มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๑





จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๑


สัตว์ทั้งหลายได้กระทำกรรมสั่งสมไว้ในจิตอยู่ทุกวี่ทุกวัน ซึ่งมีทั้งบุญและบาป ชีวิตแต่ละชีวิตถูกครอบงำด้วยตัณหา คือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ ที่มาปรากฏทางทวารทั้ง ๖ อยู่ตลอดเวลา เมื่อสัตว์เหล่านั้นตายลง ด้วยอำนาจตัณหาที่สั่งสมไว้จึงทำให้ยังต้องเวียนเกิดอีก หากแต่จะไปเกิดเป็นสัตว์อะไร ในภพภูมิใด เป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิ ก็ย่อมแล้วแต่กำลังอำนาจของกรรม ซึ่งก็คือ บุญ-บาปที่ตนเองนั่นแหละเป็นผู้กระทำไว้เอง มิได้มีใครมาบันดลบันดาลให้ไปเกิดได้ เพราะ เราเองเป็นเจ้าของกรรมนั้น เป็นผู้กระทำกรรมนั้นเองทางกาย วาจา หรือใจ เราก็มีสิทธิเต็มที่ที่จะได้รับมรดกกรรมนั้น โดยที่อำนาจกรรมซึ่งประทับไว้ในใจที่มีกำลังจะมาปรากฏเกิดขึ้นเป็นอารมณ์ในขณะใกล้จะถึงแก่ความตาย เป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

อารมณ์นั้นแหละจะมีอำนาจส่งให้เกิดหรือปฏิสนธิในภพชาติใหม่ได้ สุคติ หรือทุคติ ใน๓๑ ภูมิ ซึ่งอาจจะกล่าวได้ง่ายๆ ว่า
...อำนาจตัณหา ทำให้สัตว์ทั้งหลายยังคงเวียนเกิดเวียนตายเรื่อยไป
...อำนาจกรรม เป็นตัวกำหนดหรือชี้บอกตำแหน่งที่จะเกิดในภพภูมิใหม่

ถ้าอารมณ์นั้นเป็นอำนาจของบาปอกุศล ก็ส่งผลให้ปฏิสนธิหรือเกิดเป็นอบายสัตว์ในทุคติภูมิ :อบายภูมิ ๔ (นิรยภูมิ เปตติภูมิ อสุรกายภูมิ ติรัจฉานภูมิ)
ถ้าอารมณ์นั้นเป็นอำนาจของบุญกุศล ก็นำให้ปฏิสนธิหรือเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดาใน สุคติภูมิ :มนุษย์ภูมิ เทวภูมิ หรือ พรหมภูมิ ทั้งนี้ก็ตามสมควรแก่กำลังอำนาจของกรรมนั้นๆ ซึ่งบุคคลนั้นๆ กระทำไว้เอง

โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:36:34 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะปฏิสนธิเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน ในอบายภูมิ ๔ เป็นมนุษย์ เทวดาในกามสุคติภูมิ หรือแม้กระทั่งปฏิสนธิเป็นพรหมในรูปภูมิ หรืออรูปภูมิ ก็ตาม เมื่อเวลาตาย หรือจุติ ล้วนจะต้องมีมรณาสันนวิถีเกิดขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น แต่มรณาสันนวิถีที่เกิดขึ้น นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่า

  • …บุคคลนั้นเป็นใคร เป็นปุถุชน หรืออริยบุคคล
  • …อยู่ในภพภูมิไหน อบายภูมิ กามสุคติภูมิ หรือพรหมภูมิ (รูปภูมิ หรืออรูปภูมิ)

    และอารมณ์ที่เกิดขึ้นในขณะใกล้จะตาย หรือมรณาสันนกาลระยะสุดท้ายจะเป็นตัวชี้บอกคติที่จะไปเกิด ว่าเป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิ

  • โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:39:32 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 2


    มรณาสันนวิถี


    มรณาสันนวิถี เป็นวิถีจิตสุดท้ายที่จิตเกิดขึ้นทำงาน โดยมีจุติจิตเกิดขึ้นท้ายวิถีทำหน้าที่จุติกิจเป็นครั้งสุดท้ายในภพชาตินั้น เมื่อจุติจิตดับลงแล้ว ปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้นทันทีด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย จุติจิต-ปฏิสนธิจิต มีการเกิดขึ้นติดต่อกันด้วยความรวดเร็วมาก เช่นเดียวกับจิตที่เกิดดับอยู่เป็นปกติธรรมดานั่นเอง เมื่อสิ้นสุดมรณาสันนวิถีแล้ว จุติจิตเกิดขึ้น ๑ ขณะ เรียกว่าสัตว์นั้นถึงแก่ความตาย และ ในทันทีที่จุติจิตดับลง ปฏิสนธิจิตจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยไม่มีจิตอื่นเกิดขึ้นมาคั่นระหว่างจุติจิตกับปฏิสนธิจิตเลย


