มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถือตน... ถือสา




เขาว่าฉันมากมายในเรื่องผิด
ฉันเลยเก็บไปคิดจนหนักหัว
ยิ่งทบทวนกระบวนความยิ่งตามัว
ความโกรธรัวประทับกับหัวใจ

ทำไมหนอมาต่อว่าอย่างนี้
ทำไมจึงย่ำยีไม่ปราศรัย
ทำไมคิดเข้าใจผิดอยู่ร่ำไป
ทำไมและทำไม ทำไมกัน

ความฟุ้งซ่านดาลเดือดเผาเลือดดี
ผงโทสะคละคลีให้หุนหัน
น้ำหนักของตัวตนพุ่งฉับพลัน
ทำไมทำกับฉันไม่เหลือดี

ยอมไม่ได้ ใจไม่ยอมไม่พร้อมจบ
เพราะทำนบอัตตาหนาศักดิ์ศรี
ไหลบ่าล้นความคิดปิดไมตรี
อย่ามาทำเช่นนี้ฉันไม่ยอม

ยิ่งครุ่นคิดยิ่งติดในตัวตน
ทิ้งเหตุผลอุปาทานซ่านหล่อหลอม
แบ่งเธอฉันเราเขาไม่ประนอม
อดีตล้อมปัจจุบันไร้ปัญญา

เพราะถือตนจึงถือสาว่าผิดถูก
เพราะถือตนจึงปลูกต้นปัญหา
เพราะถือตนจึงเหนื่อยเหลือคณา
เพราะถือตนจึงบ้ากับเรื่องราว

ในชีวิตคิดไปไม่มีตน
มีเพียงเหตุกับผลให้สืบสาว
มีเกิดขึ้นดับไปเป็นครั้งคราว
ที่ทอดยาวคือความคิดฤทธิ์อัตตา

โดย พี่ดอกแก้ว [27 มี.ค. 2551 , 18:51:17 น.] ( IP = 58.9.150.19 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เรื่องของความไม่พอใจ มักจะมีมูลเหตุมาจากตัณหา เมื่อได้ในสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับตัณหาแล้ว โทสะก็เลยเกิดตามมา เรื่องเหล่านี้เราจะเห็นเสมอเลย แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆในชีวิตประจำวันก็ตาม

ความยึดถือ..จะมากหรือน้อยก็ก่อความรู้สึกทุกข์ใจให้เราได้เสมอ และความยึดถือนี้ก็มีอยู่คู่กับชีวิตของคนธรรมดาอย่างเราๆ เพียงแต่ใครรู้ทันได้ก่อน ระดับของความทุกข์ก็จะลดลงได้เร็วกว่าคนที่รู้ช้า

สิ่งที่ทำได้ง่ายในคราวที่ครุ่นคิดตัดไม่ขาดก็คือ บอกกับตนเองว่า ไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นแล้วจะไม่ดับลงไป เพียงแต่เราอย่าไปผูกติดคิดทบทวนย้ำไปมา ใจก็จะสบายขึ้นได้มาก

โดย พี่ดอกแก้ว [27 มี.ค. 2551 , 18:57:57 น.] ( IP = 58.9.150.19 : : )


  สลักธรรม 2

ขออนุโมทนา

โดย อุบาสิกานภนุช เขมพินิจ [27 มี.ค. 2551 , 19:22:28 น.] ( IP = 125.24.1.9 : : )


  สลักธรรม 3

เรื่องราวต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตนั้นผ่านพ้นไปแล้ว แต่เรากลับไปยึดถือไว้ จึงสร้างความทุกข์ให้กับตนเองยาวนานขึ้น

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2551 , 21:53:34 น.] ( IP = 58.8.49.174 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณมากค่ะพี่ดอกแก้ว
ที่ให้ข้อคิดเตือนใจ ที่ตรงกับควมรู้สึกนึกคิด
ที่เรามักจะพบอยู่เป็นประจำ

โดย Nong Au (asomsopon) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [27 มี.ค. 2551 , 23:52:26 น.] ( IP = 130.91.157.142 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านแล้วก็ได้คิดว่า...ต้นเหตุของความทุกข์ใหม่ก็คงหนีไม่พ้นไปจากกิเลสที่อยู่ในใจโดยเฉพาะความถือตน และก็ก่อปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งโต้แย้งอวดข่มรังแกกัน ยิ่งถ้าคู่กรณีเป็นผู้ที่ถือตนเช่นกันด้วยแล้วก็อย่าหวังว่าปัญหาจะจบลงได้ง่าย...ก็คงเป็นแบบเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะความถือสานี่แหละ


จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะหาเหตุผลมาหว่านล้อมใจของตนให้ยอมสงบเรื่องราว ...คิดๆ แล้วเหตุผลที่ว่านี้ก็คิดได้สองแบบคือเหตุผลฝ่ายบาปกับฝ่ายบุญ

ฝ่ายบาปก็คือ เพราะยังมีเยื่อใยของตัณหาอยู่อย่างเหนียวแน่นจึงยอมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หรือยอมตนตกเป็นเบี้ยล่างด้วยความอดทนต่อไป..อย่างนี้เป็นต้น

ส่วนเหตุผลในฝ่ายบุญก็คือเรื่องของปัญญาที่จะเข้าไปรู้ถึงลักษณะของกิเลส เงื่อนของกรรม ความเป็นไปที่เป็นสามัญลักษณะของจิต และความมีเมตตา

เพราะถ้าสามารถเพิ่มปริมาณของเมตตาในใจให้มากขึ้นก็คงเหมือนกับขยายความกว้างของถ้ำออกไปเป็นป่า..ในตอนนั้นเสือร้อยตัวก็อยู่ป่าเดียวกันได้ หรือถ้ามีการยอมรับกันได้แม้จะอยู่ในกรงที่สวนสัตว์ เสือหลายตัวก็อยู่ในกรงเดียวกันได้

ผู้ที่มีธรรมจึงสามารถอยู่กับผู้อื่นด้วยความสุขได้เสมอ และไม่ประสบทุกข์ใจในเรื่องที่กระทบเพราะเข้าถึงชัยชนะ..คือการรู้ตัวและรู้เท่าทันกิเลสได้นั่นเอง

กราบขอบพระคุณข้อคิดที่ดีจากพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [28 มี.ค. 2551 , 08:56:47 น.] ( IP = 125.26.41.3 : : )


  สลักธรรม 6

พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ถึงเรื่องของ โลกธรรมทั้งแปดว่า"สิ่งเหล่านี้มันเป็นของคู่กับโลกตลอดกาล" ไม่มีผู้ใดที่จะสามารถรอคพ้นได้ เมื่อมีลาภก็ย่อมเสื่อมจากลาภ เมื่อมียศก็ย่อมเสื่อมจากยศ เมื่อมีสุขก็ย่อมมีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญก็ย่อมมีนินทา...ทั้งหลายททั้งปวงนั้นเขาเป็นธรรมประจำโลก...ทุกๆคนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ต้องได้สัมผัสกันทุกคน...อยู่ที่ว่าเมื่อมันเกิดขึ้นกับเราแล้ว...เราจะมีปัญญาพิจารญาอย่างไรกับมัน...ที่จะไม่ให้มันมาทำร้ายจิตใจของเราให้เศร้าหมอง...เมื่อจิตเศร้าหมองก็มีแต่อบายนั้นแหละเป็นที่หมาย...สิ่งทั้งหลายในโลกนี้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็แปรปรวน...เกิดมา ตั้งอยู่ ดับไป...และจะเป็นไปเช่นนี้ตลอดอนันตกาล...หลวงปู่ หลุย จันทสาโร ท่านกล่าวถึงลักษณจิตของพระอรหันต์ ว่า"พระอรหันต์ เมื่อท่านได้เห็นได้ยินสิ่งใด ดีก็ตามชั่วก็ตามท่านก็จะวางไว้ตรงนั้น ไม่นำเข้ามาปรุงแต่งภายในจิตใจอีก ปล่อยทิ้งไว้ตรงนั้น" จิตของผู้หลุดพ้นเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้ามกับจิตของปุถุชนเจอะเจอสิ่งใด...ก็จะเก็บมาหมักดองปรุงแต่งไปหมดทุกเรื่อง...แม้บางเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับเราเลยก็ยังนำเข้ามา...ให้จิตต้องทำงานปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลาไม่ได้พักผ่อน...ผลที่ได้รับส่วนใหญ่ก็มีแต่ทุกข์ นี่แหละที่ท่านกล่าวว่า จิตของพระอรหันต์นั้นสะอาดบริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่งจึงไม่มีทุกข์ ส่วนจิตปุถุชนนั้นก็สะสมแต่เรื่องทุกข์...ไปไหนก็แบกไปด้วยแม้แต่นอนก็ยังกอดเอาไว้...!เมื่อรู้ว่าสิ่งใดร้อนก็วางลงซะ...เมื่อวางลงแล้วก็จะเห็นสุขเองแหละนะ...ไปก่อนล่ะสวัสดี


โดย ปุถุชน.....เต็มร้อย! [28 มี.ค. 2551 , 15:31:03 น.] ( IP = 124.120.140.229 : : )


  สลักธรรม 7

บทกลอนสอนใจดีมากค่ะ

กำลังเขียนนิยาย เกี่ยวกับที่ตัวเองเป็นตัวเอง
อย่างแย่ ๆ ไว้มากเกินไป ในอดีต

ย้อนอดีตเขียนแล้ว เหนื่อยจริง ๆ อย่างบท
กลอนเลยค่ะ อัตตาล้น ปนด้วยอกุศลทุกความ


ขอบคุณที่เขียนบทกลอนดี ๆ แก้ทุกข์นะคะ

โดย tiki [8 เม.ย. 2551 , 02:26:51 น.] ( IP = 125.25.99.133 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org