| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
สัญชาตญาณ
สลักธรรม 1ตัวอนุสัยกิเลสที่ให้อำนาจอุดหนุนการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ดังกล่าว ก็สืบต่อมาตั้งแต่อดีตชาติ และต่อ ๆ กันมาจนนับชาติไม่ถ้วน อนุสัยซึ่งได้แก่ตัวอุดหนุนให้เกิดความยินติดใจ ตัวอุดหนุนให้เกิดความไม่พอใจเกิดขึ้นมาเองได้หรือ และถ้ามิได้มีอนุสัยกิเลสมาเป็นตัวอุดหนุนให้แสดงออกซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ แล้ว การแสดงออกซึ่งพฤติกรรมทั้งหลายก็ไม่อาจที่จะเกิดขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ไม่มีเหตุแล้วผลจะเกิดขึ้นมาได้หรือ แต่เหตุปัจจัยที่ลึกซึ้ง เร้นลับพิสดารนั้นมีอีกมากมาย ไม่ใช่ ๑๐ หรือ ๒๐ เท่านั้น ผู้ศึกษามีความเข้าใจก็จะไม่มีความสงสัย
ถามง่าย ๆ นิดเดียวเท่านั้นก็ได้ คือถามว่าความโลภและความโกรธนั้นมาจากไหน แล้วมันเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไร อยู่ดี ๆ ความโลภ ความโกรธก็เกิดขึ้นมาเองโดยไม่มีเหตุกระไรได้ ผู้ใดตอบว่า ถ้าความโลภและความโกรธนั้นมันสมองเป็นตัวการก็ขอให้ช่วยอธิบายด้วยว่า รูปคือสสารและพลังงานนั้นมันรู้จักคิดอ่าน จดจำ รู้จักดี รู้จักชั่ว รู้จักโลภ รู้จักโกรธได้อย่างไร แม้มันจะวิวัฒนาการมาจานแสนนานสักเท่าใด มันก็ไม่มีความสามารถที่จะทำได้ ไม่เห็นมีผู้ใดพิสูจน์ได้สักคน ได้แต่อนุมานเอาเท่านั้น
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า รูปทั้งหลายคือสสารและพลังงานนั้นเป็นอนารัมณัง คือรู้อารมณ์ไม่ได้ เห็น ได้ยิน คิดนึก ไม่ได้ ถ้าเป็นที่อาศัยให้จิตใจเพื่อให้จิตเข้ามาทำการงานจึงจะได้ เช่น ปราะสาทตาเห็นไม่ได้ แต่เป็นที่อาศัยให้จิตทำงาน "เห็น" ณ สถานที่นี้ได้เป็นต้น
ถ้าผู้ใดผู้หนึ่ง ได้อบรมอะไรเอาไว้จนมีความสันทัดจัดเจนในเรื่องอะไรมาหลายชาติแล้ว การแสดงออกก็ง่ายดาย แล้วคนส่วนใหญ่พูดกันว่าเป็นพรสวรรค์ แม้บุคคลนั้นจะยังไม่ทันเติบโตก็ตาม ตัวอย่างเช่น บางคนเป็นนักประพันธ์ชั้นดีมาตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ บางคนเล่นดนตรีได้เก่งตั้งแต่ยังเล็ก ๆ บางคนเป็นนักแสดงชั้นดารามาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ บางคนเป็นช่างเขียนเก่ง เมื่ออายุยังไม่ครบ ๑๕ จนพวกผู้ใหญ่มากันพิศวงสงสัย และบางคนเป็นคนแสนดีราวกับผ้าพับไว้ และในบางคนมีสันดานเป็นผู้ร้ายที่จะหาผู้ใดเหมือนได้ยากมาก
ผมมีหลานสาวคนหนึ่ง แต่งงานกับข้าราชการผู้ใหญ่ ต่อมาก็มีบุตรเกิดขึ้นมาคนหนึ่ง แล้วจึงได้ย้ายตามสามีไปอยู่ในสหรัฐอเมริกา (บุตรไม่ได้ตามไปอยู่ด้วย) เมื่ออยู่ในสหรัฐอเมริกาก็ได้บุตรคนที่ ๒ เกิดในประเทศนี้อีกคนหนึ่ง ต่อเมื่อกลับมาประเทศไทยแล้ว ก็มีบุตรในประเทศไทยอีก ๒ คน จึงมีบุตรรวมทั้งหมด ๔ คน เกิดในประเทศไทย ๓ คน เกิดในสหรัฐอเมริกา ๑ คน คือคนที่ ๒โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 มี.ค. 2551 , 08:42:19 น.] ( IP = 58.9.146.58 : : )
สลักธรรม 2เรื่องที่แปลกก็คือเด็กคนที่ ๒ ที่เกิดในสหรัฐอเมริกานั้น มีนิสัยผิดไปกว่าพวกพี่ ๆ น้อง ๆ ทั้งหมด จนใคร ๆ พากันพูดว่าน่ากลัวฝรั่งคงจะมาเกิดเป็นแน่ เพราะคล้ายฝรั่งหลายอย่าง แม้รูปร่างหน้าตาจะเป็นคนไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม จะว่าเด็กเอาอย่างฝรั่งก็ไม่ได้ เพราะได้จากเมืองฝรั่งมาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ อายุเพียง ๑ ขวบเศษเท่านั้น เกินกว่าที่จะคิดและจะจำอะไร ๆ มา คือเด็กชบกินขนมปัง ไม่ชอบกินข้าวเลยแม้จะโตแล้วก็ตาม ชอบกินอาหารฝรั่ง สลัดแบบฝรั่งชอบมาก แอ๊บเปิลซึ่งในเมืองไทยมีราคาแพงมาก แต่ในเมืองนอกราคาถูกมาก ชอบดนตรีฝรั่ง ชอบฤดูหนาว หน้าร้อนไม่ชอบมักจะเป็นหวัด ไปสมัครสอบเข้าโรงเรียอนุบาล อายุพึ่งจะ ๔ ขวบเศษเขาบอกไม่รับ เพราะเขาอายุต้องถึง ๕ ขวบ แต่ครูบอกว่าลองทดสอบดู ภาษาไทยนั้นแย่หน่อย คำนวณพอใช้ได้ แต่ภาษาอังกฤษดีเป็นพิเศษเลยยอมรับเอาไว้
ลูกพ่อแม่เดียวกันแล้วไม่มีอะไรมาอุดหนุน การแสดงออกต่าง ๆ จะผิดกันมากราวฟ้ากับดินได้อย่างไร แต่ตัวการที่แอบแฝงอยู่ในจิตใจนั้นลึกซึ้งจนเกินไป ดังนั้น บรรดาผู้มีกิเลสทั้งหลายจึงเข้าถึงความจริงที่ลึกซึ้งนั้นไม่ได้ อัธยาศัยใจคอแตกต่างกันห่างไกล ไม่มีชาติอดีตเสียแล้วก็ไม่มีผู้ใดอธิบายและให้เหตุผลได้
เมื่อเราเห็น ก. ไก่ ข.ไข่ เราก็อ่านได้ เมื่อเราเห็นหน้าคู่รักเราก็จำได้ว่าเป็นคนไหน แม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมาย และเมื่อถึงเวลาสอบไล่ วิชาการทั้งหลายที่เราได้ศึกษาเล่าเรียนมาที่ได้เก็บ ๆ เอาไว้เราก็เอาออกมาสอบไล่จนได้ แล้วเหตุไฉนเล่าบาปหรือบุญ ตลอดจนความสันทัดจัดเจนต่าง ๆ ที่ทำเอาไว้แล้วและฝังประทับอยู่ในจิตใจจะไม่เก็บเอาไว้ได้ เหตุไฉนเล่าบาปหรือบุญ และความสันทัดจัดเจนทั้งหลายที่เก็บเอาไว้จะแสดงออกมาไม่ได้ ถ้าเก็บเอาไว้ไม่ได้ แสดงออกมาก็ไม่ได้ ก.ไก่ ข.ไข่ เราก็จะอ่านไม่ออก คู่รักเราก็จะจำไม่ได้ แล้วเราจะเอาวิชาอะไรออกมาสอบไล่เล่า ก็ไม่มีวันที่จะสอบไล่ได้
คนโบราณจึงได้แสดงกันเอาไว้ว่า แข่งเรือแข่งแพนั้นแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้นแข่งไม่ไหว พูดกันต่อ ๆ มาเป็นคติเตือนใจ เหมือนการแข่งม้า จะแข่งกันอย่างไรก็แข่งกันไป แข่งกันได้เสมอ แต่ถ้าคนละชั้นไม่สมควรเอามาแข่งกัน คือม้าแข่งตัวหนึ่งเป็นม้าเทศที่คัดเลือกและได้ฝึกซ้อมมา โดยผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องม้า เมื่อแข่งกับอีกตัวหนึ่งที่เป็นม้าแกลที่จับเอามาจากท้องไร่ท้องนา ไม่เคยได้เข้ามาในเมือง ถ้าเอาม้าทั้งสองตัวนี้เข้าแข่งกันเมื่อใด คนดูทั้งหลายก็จะพากันโห่ร้อง หรือเฮฮาหัวเราะ เยาะเย้ย ด้วยความขบขัน หรือสลดใจเพราะความสงสารผู้จัดรายการ
คนที่ได้ดีมีความสุข คนที่ไม่ค่อยได้ดี และมีความทุกข์ คนที่สบายไม่ค่อยจะป่วยเจ็บ กับคนที่คอยป่วยเจ็บอยู่ตลอดมา หาเวลาดีที่ปลอดโปร่งได้น้อย คนที่ร่ำรวย คนที่ยากจน คนที่เป็นผู้ดี หรือคนที่เป็นผู้ร้าย ต่างก็มีอำนาจคือวาสนาที่ได้เคยอบรมมาจากอดีตที่เรียกว่า "กรรม" เข้ามามีบทบาทร่วมอุดหนุนด้วยเสมอไป กรรมที่ทำในปัจจุบันชาตินี้เป็นทิฏฐธัมมเวทนียกรรมให้ผลในชาตินี้ได้น้อยและน้อยนิดจริง ๆ แล้วบางทียังไม่ทันให้ผลเลยด้วยซ้ำก็ตายไปเสียแล้ว เพราะกรรมปัจจุบันให้ผลไม่ได้มาก ดังนี้เอง จึงได้ทำให้ผู้ที่คิดเอาง่าย ๆ พูดล้อว่า กำ ๆ แบ ๆ หรือแต่งกลอนขึ้นมาว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป" (เพื่อชีวิตอันเป็นที่รักยิ่งของท่าน ขอเชิญท่านทั้งหลายศึกษาหาความจริงต่อ ๆ ไปแล้วก็จะหายสงสัยได้)โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 มี.ค. 2551 , 08:48:09 น.] ( IP = 58.9.146.58 : : )
สลักธรรม 3ด้วยเหตุของอดีตชาติ (บางทีหลายชาติมาแล้ว) ดังนี้เอง เราจึงได้เห็นคนทั้งหลายมีความเป็นอยู่มีความเป็นไปแตกต่างกัน บางทีก็มากมายจนเราเกิดความอัศจรรย์ใจ เพราะเห็นร่ำรวยเป็นเศรษฐีอยู่ดี ๆ แต่ไม่ช้าไม่นานเท่าใดยากจนเข็ญใจไปเสียแล้ว เห็นคนยากจนอดอยากลำบากอยู่ไม่ช้าเท่าใด แต่เดี๋ยวนี้มีวาสนาดีมั่งมีศรีสุข ใคร ๆ ก็เรียกคุณหญิง คุณนาย เห็นเดินเหินคล่องแคล่วว่องไวอยู่หยก ๆ บัดนี้กลายเป็นอัมพาตเดินเหินไม่ได้ง่าย ๆ หรือว่าเผลอไปหน่อยเดียว คุณลุงอายุจะหนึ่งร้อยแล้วยังอยู่พอสบาย แต่อีกคนหนึ่งอายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี นั่งอยู่ดี ๆ เกิดหัวใจวายตายไป ใคร ๆ ไม่ทราบก็พากันเข้าใจว่าเพราะเหตุนั้น เพราะเหตุนี้ ซึ่งเป็นเหตุใกล้ ๆ ตื้น ๆ เผิน ๆ เท่านั้น
ผู้มิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจจากในพระอภิธรรมปิฎกให้มีความเข้าใจจึงตัดสินเข้าไปถึงความลึกซึ้งไม่ได้ ฉะนั้น การตัดสินจึงแตกต่างกันจึงได้ห่างกันไกลลิบ เพราะว่า ม้าที่พอจะสมน้ำสมเนื้อกันก็ควรจะเอามาแข่งขันกัน แต่ม้าที่มีฝีเท้าคนละชั้นไม่ควรเลยที่จะเอามาลงสนามแข่งเลยจะดีกว่า เพราะจะให้คนหัวเราะเยาะหรือบังเกิดความสังเวชสลดใจ นั่นก็คือ วาสนา กล่าวคือ การที่ได้อบรมมาแตกต่างกันตั้งแต่ในชาติอดีตต่างกันเกินไปจนแข่งกันไม่ได้ แม้แต่ในเรื่องของอัธยาศัยใจคอก็ตาม และคำว่า อดีตชาติในที่นี้หมายถึงชาติใน ๆ เข้าไปหลายชาติมาให้ผลร่วมด้วยก็ได้โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 มี.ค. 2551 , 08:51:04 น.] ( IP = 58.9.146.58 : : )
สลักธรรม 4
ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่ทำกรรมอันเป็นบาปและบุญในอดีตมาใกล้เคียงกัน หรือไม่ห่างไกลกันมากนักก็ยังจะพอแข่งขันกันได้ เพราะกรรมในอดีตชาติทั้งหลายก็ต้องอาศัยกรรมที่ได้กระทำในปัจจุบันร่วมด้วย ดังนั้น คู่นี้จึงเป็นคู่ที่น่าแข่งชัน เพราะมีวาสนาคือการอบรมในอดีตไม่ได้ห่างกันมากเกินไป เป็นคู่ต่อสู้ หรือเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกันแล้ว แต่ว่าความคิดอ่านความขยันหมั่นเพียรในชาติปัจจุบันของผู้ใดมีมากกว่า ผู้นั้นก็มีชัย
ผู้ศึกษาเล่าเรียนเรื่องของชีวิตจิตใจมีความเข้าใจดี ก็จะไม่ขี้อิจฉาริษยาและเศร้าเสียใจที่เห็นคนอื่นเขาเกินหน้าตัวไป จะไม่เหิมเห่อทะเยอทะยานจนผิดวิสัย ไม่เบื่อหน่ายที่จะทำดีและขยันหมั่นเพียรเท่าที่จะทำได้ จะไม่โทษโน่นโทษนี่ โทษสิ่งโน้นโทษสิ่งนี้ หรือโทษโชคชะตาราศีของตนเพราะมีความเข้าใจเรื่องกรรมดี ก็จะม่งหน้ากระทำกรรมในปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะได้ เพราะถ้าทำให้ดีที่สุดในชาตินี้แล้ว ถ้ากรรมในอดีตที่มาให้ผลร้ายก็จะได้เบาบางลงไปบ้าง และถ้ากรรมในอดีตดี ก็จะได้ส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้นไป
ผู้ศึกษาพระอภิธรรมปิฎกมีความเข้าใจความจริงอันยิ่งใหญ่นี้แล้วจึงได้มีความเยือกเย็นแจ่มใส มีความสุขความสบายเพิ่มขึ้น เพราะความเร่าร้อนที่มากระทบจะไม่รุนแรงเหมือนในอดีตที่ยังไม่มีความเข้าใจ และจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ด้วยไม่ต้องไปคิดว่าแล้วแต่กรรม ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความเข้าใจเรื่องของกรรมเลยสักนิด คิด ๆ เอาโดยปราศจากเหตุผลข้อเท็จจริงเช่นนี้ ช่วยได้น้อยมาก
เมื่อความเร่าร้อนทั้งหลายได้ค่อย ๆ ลดลงไปแล้ว ชีวิตใหม่ก็ได้เกิดขึ้น เพราะจะมีความสดชื่น สุขกายสบายใจ แล้วยังมีความแจ่มใสที่สำคัญอีกประการหนึ่งนั้นก็คือ ได้ศึกษาว่า หนทางสายไหนที่จะเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ และพ้นได้ตลอด คือ ไม่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไปตลอดกาลนิรันดร
ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย ท่านจะไม่ลองลิ้มชิมดูบ้างเลยทีเดียวหรือ ขอเชิญติดต่อที่อภิธรรมมูลนิธิ ซึ่งเป็นของท่านเองเพราะประชาชนทั้งหลายร่วมใจกันสร้างขึ้น ที่นี่นอกจากจะให้การศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจแล้วยังเป็นสถานที่รับปรึกษาหารือเรื่องราวของท่าน ไม่ว่าจะทุกข์กาย หรือทุกข์ใจ ทั้งตรวจและรักษาโรคที่หาสาเหตุไม่ได้ โดยมิได้คิดมูลค่าอะไร และได้ทำมากว่า ๑๗ ปีแล้ว (ขอเชิญอ่านหนังสือพุทธวิธีเอาชนความทุกข์)
ขอความสุขความเจริญ ความมีสติปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ท่านสาธุชนทุกท่าน และขอให้สร้างปัญญาบารมีได้มากๆเพื่อจะได้พาตนเองพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วกันทุกท่านเทอญ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [11 มี.ค. 2551 , 08:56:14 น.] ( IP = 58.9.146.58 : : )
สลักธรรม 5
ได้อ่านแล้วก็ให้ตระหนักได้ว่า ที่ศึกษาเล่าเรียนมานั้น เราสอบตก อย่างไม่เป็นท่า เพราะเมื่ออารมณ์ต่างๆมากระทบ มิได้รู้เท่าทัน เพียงแต่มาระลึกได้ทีหลัง ซึ่งเราก็ได้ก่อกรรมใหม่ที่ไม่ดีไปแล้ว
แต่ก็รู้สึกดีหน่อยที่ว่า เมื่อเช้านี้ เริ่มคิดได้เร็ว และมองเหตุการณ์หลายๆอย่างได้อย่างเข้าใจไปในสภาพของความสัดทัดที่แต่ละคนสร้างมาไม่เหมือนกัน และสิ่งที่เราได้รับอยู่เป็นประจำ มันก็คือวิบาก ผลของกรรมที่เรากระทำมาเองทั้งนั้น แต่สิ่งทีเรากำลังกระทำนี่สิคือกรรมใหม่ที่ย่อมต้องส่งผลแก่เราอย่างแน่นอน...ความเร่าร้อนต่างๆคลายจางหาย
ให้ระลึกขอบพระคุณครูบาอาจารย์อาจารย์ทั้งหลายที่คอยแนะนำตักเตือนเป็นประจำ
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมีด้วยความเคารพยิ่งค่ะโดย พี่ดา [11 มี.ค. 2551 , 09:26:49 น.] ( IP = 124.121.176.131 : : )
สลักธรรม 6
กราบขอบพระคุณในความเมตตาขอพี่เณรที่นำคำอธิบายของท่านอาจารย์บุญมีมาให้ศึกษาค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [11 มี.ค. 2551 , 14:07:33 น.] ( IP = 125.26.43.138 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่ได้นำคำสอนมาฝากไว้ค่ะ
โดย เซิ่น (เซิ่น) [12 มี.ค. 2551 , 10:08:52 น.] ( IP = 58.8.48.224 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |