| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความคิดและความประพฤติ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
สวัสดีทุกท่านค่ะ ...ทุกท่านก้าวเข้ามาที่นี่เพื่อมาสร้างสรรค์ความดีให้ชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น โดยมาบ่มเพาะปัญญาบารมีให้แก่กล้าเพื่อไปถึงเป้าหมายสูงสุดที่ทุกคนวางไว้ คือมรรคผลนิพพาน ซึ่งก็คงจะได้ไปถึงโดยที่อาศัยความเพียรที่ประกอบไปด้วยปัญญา
และก็คล้าย ๆ กับทุกครั้ง คือร้องไห้เพราะคิดถึงคุณพ่อเมื่อได้ฟังเพลงพ่อที่เปิดขึ้น เพราะเหมือนคำบอกกับตัวเองว่าจะต้องเดินตามทางคุณพ่อที่เดินไว้ และก็ได้เดินมาจนถึงปีนี้ คือ ๕๒ ปีแล้ว ที่ใช้ชีวิตเดินตามรอยเท้าพ่อ โดยมีมรดกชิ้นเดียวที่ได้รับคือการดูแลมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิเพื่อเผยแผ่พระศาสนาและเพื่อให้คนเข้ามาศึกษาหาปัญญาหาความรู้
วันนี้จะขอนำเรื่องที่มักพูดกับตัวเองเสมอมาให้รับรู้กันเผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับตัวท่านบ้างว่า
..ในวันหนึ่งๆของชีวิตที่ผ่านไปนั้นเราต้องคอยระวังความคิดของตัวเองเสมอ เพราะว่าถ้าหากไม่ระวังความคิด ..ความคิดนั้นก็จะกลายเป็นความประพฤติ
และนอกจากความคิดที่จะต้องคอยระวังแล้ว เรายังต้องคอยระวังความประพฤติด้วย เพราะความประพฤตินั้นจะกลายเป็นความเคยชิน ...
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2551 , 15:32:52 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : )
สลักธรรม 2
เราจึงต้องคอยควบคุมชีวิตของตนเองตลอดเวลา หลายท่านก็คงทราบว่าธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา จิตก็เป็นอนัตตา จึงห้ามยาก ระวังยาก ดูแลยาก
เมื่อเรารู้เช่นนี้เราก็คอยระวังความคิดตัวเอง ไม่ให้คิดไม่ดี แต่ให้คิดถูกต้อง และเมื่อเรียนธรรมะแล้วนี้ คิดถูกต้องตรงต่อสภาวธรรมความเป็นจริง ก็คือนำหลักวิปัสสนาเข้าไปใช้ในชีวิตเสมอ
เพราะถ้าไม่ระวังความคิดแล้ว ปล่อยให้ความคิดเป็นตามใจ ความคิดอันนี้ก็จะทำให้เป็นการประพฤติ เช่นอยากได้อะไร ต้องการอะไร เมื่อเราไม่ควบคุมปล่อยตามอำเภอใจกลายเป็นความประพฤติขึ้นมา
พออยากได้แล้วก็ประพฤติ คือมีพฤติกรรมสนองตอบต่อความอยากได้นั้น โดยไปซื้อไปหามามากมาย นั่นคือความประพฤติที่เราประพฤติอยู่แล้วนี้ ซึ่งถ้าหากเราไม่ระวังความประพฤติให้เป็นไปด้วยทำนองคลองธรรม ก็จะเป็นความประพฤติที่ไม่ดีและความประพฤติที่ไม่ดีนี้ก็จะกลายเป็นความเคยชิน
การจะรู้ว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดีก็ยากแล้ว เพราะความประพฤติที่เป็นความเคยชินแล้วก็เปรียบเสมือนเป็นไม้แก่ทื่ดัดยากเสียแล้ว นี่คือส่วนหนึ่งที่ต้องใช้กับชีวิตตัวเองตลอดเวลา
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2551 , 15:34:08 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : )
สลักธรรม 3
หากถามชีวิตลำพังตัวคนเดียวว้าเหว่ไหม? ว้าเหว่ และเราจะทำอย่างไรกับความว้าเหว่นั้น ?
คุณพ่อสอนอยู่เสมอว่า "ชีวิตเป็นของไม่แน่ ลูกต้องตาย พ่อก็ต้องตาย ทุกคนก็ต้องตาย ฉะนั้นพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้นะลูกนะ ว่าเราอยู่กันไม่นานหรอก ชีวิตเราก็มาคนเดียวลำพัง "
จึงเอาความรู้สึกนี้มาสอนตัวเองหรือปลอบประโลมใจตัวเองว่า ..ความว้าเหว่เหมือนเสื้อผ้า ถ้ากล้าสวมใส่ย่อมได้ประโยชน์ ..