    ด้วยเหตุนี้ คำพูดที่ว่า “เมื่อตายแล้ว จิตล่องลอยไปเกิดหาร่างใหม่” จึงได้ชื่อว่าเป็นความเห็นที่ผิด

    (แต่สำหรับจุติจิตของพระอรหันต์ผู้สิ้นอาสวกิเลสแล้วนั้น ภพชาติที่จะเกิดใหม่อีกไม่มี จึงไม่มีปฏิสนธิจิตเกิดต่อจากจุติจิตอีก)

    …..จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้…..
    …..ตายด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้…..
    …..ตายที่ไหนก็ไม่รู้…..
    …..ที่สำคัญตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้…..

    โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:43:10 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 3


    ในมรณาสันนวิถีนี้ มีชวนจิตเกิดขึ้นเพียง ๕ ขณะเท่านั้น จิตมีกำลังอ่อนมิอาจรับอารมณ์ใหม่ได้เลย (มรณาสันนวิถีจะมีอารมณ์เดียวกับอารมณ์ในมรณาสันนกาลระยะสุดท้าย) เนื่องจากอำนาจกรรมที่อุปถัมภ์อยู่นั้นใกล้จะหมดอำนาจอยู่แล้ว และกอปร์กับหทัยวัตถุซึ่งเป็นรูปที่เกิดจากกรรม (กรรมชรูป)
    เป็นที่ตั้งที่อาศัยเกิดของจิตนั้นก็มีแต่เสื่อมดับไปเรื่อยๆ โดยมิได้มีการสร้างขึ้นใหม่

    ในมรณาสันนวิถี จิตทุกๆ ดวงที่เกิดขึ้นนั้น ก็เกิดขึ้นได้ด้วย อำนาจของหทัยวัตถุที่เกิดขึ้นที่อุปาทขณะของจิตดวงที่ ๑๗ ที่นับย้อนจากจุติขึ้นมา เป็นปัจจัยช่วยอุปการะด้วยอำนาจของ วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย วัตถุปุเรชาตอวิคตปัจจัย

    จิตในขณะนี้อาศัยหทยวัตถุเดียวกันเป็นที่อาศัยเกิด ซึ่งหทยวัตถุนั้นก็จะดับลงพร้อมกับการดับของจุติจิต

    โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:46:35 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 4


    จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ การทำงานของจิต หรือที่เรียกว่าวิถีจิต โดยทั่วไปจะปรากฏเกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ได้ ๒ ทวาร คือ ทางปัญจทวาร และมโนทวาร

    มรณาสันนวิถีจึงเกิดมีขึ้นได้ ๒ ทวารเช่นเดียวกันคือ มรณาสันนวิถีทางปัญจทวาร และ มรณาสันนวิถีทางมโนทวาร
    แต่ไม่ว่ามรณาสันนวิถีจะเกิดขึ้นทางปัญจทวารหรือมโนทวาร มรณาสันนวิถีที่จะมีเพียง ๔ ประเภทเท่านั้น

    มรณาสันนวิถี มี ๔ ประเภท คือ

    ประเภทที่ ๑ : ชวนจิต ๕ ครั้ง ตทาลัมพณะ ๒ ครั้ง แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-ตทา-จุติ)
    ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ตทา จุติ
    ประเภทที่ ๒ : ชวนจิต ๕ ครั้ง ตทาลัมพณะ ๒ ครั้ง ภวังคจิต แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-ตทา-ภวังค์-จุติ)
    ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ตทา ภวังค์ จุติ
    ประเภทที่ ๓ : ชวนจิต ๕ ครั้ง แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-จุติ)
    ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ
    ประเภทที่ ๔ : ชวนจิต ๕ ครั้ง ภวังคจิต แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-ภวังค์-จุติ)
    ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ

    จำนวนของภวังคจิตแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับกัมมชรูปที่เกิดขึ้นครั้งสุดท้าย ซึ่งย่อมตั้งอยู่ ๑๗ ขณะจิต และต้องดับลงพร้อมกับจุติจิตเสมอ

    โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:49:53 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 5


