มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เปลี่ยนวิถีชีวิต ..ตั้งจิตปวารณาศึกษาพระอภิธรรม





เปลี่ยนวิถีชีวิต ..ตั้งจิตปวารณาศึกษาพระอภิธรรม


วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๑ เป็นวันที่มูลนิธิได้จัดงานสำคัญขึ้นอีกงานหนึ่ง นั่นคืองานแสดงมุทิตาสักการะพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร เนื่องในโอกาสครบรอบวันคล้ายวันเกิด (๑๕ มี.ค.) ซึ่งถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ก็จะมีอายุครบ ๑๐๑ ปี

แม้ท่านจะมรณภาพไป ๑๗ ปีแล้ว แต่ชื่อเสียงเกียรติคุณของท่านยังคงปรากฏอยู่ในวงการการเรียนการสอนพระอภิธรรมในเมืองไทยอย่างไม่เป็นรองใคร และด้วยความสามารถในการอธิบายพระอภิธรรมให้น่าติดตามและเข้าใจง่ายของท่านนั้น ได้เป็นแรงดึงดูดอันสำคัญที่ชักนำให้มีผู้สนใจเข้ามาศึกษาเป็นจำนวนมาก

นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมาจนกระทั่งถึงเวลานี้ก็เกินที่จะประมาณได้ว่า มีผู้เข้ามาศึกษาพระอภิธรรมและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานด้วยคำแนะนำของท่านเป็นจำนวนมากเท่าใดแล้ว และในจำนวนเหล่านั้นก็มีไม่น้อยเลยที่สามารถแก้ไขปัญหาชีวิตของตน และหันเหชีวิตมากระทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ในทางธรรมได้อย่างมีความสุข

และแม้ท่านจะได้จากนักศึกษาพระอภิธรรมไปอย่างไม่มีวันหวนกลับเมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๔ อันเป็นวันมรณภาพของท่านแล้วก็ตาม แต่ชนรุ่นหลังก็ยังมีโอกาสรู้จักและรับประโยชน์จากท่านได้จากผลงานทางวิชาการที่ท่านเหลือทิ้งไว้ นั่นคือ หนังสือพระอภิธรรมและคำอธิบายต่างๆ ที่ท่านได้เขียนไว้ และที่บันทึกจากคำสอนในชั้นเรียนของท่านโดยตรง

คำว่า "ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" และบทประพันธ์ที่ว่า "นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา" นั้นสามารถพิสูจน์ได้อย่างประจักษ์ชัดที่มูลนิธิแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ครูบาอาจารย์แต่ละท่านได้ประดับประดาความดีตกแต่งสถานที่ไว้อย่างงดงาม งามเกินกว่าบุปผามาลีพันธุ์ใดในโลกนี้

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [18 มี.ค. 2551 , 12:36:54 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]


  สลักธรรม 21


หลังจากที่ท่านอาจารย์กล่าวจบแล้วก็ได้ชักชวนลูกศิษย์ร้องเพลงสลักธรรม ซึ่งเป็นเพลงประจำมูลนิธิที่ท่านอาจารย์แต่งเอง และก็มีการเปิดวีดีทัศน์เกี่ยวกับประวัติของมูลนิธิให้ได้ชมกันในระยะเวลาพอสมควร

ท่านอาจารย์กล่าวว่า ..การที่เราได้มารับรู้ร่วมกันก็จะได้ทราบว่าสถานที่แห่งนี้ที่เราอาศัยอยู่มีความประวัติความเป็นมาอย่างไร และกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ต้องใช้ระยะเวลาและความอดทนจากมือของผู้สร้างหลายท่าน จนกระทั่งวันนี้เราก็ได้มารวมตัวกันวันนี้เพื่อเข้าสู่พิธีมอบชีวิตสู่ความเห็นถูก เพราะไม่มีสิ่งใดช่วยเราได้

