มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ใช้ชีวิตอย่างมีค่า...ตามปฏิปทาของพระอรหันต์









ใช้ชีวิตอย่างมีค่า...ตามปฏิปทาของพระอรหันต์

ธรรมะปฏิสันถาร โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ



วันเพ็ญกลางเดือน ๓ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓) เป็นวันบูชาของพุทธบริษัท คือเป็นวันมาฆบูชา หากจะถามว่า บูชาอย่างไร? และบูชาอะไร? ซึ่งทั้ง ๒ คำถามนี้จะแยกกันเสียมิได้เลย ถ้าแยกกันเสียแล้ว หรือตะแบงแผลงไป ก็ไม่มีชื่อวันเป็นการบูชาที่สมบูรณ์แบบ

บูชาอย่างไร? ก็ต้องถือว่า วันนี้เป็นวันบูชา ๒ ประการ คือ อามิสบูชา บูชาด้วยดอกไม้เครื่องของหอม และต้องเวียนเทียน ณ สถานที่สำคัญ เช่น โบสถ์ วิหาร โบราณสถาน โบราณวัตถุ และควรประดับตกแต่งให้สะอาด สวยงาม เวลาเวียนเทียนก็ไม่ควรที่จะจุดธูป เทียน ก่อนเพราะไหนน้ำตาเทียนจะหยดไหนธูปจะร่วงกลัวเทียนจะดับ เวียนเทียนเสร็จแล้วจึงจุดธูปเทียน

เรื่องการจัดการสถานที่นี่ก็เป็นข้อน่าคิดว่าพระสงฆ์ซึ่งเป็นสมภารเจ้าวัดไม่ค่อยจัดเป็นพุทธบูชาให้สมกับเป็นวันสำคัญ ต่างจากวันเกิดของท่านเองอย่างฟ้ากับดินทีเดียว เวลาที่จัดงานวันเกิดเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ นั้น จัดประดับดอกไม้อย่างสวยงาม แต่วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ไม่เห็นค่อยลงทุนจัด ทั้ง ๆ ที่เงินทองทั้งส่วนของวัดและส่วนตัวก็ได้มาจากพระพุทธเจ้า

ดูประชาชนเขาบ้าง เวลาเขาจัดงานศพพ่อแม่ เขาจัดบูชาอย่างยิ่งใหญ่ทั้งที่หน้าศพและที่เมรุเผาศพเห็นแล้วสมภารเจ้าวัดจะไม่นึกละอายใจกันบ้างหรืออย่างไร ก็ไปงานศพกันเกือบทุกวันชาวบ้านเขารักบูชาพ่อแม่เพราะท่านมีพระคุณอย่างล้นเหลือ ก็แล้วภิกษุ สามเณร ที่ได้พึ่งบวรพระพุทธศาสนาไม่รักบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทียมเท่าหรือเหนือกว่า ชาวบ้านเขารักพ่อบูชาพ่อแม่ กันบ้างหรือ?


โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [16 ก.พ. 2551 , 10:57:28 น.] ( IP = 58.9.104.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



การบูชาอย่างที่ ๒ คือ การปฏิบัติบูชา ให้ถือว่าการสมาทานศีล และการรักษาศีลเป็นเรื่องใหญ่สุด นอกจากนั้นการสวดมนต์ไหว้พระการนั่งสมาธิก็เป็นกิจสำคัญในการปฏิบัติบูชา ซึ่งวัดต้องกำหนดกิจกรรมและควรทุ่มเทเวลาให้เต็มที่กับวันสำคัญด้วยการเปิดโบสถ์ วิหาร มีพระเณรปฏิสันถาร จัดให้มีการฟังเทศน์อย่างน้อย ๓ กัณฑ์

บูชาอะไร ก็ขอตอบว่า บูชาปฏิปทาของพระอรหันต์ ขอให้รู้ว่า วันมาฆบูชานั้นเป็นการกำเนิด "สภาอรหันต์" ครั้งแรก สภาพระอรหันต์ครั้งที่ ๒ เกิดเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ ๓ เดือน คือ การทำปฐมสังคายนา ดังนั้น เมื่อถึงวันมาฆบูชา การศึกษาจริยาของพระอรหันต์เพื่อการปฏิบัติ จาก...การฝึกปฏิบัติ สู่ความเคร่งครัดจนถึง จัดเจน

การศึกษาโอวาทปาติโมกข์แล้วนำมาเป็นหลักในการปฏิบัติ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้น จะพากันผิดเพี้ยน เมื่อพระเพี้ยน คนที่นับถือพระรูปนั้น ๆ ก็เพ้อ หลักการของพระพุทธศาสนาต้องชัดเจน คือ

ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา (ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา) ตบะอันเผาบาปของพระพุทธเจ้านั้น คือ ขันติ ไม่ใช่การบำเพ็ญแบบฤาษีชีไพร เช่นการทรมานตนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การยืนเท้าเดียว การอดอาหาร ฯลฯ

นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา (นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา) หลักการสูงสุดของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ นิพพาน ไม่ใช่ แค่คิดในฌานบันดาลฤทธิ์ ซึ่งฤาษีแต่เดิมก็มีกันมากมายอยู่แล้ว ยิ่งยินดีในฌานในฤทธิ์เหาะเหินเดินเวหาพระรูปนั้นมรณภาพแล้วก็เกิดเป็นสัตว์ประเภท นก แมลง พวกญาติโยมที่เลื่อมใสก็เกิดเป็นบริวารนก ลูกน้องแมลงนี่เป็นการบ้าฤทธิ์ติดโลกิยฌาน

น หิ ปพฺพชิโต (นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปฆาตี) นักบวชของพระพุทธเจ้าต้องไม่ฆ่าสัตว์ อย่างน้อยที่สุดคือการฆ่าสัตว์บวงสรวง

สมโณโหติ ปรํ วิเหฐยนฺโต (สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต) สมณะของพระพุทธเจ้าต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยการประทุษร้าย ด้วยการใช้อำนาจของนักปกครองที่เลื่อมใสด้วยการขอวัตถุจากผู้เลื่อมใส

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [16 ก.พ. 2551 , 10:58:03 น.] ( IP = 58.9.104.36 : : )


  สลักธรรม 2



นอกจากนั้น พึงปฏิบัติตามจริยาของพระอรหันต์ คือ


พระอรหันต์ ขยันประชุม

พระอรหันต์ ทุ่มเทให้กับงาน

พระอรหันต์ ไม่หลงสังขารไม่สะสมบริขาร

พระอรหันต์ สอบทานจิต

พระอรหันต์ ไม่ปากร้าย

พระอรหันต์ ไม่ทำลายอมิตร

พระอรหันต์ มั่นในพุทธภาษิต

พระอรหันต์ ใช้ชีวิตเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [16 ก.พ. 2551 , 10:58:57 น.] ( IP = 58.9.104.36 : : )


  สลักธรรม 3



ชีวิตสัตว์โลกนั้นขอให้รู้ว่า...ชีวิตไม่ยืนนาน สังขารไม่คงทน...ตายแล้วก็เหมือนเศษไม้ที่ถูกทิ้งไว้บนผืนดิน พิจารณาตัวเองว่า....

เมื่อดวงจิต จำต้องละ สละร่าง

กายไม่ต่าง ท่อนไม้ อันไร้ค่า

เป็นอาหาร เอมโอช รสโอชา

ให้บรรดา ปลวก มอด กัดกรอดกิน

ไม่มีใคร รักใคร่ ในซากศพ

พากันหลบ หลีกลี้ หนีไปสิ้น

บ้างก็เผา บ้างก็ฝัง ยังใต้ดิน

พืชดูดกิน หนอดกัดครู ดูเถิดเกลอ.


โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [16 ก.พ. 2551 , 10:59:44 น.] ( IP = 58.9.104.36 : : )


  สลักธรรม 4

กราบอนุโมทนาพระคุณเจ้า คับ

โดย น้องบู (jringna) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [18 ก.พ. 2551 , 09:33:14 น.] ( IP = 124.120.188.40 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย น้องฟู [20 ก.พ. 2551 , 13:45:50 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.211 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org