| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ (๑)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
วันนี้ ก็ได้เรียนมาจนจบทั้ง ๙ ปริเฉท ทั้งไม่มีปริญญารับรองและมีปริญญารับรอง อย่างน้อยที่สุดเราก็รู้อยู่แล้วว่าจิตคืออะไร เมื่อเรียนให้เกิดความเข้าใจก็จะรู้ว่าชีวิตคืออะไร เมื่อเราได้ศึกษาเรียนมาแล้ว เราก็จะต้องลองพิจารณาดูให้ดีที่ตัวเองนี่แหละว่า
ทุกคนที่มานี้ไม่ได้ต่างอะไรจากคนเดินทางไกลเลย เราต้องเดินทางไกลกันมามาก ภพมนุษย์ที่ได้กันอยู่วันนี้เป็นที่พักระหว่างทางเพียงชั่วคราว เดี๋ยวก็ต้องจากไปแล้ว เขาเรียกจอดป้ายเติมน้ำมันเพื่อจะเดินทางต่อ แล้วการเดินทางของพวกเราทุกคนนี้เป็นทางไกลเหลือเกินและไม่มีที่สิ้นสุด
ถ้าหากจะถามว่าแต่ละคนมาจากไหน? แล้วต้องออกเดินทางไปนี้จะไปสิ้นสุดตรงไหน? ไม่มีใครตอบได้แม้กระทั่งพระพุทธญาณเองยังกำหนดรู้ไม่ได้เลย
ที่เราได้ศึกษามานี้ต่างทราบกันว่า ญาณวิสัยของพระองค์นั้นหยั่งรู้ทั่ว เกิดมากี่ครั้งพระองค์หยั่งรู้หมด ที่เราได้อ่านชาดกต่างๆ ว่าพระองค์เสวยชาติเป็นอะไร ๆ กรรมอะไรที่ทำไว้ในนี้แล้วพระองค์ก็ย้อนไปไประลึกได้
และที่พระองค์เล่ากับพระสารีบุตร พระอานนท์ ไปถึงเรื่องต่าง ๆ นั้น ก็เพราะพระองค์สามารถมีพุทธญาณหยั่งรู้ไปในอดีตอันประมาณมิได้ นั่นเป็นความสามารถรู้ได้ของพระพุทธญาณ
แต่จะรู้ว่าสัตว์ที่อยู่ต่อหน้าพระองค์ หรือสัตวโลกทั้งหลายจะมีวันสุดท้ายในวัฏฏะเมื่อใดเมื่อไร พุทธญาณก็หยั่งรู้ไม่ได้ นี่คือความไกลของสังสารวัฏ เป็นความไกลที่น่ากลัวมากกระทั่งพระพุทธญาณยังหยั่งรู้ไม่ได้เลย
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:27:16 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 2
ชีวิตที่ต้องมีอย่างยืดยาวหาที่สุดและบื้องต้นไม่ได้ มาจากไหนนับไปไม่รู้ จะไปไหนไม่รู้ จึงใช้คำว่าหาที่สุดและเบื้องต้นไม่ได้ในสังสารวัฏ ก็คือการเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่าง ๆ
ที่ได้ศึกษาหาความรู้กันมาแล้วก็คงรู้ว่าในสังสารวัฏนั้นเราก็เกิดมาคนเดียว ไม่มีญาติพี่น้องหรือมิตรสหายตามมาส่งแม้คนเดียว สมบัติพัสสถานก็ไม่มีติดตัวมา เป็นชีเปลือยมาหมด ทรัพย์สมบัติ บ้านที่มีอยู่ เงินฝากในบัญชี ของพวกนี้มีมาหาเอาทีหลัง ที่ได้มานี้คือมนุษยสมบัติเป็นตัวของเราที่ได้มาลำพังจัดเป็นทรัพย์ภายใน สิ่งต่างๆที่เป็นบริขารบริวารทั้งหลายก็จัดเป็นทรัพย์ภายนอกที่ไม่จีรังยั่งยืน
ฉะนั้นเราจึงต้องศึกษาหาความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะได้ไปจากความหายนะให้ได้ ท่านอาจารย์บุญมีท่านได้ริเริ่มและก่อตั้งมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธินี้ขึ้นมาเพื่อมุ่งประโยชน์อันยิ่งใหญ่ให้กับชีวิต คือ สิ้นสุดจากการเวียนว่ายตายเกิดตามพระพุทธประสงค์ ถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาแล้วก็จะไม่มีเส้นทางสายนี้ชีวิตก็จะลำบาก เพราะร่างกายของเราที่เกิดมาเป็นหญิงเป็นชายนี้เป็นภาระที่ต้องบริหาร เพราะต้องคอยดูแลรักษา คอยพยุงให้ลุก ให้นั่ง ให้กิน ให้ดื่ม ให้เดินยืนนั่งนอน ต้องถ่ายอุจจาระถ่ายปัสสาวะ
รวมความว่า ทั้งหมดนี้เป็นภาระของชีวิตที่เราครอบครองอยู่ ฉะนั้น ทุกวันนี้เราครอบครองอะไรกัน เราครอบครองภาระ แล้วก็หลงว่าชีวิตนี้ดีแต่หารู้ไม่ว่านั่นคือการครอบครองภาระ แล้วก็เป็นภาระส่วนตัวที่ใครมาช่วยไม่ได้ ต้องถ่ายเองจะฝากใครถ่ายแทนได้ไหม? ไม่ได้ หิวน้ำก็ต้องดื่มเองจะฝากใครดื่มแทนได้ไหม? ไม่ได้ ถึงจะให้เขาไปวื้อมาวางใกล้จมูกใกล้ปากแต่ถ้าเราไม่อ้าปาก ตักใส่ และกลืนเองแล้วจะอิ่มได้ไหม? ไม่ได้ ชีวิตจึงเป็นภาระอย่างยิ่งและเป็นภาระที่หนักยิ่งกว่าภาระอื่น ๆ
เราจะมีลูกหลานเลี้ยงลำบากอย่างไร แต่พอเขาโตขึ้นมามีครอบครัวขึ้นมาก็หมดหน้าที่ของเรา แต่ถามว่าเรายังต้องกิน ต้องเดิน ต้องยืน ต้องขับถ่ายต่อไหม? เราต้องทำไปจนวันสุดท้ายของชีวิต จึงเป็นภาระที่หนักที่สุด พระอริยเจ้าท่านจึงกล่าวว่า ภาราหเว ปัญจักขันธา หมายความว่า ขันธ์ห้าเป็นภาระอันหนักแล อย่าไปหนักเน้ออย่างเดียว เพราะคำว่า หนักเน้อนั้นฟังแล้วดูเป็นเรื่องนอกตัวไป แต่ถ้าใช้คำว่า หนักแลก็จะเป็นคำที่สะกิดใจให้รู้ว่าเป็นภาระที่หนักอยู่ในตัวเองนี่แหละที่จะต้องแลดูตัวเองบ้าง
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:27:34 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 3
ทรัพย์ภายนอกเช่นแก้วแหวนเงินทองเรือกนาไร่สวนนี้ เป็นทรัพย์ที่จำเป็นที่จะต้องหาต้องมีเพื่อประทัง หล่อเลี้ยง อุปถัมภ์ชีวิต ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ไม่อดอยากยากจน ไม่ลำบาก พูดง่ายๆ ก็คือว่า เราทำมาหากินกันเพื่ออะไร ก็เพื่อให้ชีวิตของเรากินดีอยู่ดี หากไม่เสาะแสวงหาแล้วชีวิตก็จะต้องลำบาก เช่น ไม่มีเงินซื้อข้าว ไม่มีค่าเช่าไปจ่าย เป็นต้น
ดังนั้นเมื่อหาทรัพย์มาได้แล้วก็คลายความลำบากไปได้เปลาะหนึ่งคือมีเงินซื้ออาหารกิน มีค่าน้ำค่าไฟค่าที่อยู่อาศัย เพียงแค่นี้เราก็นึกว่าสบายแล้ว แต่มันสบายเพียงแค่ตรงนั้นแล้วก็ตามมาด้วยความลำบาก เพราะต้องคอยดูแล
เช่น มีบ้านขึ้นมากเราก็ไม่ต้องนอนกลางถนนแล้ว.. ก็สบายนึกว่าหมดภาระแล้ว แต่เมื่อมีบ้านแล้วเราก็ต้องคอยดูแลรักษา ฉะนั้นจึงบอกว่า ตัวเราเองนั้นก็เป็นภาระข้างในคือภาระส่วนตัว และก็ยังมีทรัพย์ภายนอกเป็นภาระอีกที่ต้องดูแล เช่น ปลูกต้นไม้ ก็ต้องคอยรดน้ำ คอยใส่ปุ๋ยเร่งดอก
ทุกอย่างที่มีเกิดขึ้นล้วนเป็นภาระ แต่มากหรือน้อยเท่านั้นเอง และสังคมทุกวันนี้ ต่างก็ไปยึดถือเอาลาภยศสรรเสริญสุขว่ามีความสำคัญ ต่อชีวิตมาก คนใดขาดสมบัติที่กล่าวถึงสี่ข้อนี้เขาจะถือว่าเป็นชีวิตที่อาภัพอับเฉา แต่หลักของพระพุทธศาสนานั้นท่านแบ่งสมบัติไว้สองชนิด คือ สมบัติภายใน กับสมบัติภายนอก
สมบัติภายในนั้นมีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นต้น เป็นสมบัติส่วนตัว การที่เราสมาทานศีลมาเป็นข้อวิรัตินั้นเป็นสิ่งที่ควรทำไปเถอะ เพราะเมื่อเราได้อบรมศีลไว้มากๆ ก็จะเป็นสีลูปนิสสัย คือศีลจะฝังเข้าไปในนิสัยทำให้เราเกิดหิริโอตตัปปะ เมื่อมีหิริโอตตัปปะขึ้นมาก็จะไม่ไปทำบาปหยาบช้า ไม่ฆ่าไม่ลักทรัพย์ไม่ประพฤติผิดล่วงเกินใคร
ผู้ที่สามารถรักษาศีลและมีใจชอบในศีลนั้นก็เพราะได้มาจากอดีตที่ได้สร้างสมเอาไว้ ท่านเรียกว่า สีลูปนิสสัย ได้นิสัยเป็นผู้มีศีลมีธรรมและเมื่อได้ทำปัจจุบันเติมไปอีกก็จะเป็นสีลูปนิสสัยต่อไปในชาติหน้า เช่นนี้ก็คือทรัพย์ภายใน
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:27:49 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 4
ทรัพย์ภายนอกก็คือแก้ว แหวน เงิน ทอง ที่ดิน สมบัติพัสถานต่างๆ เป็นต้น ที่มีแต่ความวิบัติและหายนะได้ง่ายๆ ถึงแม้จะไม่ได้หายนะไปเพราะการถูกลักขโมยปล้นชิงไป แต่ก็หายนะไปจากชีวิตได้ง่ายเพราะว่า เราไม่จากมันไป มันก็จากเราไป
จะเห็นได้ว่า คนตายที่มีนับไม่ถ้วนทั้งที่เรารู้จักว่าร่ำรวยขนาดไหนเขาก็ทิ้งสมบัติไว้ เขาแบมือให้ดูด้วยว่าไม่มีอะไรสักอย่างเดียว จะนำอะไรไปใส่มือให้ก็ไม่กำแล้ว มือที่แบก็เหมือนกับการแบไต๋ว่า ไม่มีอะไรไปเลยแม้แต่น้ำที่เขานำมารด
น้ำที่พยายามปรุงให้หอมเพื่อมาดับกลิ่นใส่ทั้งกลีบมะลิกลีบกุหลาบลอยลงไป เมื่อเขานำมารดให้มือนั้นก็ไม่ได้กระดุกกระดิกสะบัดมือพรมน้ำหอมๆนั้นใส่ตัวเองเลยแม้แต่หยดเดียว ศพนั้นจึงไม่มีทางหยิยอะไรไปได้เลย
เมื่อเป็นเช่นนี้เราต้องคอยนึกว่า เราใช้สมบัติที่มีอยู่ทั้งในชีวิตและของนอกชีวิตได้ดีหรือยัง ได้คุ้มค่าแล้วหรือไม่ ?
การที่ได้มนุษย์สมบัติมานี้เราได้ใช้ชีวิตร่างกายเดินไปทำดี เดินไปในที่ดี ใช้วาจาพูดดีเจรจาดีแล้วหรือยัง ?
ถ้าหากทำได้แล้วจะทำมากกว่านี้ได้ไหม?
ถ้าคิดว่า ได้ ก็ต้องทำให้ได้
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:28:07 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 5
และเมื่อพูดถึงความสุขแล้วใครๆ ก็อยากได้ พระพุทธศาสนาก็สอนไว้อีกว่า ความสุขของฆราวาสนั้นมี ๔ อย่าง คือ สุขจากการมีทรัพย์ สุขจากการได้ใช้จ่ายทรัพย์ตามหลักของศีลธรรมจรรยา สุขจากการไม่เป็นหนี้เป็นสิน สุขด้วยการประกอบการงานโดยปราศจากโทษ
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้มีหลักการในการดำรงชีวิตอย่างนี้ และยังได้ตรัสถึงธรรมะคือหลักการที่เป็นเหตุให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตไว้ถึงสามขั้น ประโยชน์ขั้นแรกก็คือประโยชน์ในปัจจุบัน ขั้นที่สองคือประโยชน์ในอนาคต ขั้นที่สามคือประโยชน์สูงสุด
ประโยชน์ในปัจจุบันชาตินั้น พระองค์ทรงสอนให้ขยันหมั่นเพียรประกอบการงานในทางที่ชอบเว้นมิจฉาชีพ และทรงสอนให้รู้จักรักษาทรัพย์ที่ได้มาโดยจัดสรรออกไปเป็นส่วนๆ
ส่วนที่หนึ่งให้ใช้เลี้ยงตนเองและครอบครัวให้มีความสุข ส่วนที่สองเลี้ยงดูบิดามารดาผู้มีพระคุณให้ได้รับสุข ส่วนที่สามเป็นเป็นทุนเอาไว้เปลื้องทุกข์แก่ชีวิจตนเองและญาติพี่น้องซึ่งเป็นกฎธรรมดาของโลก ทำไมจึงต้องมีข้อนี้? เพราะคนแก่นั้นเห็นโรคชัด
ถามว่าเด็กเมื่อยขาไหม? เมื่อย เขาก็เปลี่ยนอิริยาบถเหมือนเรา แต่ความที่ร่างกายของเขาแข็งแรงพอเมื่อยแล้วจึงหายเร็ว เหนื่อยก็หายเร็ว แต่พอสูงวัยแก่ขึ้นมาก็จะรู้สึกเหนื่อยปางตาย.. เหนื่อยแล้วไปตาย พอเมื่อยก็เมื่อยจัดและจะเปลี่ยนอิริยาบถทีก็ร้องโอดโอย ..จึงเห็นโรคชัด
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:28:25 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 6
ส่วนที่สี่ท่านบอกว่าเอาไว้ทำบุญสุนทาน เพื่อจะได้เปลี่ยนทรัพย์ภายนอกให้เป็นทรัพย์ภายในที่จะติดตามชีวิตของเราไปได้
นี่คือส่วนหนึ่งในหลักการที่พระพุทเจ้าทรงสอนไว้ เป็นหลักธรรมของฆราวาสที่ต้องศึกษาทำความเข้าใจและทำให้เป็น เมื่อมีเงินก็ต้องแบ่งออกเป็นสี่ส่วนเช่นนี้ ถ้าหากใครทำได้ชีวิตก็จะมีความสุขและอยู่ได้อย่างสบายไปตลอด
นอกจากการรู้จักแบ่งทรัพย์แล้ว การที่จะมีความสุขโดยปราศจากโทษก็ต้องรู้จักใช้จ่ายทรัพย์ในทางที่ชอบ และรู้จักสมาคมกับมิตรที่ดีเว้นมิตรที่เทียม ดังคำที่ว่า คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:28:39 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 7
ขั้นที่สองประโยชน์ในโลกหน้าที่พระพุทธองค์ทรงสอนก็คือ