ความเห็นถูกเท่านั้นที่จะทำให้เรามีพัฒนาการไปในทางเจริญได้ ความเจริญทางโลกนั้นเป็นอันตรายเพราะได้ทำลายทุกอย่างลงไปโดยที่ผู้ทำก็ไม่รู้ตัว เช่นอาคารที่ก่อสร้างกันมากมายจนไปทำลายต้นไม้ รวมทั้งบรรยากาศก็ถูกทำลาย โลกเราที่อยู่ในภาวะของโลกร้อนก็เพราะว่าธรรมชาติได้ถูกทำลายลงไปด้วยน้ำมือมนุษย์ ..นี่คือความเจริญทางโลก

เช่นเดียวกันกับการที่จะวิวัฒนาการจิตใจให้เจริญนั้น เราต้องกลับไปสู่อดีตและเป็นอดีตที่นานโพ้นสมัยเริ่มพุทธกาลที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในวันวิสาขบูชา พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณและทรงสอนเรื่องชีวิต และสิ่งที่มีกันทุกคนคือกิเลสที่สงเคราะห์แล้วคือความโลภ ความโกรธ ความหลง ตราบใดที่ชีวิตยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ก็จะไม่สามารถไถ่ถอนความไม่รู้ได้

แต่ถ้าหากเรา "รู้" เสียอย่างเราก็จะรับมือได้ เหมือนกับว่าวันนี้เรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเราต้องพบกับอะไร เช่น เย็นนี้จะได้พบลูก ..ความตื่นเต้นหรือความกลัวก็จะไม่มี ความดีใจก็ไม่มาก ..อย่างนี้คือกิเลสได้มีโอกาสเบาบางลง

ฉะนั้น ถ้าความไม่รู้หมดไปแล้วคือ เรา "รู้" เสียอย่างเดียวว่าเหตุที่เป็นอดีตย่อมให้ผลกับเราแน่นอน และให้รู้สึกเหมือนกับลมที่พัดเข้ามาปะทะแล้วก็สลายไป ทุกอย่างที่ผ่านมาตามทวารก็เพียงผ่านมาปะทะเราแล้วมันก็ผ่านไป และถ้าหากเราตั้งใจรับรู้ด้วยสติสัมปชัญญะในสิ่งที่มากระทบว่าเป็น "วิบาก" และรู้เท่าทันวิบากนั้นว่าเป็นของเราเอง แล้วมันก็ผ่านไป เราก็จะไม่ไปอนาทรร้อนใจเอื้อมเอาอดีตกลับมาครุ่นคิดในปัจจุบันอีก

ก็จะทำให้เรามีอิสรภาพจากเรื่องราวที่ผ่านไปแล้ว แต่ทุกวันนี้เราไม่มีอิสรภาพเพราะเราผูกพันอยู่กับเรื่องที่จบไปแล้ว หนังทุกเรื่องเรื่องราวทุกตอนต่างก็จบไปแล้วแต่เราไม่จบด้วย เราจึงมอดม้วยอยู่กับความทุกขเวทนา ..ก็ถึงเวลาที่จะเชิญทุกท่านมาสร้างตนเองด้วยการเปลี่ยนวิถีชีวิตและไม่คิดกลับคืนกันแล้วด้วยการไหว้ครูและปวาราณาตนเองคือประกาศตนเองเพื่อจะได้บวชใจบวชชีวิตออกจากความไม่ดีทั้งหลาย

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 12:58:13 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 22


จากนั้นท่านอาจารย์ก็ได้นำทุกคนเข้าสู่พิธีเปลี่ยนวิถีชีวิตและไม่คิดกลับคืนของคณะนักศึกษาพระอภิธรรมต่อหน้าองค์พระปฏิมาและหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนท่านอาจารย์บุญมี ซึ่งท่านอาจารย์ได้เริ่มต้นพิธีการด้วยการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย โดยท่านได้อธิบายความหมายของการจุดเทียนธูปในวันนี้ว่า ..

..เทียนทั้งสองข้างที่จุดขึ้นนี้เหมือนกับการจุดประกายไฟรักให้กับเรา เพื่อให้เรามีแสงสว่างในคันถธุระและวิปัสสนาธุระ ส่วนธูปที่จะจุดสามดอกเป็นการอธิษฐานถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

การจุดธูปเทียนนี้โบราณจารย์ท่านก็มีการสื่อถึงความหมายเอาไว้โดยไม่ได้เป็นการทำตามประเพณีอย่างเดียว และต่อไปนี้เมื่อที่พิธีการจุดธูปเทียน ท่านก็จะรู้ว่าไฟธรรมะคือไฟคันถธุระได้จุดขึ้น ไฟวิปัสสนาธุระได้จุดขึ้นด้วยความศรัทธาของเรา กลิ่นธูปและควันเทียนนี้ก็คือการบูชาพระรัตนตรัย

จากนั้นท่านอาจารย์ได้นำบูชาพระรัตนตรัย และกล่าวคำปวารณาขึ้นว่า ..

นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

พุทฺธัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฺฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกตลอดชีวิต ตลอดถึงพระนิพพาน

ธัมมัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเจ้า เป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกตลอดชีวิต ตลอดถึงพระนิพพาน

สังฆัง ชีวิตัง ยาวะนิพพานัง สะระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เจ้าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึกตลอดชีวิต ตลอดถึงพระนิพพาน

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจฺจะชามิ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพเจ้าขอสละอัตตภาพร่างกายนี้ แด่พระองค์

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจฺจะชามิ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพเจ้าขอสละอัตตภาพร่างกายนี้ แด่พระองค์

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจฺจะชามิ
ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพเจ้าขอสละอัตตภาพร่างกายนี้ แด่พระองค์

(กราบ ๓ ครั้ง)



โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 12:59:36 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 23


ข้าพเจ้าขอปวารณาด้วยกาย วาจา และใจ ที่ยังมีชีวิตอยู่นี้จะกระทำคุณงามความดี เปลี่ยนวิถีชีวิต มาสร้างความนึกคิดอันเป็นสัมมาทิฏฐิด้วยการเรียนพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ด้วยความตั้งใจ มีความศรัทธาเลื่อมใสที่จะดำเนินชีวิตให้ถูกครรลองครองธรรม นำประโยชน์มาสู่ตนให้มากที่สุด

จากชีวิตของข้าพเจ้าที่ล่วงเลยผ่านมา ณ วันนี้ได้ใช้ชีวิตมามากแล้วโดยหารู้ไม่ว่าชีวิตนั้นคืออะไร อยู่เพื่ออะไร และจะไปที่ไหน ความมืดมนเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าทั้งหลายเหมือนต้องซัดเซพเนจรไปในที่ต่างๆ รับอารมณ์ต่างๆ มีความพอใจบ้าง มีความไม่พอใจบ้าง หมุนเปลี่ยนเข้าออกมาตามทวาต่างๆ โดยเฉพาะใจของข้าพเจ้าหาที่เกาะที่อาศัยที่เป็นสาระประโยชน์ไม่ได้เลย

บัดนี้ ข้าพเจ้าขอถวายร่างกายคือชีวิตของข้าพเจ้าเข้ามาศึกษาพระธรรมของพระพุทธองค์ ด้วยความเคารพสักการะยิ่ง

อิมาหัง ภะคะวา อัตตะภาวัง ตุมหากัง ปะริจฺจะชามิ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพเจ้าขอสละอัตตภาพร่างกายนี้ แด่พระองค์

องค์ใดพระสัมพุทธ..... สุวิสุทธสันดาน
ตัดมูลเกลสมาร .....บ มิหม่นมิหมองมัว

หนึ่งในพระทัยท่าน..... ก็เบิกบานคือดอกบัว
ราคี บ พันพัว..... สุวคนธกำจร

องค์ใดประกอบด้วย..... พระกรุณาดังสาคร
โปรดหมู่ประชากร..... มละโอฆกันดาร

ชี้ทางบรรเทาทุกข์..... และชี้สุขเกษมศาสนต์
ชี้ทางพระนฤพาน..... อันพ้นโศกวิโยคภัย

พร้อมเบญจพิธจัก..... ษุ จรัสวิมลใส
เห็นเหตุที่ใกล้ไกล..... ก็เจนจบประจักษ์จริง

กำจัดน้ำใจหยาบ..... สันดานบาปทั้งชายหญิง
สัตว์โลกได้พึ่งพิง..... มละบาปบำเพ็ญบุญ

ข้าขอประณตน้อม..... ศิรเกล้าบังคมคุณ
สัมพุทธการุญ..... ญ ภาพนั้นนิรันดร ฯ (กราบ)



โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:00:21 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 24


หลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็ได้กล่าวขึ้นว่า ...เมื่อได้บูชาพระรัตนตรัยแล้วแสดงตนเป็นพุทธมามกะพร้อมกล่าวคำอธิษฐานประกาสเจตนารมณ์ตนองต่อหน้าพระพุทธรูปอันเป็นองค์สัญลักษณ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนหันหน้าไปทางรูปปั้นของท่านอาจารย์บุญมี

ให้ทุกคนพนมมือขึ้นแล้วกราบสามครั้ง พร้อมกับมีความตั้งใจที่จะสร้างสิริมงคล เพราะสิ่งที่เราจะพูดต่อไปนี้ เราไม่ได้พูดกับรูปปั้นที่เป็นสัญลักษณ์ของท่านอาจารย์บุญมี แต่เราพูดกับหัวใจของตนเองต่อหน้าเทพยดาโดยมีท่านอาจารย์บุญมีเป็นประธานตรงนี้

ด้วยความตั้งใจ..สิริมงคลจะบังเกิดกับเรา ความศรัทธา ความวิริยะ ที่จะมีเกิดขึ้นจะได้อำนาจจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตรงนี้คอยกระตุ้นเตือน ..ท่านอาจารย์บุญมีได้พูดเสมอว่า "ท่านเป็นผู้เคาะประตูใจของทุกคนให้เปิดใจให้กว้างเพื่อมาศึกษาเรื่องราวของชีวิต"

บัดนี้ ก็เหมือนกับเรามานั่งอยู่ให้ผู้ที่เป็นประธานและเคยเป็นครูบาอาจารย์ที่เคยบอกว่าท่านมาเคาะใจเรา ตอนนี้เราได้เปิดประตูใจเราเพื่อก้าวเข้ามาหาท่านแล้ว คือมาศึกษางานของท่านที่ท่านได้สือทอเจตนารมณ์ถวายชีวิตเพื่อพระพุทธเจ้า จนกระทั่งบัดนี้ท่านได้ละอัตภาพจากโลนี้ไปแล้ว แต่งานของท่านและสิ่งที่ท่านทำยังคงอยู่

วันนี้เราจะมาดำเนินเจริญตามครูของเรากัน ให้ทุกคนตั้งใจแล้วกล่าวคำพร้อมกันว่า ..

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:01:01 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 25



" ข้าพเจ้าทั้งหลาย พร้อมแล้วในกาลนี้ที่จะกระทำตนให้เจริญอยู่ในเส้นทางแห่งความดีทั้งหลาย มีการประพฤติและปฏิบัติชีวิตทั้งกาย วาจา และใจ ให้เป็นไปเพื่อการออกจากอกุศลทั้งปวง

ด้วยเหตุนี้ข้าพเจ้าทั้งหลายจึงขอสมัครตนเพื่อหาความรู้คือปัญญา ที่จะไขปัญญาชีวิตให้กระจ่างแจ้งด้วยการศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรม ทำงานธุระทั้งสองให้เกิดประโยชน์ตนอย่างสุดความสามารถ คือคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ ซึ่งสำคัญยิ่งต่อเส้นทางอันจะนำไปสู่ความพ้นทุกข์คือพระนิพพานได้ในที่สุด

วันนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายได้มานั่งพร้อมกันต่อหน้าท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ผู้ก่อตั้งมูลนิธิแห่งนี้ ด้วยความเคารพเลื่อมใสพร้อมทั้งขอประกาศตนเป็นศิษย์ของท่าน ที่พร้อมจะเดินตามทางที่ท่านได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังปัญญา ตลอดจนกำลังทรัพย์จนเกิดมีสถานที่ให้ศึกษาพระอภิธรรมและสถานที่ให้ปฏิบัติธรรมไว้อย่างพร้อมมูล เพื่อให้ข้าพเจ้าผู้มาพึงอาศัยใบบุญนี้ได้ก่อเกิดประโยชน์ต่อไป

