มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ได้กับเสีย






ได้กับเสีย


กิร ดังได้สดับมา

มีครอบครัวหนึ่งอยู่ในฐานะมีอันจะกิน ประกอบด้วยพ่อแม่ และลูกชายโทนซึ่งกำลังอยู่ในวัยรุ่น ครอบครัวนี้มีม้าหนุ่มอยู่ตัวหนึ่งซึ่งเป็นที่โปรดปรานของทุกคนโดยเฉพาะลูกชายเพราะเป็นทั้งเพื่อนและเป็นพาหนะสำหรับขี่เล่น ต่อมาวันหนึ่งม้าตัวนั้นเกิดหายไปจากคอก ลูกเมียต่างเสียใจร้องไห้กันระงมเสียดายม้า แต่พ่อบ้านกลับเฉยแถมยังห้ามปรามลูกเมียไม่ให้โวยวายกันอีก

“เออน่ะ ม้ามันไปแล้วก็ให้มันไป จะไปเสียใจอะไรนักหนาเล่าไม่แน่หรอกนะ การที่เราเสียอะไรไป เราอาจจะได้อะไรดีๆ ตอบแทนก็ได้ เพราะได้กับเสียเป็นของคู่กันอยู่”

ลูกเมียก็จำต้องนิ่งเพราะพ่อบ้านไม่เล่นบทโศกตามพวกตนไปด้วย

ต่อมาไม่นานม้าตัวนั้นก็กลับมา แต่มันมิได้มาตัวเดียว ได้พาเอาม้าเพศเมียและลูกม้าอีกตัวหนึ่งมาด้วย ที่มันหายไปเพราะมันไปติดพันม้าป่าอยู่ ลูกเมียเห็นเช่นนั้นก็ดีใจกันยกใหญ่เพราะได้ลาภลอยสองสามชั้นทีเดียว

“เพลา ๆ กันบ้าง อย่าดีใจกันนักเลย ของที่เราได้มาด้วยคิดว่ามันเป็นลาภลอยนั้นมันอาจนำทุกขลาภความเดือดร้อนมาให้เราก็ได้” พ่อบ้านเตือนสติแบบคนที่รู้เรื่องโลกธรรมดี

แม่บ้านค้อนสามีวงใหญ่แต่ยอมนิ่งเพราะไม่รู้จะเถียงไปทำไมสู้เก็บความหงุดหงิดรำคาญไว้ในใจดีกว่าจะได้ไม่โต้เถียงกันในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง

วันหนึ่งลูกชายเกิดอยากขี่ม้าเพศเมียที่ม้าหนุ่มของตนพามาจากป่า จึงเข้าไปจับเข้าบังเหียนแล้วพยายามขึ้นขี่ เนื่องจากม้าตัวนั้นไม่เคยฝึกให้คนขี่มาก่อนเพราะเป็นม้าป่า มันจึงสะบัดเขาจนเซถลาและดีดซ้ำจนเขากระเด็น ปรากฏว่าเขาถึงกับขาหักร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ผู้เป็นแม่ถึงกับหลั่งน้ำตาเสียใจที่ลูกชายต้องมาพิการเพราะม้าทีได้มา เป็นทุกขลาภจริง ๆ อย่างสามีว่า

ส่วนผู้เป็นพ่อกลับพูดแบบเดิมว่า “อย่าเสียใจไปนักเลยแม่ พ่อบอกแล้วว่าคนเรามันไม่โชคดีหรือโชคร้านตลอดไปดอก การที่ลูกเราพิการไปนี่อาจนำโชคดีมาให้ในภายหลังก็ได้”

“โชคดีกะผีอะไร ลูกขาหักทั้งคนจะให้โชคดีได้อย่างไร” ผู้เป็นภรรยาคิดค่อนขอด แต่ไม่กล้าพูดออกมา

ต่อมามีข้าศึกมาประชิดพระนคร ทหารที่มีอยู่ออกไปต่อสู้กับข้าศึกแต่สู้ไม่ได้ล้มตายไปจำนวนมาก จึงต้องเกณฑ์ทหารออกไปรบเป็นการใหญ่ ชายหนุ่มทุกคนถูกเกณฑ์ไปฝึกเป็นทหารแล้วส่งออกไปรบ แต่ลูกชายของครอบครัวนี้ได้รับการยกเว้นเพราะขาพิการจึงไม่ต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ปรากฏว่าพวกหนุ่มๆ ที่ถูกเกณฑ์ไปรบนั้นพลาดท่าเสียทีข้าศึกถูกฆ่าตายหมดเพราะไม่ชำนาญในการรบเนื่องจากฝึกรบได้ไม่กี่วันก็เข้าสนามรบ พ่อแม่พี่น้องของทหารเหล่านั้นต่างเสียใจร่ำไห้กันทั้งเมืองเพราะเสียลูกหลานไป แต่แม่ของลูกชายที่พิการกลับดีใจและพูดกับสามีว่า

“ดีนะพ่อที่ลูกของเราพิการ จึงไมต้องไปรบ ไม่อย่างนั้นเราอาจเสียลูกชายไปแล้วเหมือนคนอื่นก็ได้”

สามีจึงตอบว่า “ก็พ่อบอกแล้วไงว่าความพิการของลูกอาจนำโชคดีมาให้ก็ได้ แล้วจริงไหมเล่า เราไม่ต้องเสียลูกชายเพราะความพิการของเขาใช่ไหม”

ภรรยาก็ได้แต่นิ่งไม่รู้จะโต้ว่าอย่างไร เพราะสามีพูดถูกทุกอย่างมาโดยตลอด

โดย TaRa [27 ก.พ. 2551 , 08:25:52 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เรื่องนี้สื่อความให้เห็นว่า

โลกธรรมคือเรื่องของชาวโลกซึ่งได้แก่การได้ลาภ การเสื่อมลาภ การได้ยศ การเสื่อมยศ ความสุข ความทุกข์ การนินทา และการสรรเสริญ เป็นเรื่องที่หมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาในวิถีชีวิตของทุกคน

คนที่ลอยเตลิดไปตามโลกธรรม เช่นเมื่อได้ส่วนที่ดีก็ดีใจและหลงระเริงเหลิงติดอยู่ เมื่อได้ส่วนที่ไม่ดีก็เสียใจ ผิดหวัง และดิ้นรนอยากให้พ้นไป ย่อมจะถูกอิทธิพลแห่งโลกธรรมครอบงำทำให้แสดงอาการขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่เสมอ เหมือนว่าวที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า

แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีใครที่ได้ตลอดไปโดยไม่เสียอะไรเลย และไม่มีใครที่เสียตลอดไปโดยไม่ได้อะไรเลย เพราะโลกธรรมนั้นไม่คงที่แน่นอน ไม่ยั่งยืนแปรเปลี่ยนกลับไปกลับมาอยู่เรื่อย ๆ

คนที่ทำความเข้าใจในเรื่องนี้ได้อย่างถ่องแท้ย่อมไม่ถูกครอบงำด้วยอิทธิพลของโลกธรรม โดยไม่ดีใจเสียใจจนเกินเหตุ สามารถทำใจ ปลงใจและวางเฉยได้ ฝึกให้เคยชินกับโลกธรรมไว้เสมอ ก็จะอยู่กับโลกธรรมทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดีได้อย่างปกติสุข

ที่มา หนังสือ กิร ดังได้สดับมา โดย พระธรรมกิตติวงศ์

โดย TaRa [27 ก.พ. 2551 , 08:26:13 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องนี้อ่านไปสนุกไปลุ้นไปเลยครับ และสุดท้ายก็ร้องอ้อ..เป็นอย่างนี้เอง

ความมีโชคและไม่มีโชคไม่สามารถอยู่ได้นานจริงๆเลยครับ วูบวับดับไปหมดทุกเรื่องทุกเหตุการณ์จริงๆ หาสาระแน่แท้ไม่ได้ ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับการรู้เท่าทันหรือไม่เท่านั้นเอง

ขอบพระคุณคุณธาราอย่างสูงครับ ที่นำเรื่องดีมีคติสอนใจมาฝากเสมอๆนะครับผม

โดย พี่เณร [27 ก.พ. 2551 , 10:56:14 น.] ( IP = 58.9.143.33 : : )


  สลักธรรม 3

ขอบพระคุณคุณ TaRa ค่ะ ที่ได้นำข้อคิดมาฝากไว้ค่ะ

โดย เซิ่น [27 ก.พ. 2551 , 17:07:45 น.] ( IP = 203.146.147.13 : : )


  สลักธรรม 4


อ่านไปก็ขำไป แต่ท้ายก็ลงเอยด้วยดี เป็นเรื่องที่ให้คติสอนใจเกี่ยวกับโลกธรรมได้เป็นอย่างดีค่ะ

ขอบพระคุณคุณTaRa มากค่ะที่นำคติธรรมสอนใจมาให้ได้อ่านเป็นประจำอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [27 ก.พ. 2551 , 17:26:38 น.] ( IP = 124.121.173.42 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org