มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้โงเขลาเบาปัญญากับนักวิชาเกิน (การ)




ผู้โงเขลาเบาปัญญากับนักวิชาเกิน (การ)
โดยอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ท่านสาธุชนที่เคารพ เรื่องของชีวิตจิตใจนั้นมีความลึกซึ้งอย่างยิ่งจริง ๆ และพ้นวิสัยของผู้มีกิเลสทั้งหลายจริง ๆ เหมือนกันที่จะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงแก่นแท้ได้ แต่อย่างไรก็ดี ท่านผู้ใดจะมีความคิดเห็นประการใดก็มีความคิดเห็นได้ทุกอย่าง ทุก ๆ คนมีอิสระในความคิดเห็นของตนเอง แต่ว่าความคิดเห็นที่แสดงออกไปสู่สาธารณะนั้น จะผิดหรือถูก จะได้รับผลเสียหายหรือจะได้รับผลดีต่อประชาชนประการใด ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างที่สุด

ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เป็นการสมควรเลยที่จะคิดเอาง่าย ๆ ว่า ความเห็นของตนนั้นเป็นความเห็นที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด แม้ท่านที่ว่านั้นจะได้รับการศึกษามีปริญญามากมายก่ายกองสักเท่าใด ก็มิบังควรคิดว่ามีความสามารถ มีความเฉลียวฉลาด ตัดสินปัญหาที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าได้ทุก ๆ ปัญหาไป แล้วรีบด่วนลงความเห็นว่าความคิดของตนนั้นถูกต้องสมบูรณ์ดีที่สุดแล้ว ความคิดเห็นของใคร ๆ ไม่ถูกต้องทั้งนั้น

เพราะได้มีนักวิชาการผู้ยิ่งใหญ่ ทั้งพระภิกษุ ทั้งฆราวาสได้ว่ากล่าวโจมตี ตำหนิ ติเตียน ถากถาง เยาะเย้ย ราวกับตนเองเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ในวิทยาการสารพัด ได้ตำหนิติเตียนผู้ที่เชื่อเรื่องวิญญาณ เรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เชื่อการเกิดเป็นผีสางเทวดาได้ ตลอดจนชื่ออำนาจของไสยศาสตร์ทั้งหลาย แล้วก็ถูกหาว่า เป็นพวกเพ้อฝันตามคนโบราณ เป็นศาสนาพราหมณ์ เป็นไดโนเสา เป็นเต่าพันปี เป็นคนหลงงมงายไร้เหตุผล ไม่สมควรเลยที่มามีความเชื่อในสมัยนี้ ซึ่งเป็นยุคจรวดและดาวเทียม บางท่านว่ารุนแรงจนถึงใช้คำว่า "โง่เขลาเบาปัญญา"

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 มี.ค. 2551 , 09:37:43 น.] ( IP = 58.9.150.19 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

บรรดาท่านที่มีความเชื่อในเรื่องเร้นลับมหัศจรรย์ พ้นวิสัยที่นักวิชาการทั้งหลายจะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงได้ ก็พยายามที่จะกล่าวแก้เรื่องที่กล่าวหาเหล่านั้น ว่าเป็นความจริงทั้งสิ้น เขาได้ประสบพบเห็น เขาได้มีประสบการณ์มามากมายหลายครั้ง พร้อมทั้งอ้างอิงพยานหลักฐานเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงต่าง ๆ นานา และว่าเรื่องลึกซึ้งเกินไปจนทำให้ท่านนักวิชาการ (เขาล้อกันว่าเป็นนักวิชาเกิน) ทั้งหลายมองเข้าไปไม่ถึงและมิได้ย่างกรายเข้ามาหาประสบการณ์ แต่ถึงจะพยายามพูดและยกตัวอย่างเพื่อจะแก้ข้อกล่าวหานั้น ๆ อย่างใดก็ไม่มีผู้ใดฟังเสียง เพราะเขาผู้ซึ่งเป็นนักวิชาเกินทั้งหลายเหล่านั้น ไม่ต้องการแต่เพียงคำบอกเล่าเรื่องแปลก ๆ ต่าง ๆ สนุก ๆ แล้วก็อ้างพยาน หากแต่เขาต้องการเหตุผล ข้อเท็จจริง และพร้อมด้วยบทพิสูจน์

ก็ยังไม่เห็นมีคำสอนของท่านผู้ใด หรือหนังสือเล่มไหนแม้สักเล่มหนึ่ง แม้จากในอดีตอันแสนไกลเป็นร้อยเป็นพันปีมาแล้วก็ตาม ที่จะให้คำอธิบายในเรื่องของชีวิตจิตใจ ทั้งที่เห็นได้และเห็นไม่ได้ แสดงเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดของสัตว์ทั้งหลาย ตลอดจนเรื่องผีสางเทวดา อำนาจจิตและความเร้นลับพิสดาร น่าอัศจรรย์ใจในวิชาที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ไสยศาสตร์ ออกมาสู่สายตาของชาวโลกเลยแม้แต่น้อยเพื่อให้หายสงสัย

ผู้ที่จะตีแผ่เรื่องเหล่านี้ออกมาก็มีแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเท่านั้น และเฉพาะอย่งยิ่งจะต้องศึกษาจากพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ และมีอยู่ถึง ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ มากเท่ากับพระวินัยกับพระสูตรรวมกัน

ผู้ศึกษาพระอภิธรรมมีความเข้าใจดีแล้ว ปัญหาเร้นลับพิสดารน่าอัศจรรย์ใจทั้งหลาย ที่แอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิด ก็จะเหมือนหนึ่งได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดแสงฉายเข้าสู่ แล้วสิ่งที่อยู่ในความมืดมิดทั้งหลายก็จะค่อย ๆ ปรากฎชัดขึ้น ๆ แล้วในที่สุดก็เหมือนกับวัตถุใด ๆ ที่วางอยู่กลางแจ้ง ตรงหน้ายามเที่ยงวันที่เมฆหมอกมิอาจเข้ามาปิดบังขวางกั้นได้

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 มี.ค. 2551 , 09:41:25 น.] ( IP = 58.9.150.19 : : )


  สลักธรรม 2

พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้ทรงเกรงผู้ใดที่เข้ามาพิสูจน์หาความจริง พระองค์เกรงผู้ที่จะเอาแต่พูด เอาแต่ความคิดเห็นและพยายามเอาความรู้แบบโลก ๆ ที่ตนได้ศึกษาจากตำรับตำราทั้งในและนอกประเทศที่วางอยู่เต็มโต๊ะ ตลอดจนความคิดเห็นแบบโลก ๆ ของตนมาอ้างเพื่อลบล้างความจริงแท้แน่นอนที่พระองค์เสนอให้เสียก่อนที่จะได้ศึกษาจริงจังเท่านั้น

ทั้งนี้ก็เพราะว่า พระอภิธรรมปิฎกนั้นมิใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ มิใช่เป็นเรื่องที่ฟัง ๆ อ่าน ๆ แล้วก็จะเข้าใจได้ดี โดยมิต้องใช้ความคิดพิจารณาตามไปให้เต็มที่

พระอภิธรรมปิฎก เป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ ด้วยเหตุนี้จึงมีความลึกซึ้งมีความสลับซับซ้อนอย่างเหลือเกิน จึงเป็นการเหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ที่มีความรู้มาก ๆ มีเหตุผลดี ๆ มีเหตุผลเป็นของตนเองไม่เชื่อผู้ใดง่าย ๆ และเหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ที่มีความพากเพียร ไม่ทอดทิ้งเสียกลางคัน ด้วยมองเห็นประโยชน์ที่จะได้นั้นเหลือหลายยิ่งกว่าการศึกษาวิทยาการใด ๆ เพราะทราบว่า ถ้ามีความเข้าใจในเรื่องของชีวิตเสียแล้ว ก็จะไม่กล้ากระทำบาปใหญ่ที่จะเพิ่มพูนสีดำให้กับจิตใจของตนเองอีกต่อไป แม้จะให้สีดำคล้ำเหล่านั้นย่างกรายเข้ามาใกล้ เพราะเห็นโทษภัยร้ายกาจที่ตนจะต้องได้รับทั้งในชาตินี้และชาติข้างหน้า ในระหว่างการศึกษาก็จะได้รับความสุขความสบายใจ ตั้งแต่เริ่มต้นศึกษาเป็นต้นไป

ความทุกข์ ความกังวล ห่วงใย ความเร่าร้อน ทั้งหลายที่เคยผ่านมาก็จะค่อย ๆ ลดลงไปโดยอัตโนมัติ แล้วจะมีปัญญาบารมี ที่จะคอยเป็นพี่เลี้ยงที่แสนดีติดตามตัวไปในแต่ละชาติข้างหน้า มิให้เถลไถลเดินผิดทิศทางไปสู่อบาย จะมีความรู้มีความสามารถที่จะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

เหมือนผู้ขับรถยนต์เดินทางไกลแล้วมีความรู้มีความสามารถแก้เครื่องยนต์ได้ดี ชีวิตก็จะได้รับความสุขความสงบที่หาความสุข ๆ ในทางโลกมาเทียบเทียมไม่ได้ แม้แต่เท่าปลายก้อย เพราะมีความเข้าใจชีวิตดีแล้วจะได้เห็นหนทางที่จะพาชีวิตอันเป็นที่รักของตนให้เดินไปสู่ทิศทางใด เพื่อพ้นจากทุกข์ได้เด็ดขาด แท้จริง และสิ้นเชิงได้

ขอเชิญนะครับขอเชิญทุกท่านที่สนใจ ที่จะแก้ไขปัญหาให้แก่ชีวิตได้อย่างถูกต้อง เชยมาศึกษาพระอภิธรรมปิฏกนี้ได้ ที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ได้ทุกวันเสาร์และอาทิตย์นะครับ

ขอความสุขความเจริญ ความมีสติปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ท่านสาธุชนทุกท่าน และขอให้สร้างปัญญาบารมีได้มากๆเพื่อจะได้พาตนเองพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วกันทุกท่านเทอญ.


โดย พี่เณร....นำมาฝาก [27 มี.ค. 2551 , 09:49:41 น.] ( IP = 58.9.150.19 : : )


  สลักธรรม 3

ความรู้ทางโลกศึกษาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดคับ เพราะตัณหาก่อให้เกิดความคันคะเยออยากรู้นั่นรู้นี่ ค้นคว้าตั้งแต่สิ่งที่เล็กที่สุด จนไปถึงสิ่งที่กว้างที่สุดเช่นจักรวาล ศึกษาไปเถอะคับเรียนเท่าไรก็ไม่จบ กว่าจะรู้หมดก็ตายไปซะก่อน แถมหากชาติหน้ามีจริง ความรู้ที่เรียนเหล่านี้ก็ต้องศึกษาใหม่ วนเวียนอยู่อย่างนี้แหล่ะ
แต่การศึกษาทางธรรมเป็นการศึกษาที่มีที่สิ้นสุด มีจุดจบ เนื่องจากเน้นไปที่การดับตัณหา เมื่อตัณหาสิ้นเมื่อไรก็ถือว่าเรียนจบ รู้แจ้งในสรรพสิ่งไปในตัวและ เป็นปัญญาอันยิ่งยวด เรียกว่าแก้ได้ตรงจุด คือแก้ที่ความอยากนั่นแล

โดย น้องบู [27 มี.ค. 2551 , 10:05:44 น.] ( IP = 124.120.192.46 : : )


  สลักธรรม 4


กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [27 มี.ค. 2551 , 10:11:00 น.] ( IP = 124.121.174.115 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำธรรมะของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร มาฝากไว้คะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2551 , 21:47:40 น.] ( IP = 58.8.49.174 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณพี่เณรและอนุโมทนาค่ะ

โดย Nong Au (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2551 , 22:39:18 น.] ( IP = 130.91.157.142 : : )


  สลักธรรม 7


ได้อ่านข้อเขียนของท่านอาจารย์บุญมีบ่อยๆ ก็ยิ่งทำให้รู้สึกดี ..ดีที่ได้มาศึกษาพระอภิธรรม เพราะทำใหหายโง่ไปหลายอย่างเลย

กราบขอบพระคุณพี่เณรที่นำมาฝากนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มี.ค. 2551 , 09:40:14 น.] ( IP = 125.26.41.3 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org