ขอท่านอาจารย์และเหล่าเทพยดาทั้งหลายที่มีสัมมาทิฏฐิทุกๆ ท่าน โปรดจงรับข้าพเจ้าไว้เป็นศิษย์ พร้อมทั้งอุดหนุนค้ำจุนให้ข้าพเจ้ามีแรงศรัทธาอย่าได้เสื่อมถอย มีขันติอดกลั้นต่อความลำบากได้ตลอดไป เพื่อจะศึกษาหาความรู้ในเรื่องราวของชีวิตนำมาแก้ไขความเห็นผิดได้ตลอดไปเทอญ .."

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:05:01 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 26


"ปาเจรา จริยา โหนติ คุณุตรานุสาสกา

อนึ่งข้าคำนับน้อม ..... ต่อพระครูผู้การุญ

โอบเอื้อและเจือจุน ..... อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์

ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ ..... ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน

ชี้แจงและแบ่งปัน ..... ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน

จิตมากด้วยเมตตา..... และกรุณา บ เอียงเอน

เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์ ..... ให้ฉลาดและแหลมคม

ขจัดเขลาบรรเทาโม- ..... หะจิตมืดที่งุนงม

กังขา ณ อารมณ์ ..... ก็สว่างกระจ่างใจ

คุณส่วนนี้ควรนับ..... ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร

ควรนึกและตรึกใน ..... จิตน้อมนิยมชน

ปัญญาวุฒิ กเรเตเต ทินโนวาเท นมามิหัง"



โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:05:26 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 27


หลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็ได้ก้มกราบท่านอาจารย์บุญมีด้วยอากัปกิริยาที่แสดงความเคารพอย่างยิ่ง แล้วหยิบใบแก้วที่วางไว้ในพานขึ้นมาทัดไว้ที่หู แล้วท่านก็กราบอีกสามครั้งก่อนที่จะถอยออกมาเพื่อให้ลูกศิษย์ปฏิบัติตามวิธีการที่ท่านได้ทำไปแล้ว

ท่านอาจารย์กล่าวแนะนำว่า เมื่อแต่ละคนก็คลานเข้าไปกราบที่หน้ารูปปั้นของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร กราบเสร็จแล้วก็ให้อธิษฐานขอถึงซึ่งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ แล้วก็หยิบใบแก้วที่วางไว้ในพานหน้ารูปปั้นของท่านมาทัดไว้ที่หู ซึ่งใบแก้วแต่ละช่อนั้นจะมีอยู่สามใบหมายถึงแก้วสามประการ เมื่อทัดหูเสร็จแล้วก็กราบอีกครั้งแล้วก็กลับไปนั่งที่เดิม

และให้เก็บใบแก้วนั้นไว้ให้ดีเพื่อเป็นที่ระลึกว่า ท่านจะถึงซึ่งพระรัตนตรัย และเก็บไว้เพื่อนำมาแสดงต่อครูเมื่อเรียนจบแต่ละปริจเฉทแล้ว โดยจะเข้ามาปฐมนิเทศให้ท่านอีกครั้งเมื่อขึ้นปริจเฉทใหม่ เราก็จะมีพิธีอย่างนี้ไปจนถึงปริจเฉทที่ ๙ และในยามที่ท่านท้อแท้ไม่มีกำลังกายกำลังใจก็อย่าลืมว่าที่พึ่งอื่นของท่านไม่มี ที่พึ่งอันเป็นสรณะของท่านคือพระรัตนตรัยเท่านั้น

ท่านบอกว่า พิธีการนี้อย่ามองว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นนิมิตหมายบอกท่านว่าชาตินี้และชาติหน้าท่านจะไม่ไกลจากรัศมีพระธรรม พิธีการนี้เป็นการประกาศใจตนเองที่จะมาคลี่คลายม่านเมฆความมืดให้ท่านมีแต่ความสว่างในเรื่องชีวิต สว่างในปัญหา สว่างในเส้นทาง และในที่สุดความสว่างนั้นก็จะพาท่านจบชีวิตไปจากทุกขเวทนาได้ในที่สุด

พิธีการในวันนี้อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าต้องรอคอย แต่ขอให้คิดว่าวันนี้เป็นเพียงวันเดียวเท่านั้น เป็นวันที่จะมารอคอยเป็นศิษย์ที่มีครู เป็นผู้ที่มีทาง ในแต่ละวันที่ผ่านมาต่างก็มียี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนกันและเราก็ได้ใช้เวลารอคอยอะไรหลายอย่างกันมามากแล้ว การรอยคอยในวันนี้จึงคุ้มมากเลยนะคะเพราะต่อไปนี้ เราเป็นศิษย์ที่มีครู เป็นผู้ที่มีทางของชีวิตอีกผู้หนึ่งแล้ว

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:06:23 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 28


และเมื่อศิษย์ทุกคนรับใบแก้วมาทัดหูครบทุกคนแล้ว ท่านอาจารย์ได้กล่าวขึ้นว่า ..วันนี้เราทุกคนได้มาพร้อมกันในที่นี้เหมือนกับการมาขานนาค คือนาคที่มารอให้อาจารย์บุญมีขานเรียกทุกคนว่า "หนู" และท่านคงมีความปิติมากที่ได้เห็นทุกคนมาเดินตามทางที่ควรดำเนิน มาบวชใจเพื่อออกไปจากกิเลสกามทั้งหลาย

วันนี้จึงเป็นวันที่เราต้องจดจำจารึกไว้ว่า เราได้ทำพิธีวางชีวิตตนเองเพื่อจะออกจากความเห็นผิด และได้เป็นศิษย์ที่มีครูอย่างครบสมบูรณ์แล้ว และมีความในใจที่จะบอกกับทุกท่านโดยผ่านบทเพลงเพลงหนึ่งว่าที่จัดงานวันนี้ขึ้นมาก็เพราะอะไร ...เพราะอยากให้ความรักกับคนทั้งโลก

และด้วยความที่ตนเองเป็นแบบนี้จึงพยายามร้องเพลงเพื่อประกอบการสอนธรรมะให้ได้เห็นลีลา เป็นการได้มาสนุกกับท่านเพราะอยากให้ท่านมีรอยยิ้ม จะให้ตนเองทำอะไรก็ได้เพื่อให้ท่านรอยยิ้มมีความสนุกในใจ และมีความประทับใจในธรรมะ ก็จะทำให้ท่านได้ทุกอย่าง ขอปวารณาตัวไว้ตรงนี้

และขอให้ทุกท่านทำอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ทำเพื่อแก้ทุกข์อย่าทำเพื่อแก้อยาก ชีวิตที่ผ่านมาเราแก้ไขไม่ได้ แต่นำมาเป็นบทเรียนเพื่อเดินใหม่ได้ เดินหน้า ไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีต.. ต่อไปนี้ถ้ามีใครมาถามเรื่องที่ไม่ดีเรื่องที่ขุ่นข้องหมองใจก็บอกเขาไปว่าไม่เป็นไรหรอก มันผ่านไปแล้วช่างมันเถอะ ..ตอบเพียงสั้นๆ เพื่อที่เราจะได้ไม่ไปเก็บเรื่องเหล่านั้นเข้ามาไว้ในจิตใจของเราอีก ..เรื่องเก่าๆ เราลืมไม่ได้ แต่เราไม่พูดถึงได้ เราจะมีอนาคตที่สดใส

อะไรที่เห็นว่าเป็นไฟ ..เราไม่เข้าไปใกล้ อะไรที่เห็นว่าเป็นคม..เราไม่เข้าไปแตะ แต่อะไรที่เป็นแสงสว่าง...เราจะเดินเข้าไปหา ขอให้ทุกคนมีสติมีปัญญามีเส้นทางที่ดี มีอนาคตที่สดใสและมีทางไปเพื่อมรรคผลนิพพานได้ทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน สวัสดีและอนุโมทนาค่ะ.


โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:06:48 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 29

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:07:43 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )


  สลักธรรม 30

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2551 , 13:17:27 น.] ( IP = 125.26.40.176 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org