เพราะถ้าเราไม่ใส่เสื้อผ้าอาภรณ์มันก็เกิดความอุจาด หรือเปิดทางให้ยุงเหลือบริ้นไรมาไต่ตอม หรือต้องถูกแดดเผาผลาญถูกความเย็นเข้ามากระทบทำร้ายร่างกายได้ จึงได้ข้อคิดว่า ความว้าเหว่ที่เรามีนั้นก็เหมือนเสื้อผ้า ถ้ากล้าสวมใส่ย่อมได้ประโยชน์
เพราะทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความสนุกร่าเริงหรืออะไรก็แล้วแต่ในโลกนี้ มันมีทั้งคุณและโทษ และการจะได้รับคุณหรือโทษจากสิ่งเหล่านั้นก็อยู่ที่ตัวเราเอง จึงปลอบใจตัวเองมาทุก ๆ ครั้งที่เกิดความว้าเหว่ คือเมื่อเกิดความคิดถึงคุณพ่อที่ท่านได้จากไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๔
จึงมองความไม่มีคุณพ่อเป็นเสื้อผ้า คือยอมรับความจริงว่าไม่มี และเมื่อกล้าสวมใส่แล้วก็ได้ผลจริง ๆ เพราะเราห้ามความโหยไห้ไม่ได้ แต่อย่าให้มันอยู่กับเรานานไม่ว่าจะโหยไห้อยู่เป็นวันเป็นเดือน โห้ยไห้อยู่ตลอดเวลาก็ไม่มีประโยชน์อะไรซ้ำยังจะเป็นโทษ แต่เมื่อเรายอมรับได้และก็เตือนตนให้เกิดสติได้ความว้าเหว่นั้นก็กลายเป็นคุณที่ทำให้เข้าถึงความจริงของชีวิต ฉะนั้น คุณหรือโทษจึงอยู่ที่ตัวเราเองว่าจะเลือกสิ่งใด
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2551 , 15:34:25 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : )
สลักธรรม 4
เช่นเดียวกัน บางครั้งเราก็ชนะอารมณ์ บางครั้งเราก็แพ้อารมณ์ของตัวเอง ทั้งเรื่องการปฏิบัติ การดำรงชีวิต หรือความเป็นอยู่ ที่ย่อมมีแพ้มีชนะอารมณ์อยู่เสมอ
แต่เราเอาความแพ้เอาความชนะนั้นมาตั้งเป็นกฎชีวิตให้เป็นประโยชน์ได้ว่า ..แพ้เป็นบันได ชนะเป็นสะพาน ประสบการณ์เป็นบทเรียน ..
การขึ้นบันไดนั้นขึ้นลำบาก แต่มันมีโอกาสขึ้นให้ถึงปลายทางได้ แต่ถ้าหากเราวางเฉยกลัวการพ่ายแพ้ก็เท่ากับอยู่กับที่อย่างเดียว บางครั้งความล้มเหลวของเราจึงจะเป็นบันได้ให้เราก้าวต่อไป
ส่วนความชนะเปรียบเหมือนสะพานเพราะมันมีสภาพราบเรียบไม่ต้องลำบากก้าวขึ้น จึงเดินสะดวกทำให้ไปถึงปลายทางได้อย่างสบาย
แต่ทั้งแพ้ทั้งชนะนั้นต่างก็เป็นประสบการณ์ของชีวิตทั้งนั้น คือเป็นบทเรียนที่ให้เรารู้ว่า เราต้องสู้ โดยเฉพาะสู้กับอารมณ์ของตัวเอง เพราะว่าเรามาคนเดียว และเราก็ต้องไปคนเดียวตามลำพัง
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2551 , 15:34:43 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : )
สลักธรรม 5
คุณพ่อเคยสอนไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กโดยคุณพ่อบอกว่า เนี่ย ๆ รู้หรือเปล่า มาจากไหน? ตอบท่านว่า หนูไม่ทราบค่ะ
คุณพ่อก็พูดต่อว่า เรามาจากชาติที่แล้ว และไม่รู้เป็นลิงมาเกิดหรือเปล่า จึงเกิดปีลิง รู้ไหมพ่อแม่ชาตินี้ไม่ใช่พ่อแม่ชาติที่แล้ว พี่น้องชาตินี้ก็ไม่ใช่พี่น้องชาติที่แล้ว มันหายไปหมดตายแล้วก็แยกย้ายไปหมด ลองคิดดูซิมีใครมาส่งเราบ้าง มีใครตามเรามาส่งให้เราเป็นลูกพ่อบ้าง ไม่มีใครมาเลย มาคนเดียว จะญาติพี่น้องมากมาย ทรัพย์สินมากมาย มันยุติแค่ชาติที่แล้ว ลูกมาหาเอาใหม่ทั้งสิ้นเลย
มาอยู่ในท้องแม่ออกมาปุ๊บก็ไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์มา มามีพ่อใหม่ มีแม่ใหม่ มีพี่ใหม่ มีญาติใหม่ มีสมบัติใหม่ มีเสื้อผ้าใหม่ ก็คือของชาตินี้ ไม่มีใครสามารถมาส่งเราเลยใช่ไหม ? ตอบคุณพ่อไปว่า ใช่ค่ะ
เช่นเดียวกัน ที่นั่งคุยกันอยู่ตรงนี้ ก็ชาติเก่าแล้ว ชาติหน้าคือชาติใหม่ ... ที่คุณพ่อพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเมื่อก่อนนี้ป่วยบ่อย คุณพ่อบอกว่า ถ้าเผื่อป่วยแล้วตายพ่อก็ไม่สามารถตามไปส่งลูกชาติหน้าได้ ไม่มีพี่หรือแม่เขาไปส่งได้เลย ลูกตายเองลูกก็ไปเองลำพัง ฉะนั้น อย่าไปจริงจังกับชีวิต แต่จริงจังความดี เพราะความดีจะทำให้ลูกได้ดี
และที่พ่อไปสอนเสาร์อาทิตย์ ลูกก็รู้ว่าพ่อไปสอนอะไร เราไปด้วยกันเสมอใช่ไหมที่พุทธสมาคม พ่อก็สอนให้พวกที่เขามาฟังเพื่อไม่ให้มีชีวิต ลูกก็ต้องทำทางเพื่อไม่ให้ตัวเองมีชีวิต เพราะว่ามันจะได้จบสิ้นกันเสียทีหนึ่ง ทุกอย่างมันจบเลยแหละลูก ...นี่คือสิ่งที่คุณพ่อสอนมาตั้งแต่เด็ก
สำหรับในวันนี้จึงขอฝากไว้ว่า มีชีวิตคอยระวังทั้งความคิดและความประพฤติ ความประพฤติก็จะกลายเป็นความเคยชิน เมื่อเป็นความเคยชินแล้วสังสารวัฏนั้นก็ไม่มีทางที่จะหมดไปจากชีวิตได้
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [25 ก.พ. 2551 , 15:35:01 น.] ( IP = 125.26.39.6 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกรค่ะ
ได้ข้อคิดหลายอย่างค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของความประพฤติที่เป็นความเคยชิน จึงต้องระวังในเรื่องของความคิดให้ดี เพื่อที่ว่าความประพฤติที่ดีก็จะตามมา เกิดเป็นความเคยชินฝ่ายดีเสมอๆ
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะ ที่ได้นำประโยชน์มาฝากไว้ค่ะโดย เซิ่น [25 ก.พ. 2551 , 21:17:21 น.] ( IP = 58.8.56.197 : : )
สลักธรรม 7ขออนุโมทนาค่ะ โดย อบาสิกานภนุช เขมพินิจ [25 ก.พ. 2551 , 21:46:59 น.] ( IP = 202.91.18.204 : : )
สลักธรรม 9กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุษกรมากค่ะที่ชี้ให้เห็นถึงความลำดับความน่ากลัวของความคิดไม่ดีจนเกิดเป็นพฤติกรรมและความเคยชินที่ไม่ดีซึ่งเป็นเหตุให้สังสารวัฏไม่หมดไปจากชีวิตได้
ขอขอบคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟค่ะโดย น้องฟู [26 ก.พ. 2551 , 08:16:15 น.] ( IP = 202.6.107.51 : : 172.16.249.211 )
สลักธรรม 10
โอวาทสั้นๆของท่านอาจารย์ มีความหมาย ให้คติสอนใจเป็นอย่างดีตั้งแต่ต้นจนจบ
โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ทำจนเป็นความเคยชินนี่น่ากลัวมากนะคะ หากเคยชินในพฤติกรรมทีไม่ดี
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
ขอบพระคุณ และอนุโมทนาน้องกิ๊ฟค่ะโดย พี่ดา [26 ก.พ. 2551 , 10:12:09 น.] ( IP = 124.121.172.5 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |