มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นิทาน..เรื่องสองสหาย




ครั้งหนึ่งมีชายสองคนเป็นสหายกัน คนหนึ่งเป็นคนมีปัญญามาก และอีกคนหนึ่งมีทรัพย์มาก ทั้งสอง ชวนกันไปค้าขายและต่างเถียงกันไปตามทางว่าตนเองดีกว่าอีกคนหนึ่ง เมื่อไปถึงทางแยกซึ่งทางหนึ่งไปยัง เมืองพาราณสีและอีกทางไปเมืองจัมปานคร ทั้งสองเถียงกันมาตลอดทางแต่ยังหาข้อยุติไม่ได้ จึงตกลงกัน ว่าให้ปักหลักไว้ที่นั้น และอีก ๓ ปี ข้างหน้าให้กลับมาที่นั้นอีกและจะได้เห็นว่าใครจะได้ดีกว่าใคร

ชายที่เดินทางไปเมืองจัมปานครนั้นเป็นผู้มีทรัพย์ซึ่งมีแก้วสารพัดนึก เมื่ออมแก้วนั้นแล้วก็จะได้ทุกสิ่ง ตามต้องการ เมื่อไปถึงเมืองจัมปานครแล้วก็ไปบอกกับเสนาว่าตนอยากเป็นลูกเขยของเจ้าเมือง เสนาก็ ไปถามเจ้าเมือง พอดีกับที่ธิดาสุดท้องของเจ้าเมืองยังไม่ได้แต่งงาน และก็มีชายเศรษฐีอีกคนหนึ่งมาขอ แต่งงานด้วยเหมือนกัน เจ้าเมืองจึงให้เสนาไปสร้างศาลาอยู่นอกเมืองให้เศรษฐีอยู่ที่นั่น ๗ วัน แล้วเจ้า เมืองจะไปขอเครื่องประดับมาแต่งให้ลูกสาว

วันแรกเจ้าเมืองก็ไปขอกำไลแขน แหวน สร้อยสังวาลย์มา ชายผู้มีทรัพย์ก็เอาแก้วสารพัดนึกมาอมและนึกเอาของทั้งหมดให้ไป

วันที่สอง เจ้าเมืองให้คนไปเอาผ้า แพรพรรณที่งามเหมือนผ้าจากเมืองสวรรค์ คนมีทรัพย์ก็เอาแก้วสารพัดนึกเรียกผ้าให้ไปได้อีก

พอถึงวัน ที่สามเจ้าเมืองจะเอาเพชรนิลจินดาเต็มภาชนะหนึ่ง เขาก็ใช้แก้วสารพัดนึกออกมาเรียกเพชรนิลจินดาให้ ไปอีก

ตกถึงวันที่สี่เจ้าเมืองก็ให้สาวใช้ทำอาหารไปให้เขากิน และถามว่ามีอะไรเป็นของวิเศษหรือทรัพย์ สมบัติอะไรเป็นหลักฐานว่าเป็นคนร่ำรวย เขาก็บอกว่าเขามีแก้วสารพัดนึก เมื่อเจ้าเมืองเช่นนั้นจึงให้คน มาขอแก้วนั้นไปใน

วันที่ ๕ พอวันรุ่งขึ้นเจ้าเมืองก็มาขอผ้าที่มีความละเอียดอ่อนเหมือนควันไฟมาให้ลูกสาว แต่เขาไม่มีแก้วสารพัดนึกเสียแล้วจึงหาผ้านั้นไม่ได้ เจ้าเมืองจึงจับเขามาเป็นคนใช้คอยตักน้ำให้ลูกสาว อาบอยู่ที่นั่นจนกว่าลูกสาวได้แต่งงานแล้วจึงจะปล่อยไป

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 มี.ค. 2551 , 08:33:54 น.] ( IP = 58.9.137.227 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ส่วนคนที่มีวิชาที่เดินทางไปเมืองพาราณสีนั้น เมื่อไปถึงเมือง ปรากฏว่าในเมืองเงียบหมด หาผู้คน ไม่ได้เพราะมียักษ์มากินคน ทั้งนี้เนื่องจากการที่เจ้าเมืองนี้ออกไปล่าสัตว์ ไปพบกวางที่ยักษ์ปลอมตัวมา หลอกให้เจ้าเมืองตามไปจนหลงกับเสนาที่ตามไปแล้วยักษ์ก็จับเจ้าเมืองขังไว้ เจ้าเมืองก็บอกยักษ์ว่าถ้า กินเจ้าเมืองก็ได้กินคนเดียว ถ้าปล่อยตนไปจะได้กินหลายคน โดยเจ้าเมืองจะสร้างศาลาไว้นอกเมือง และส่งคนมาให้กินวันละคน ยักษ์ก็ตกลง ยักษ์ก็กินคนเกือบหมดเมือง

พอดีชายผู้มีปัญญานั้นเดินทางมาถึง เขาไปพบหญิงแก่คนหนึ่งนั่งหน้าเศร้าหมองอยู่ เขาก็ถามว่าเศร้าอะไร หญิงแก่นั้นก็ตอบว่าตนได้รับหนังสือ จากเจ้าเมืองให้ส่งคนในครอบครัวของตนไปให้ยักษ์กิน และตนก็มีลูกสาวอยู่คนเดียวจึงมานั่งเศร้าอยู่ที่นั้น ชายคนนั้นก็อาสาจะไปแทน แต่ให้เตรียมเตาไฟที่มีถ่านเอาเหล็กแหลมยาว ๆ ท่อนหนึ่งกับเชือกยาว ๑๐ วา หนึ่งเส้น หญิงแก่ก็จัดหาให้

รุ่งเช้าเขาก็ไปที่ศาลานอกเมือง ที่ศาลานั้นมีช่องเล็ก ๆ อยู่ ทุกครั้งที่ยักษ์มาก็จะมามองดูที่ช่องนั้น ก่อนเสมอ ชายนั้นก็ติดไฟและเอาเหล็กเผาไฟเตรียมไว้และเอาเชือกลอดช่องออกไป เมื่อยักษ์มาถึง เห็นเชือกก็ถามว่าใคร ชายผู้มีวิชาก็ว่าตนคือโลกวิทู โดยให้ดูเชือกว่าเป็นขนหน้าแข้ง ยักษ์ก็สงสัยว่าหากขน หน้าแข้งขนาดนั้น ตัวจริงคงใหญ่โต เขาก็ตะโกนออกไปอีกว่าถ้าอยากเห็นตนก็มามองที่ช่องนั้น ยักษ์ก็หลง กลมามองดู เขาจึงเอาเหล็กแหลมเผาไฟนั้นทิ่มตาจนยักษ์ตายไป แล้วเขาก็กลับมาที่บ้านหญิงแก่ และบอก ให้นางปกปิดเป็นความลับ ส่วนตัวเขาก็หลบไป

รุ่งขึ้น คนก็แตกตื่นว่าใครเป็นคนมาฆ่ายักษ์ เจ้าเมืองเอาบัญชีมาดูก็รู้ว่าเป็นเวรของบ้านหญิงแก่นั้น จึงออกไปถาม หญิงแก่ก็ตอบว่า บอกไม่ได้ว่าคนที่ไปแทนนั้นเป็นใครเพราะเขาไม่ให้บอก เขาเป็นคนอายุ ประมาณ ๓๐ ปีกว่าๆ และขณะนี้เขาก็หลบอยู่ในหมู่บ้านนี้แหละ

เจ้าเมืองจึงให้ผูใหญ่บ้านบ้านเรียกประชุมลูกบ้าน ว่าในหมู่บ้านนี้มีคนแปลกหน้ามาพักอยู่ที่บ้านใคร ที่สุดก็จับได้เขาก็เล่าเรื่องราวให้ฟังเจ้าเมืองก็ยินดีจึงรับ เขาเป็นลูกเขยและครองเมืองด้วยเพราะเป็นผู้มีปัญญา เขาก็จัดการปกครองดูแลชาวเมืองมีความสุขกัน ทั่วและบ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรือง

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 มี.ค. 2551 , 08:40:12 น.] ( IP = 58.9.137.227 : : )


  สลักธรรม 2

จนกระทั่งครบ ๓ ปี ที่ตนได้นัดกับเพื่อนผู้มีทรัพย์ที่ทางแยก จึงขอลาเจ้าเมืองจะไปพบเพื่อนที่เดิน ทางไปเมืองจัมปานครเจ้าเมืองก็ให้ไป

เขาเดินทางไปโดยลำพัง เมื่อเดินทางไปกลางป่าเป็นเวลาเย็น มากแล้ว และพบถ้ำใหญ่แห่งหนึ่งก็มายืนคิดอยู่ว่า ตนเองจะผูกม้าไว้โคนต้นไม้แล้วขึ้นนอนบนต้นไม้หน้าถ้ำ ตกค่ำก็มียักษ์กลับมาที่ถ้ำนั้น

เมื่อยักษ์มาถึงก็เปิดประตูและเอาลิงออกมาตัวหนึ่งและเด็ดเอาว่านจากฟาก หนึ่งมาตบหัวลิง ลิงนั้นก็กลายเป็นหญิงสาวสวย และยักษ์ก็มากอดมาจูบ หญิงนี้ยักษ์จับมาขังได้ ๓ ปีแล้ว และยักษ์ก็รักหญิงคนนี้ด้วย จากนั้นยักษ์ก็เก็บว่านจากอีกฟากหนึ่งมาขยี้ชุบน้ำตบหัว หญิงคนนั้นก็กลายเป็นลิง ตามเดิม และเอาขังไว้ตามเดิมส่วนยักษ์ก็ออกไปหากินอีก ชายผู้มีปัญญาก็เฝ้าดูทุกอย่างที่เกิดขึ้น

เมื่อยักษ์ไปเขาก็ลงมาเก็บเอาว่านทั้งสองอย่างใส่กระเป๋าไว้ แล้วก็เปิดถ้ำเอาลิงออกมาจากนั้น ก็เอาว่านตบหัวลิง ลิงก็กลายเป็นหญิงสาว เขาก็ถามนางว่าบ้านเมืองอยู่ไหน นางก็บอกและเล่าว่ายักษ์ นั้นจับนางมาได้ ๓ ปี แล้วเดี๋ยวก็ให้เป็นลิงเดี๋ยวก็ให้เป็นคน ทนทุกข์ทรมานมาอย่างนี้ เขาจึงว่าจะช่วย นางไปแต่ตอนนี้ให้นางกลับเป็นลิงก่อน และอยู่ในถ้ำรอยักษ์อยู่ ตกดึกยักษ์กลับมานอนเขาก็เอาว่านที่ทำให้ เป็นลิงตบหัวยักษ์ ยักษ์กลายเป็นลิง เขาจึงฆ่าลิงนั้น แล้วเขาก็ช่วยให้นางลิงกลับเป็นคนซ้อนม้าหนีไป ในคืนนั้น

เมื่อเขาเอานางไปส่งยังบ้านเมืองของนาง พ่อแม่ของนางที่เป็นเจ้าเมืองก็ยินดีปรีดาที่ลูกสาวได้ กลับมาและเขายกให้นางเป็นเมีย แต่คนมีปัญญาไม่ยอมรับเขาขอเพียงพักที่เมืองนั้นเพียง ๒-๓ วัน แล้ว ลาไปยังหลักที่ปักไว้ที่ทางแยกรอวันที่ครบ ๓ ปี ก็ไม่เห็นเพื่อนมา เขาจึงถามชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปมา ว่าเคยได้ยินว่ามีชายคนหนึ่งเดินทางมาเมืองจัมปานครบ้างไหม ชาวบ้านก็บอกว่า มีคน ๆ หนึ่งมาขอเป็น ลูกเขยเจ้าเมืองและถูกเจ้าเมืองโกงเอาแก้วสารพัดนึกไป และถูกจับให้เป็นคนตักน้ำให้ลูกสาวอยู่นั่น

คนมีปัญญาจึงแอบเข้าไปและพบเพื่อนกำลังหาบน้ำอยู่จึงเข้าไปพบเพื่อน ผู้มีทรัพย์ก็เล่าเรื่องที่เกิด ขึ้นให้ฟัง เพื่อนผู้มีปัญญาจึงเอาว่านที่ทำให้คนเป็นลิงใส่น้ำที่เพื่อนตักแล้วเอาไปให้ลูกสาวเจ้าเมืองอาบ และเอาว่านแก้นี้ไปด้วย

เมื่อเจ้าเมืองประกาศหาคนที่จะมารักษานาง ก็ให้เอาว่านนี้ไปรักษา จากนั้นชาย ผู้มีทรัพย์นั้นก็เอาน้ำนั้นไปให้ลูกสาวเจ้าเมืองอาบ นางก็กลายเป็นลิงก็เกิดโกลาหลกันทั้งเมือง เจ้าเมือง จึงประกาศหาคนมารักษาให้นางกลับเป็นคนดังเดิม ชายมีปัญญาก็เข้าไปบอกเจ้าเมืองว่าจะลองแต่ถ้าเขา ทำสำเร็จเจ้าเมืองจะให้อะไร เจ้าเมืองก็ว่าจะให้เป็นลูกเขย จากนั้นก็เอาว่านใส่น้ำมาลูบหัวนางก็กลับ เป็นคนตามเดิมและได้แต่งงานในที่สุดครับ.




โดย พี่เณร....นำมาฝาก [7 มี.ค. 2551 , 08:50:20 น.] ( IP = 58.9.137.227 : : )


  สลักธรรม 3

อิอิ ..สนุกดีจัง มีปัญญามีค่ากว่าแก้วสารพัดนึกมากมาย ไม่ต้องมีอะไรติดตัวไปก็สร้างประโยชน์ได้เพราะปัญญา

กราบขอบพระคุณค่ะที่นำเรื่องสนุกๆ และมีสาระมาให้อ่าน

โดย น้องกิ๊ฟ [7 มี.ค. 2551 , 09:11:29 น.] ( IP = 125.26.43.30 : : )


  สลักธรรม 4

ความมีปัญญาสามารถแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [7 มี.ค. 2551 , 09:25:42 น.] ( IP = 58.8.50.95 : : )


  สลักธรรม 5


จบแบบลุ้นอยู่เหมือนกัน
มีปัญญาอยู่กับตัว มีค่ายิ่งกว่ามีแก้วสารพัดนึก

ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
ที่นำนิทานสนุกๆ แถมมีคติสอนมาให้อ่านในวันสุดสัปดาห์

โดย พี่ดา [7 มี.ค. 2551 , 13:44:05 น.] ( IP = 124.121.178.54 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

โดย Au (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [8 มี.ค. 2551 , 02:22:44 น.] ( IP = 130.91.157.142 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org