรู้มาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [14 ก.พ. 2551 , 10:06:39 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 16

กราบขอบพระคณท่านอาจารย์ที่ได้แก้ไขความสงสัยและอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างเปรียบเทียบที่ชัดเจนมากค่ะ จะนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาการปฏิบัติของตนเองต่อไปเจ้าค่ะ
ขอบคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ

โดย น้องฟู [14 ก.พ. 2551 , 15:18:31 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.211 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org