ประการแรกต้องปลูกฝังศรัทธา แล้วศรัทธาคืออะไร? ศรัทธาก็คือความเชื่อโดยเชื่อเรื่องกรรม เชื่อเรื่องผลของกรรม เชื่อว่าเราต่างมีกรรมเป็นของตน เชื่อในการตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรียกว่า ศรัทธา ๔
ประการที่สอง เมื่อสอนให้มีศรัทธาแล้วทรงสอนให้มีศีล คือให้ระวังรักษากาย วาจา ให้บริสุทธิ์สะอาด
ประการที่สาม เมื่อศรัทธามีศีลแล้วท่านให้มีจาคะ คือการเสียสละแบ่งปัน เสียสละทรัพย์และกิเลสที่เป็นข้าศึกต่อความดีออกไป
ประการที่สี่ ท่านให้มีปัญญา คือความรอบรู้ในการรักษาชีวิต และรอบรู้ในสภาวธรรมตามความเป็นจริง
นี่คือหลักที่สร้างประโยชน์ในขั้นที่สอง
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:28:57 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 8
ส่วนขั้นที่สามก็คือหลักในการสร้างประโยชน์สูงสุด
ธรรมะที่เป็นเหตุให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นเรียกว่า ปรมัตถประโยชน์ คือ มรรคผลนิพพาน ซึ่งได้แก่มัชฌิมาปฏิปทาหรือที่เรารู้จักกันคือทางสายกลาง และถ้าพูดโดยตรงเลยก็คือ สติปัฏฐานสี่นั่นเอง
นี่คือวงจรชีวิตที่พระพุทธเจ้าเห็นสัตวโลกเห็นการเวียนว่ายตายเกิด ท่านอุปมาไว้ว่า เหมือนกับเอาคนตัวสูงใหญ่มางอตัวโค้งจนมือจรดอเวจีมหานรกส่วนแผ่นหลังนั้นโค้งไปถึงภวัคคพรหม การที่อยู่ในอ้อมโค้งของเขานี่แหละคือที่เกิดของเรา
ฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดในภพภูมิใดแม้จะเป็นภวัคคพรหมก็เรียกว่ายังไม่พ้นไปจากอุ้งมือมารก็คือมัจจุมาร..ความตาย และเมื่อตายแล้วก็ต้องเกิด แมื่อเกิดก็ต้องเกิดอยู่ซ้ำซากในความทุกข์และโทมนัสอย่างหาที่สุดไม่ได้
ทางเดินของชีวิตจึงต้องระวังและรักษาให้มีความรู้และความเข้าใจในการดำรงชีวิต ทางเดินของมนุษย์นั้นมีอยู่สามทาง คือ ทางที่หนึ่งไปสู่อบายมีนรกเป็นต้น (เหฏฐิมสังสาระ ) ทางที่สองไปสู่มนุษย์และเทวดา(มัชฌิมสังสาระ) ทางที่สามไปสู่พรหมและอรูปพรหม(อุปริมสังสาระ) ทั้งสามทางนี้เป็นทางเวียนอยู่ในโลกที่เรียกว่า วัฏฏะ
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:29:22 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 9
เหฏฐิมสังสาระ หมายถึงทางที่ทำให้มนุษย์ไปเกิดในอบาย ๔ ได้แก่บาปอกุศล ผู้ที่จะไปเกิดในทางนี้ก็คือเป็นผู้ที่มีการทำผิดศีล ๕ มีการทำผิดในอกุศลกรรมบถ ๑๐ เมื่อตายแล้วก็ต้องท่องเที่ยวไปรับผลของกรรมที่ตนเองได้ทำไว้วนเวียนไปเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉานไปอยู่ในภูมิเบื้องต่ำจนกว่าจะหมดแรงกรรมที่ตนเองทำไว้แล้วก็ตายและก็เกิด
มัชฌิมสังสาระ หมายถึงทางที่ทำให้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็ดีเป็นเทวดาอีก ๖ ชั้นก็ดี สำหรับกรรมที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดานั้นก็ได้แก่ ศีล ๕ กุศลกรรมบถ ๑๐ หรือเรียกว่า ทาน ศีล ภาวนาที่เป็นกามาวจรกุศล ตรงนี้ต้องพูดองค์ธรรมเสียหน่อยเพราะเรียนกันมาถึง ๙ ปริจเฉทแล้ว กามวจรกุศลนั้นจะส่งให้ผู้ปฏิบัติตามแรงคุณธรรมได้เกิดมาเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ก็ไปเกิดเป็นเทวดา
มนุษย์แปลว่าเป็นผู้มีใจสูง มีโอกาสกระทำคุณงามความดีได้มากมาย หรือจะเรียกอีกอย่างว่ามนุษย์สมบัติ ฉะนั้นเมื่อเกิดมาแล้วก็พร้อมด้วยสุขภาพพลามัยที่จะทำความดีทำการงานได้สะดวก แต่ถ้าหากมีความบกพร่องขึ้นมาก็จะทำกุศลไม่สะดวกแล้ว และขณะนี้แต่ละท่านก็ยังมีมนุษย์สมบัติที่ยังไม่บกพร่องถึงขนาดที่ทำไม่ได้ จึงต้องรีบทำเพราะใครทำใครได้ เพราะทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว..มันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น
อุปริมสังสาระ เป็นทางที่สามที่ทำให้ไปเกิดเป็นพรหมอรูปพรหมนั้นเราจะต้องคิดก่อนว่า ไม่ใช่ทางที่ทำให้มีความสุข ไม่ได้เป็นที่ที่น่าอภิรมย์หรือน่าไป ก็เพราะว่า ไม่พ้นไปจากวัฏฏะ เพราะผู้ที่ไปเป็นพรหมหรืออรูปพรหมนั้นเขาต้องมีการกระทำมีเจตนาเป็นกัมมวัฏ ในขณะที่กระทำนั้นก็เป็นกิเลสวัฏเพราะมีความอยาก และเมื่อตายไปแล้วสิ่งที่เกิดก็คือรูปต่างๆ และนามนั้นๆ ก็เป็นวิปากวัฏ จึงหนีไม่พ้นวงกลมสามเปลาะไปได้
ท่านจึงบอกว่าวงกลมสามเปลาะนี้ไม่สามารถทะลุออกไปได้ง่ายๆ จึงจะต้องทำความเข้าใจอย่างที่ลูกๆ ทุกคนเรียน พอเรียนแล้วก็ทำความรู้จักด้วยความเข้าใจเพื่อจะได้พ้นไปจากวัฏฏะสงสาร เพราะวัฏฏะสงสารนั้นน่ากลัว ไม่มีใครช่วยใครได้ถ้าเราไม่ช่วยตนเอง
นี่คือข้อหนึ่งที่เพิ่งพูดถึงเรื่องมาฆบูชาเท่านั้นเอง คือ หลักการ อุดมการณ์ และวิธีการ ก็จะหยุดตรงนี้ก่อนเพื่อที่จะให้ทุกคนมีโอกาสได้คุยกัน และอยากจะถามปัญหาหรือหารืออะไรก็เชิญได้
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [27 ก.พ. 2551 , 08:29:41 น.] ( IP = 125.26.40.28 : : )
สลักธรรม 10เณรจิ๋วขออนุญาตเข้ามาปูเสื่อจองที่อ่าน และขอเข้ามาขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟที่ช่วยนำมาเผยแพร่ให้กับพวกเราก่อนเลยนะขอรับ
เนื่องด้วยวิบากกรรมไม่อำนวย เณรจิ๋วก็เลยเฝ้ารออ่านอยู่ตั้งแต่วันอาทิตย์แล้ว จะใช้เวลาอ่านและพิจารณาอย่างช้าๆ พร้อมทั้งติดตามตอนต่อไปอย่างจดจ่อครับโดย เณรจิ๋ว [27 ก.พ. 2551 , 08:52:48 น.] ( IP = 137.111.159.35 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |