| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
จริต หรือ จริยา
สลักธรรม 1
จริตทั้ง ๖ ประการนี้จะเกิดขึ้นมาเองโดยปราศจากเหตุไม่ได้ ผู้ใดอาจจะมีข้อไหนมากหรือน้อยกระการใด ก็แล้วแต่ที่ได้สั่งสมอบรมหรือเคยประพฤติปฏิบัติมาจนเป็นนิสัยตั้งแต่ในชาติอดีตแต่ละชาติ ๆ ที่ได้ผ่านมา
พระพุทธศาสนาจะต้องตัดคำว่า "บังเอิญ" ออกไป ไม่มีเหตุแล้วผลจะเกิดขึ้นมาเฉย ๆ ไม่ได้
การแสดงจริตทั้ง ๖ ประการนี้เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติและในที่นี้เป็นการแสดงโดยสังเขปเท่านั้น ถ้าแสดงโดยพิสดารแล้วก็มีจำนวนหลายสิบประการ ยกตัวอย่างเช่น
๑. ราคะสัทธาจริต
๒. ราคะพุทธิจริต
๓. ราคะวิตกจริต
๔. ราคะสัทธาพุทธิจริต
๕. ราคะสัทธาวิตกจริต
๖. ราคะสัทธาพุทธวิตกจริต เป็นต้น
สมุฏฐานของจริตเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจอยู่มิใช่เล็กน้อยที่คนส่วนใหญ่ พากันเข้าใจว่า "สมอง" นั้นเป็นจิตใจ จะคิดนึกจะสั่งการงานอะไรก็ได้ จะให้นั่งให้นอน จะให้ขึ้นเหนือหรือล่องใต้ก็ต้องอาศัยสมองสั่งให้เป็นไปทั้งนั้น ความเชื่อดังกล่าวนี้ส่วนใหญ่ก็ติดมาตั้งแต่เรียนอยู่ในโรงเรียนตั้งแต่ยังเป็นเด็กนักเรียนโดย พี่เณร....นำมาฝาก [6 มี.ค. 2551 , 07:37:20 น.] ( IP = 58.9.142.145 : : )
สลักธรรม 2ด้วยความเชื่อว่า "สมอง" เป็นจิตใจนี่เอง จึงได้เกิดความเชื่ออย่างหนักแน่นมั่นคงขึ้นมาว่า คนตายแล้วก็ต้องสูญหายไป เกิดใหม่อีกไม่ได้ เพราะร่างกายและสมองก็จะถูกฝังจมดินหรือถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไป ถ้าเกิดใหม่ได้แล้ว จะเอาอะไรไปเกิดเล่า คิดเอาง่าย ๆ ตีความเอาง่าย ๆ โดยอาศัยการศึกษาที่ถูกต้องเพราะเอารูปคือสสารมาเป็นตัวรู้อารมณ์ แล้วอาศัยความคิดและเครื่องมือเข้าช่วย
แต่ถึงอย่างไรก็อับจนต่อปัญญาในปัญหาที่เป็นหญ้าปากคอกคือเรื่อง "สัญชาตญาณ" แม้เรื่องคำว่า "พรสวรรค์" ที่ใคร ๆ ชอบพูดกันอยู่เสมอ ๆ แต่ก็ยังไม่เห็นมีผู้ใดอธิบายได้เหมือนกัน
สมอง นั้นไม่ใช่จิตใจอย่างแน่นอน เพราะสมองเป็นรูปคือเป็นสสารจะรู้อารมณ์หาได้ไม่
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงถึงตัวรู้อารมณ์ว่า เป็นจิตใจ และสสารหรือรูปเป็นตัวรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่ว่ารูปหรือสสารนั้นจะวิวัฒนาการมานานแสนนานสักเพียงใดก็ตาม ทั้งนี้แม้ผู้ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ก็มีความเห็นร่วมด้วย จึงขอเชิญให้ท่านได้อ่านหนังสือชื่อ ธรรมะบางประการของผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสุธีรา อังคทวาณิชย์ ผู้บรรยายวิชากายวิภาคแก่นักศึกษาแพทย์ในมหาวิทยาลัย ซึ่งท่านก็ยืนยันว่า สมองไม่ใช่จิตใจอย่างแน่นอน
จิตหรือใจ นั้น เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ และแสวงหาอารมณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อได้อารมณ์อะไรมาแล้วก็มิได้สูญสิ้นหายไปไหน หากแต่เก็บสะสมเอาไว้ภายในจิตใจ แล้วเมื่อแสดงพฤติกรรมใด ๆ ออกมดาแล้วก็หนีอำนาจของอารมณ์ที่ได้เก็บสะสมเอาไว้นั้น ๆ อุดหนุนหาได้ไม่ ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ใดเคยอบรมสั่งสมจิตใจของตนในทางสายไหนมาตั้งแต่ในอดีตอย่างไร ก็มักจะได้แสดงออกซึ่งพฤติกรรมนั้น ๆ ให้ปรากฏออกมาอยู่เสมอ
ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมามีความเข้าใจดี ก็จะไม่มีความสงสัยเลยว่า เหตุไฉนคนที่เกิดขึ้นมา ก็เป็นคนเหมือนกัน แต่มีนิสัยหรือมีจิตใจแตกต่างกันไปไกลลิบลับ แม้จะเกิดมาจากมารดาคนเดียวกัน หรือแม้จะเป็นลูกแฝดก็ตาม นิสัยหรือจิตใจจากพี่น้องท้องเดียวกันนี้อาจจะแตกต่างกันตรงกันข้ามเป็นฟ้ากับดินก็ได้ เพราะคนหนึ่งเป็นผู้ดีมีเมตตากรุณาอย่างที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก แต่อีกคนหนึ่งเป็นผู้ร้ายตัวฉกาจที่ฆ่าคนตายได้ง่าย ๆ
แม้ว่าการอบรมและสิ่งแวดล้อมในชาติปัจจุบัน จะผันแปรจิตของเด็กให้เปลี่ยนแปลงไปได้ แต่มิใช่ว่าจะได้ทั้งหมด เพราะการอบรมและสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันไม่อาจที่จะผันแปรเปลี่ยนแปลง บาป-บุญ หรือความสันทัดจัดเจนที่เขาเคยได้อบรมมาและอยู่ภายในก้นบึ้งของหัวใจของเขาเสียได้ทั้งหมด อำนาจของความจัดเจนนั้น ๆ มันจะคอยเสนอตัวเองออกมาอยู่เสมอ ๆ มันจะคอยมาร่วมในการตัดสินปัญหาต่าง ๆ และการกระทำทุก ๆ อย่าง ดังนั้น จึงขอเวลาและขอโอกาสที่จะอำนวยให้แสดงออกเท่านั้นโดย พี่เณร....นำมาฝาก [6 มี.ค. 2551 , 07:42:26 น.] ( IP = 58.9.142.145 : : )
สลักธรรม 3
คำโบราณที่กล่าวว่า "ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น" นั้นหมายถึง ลูกย่อมจะมีอัธยาศัยใจคอโน้มเอียงไปทางฝ่ายพ่อหรือแม่ แต่ถ้าหากว่าไม่โน้มเอียงไปทางฝ่ายพ่อแม่แล้วผู้ที่ไม่เชื่อชาติหน้าก็เลยเหมาเอาว่า สืบสายโลหิตนั้น ๆ มาจาก ปู่ ย่า ตา ยาย ต่อ ๆ ขึ้นไป
ในเรื่องนี้เมื่อได้ศึกษาพระอภิธรรมเรื่องจุติปฏิสนธิให้พอมีความเข้าใจแล้วก็จะไม่สงสัยว่าเหตุใดอัธยาศัยใจคอของลูกจึงไม่เหมือนกับพ่อแม่เป็นส่วนมากไปได้
คนที่ได้ฝึกฝนสันดานเป็นผู้ร้ายมาอย่างโชกโชนในอดีตชาติ ครั้นมาเกิดในชาตินี้ได้รับการอบรมที่ดีเขาก็ยังไม่มีช่องทางที่จะแสดงออก แต่วันหนึ่งเวลาใดที่เขาเกิดความจำเป็นมาก หรือมีเหตุการณ์คับขันเฉพาะหน้า อำนาจของสันดานผู้ร้ายที่อยู่ภายในส่วนลึกของใจก็จะได้ถูกกระตุ้นให้แสดงออกมาได้โดยไม่ยากอะไร เมื่อได้ฝึกฝนวิชาวาดเขียนมาแล้วในอดีตชาติเป็นอย่างดีหลายชาติมาแล้ว การแสดงออกของช่างเขียนในชาตินี้ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อได้ฝึกฝนการเป็นนักแสดง ลิเก ละคร ภาพยนตร์ มาแล้วในอดีตชาติเป็นอย่างดีมาหลายชาติ การแสดงออกในชาตินี้ก็เป็นเรื่องง่าย ๆ เมื่อได้ฝึกฝนการเป็นนักประพันธ์มาแล้วตั้งแต่ในอดีตมามากมายจนกลายเป็นนักประพันธ์ใหญ่ ครั้นมาเกิดในชาตินี้ก็เป็นเรื่องทีเล็กที่เขาจะไม่ชอบการประพันธ์ หรือไม่สบกับอัธยาศัย แล้วการประพันธ์จะทำชื่อเสียงให้เขาไม่ได้
เมื่อในอดีตชาติเคยศึกษาเล่าเรียนปลูกสร้างปัญญาในปัญหาของชีวิตมาอย่างโชกโชน ครั้นมาถึงในชาตินี้ การศึกษาปลูกสร้างปัญญาดังกล่าวก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้โดยง่าย คำว่า พรสวรรค์ ที่ชอบพูด ๆ กันแล้วไม่ทราบว่าจะอธิบายอย่างไร ก็กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ของผู้ที่มีความเข้าใจในปัญหาของชีวิตจิตใจ ชาติก่อน ๆ มิได้มี จะเกิดสัญชาตญาณขึ้นมาเองได้อย่างไร ผลจะปรากฏขึ้นมาเองโดยปราศจากเหตุกระไรได้
ปัญหาก็เกิดขึ้นอีกว่า อัธยาศัยใจคอที่เกิดขึ้นมาต่าง ๆ กันของเด็กนั้น เหตุใดจึงได้โน้มเอียงไปในสายทางของพ่อและแม่ของเด็กเป็นส่วนมากเล่าโดย พี่เณร....นำมาฝาก [6 มี.ค. 2551 , 07:46:03 น.] ( IP = 58.9.142.145 : : )
สลักธรรม 4ในเรื่องนี้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร เพราะอัธยาศัยใจคอนั้นย่อมจะไหลไปตามสายทางของมัน
เมื่อผู้ใดชอบดื่มเหล้าเมามายอยู่เสมอ ก็ย่อมจะไปคุยเอะอะอยู่ในร้านขายเหล้า อยู่จนดึกจนดื่นด้วยความสนุกสนานเบิกบานใจ
คนชอบธรรมะจะคุยโอ้เอ้อยู่ในร้านขายเหล้าจนดึกจนดื่นร่วมด้วยก็คงจะทนไม่ไหว
คนที่มีสันดานเป็นผู้ร้ายก็ย่อมจะไปคบหาสมาคมกันกับผู้ร้ายด้วยกัน แล้วจะให้คนที่ประพฤติตัวดีมีศีลธรรมคบหาสมาคมกับผู้ร้ายจริง ๆ จัง ๆ ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้
ด้วยเหตุนี้เอง พ่อ แม่ ชอบดนตรี หรือชอบวาดเขียน ก็จะต้องมีลูกคนหนึ่งหรือสองคนชอบดนตรีหรือวาดเขียนด้วย และแน่นอน ถ้าพ่อแม่มีสันดานเป็นผู้ร้าย หรือภายในครอบครัวมีแต่มรสุมลูกใหญ่ ๆ แล้วจะให้เด็กที่มาเกิดเป็นเด็กที่ดีเป็นผ้าพับไว้กระไรได้ เด็กก็ย่อมโน้มเอียงเป็นผู้ร้ายหรือมีอัธยาศัยที่จะก่อให้พ่อแม่เกิดความวุ่นวายใจ
พ่อแม่มีอัธยาศัยชอบดื่มสุราแล้วก็เมามายขาดสติ ความสำนึกรู้สึกผิดชอบชั่วดีในขณะที่กำลังมันเมาย่อมจะน้อยหรือไม่มี ปฏิบัติตัวดังนี้อยู่เสมอ ๆ แล้ว ลูกที่มาเกิดก็จะเป็นผู้ที่ชอบมึนเมาขาดสติอย่างเดียวกัน เพราะจะโน้มเอียงไปตามสายพ่อหรือแม่ หรือทั้งพ่อและแม่ ดังนั้น เด็กที่เกิดมาจึงได้เด็กที่เป็นปัญญาอ่อน (ตามสถิติแสดงว่า พ่อแม่เมาหล้าอยู่เสมอ หรือพ่อแม่ปัญญาอ่อนลูกที่เกิดมาเกิดเป็นปัญญาอ่อนถึง ๙๘ %)
มีนายแพทย์สามีภรรยามาฟังพระอภิธรรมที่อภิธรรมมูลนิธิ สามีเป็นนายแพทย์ปริญญาที่ได้ศึกษามาจากต่างประเทศ ส่วนภรรยานั้น เป็นแพทย์ปริญญาในประเทศไทย ทั้งสองท่านได้ขอโอกาสปรึกษาผมหลังจากฟังการบรรยายไปแล้ว โดยได้ตั้งคำถามว่า...โดย พี่เณร....นำมาฝาก [6 มี.ค. 2551 , 07:49:07 น.] ( IP = 58.9.142.145 : : )
สลักธรรม 5เด็กที่เกิดขึ้นมาเป็นปัญญาอ่อนแต่กำเนิดนั้น เพราะในชาติก่อน ๆ เด็กที่เกิดมาปัญญาอ่อนคนนี้ชอบกินเหล้าเมายาหรือเสพยาเสพติดมึนเมาขาดสติ ทำให้ความสำนึกรู้สึกตัวชั่วดีเกิดขึ้นมาได้ยากอยู่เสมอ ๆ แล้วพ่อหรือแม่ซึ่งเป็นผู้รองรับการเกิดนั้นมีมรสุม หรือพ่อแม่เสพสุรามึนเมาด้วยกัน (หรือพ่อแม่ปัญญาอ่อน) จึงเป็นสายทางจึงสมคล้อยโน้มเอียงให้เด็กเกิดขึ้นมาปัญญาอ่อน ในพ่อแม่นั้นพอดี ด้วยเป็นสถานที่ในสายทางเดียวกัน
เขาจึงตั้งคำถามว่า ผมกับภรรยาก็เป็นแพทย์ทั้งสองคนแต่เหตุไฉนผมจึงมีลูกชายคนหนึ่งปัญญาอ่อนได้ เวลานี้อายุก็ได้ ๘ ขวบแล้ว ยังอ่าน ก.ไก่ไม่จบ
ผมจึงได้ถามคุณหมอทั้งสองไปว่า ลองคิดดูซิครับ เมื่อก่อนที่เด็กคนนี้จะเกิดนั้น ครอบครัวมีมรสุมอะไรบ้างหรือไม่ คุณหมอผู้ชายบอกว่าไม่มี แต่คุณหมอผู้หญิงยังจำได้เพราะได้รับความกระเทือนใจมาก จึงไม่ลืมได้ง่าย ๆ เล่าว่า เมื่อก่อนจะเกิดเด็กปัญญาอ่อนคนนี้ คุณหมอผู้ชายไปติดผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วก็ชอบดื่มสุราเมาด้วยจึงได้มีปากมีเสียงกันอยู่เสมอ คุณหมอผู้ชายก็เพิ่งจะถึงบางอ้อโดย พี่เณร....นำมาฝาก [6 มี.ค. 2551 , 07:51:36 น.] ( IP = 58.9.142.145 : : )
สลักธรรม 6
ในวิสุทธิมรรคได้แสดงลักษณะแห่งจริตต่าง ๆ เอาไว้มากมาย แต่ผมขอเสนอโดยย่อ ๆ ดังต่อไปนี้
ลักษณะของผู้ที่หนักในราคะจริต
มารยา มายาท เจ้าเล่ห์
สายเถยฺยํ โอ้อวด มาโน ถือตัว
มหิจฺฉตา อยากใหญ่ เป็นต้น
ลักษณะของผู้ที่หนักในโทสะจริต
โกโธ โกรธง่าย
อุปนาโห ผูกโกรธ
อิสฺสา ริษยา
มจฺฉริยํ ตระนี่ เป็นต้น
ลักษณะของผู้ที่หนักในสัทธาจริต
มตฺตจาคตา บริจาคทรัพย์เป็นนิจ
สทฺธมฺมํ โสตุกามตา ใคร่ฟังพระสัทธรรม
อมายาวิตา ไม่มีมารยา
ปสาทนีเยสุ ฐาเนสุ ปสาโท เลื่อมใสในสิ่งที่ควรเลื่อมใส
ขอความสุขความเจริญ ความมีสติปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ท่านสาธุชนทุกท่าน และขอให้สร้างปัญญาบารมีได้มากๆเพื่อจะได้พาตนเองพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วกันทุกท่านเทอญ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [6 มี.ค. 2551 , 07:54:59 น.] ( IP = 58.9.142.145 : : )
สลักธรรม 8การที่คนเรามีพฤติกรรมแตกต่างกัน ก็เพราะได้ฝึกฝนการกระทำไว้ต่างกัน จึงอยู่ที่เราที่จะเลือกฝึกฝนจริตฝ่ายดีหรือไม่ดีไว้
ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำคำสอนของท่านอาจารย์บุญมี มาให้อ่านค่ะโดย เซิ่น [6 มี.ค. 2551 , 10:19:24 น.] ( IP = 58.8.48.2 : : )
สลักธรรม 9
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ และกราบอนุโมทนาค่ะพี่เณร โดย น้องกิ๊ฟ [6 มี.ค. 2551 , 13:06:19 น.] ( IP = 125.26.41.116 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |