มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สาระสำคัญและความหมายของธรรมบท





สาระสำคัญและความหมายของธรรมบท


ความหมายและสาระสำคัญของจิตตวรรค
จิตตวรรค หมวดว่าด้วย การฝึกจิต คำว่า จิต หมายถึง ธรรมชาติที่คิดและสั่งสมอารมณ์ มีคุณสมบัติดังนี้
ดิ้นรนได้แก่ดิ้นรนไปในอารมณ์ทั้ง ๖ มีรูปเป็นต้น
กวัดแกว่ง ได้แก่หวั่นไหว ไม่อาจตั้งอยู่ในอารมณ์เดียวได้
รักษาได้ยากได้แก่ ดำรงอยู่ได้ยากในอารมณ์ธรรมที่เป็นสัปปายะ
ห้ามยากได้แก่ห้ามมิให้ซ่านไปในอารมณ์ที่เป็นข้าศึกได้ยาก
ดิ้นรนไปมาได้แก่ยินดีในกามคุณ ๕ เมื่อถูกพรากจากกามคุณ ๕ ให้หยุดนิ่งในวิปัสสนากัมมัฏฐาน ก็ยังดิ้นรนที่จะกลับไปสู่กามคุณ ๕ นั้นอีก
เปลี่ยนแปลงง่ายได้แก่เกิดดับเร็วยังมีคุณสมบัติอีก คือ
เที่ยวไปไกลได้แก่ รับอารมณ์ที่อยู่ไกลได้
เที่ยวไปดวงเดียวได้แก่เกิดขึ้นทีละดวง ไม่เกิดพร้อมกัน
ไม่มีรูปร่างได้แก่ไม่มีลักษณะสัณฐาน ไม่มีสี เป็นต้น
อาศัยอยู่ในถ้ำได้แก่ อาศัยอยู่ในมหาภูตรูป 4 และหทัยรูป
ผู้ใดจักสำรวมจิต จักพ้นจากบ่วงแห่งมาร พ้นอย่างไร ?คือ ด้วยการใช้อริยมรรคข่มจิต ระงับจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษาได้ยาก ห้ามได้ยาก ดิ้นรนไปมา เปลี่ยนแปลงง่าย เที่ยวไปไกล ไม่มีรูปร่าง ไม่มีสี อาศัยอยู่ในถ้ำนั้นให้เป็นจิตที่เกษม พ้นจากบ่วงมาร คือ อวิชชา ตัณหา และอุปาทาน



ความหมายและสาระสำคัญของพาลวรรค
พาลวรรค หมวดว่าด้วยคนพาล คำว่า คนพาล หมายถึง คนโง่ ไม่มีปัญญา ไม่รู้จักประโยชน์ในโลกนี้ และประโยชน์ในโลกหน้า ไม่รู้จักพระสัทธรรม จึงต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ
สาระสำคัญ คือ ตัวอย่างเช่น ในเรื่องชายคนใดคนหนึ่ง ตรัสว่า สังสารวัฏยาวนานสำหรับคนพาล ผู้ไม่รู้แจ้งสัทธรรม ดุจราตรีหนึ่งยาวนานสำหรับคนผู้นอนไม่หลับ และดุจระยะทางโยชน์หนึ่งยาวไกลสำหรับคนผู้เมื่อยล้า


โดย ธีรวัสดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2551 , 09:22:48 น.] ( IP = 58.8.34.135 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ความหมายและสาระสำคัญของทัณฑวรรค (วรรคที่ ๑๐)
ทัณฑวรรค หมวดว่าด้วย การลงทัณฑ์ คำว่า ลงทัณฑ์ ตามความหมายในวรรคนี้ คือ การใช้กำลังทำร้าย เข่นฆ่า หรือเบียดเบียนบุคคลอื่น หรือสัตว์อื่น ให้ได้รับความเดือดร้อนโดยการใช้ท่อนไม้ ก้อนดิน และวาจาที่หยาบคายให้ร้ายป้ายสี
สาระสำคัญ คือ ทรงแสดงว่า ความเดือดร้อน ความทุกข์ ไม่มีใครต้องการ สัตว์ทั้งหลายย่อมกลัวความทุกข์ ความเดือดร้อน จะมีก็แต่พระขีณาสพเท่านั้นที่ปราศจากความกลัว เมื่อรู้อย่างนี้ จึงไม่ควรเบียดเบียนสัตว์อื่น และไม่ควรให้ใครเบียดเบียน เพราะผู้เบียดเบียนผู้อื่นย่อมได้รับโทษอย่าง ๑ ใน ๑๐ อย่างคือ
๑) ทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า
๒) เสื่อมทรัพย์
๓) ถูกทำร้ายร่างกาย
๔) เจ็บป่วยอย่างหนัก
๕) กลายเป็นคนวิกลจริต
๖) ต้องราชภัย คือ ถูกถอดยศ ปลดตำแหน่ง
๗) ถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรง
๘) เสื่อมญาติ
๙) ทรัพย์สมบัติพินาศย่อยยับ
๑๐) บ้านเรือนถูกไฟไหม้
และยังทรงแสดงให้เข้าถึงความเป็นพราหมณ์ (ผู้ลอยบาป) ความเป็นสมณะ (ผู้ระงับบาป) ความเป็นภิกษุ (ผู้ทำลายกิเลสได้) โดยการป้องกันอกุศลวิตกด้วยความมีหิริและสังเวคธรรม คือ สโหตตัปปญาณ (ญาณที่มีโอตตัปปะ) เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ มีสติมั่นคง เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไปแห่งวัฏฏทุกข์



ความหมายและสาระสำคัญของโกธวรรค
โกธวรรค หมวดว่าด้วย ความโกรธ คำว่า โกรธ หมายถึง ความขุ่นเคืองใจอย่างรุนแรง ไม่พอใจอย่างรุนแรง เป็นอาการ ๑ ในอาการ ๖ คือ
๑) โทสะ (ความคิดประทุษร้าย)
๒) ปฏิฆะ (ความคับแค้น)
๓) โกธะ (ความขุ่นเคืองใจ)
๔) อาฆาต (ความผูกใจเจ็บและอยากแก้แค้น)
๕) โกปะ (ความมีจิตกำเริบ)
๖) โรสะ (ความโกรธขึ้ง)
สาระสำคัญ คือ ในเรื่องความโกรธที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงตามอัธยาศัยของบุคคลเป็นหลักทรงแสดงให้เห็นโทษแห่งความโกรธคือ ความทุกข์ ประโยชน์ของการละความโกรธคือ ความสุข และวิธีละงับความโกรธ เช่น
ในเรื่องของนางอุตตราอุบาสิกา ทรงแสดงว่า พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ หรือในเรื่องอตุลอุบาสก ทรงแสดงว่า โลกธรรมคือ สิ่งประจำโลก มีมานานแล้ว มิใช่พึ่งมี ทรงสอนให้รู้จักทำใจไม่ให้โกรธว่า ในโลกนี้ คนไม่ถูกนินทาไม่มี และในเรื่องพระฉัพพัคคีย์ ทรงสอนให้สำรวมกาย วาจา และใจ มิให้กำเริบ มีศีลมั่นคง ดำรงชีวิตให้ปราศจากข้อตำหนิ



ความหมายและสาระสำคัญของปกิณณกวรรค
ปกิณณกวรรค หมวดว่าด้วย เรื่องเบ็ดเตล็ด หมายถึง หมวดที่ว่าด้วยธรรมทั่วไป ไม่ระบุชัดถึงธรรมเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เรื่องพระลกุณฏกภัททิยะ ทรงแสดงว่า การฆ่ามารดาบิดา (มาตรํ ปิตรํ หนฺตวา) กษัตราธิราชทั้ง ๒ พระองค์ ชาวแว่นแคว้น และเจ้าพนักงานได้ จัดว่าเป็นพราหมณ์ผู้อยู่อย่างไร้ทุกข์
สาระสำคัญ คือ ความหมายของคำเหล่านั้น คือ
มารดา หมายถึง ตัณหาอันเป็นเหตุให้เกิดภพต่าง ๆ
บิดา หมายถึง อัสมิมานะ
กษัตราธิราชทั้ง ๒ พระองค์ หมายถึง สัสสตทิฏฐิ (ความเห็นว่าเที่ยง) และอุจเฉททิฏฐิ (ความเห็นว่าขาดสูญ)
ชาวแว่นแคว้น หมายถึง อายตนะภายใน ๖ และอายตนะภายนอก ๖
เจ้าพนักงาน หมายถึง นันทิราคะ (ความกำหนัดด้วยอำนาจความยินดี) เป็นชื่อของกามในชื่อกาม ๑๖ ชื่อ
พราหมณ์ หมายถึง พระขีณาสพ


โดย ธีรวัสMA (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2551 , 09:26:01 น.] ( IP = 58.8.34.243 : : )


  สลักธรรม 2


ความหมายและสาระสำคัญของนาควรรค
นาควรรค หมวดว่าด้วย ช้าง คำว่า ช้าง แปลจากนาคศัพท์ ที่แปลว่า ช้าง เพราะนาคศัพท์มาจาก นค แปลว่า ภูเขา สัตว์ที่ใหญ่โตดุจภูเขา ชื่อว่า นาคะ (ช้าง) นี้เป็นความหมายทางคดีโลก
แต่ความหมายทางคดีธรรมมีความหมาย ๓ นัย คือ
๑) หมายถึงผู้ไม่ทำความชั่วทางกาย วาจา และใจ
๒) หมายถึงผู้ไม่ถึงอคติ ๔ ไม่ดำเนินชีวิตด้วยอำนาจราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ อุทธัจจะ วิจิกิจฉา และอนุสัย
๓) หมายถึงผู้ไม่หวนกลับมาหากิเลสที่ละได้แล้ว
สาระสำคัญ คือ พระผู้มีพระภาคทรงฉลาดในเทศนาวิธี ทรงแสดงเชิงประยุกต์เปรียบเทียบระหว่างการฝึกตนกับการฝึกช้าง เปรียบเทียบระหว่างคนที่ฝึกตนได้กับช้างที่ได้รับการฝึกหัดมาดีว่า มีผลคล้ายคลึงกัน เช่น เรื่องการฝึกตน ทรงแสดงเปรียบเทียบระหว่างช้างที่ได้รับการฝึกหัดมาดี สามารถอดทนต่อลูกศรในสงครามได้กับบุคคลที่ฝึกตนได้ด้วยอริยมรรค ๔ สามารถอดกลั้นถ้อยคำหยาบคายต่าง ๆ ได้ และเรื่องช้างปาเวรกะทรงแสดงว่า บุคคลผู้ไม่ประมาทตามรักษาจิตอยู่เสมอย่อมสามารถถอนตนขึ้นจากหล่มคือ กิเลสได้ ดุจช้างแก่ชื่อ ปาเวรกะที่จมลงในเปือกตม แต่เพราะเคยฝึกหัดมาดี เป็นพาหนะในสงคราม เมื่อได้ฟังเสียงกลองสงคราม จึงสามารถถอนตนขึ้นจากเปือกตมได้


ความหมายและสาระสำคัญของภิกขุวรรค (วรรคที่ ๒๕)
ภิกขุวรรค หมวดว่าด้วย ภิกษุ คำว่า ภิกษุ ตามเนื้อหาสาระในวรรคนี้ หมายถึง บุคคลผู้สำรวมมือ เท้า และวาจา ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย มุ่งเจริญกัมมัฏฐาน หมายถึง บุคคลผู้ไม่ถือมั่นในนามรูป เช่น ในเรื่องภิกษุฆ่าหงส์ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสแก่ภิกษุผู้ฆ่าหงส์ ดังนี้ “บุคคลผู้สำรวมมือ สำรวมเท้า สำรวมวาจา สำรวมตน ยินดีธรรมภายใน มีจิตตั้งมั่น อยู่ผู้เดียว สันโดษ บัณฑิตทั้งหลายเรียกว่า ภิกษุ”
คำว่า สำรวมมือ หมายถึง ไม่คะนองมือ หรือไม่ทำร้ายสัตว์ด้วยมือ แม้เท้า วาจา ก็มีนัยเดียวกัน
คำว่า ยินดีธรรมภายใน หมายถึง ยินดีในการเจริญกัมมัฏฐาน คือ สมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ในวรรคนี้สาระสำคัญที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงเกี่ยวกับภิกษุ และเป็นสาระสำคัญที่ปรารภพฤติกรรมซึ่งแตกต่างกันของภิกษุแต่ละรูป



เนื้อหาและสาระสำคัญของเมฆิยวรรค
เมฆิยะสูตร ว่าด้วยเมฆิยะเถระ คือ ท่านพระเมฆิยะเถระผู้กำลังทำหน้าที่อุปัฏฐากพระผู้มีพระภาคอยู่ ประสงค์จะบำเพ็ญเพียรในป่า จึงกราบทูลลาพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงห้ามถึง ๓ ครั้ง นัยว่าเหตุที่พระองค์ทรงห้ามไว้ก็ด้วยพระประสงค์จะประวิงเวลาให้ท่านมีจิตอ่อนเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร แต่เมื่อท่านยืนยันที่จะไปให้ได้ พระองค์จึงทรงอนุญาต เมื่อท่านไปอยู่ในป่ามุ่งบำเพ็ญเพียรกลับถูกโจร คือ มิจฉาวิตกปล้นสะดมภัณฑะคือกุศลไป ต้องมากราบทูลพระผู้มีพระภาค
สาระสำคัญ คือ พระองค์ทรงแนะนำวิธีสู้โจร คือ มิจฉาวิตกนั้น ดังนี้
๑) มีกัลยาณมิตร
๒) มีศีลและอาจาระ
๓) สนนทนากถาเป็นเครื่องขัดเกลากิเลส
๔) ปรารภความเพียร
๕) เจริญปัญญา
และทรงแนะนำวิธีกำจัดโจร คือ กิเลส ดังนี้
๑) เจริญอสุภกัมมัฏฐาน เพื่อละราคะ
๒) เจริญเมตตากัมมัฏฐาน เพื่อละพยาบาท
๓)เจริญอานาปานสติกัมมัฏฐานเพื่อละวิตก
๔) เจริญอนิจจสัญญากัมมัฏฐาน เพื่อถอนอัสมิมานะ
จากนั้นทรงเปล่งอุทานแสดงโทษแห่งการไม่บรรเทามิจฉาทิฏฐิ และอานิสงส์แห่งการบรรเทา มิจฉาวิตก


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2551 , 09:28:14 น.] ( IP = 58.8.34.135 : : )


  สลักธรรม 3


เนื้อหาและสาระสำคัญในปฐม ,ทุติย และ ตติยนานาติตถิยสูตร
ในทั้ง ๓ พระสูตรนี้ต่างว่าด้วยลัทธิแตกต่างกัน กล่าวคือ ต่างว่าด้วยลัทธิมิจฉาทิฏฐิเหมือนกัน แต่ต่างกันในรายละเอียด คือ
พระสูตรที่ ๔ ว่าด้วยอันตคาหิกทิฏฐิ ๑๐ ประการ ที่เป็นเหตุให้พวกสมณพราหมณ์และปริพาชกจำนวนมากต้องทะเลาะวิวาทกัน พวกภิกษุนำความกราบทูลพระผู้มีพระภาค พระองค์ทรงแสดงธรรมเปล่งอุทานเปรียบเทียบสมณพราหมณ์ผู้มีลัทธิดังกล่าวว่า เสมือนพวกคนตาบอดคลำช้าง
ส่วนพระสูตรที่ ๕-๖ ว่าด้วยมิจฉาทิฏฐิ ๑๖ ประการ มีลัทธิที่เชื่อว่าอัตตาและโลกเที่ยง คำว่า “อัตตา และ โลก” มีความหมายหลายนัย เช่น



นัยที่ ๑ อัตตาและโลก หมายถึง ขันธ์ ๕
นัยที่ ๒ อัตตา หมายถึง อหังการวัตถุ คือ เหตุให้เกิดมานะว่าเป็นเรา
โลก หมายถึง มมังการวัตถุ คือ เหตุให้เกิดตัณหาว่าเป็นของเรา เป็นต้น
ในพระสูตรที่ ๕-๖ นี้ พระผู้มีพระภาครงเปล่งอุทานแสดงว่า เพราะสัตว์ทั้งหลายยึดมั่นมิจฉาทิฏฐิเหล่านี้ จึงไม่บรรลุนิพพาน มัวจมอยู่ในโอฆะ ๔ ประการ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา ไม่ล่วงพ้นสังสารวัฏไปได้



เนื้อหาและสาระสำคัญในอุเทนสูตร
อุเทนสูตร ว่าด้วยพระราชวังของพระเจ้าอุเทนถูกไฟเผา คือตรัสตอบคำทูลถามของภิกษุทั้งหลายถึงคติ และภพของหญิง ๕๐๐ คน มีพระนางสามาวดีเป็นหัวหน้า ซึ่งเสียชีวิตในเหตุการณ์ที่พระราชวังของพระเจ้าอุเทนถูกไฟเผาว่า พวกเธอเป็นโสดาบันก็มี เป็นสกทาคามีก็มี เป็นอนาคามีก็มี ทรงเปล่งอุทานมีสาระสำคัญ ดังนี้
คนพาลผู้ถูกอุปธิ ๓ ประการ คือ ๑) อุปธิ คือ กาม ๒) อุปธิ คือ กิเลส ๓) อุปธิ คือ ขันธ์ ย่อมเข้าใจว่าสรรพสิ่งยั่งยืน แต่ผู้รู้ย่อมปราศจากกิเลสเครื่องกังวล



เนื้อหาและสาระสำคัญในจุนทสูตร
จุนสูตร ว่าด้วยนายจุนทกัมมารบุตร คือพระสูตรที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จำนวนมาก เสด็จจาริกไปถึงเมืองปาวา แคว้นมัลละ ได้ถวายภัตตาหารชื่อว่า สูกรมัททวะ แด่พระผู้มีพระภาค
คำว่า “สูกรมัททวะ” มีความหมาย ๔ นัย คือ
๑) หมายถึงเนื้อสุกรทั่วไปที่อ่อนนุ่ม
๒) หมายถึงหน่อไม้ชนิดหนึ่งที่สุกรชอบแทะดุน
๓) หมายถึงเห็ดชนิดหนึ่งที่เกิดในถิ่นที่สุกรแทะดุน๔) หมายถึงรสอาหารชนิดหนึ่ง
เมื่อพระองค์เสวยพระกายาหารสูกรมัททวะแล้ว ทรงพระประชวร จึงเสด็จไปยังกรุงกุสินารา ต่อมาได้ตรัสสั่งท่านพระอานนทเถระให้ปลอบใจนายจุนทะว่า อย่าได้เดือดร้อนเศร้าโศกเสียใจว่าตนเป็นเหตุให้พระองค์ต้องประชวร แต่ให้ถือเป็นลาภ เป็นโชคที่ได้ถวายอาหารบิณฑบาตมื้อสุดท้ายแด่พระองค์ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน เพราะถือเป็นเหตุให้ได้รับอานิสงส์มาก ทรงเปล่งอุทานมีใจความว่า ผู้ให้ทานชื่อว่าเพิ่มพูนบุญ ผู้มีศีล มีปัญญา ไม่ก่อเวร ย่อมละบาปได้


โดย ธีรวัสMA (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2551 , 09:30:00 น.] ( IP = 58.8.34.243 : : )


  สลักธรรม 4


ตั้งนโมสามจบอย่างนบนอบ
บุญประกอบวางลงตรงเบื้องหน้า
ศรัทธามั่นเพียรทำน้อมนำมา
เดินช้า ช้าก้าวย่าง..อย่างตั้งใจ

บุญพระจงก่อเกื้อเพื่อมอบมี
ศีลที่มีดั่งปราการพิสุทธิ์ใส
ปกและป้องสิ้นเทวษเหตุปัจจัย
จับมือไปก้าวล่วงห่วงที่มี

กอรปบุญข้ามสู่มรรคา ที่มาสร้าง
ร่วมละวางปราถนาแห่งหล้านี้
อธิษฐานดังก้องฟ้าทุกราตรี
นิพพานนี้ที่ก้าวมั่นคือสัญญา

เหตุ ปัจจัย บุญกรรม นำเทียนฉาย
ทั้งใจ กาย ใหญ่ยิ่ง สิ่งปรารถนา
กุศลธรรม นำหัวใจ ไปมรรคา
ไม่ต่อภพ จบสัญญา พานิพพานฯ


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [20 มี.ค. 2551 , 09:31:06 น.] ( IP = 58.8.34.135 : : )


  สลักธรรม 5


โดย น้องกิ๊ฟ [21 มี.ค. 2551 , 09:06:52 น.] ( IP = 125.26.43.75 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org