มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอุ้มผู้หญิง






พระอุ้มผู้หญิง


กิร ดังได้สดับมา

หลวงพ่อนิกายเซ็นรูปหนึ่งมีชื่อเสียงทางสอนศิษย์ให้สำเร็จทางธรรมได้ยอดเยี่ยมจนมีผู้เคารพนับถือและยอมตนเป็นศิษย์กันมากมาย มีกระทาชายนายหนึ่งมาสมัครเป็นศิษย์ของหลวงพ่อโดยขอบวชรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อ หลวงพ่อก็อนุญาตด้วยเห็นแววเป็นคนฉลาดและตั้งใจจริง

เขาดีใจมากที่ได้บวชสมใจ จึงยินดีรับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อ ปัดกวาดเช็ดถูกุฏิที่พัก จัดอาหาร ซัดผ้าเครื่องนุ่งห่ม จัดน้ำร้อนน้ำชาถวาย หลวงพ่อไปไหนก็สะพายย่าม ถือร่ม และหอบหิ้วสิ่งของที่จำเป็นติดตามไปด้วยทุกครั้ง

บวชได้หลายเดือนแล้ว เธอได้เรียนรู้การปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยสงฆ์มหายานจากหลวงพ่อ ได้เรียนรู้การฝึกฝนจิตจากหลวงพ่อและเมื่อหลวงพ่อเทศน์ให้คนอื่นฟัง เธอก็ได้ฟังด้วยเพราะนั่งปรนนิบัติอยู่ใกล้ ๆ แต่เธอมีความรู้สึกว่าตนยังไม่ได้บรรลุธรรมอะไรทั้งที่ตั้งใจปฏิบัติและเห็นว่าตนเป็นคนฉลาดสามารถฟังธรรมและปฏิบัติตามที่หลวงพ่อสอนได้ทุกอย่าง แต่ก็มิได้ท้อแท้อะไร ยังคงก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติหลวงพ่อและปฏิบัติธรรมไปตามปกติ

วันหนึ่งหลวงพ่อพาเธอไปธุระต่างเมือง พระหนุ่มสะพายสัมภาระตามหลวงพ่อไปด้วยเหมือนเคย ในระหว่างทางต้องข้ามแม่น้ำตื้น ๆ แต่มีกระแสเชี่ยวกรากสายหนึ่ง ขณะที่กำลังลุยข้ามไปนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งลอยตามน้ำมาพร้อมทั้งร้องให้ช่วยเพราะเธอว่ายน้ำไม่เป็น พระหนุ่มไม่สามารถช่วยได้เพราะแบกสัมภาระอยู่ ส่วนหลวงพ่อไม่ได้ถืออะไรจึงหยุดรออยู่กลางน้ำจนกระทั่งหญิงคนนั้นลอยมาถึงจึงอุ้มเธอขึ้นแล้วไปวางไว้ใต้ร่มไม้ต้นหนึ่ง รอดูจนเธอปลอดภัยดีแล้วจึงชวนศิษย์เดินทางต่อไป

หลังจากไปกับหลวงพ่อและกลับมาแล้ว พระหนุ่มเริ่มมีอาการผิดปกติ ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเคย เข้าไปดูแลปรนนิบัติหลวงพ่อก็ไม่ค่อยสนิทใจ ทำไปอย่างเสียไม่ได้ และไม่กล้าสบตาหลวงพ่อตรง ๆ เป็นอยู่อย่างนี้หลายวันจนหลวงพ่อจับอาการได้ จึงเรียกเข้าไปถาม

“นี่เธอ เธอเป็นอะไรไปดูเหมือนจะไม่สบายใจบางอย่าง นับแต่กลับจากต่างเมืองมานี่เธอดูแปลกไปนะ เธอมีอะไรในใจหรือ”

เมื่อถูกหลวงพ่อถามตรง ๆ ตอนแรกเธอก็ได้แต่นั่งก้มหน้าไม่กล้าพูด แต่พอหลวงพ่อคาดคั้นเข้าจึงเงยหน้าขึ้นตอบสั้น ๆ ว่า

“หลวงพ่อครับ กระผมไม่สบายใจ เพราะวันนั้นผมเห็นหลวงพ่ออุ้มผู้หญิง ผมคิดว่าศีลของหลวงพ่อขาดไปแล้ว หลวงพ่อไม่บริสุทธิ์เพราะจับต้องกายหญิง ผมจึงคิดมาก ไม่อยากจะอยู่อีกต่อไปแล้ว”

หลวงพ่อฟังเธอพูดจบแล้วก็ยิ้มๆ ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบทีหนึ่ง วางถ้วยลงแล้วก็พูดกะเธอว่า