    อารมณ์ของมรณาสันนวิถี


    สัตว์ทั้งหลายที่ยังมิได้เป็นพระอรหันต์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา หรือพรหมก็ตาม เมื่อจะต้องตาย จะด้วยเหตุใดก็ตามในเหตุ ๔ ประการคือ หมดกรรม หมดอายุขัย หมดทั้งกรรมและอายุขัย หรือมีกรรมตัดรอนก็ตาม
    อำนาจกรรมที่กระทำไว้ ย่อมจะมาปรากฏเฉพาะหน้าเป็นนิมิตอารมณ์ทางทวารใดทวารหนึ่ง ตามสมควรแก่อารมณ์และทวาร เรียกว่ากรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์


    …กรรมอารมณ์


    กรรมคือการกระทำ กรรมอารมณ์หมายถึงเจตนากรรมที่ได้กระทำไว้ มีทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม
    ซึ่งจะมาปรากฏเป็นอารมณ์ได้เฉพาะทางมโนทวารอย่างเดียวเท่านั้น และเป็นอดีตอารมณ์ที่มาปรากฏเป็นปัจจุบันรู้สึกคล้ายกับว่ากำลังเกิดขึ้นขณะนั้น
    กรรมอารมณ์จึงเป็นความรู้สึกทางใจที่เกี่ยวกับกุศลกรรม อกุศลกรรมที่ได้กระทำไว้แล้ว เช่น ความรู้สึกเสียใจเกิดขึ้นคล้ายๆ กับว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้ขณะนั้น หรือ ความรู้สึกปีติโสมนัส เกิดขึ้นคล้ายกับว่าตนกำลังทำบุญให้ทานอยู่


    ถ้ากรรมอารมณ์เป็นฝ่ายกุศล..ก็นำไปสู่สุคติ
    ถ้ากรรมอารมณ์เป็นฝ่ายอกุศล..ก็นำไปสู่ทุคติ

    โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:51:56 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 6


    …กรรมนิมิตอารมณ์


    กรรม คือการกระทำ นิมิต คือเครื่องหมาย
    ในการกระทำกรรมนั้นนอกจากมีเจตนาแล้ว
    การจะสำเร็จเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรม ต้องมีส่วนประกอบต่างๆ ในการกระทำกรรมต่างๆนั้นร่วมด้วย เช่น ทำบุญให้ทาน ก็ต้องมีผู้รับทาน มีวัตถุสิ่งของที่ให้ เป็นต้น กรรมนิมิตอารมณ์ จึงหมายถึงเครื่องหมายของการกระทำกรรมต่างๆ ซึ่งอาจหมายถึงประธานในการกระทำกรรมนั้น หรือเป็นเพียงอุปกรณ์ส่วนประกอบในการกระทำกรรมนั้นก็ได้

    ดังนั้น กรรมนิมิตอารมณ์จึงได้แก่ อารมณ์ ๖ ที่ตนได้ประสบพบมาแล้วด้วยการกระทำทางกาย วาจา หรือใจ ถ้าเป็นแต่เพียงนึก คิดถึงสิ่งต่างๆ นิมิตนั้นก็เป็นอดีตอารมณ์ที่มาปรากฏทางมโนทวาร แต่ถ้าได้เห็นด้วยตาจริงๆ ได้ยินด้วยหูจริงๆ นิมิตนั้นก็เป็นปัจจุบันอารมณ์ที่มาปรากฏทางปัญจทวาร ซึ่งพบเห็นได้บ่อยๆ ได้แก่พวกที่กำลังสนุกสนานเฮฮา แล้วเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตทันที เขาเหล่านั้นก็รับเอากามคุณอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ตนกำลังประสพอยู่ขณะนั้นซึ่งเป็นปัจจุบันอารมณ์มาเป็นนิมิตเครื่องหมายนำปฏิสนธิได้


    ถ้ากรรมนิมิตเป็นฝ่ายกุศล เช่นเห็นโบสถ์วิหาร เห็นพระ ภิกษุที่เคยบวชให้ตนเองหรือบวชลูก บวชหลานเป็นต้น มรณาสันนวิถีก็หน่วงเอาอารมณ์นั้นมาให้เห็นเป็นนิมิตเครื่องหมาย ..นำไปสู่สุคติ
    ถ้ากรรมนิมิตเป็นฝ่ายอกุศล เช่นเห็นแหอวน เห็นหอก เห็นอุปกรณ์เครื่องประหัตประหารสัตว์ที่ตน เคยกระทำไว้เป็นต้น มรณาสันนวิถีก็หน่วงเอาอารมณ์นั้นมาให้เห็นเป็นนิมิตเครื่องหมาย ..นำไปสู่ทุคติ

    โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:56:47 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 7


    …คตินิมิตอารมณ์



    คติ คือที่หมายหรือภพชาติที่จะพึงถึง นิมิต คือเครื่องหมาย
    คตินิมิตอารมณ์จึงเป็นอารมณ์ของภพชาติที่พึงถึง ไม่ใช่อารมณ์ที่เกี่ยวกับภพนี้ แต่เป็นอารมณ์ที่จะต้องพบเห็นและเสวยในภพหน้า จึงเป็นเครื่องหมายของนิรยคติ เปตติคติ ติรัจฉานคติ มนุสสคติ หรือเทวคติ
    ดังนั้นคตินิมิตอารมณ์ เมื่อว่าโดยกาลแล้ว จึงเป็นปัจจุบันอารมณ์ที่มาปรากฏได้ทั้ง ๖ ทวาร แต่ในอรรถกถาแสดงว่าคตินิมิตเป็นปัจจุบันอารมณ์อย่างเดียว และปรากฏได้เฉพาะทางมโนทวารเท่านั้น


    ถ้าเป็นคตินิมิตที่จะนำสู่สุคติ ..ก็ปรากฏเป็นปราสาทราชวัง วิมาน หรือเทพบุตร เทพธิดา หรือเห็นครรภ์มารดา ภิกษุสามเณรเป็นต้น
    ถ้าเป็นคตินิมิตที่จะนำสู่ทุคติ ..ก็ปรากฏเป็นเปลวไฟ ถ้ำ เหว หรือเห็นสุนัขเป็นต้น

    ส่วนการปฏิสนธิในพรหมภูมินั้น ไม่มีคตินิมิตอารมณ์ จะมีแต่บัญญัติกรรมนิมิตอารมณ์ หรือมหัคคตกรรมนิมิตอารมณ์เท่านั้นตามสมควรแก่ฌานซึ่งจัดเป็นครุกรรมหรือกรรมหนักย่อมให้ผลปฏิสนธิในภพหน้าคือพรหมภูมิ

    มรณาสันนวิถี จะมีอารมณ์เป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง
    และอารมณ์ทั้ง ๓ นี้ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจของกรรม ซึ่งจะเป็นครุกรรม อาสันนกรรม อาจิณณกรรม หรือกฏัตตากรรม อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้



    (ยังมีต่อค่ะ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)

    โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:59:51 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )


      สลักธรรม 8

    ได้มาอ่านเรื่องของชีวิตที่ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดเป็นของธรรมดา แต่ไม่เป็นเรื่องธรรมดาเลยนะครับ เพราะกระบวนการทำงานคือจิตนั้น มีความพิศดารมากจริงๆ สามารถรับอารมณ์ หน่วงเอาอารมณ์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยนะครับ

    เมื่อศึกษาดูตามมาแล้ว เหมือนดูท้องฟ้าจำลองเลยครับ ซึ่งจำลองมาจากของจริงทั้งนั้น เรื่องที่คุณดวงรัตน์นำมาเสนอนี้ ก็เป็นเรื่องจริง ซึ่งไม่ต่างจากท้องฟ้าจริง เพียงแต่จำลองเหตุการณ์ในขณะสัตว์จะตายมาให้มองเห็นนั่นเอง ยอดมากครับ

    ขออนุโมทนาสาธุกับกุศลกรรมที่คุณดวงรัตน์เพียรกระทำมาแล้วนี้นะครับ และจะคอยติดตามอ่านต่อไปขอรับ

    โดย พี่เณร [16 เม.ย. 2551 , 15:49:16 น.] ( IP = 58.9.152.57 : : )


      สลักธรรม 9

    ขออนุโมทนาสาธุกับกุศลกรรมที่คุณดวงรัตน์กระทำค่ะ

    โดย Nong Au [16 เม.ย. 2551 , 21:36:30 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )


      สลักธรรม 10

    ช่วงแห่งรอยต่อของภพภูมิ..เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและดูจะลี้ลับซ่อนเร้นเป็นพิเศษ จนถึงขนาดว่าหลายคน(ที่ไม่เข้าใจ)นำไปเขียนนิยายได้เป็นเล่มๆ จนกลายเป็นการบิดเบือนเรื่องของเหตุผลทางพระพุทธศาสนาให้ผิดเพี้ยนไป

    อนุโมทนาในธรรมทานของคุณดวงรัตน์ที่นำเรื่องน่าสนใจนี้มาเผยแผ่ด้วยเมตตาและความเสียสละนี้เป็นอย่างยิ่ง

    โดย น้องกิ๊ฟ [17 เม.ย. 2551 , 13:20:23 น.] ( IP = 125.26.38.202 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org