“นี่เธอ ฉันน่ะวางผู้หญิงไว้ที่โคนต้นไม้นั้นมาตั้ง ๕ วันแล้วแต่เธอยังอุ้มผู้หญิงคนนั้นอยู่อีกหรือนี่”

พระหนุ่มได้ยินหลวงพ่อพูดดังนั้น ด้วยความเป็นคนฉลาดจึงคิดได้ทันทีว่า

“เออจริงสินะ หลวงพ่ออุ้มผู้หญิงคนนั้นด้วยหมายช่วยชีวิตนาง เมื่อวางนางลงแล้วก็แล้วกันไป ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่เก็บเอามาใส่ใจ ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์อีก ส่วนเราสิกลับนำเอาเรื่องนี้มาเป็นอารมณ์ ทำให้คิดมาก เท่ากับว่ายังยึดถือยังอุ้มเรื่องนี้ไว้ทำให้เกิดความกลัดกลุ้มไม่สบายใจอยู่ตั้งหลายวัน”

พอเธอคิดได้อย่างนี้ก็ถอนความยึดมั่นถือมั่นที่ภาษาทางศาสนาเรียกว่าอุปาทานออกไปจากความคิดเสียได้ จิตของเธอก็ผ่องแผ้วและได้สำเร็จธรรมในที่สุด

โดย TaRa [25 ก.พ. 2551 , 10:33:55 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า

คนเรานั้นชอบเก็บเอาเรื่องที่ไม่ค่อยเป็นเรื่อง ชอบเอาเรื่องที่ล่วงเลยมาแล้ว ชอบเอาเรื่องที่ยังไม่เกิดยังไม่มีมาคิดแล้วก็กลุ้มใจไม่สบายใจ อันที่จริงความทุกข์ใจนั้นส่วนใหญ่เกิดจากความยึดมั่นถือมั่น ไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ยอมให้อภัย ยอมให้กันไม่ได้ ต้องเอาชนะให้ได้ เป็นต้น

เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เครียด ทำให้กลุ้ม ทำให้ร้อนใจร่ำไป เหมือนอุ้มไฟไว้ในอก เหมือนตกนรกอยู่คนเดียว ถ้ารู้จักปล่อยวางเสียบ้าง ให้อภัยเป็นบ้าง ยอมให้กันบ้าง ลดทิฐิมานะลงบ้าง ความกลัดกลุ้มสุมทรวง ความเคียดแค้นชิงชัง หรือความเครียดก็จะดับมอดไป มีแต่ความปลอดโปร่งโล่งใจ หายใจได้ทั่วท้อง ไม่อึดอัดคับข้องอีกต่อไป

เหมือนท่อน้ำที่ตันด้วยขยะมูลฝอยทำให้น้ำขังเน่าเหม็น หากทะลวงขยะออกไปได้ น้ำก็จะไหลได้สะดวก ไม่อุดตัน ไม่เน่าเหม็นต่อไป แต่คนเราชอบเก็บขยะเน่าเหม็นไว้ในใจ ชอบแบกความคิด แบกศักดิ์ศรี แบกทิฐิมานะกันไว้จนเต็มอก จึงอารมณ์บูด จึงเครียด จึงกลัดกลุ้มกันอยู่ตลอดเวลา และไม่อาจเข้าถึงธรรมได้ ทั้งที่เป็นนักปฏิบัติธรรมตัวยง


ที่มา หนังสือ กิร ดังได้สดับมา โดย พระธรรมกิตติวงศ์

โดย TaRa [25 ก.พ. 2551 , 10:34:17 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องราวจบไปแล้ว แต่เราไม่ยอมจบด้วย ความทุกข์จึงตามมา

ขอบพระคุณคุณ TaRa ค่ะ ที่นำข้อคิดมาฝาก

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [25 ก.พ. 2551 , 20:29:36 น.] ( IP = 58.8.56.197 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณคุณ TaRa ค่ะ
ที่นำข้อคิดดีๆ มาฝากเป็นประจำ

โดย Au [26 ก.พ. 2551 , 02:35:58 น.] ( IP = 130.91.157.142 : : )


  สลักธรรม 4


ได้คติสอนใจดีนะคะ ความทุกข์อยู่ที่ความคิดจริงๆ

ขอบพระคุณ คุณTaRa มากค่ะ ที่นำคติธรรมสอนใจมาให้ได้อ่านเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา (พี่ดา) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [26 ก.พ. 2551 , 09:37:31 น.] ( IP = 124.121.172.5 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org