| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๑
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะปฏิสนธิเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน ในอบายภูมิ ๔ เป็นมนุษย์ เทวดาในกามสุคติภูมิ หรือแม้กระทั่งปฏิสนธิเป็นพรหมในรูปภูมิ หรืออรูปภูมิ ก็ตาม เมื่อเวลาตาย หรือจุติ ล้วนจะต้องมีมรณาสันนวิถีเกิดขึ้นด้วยกันทั้งสิ้น แต่มรณาสันนวิถีที่เกิดขึ้น นั้นจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นเป็นใคร เป็นปุถุชน หรืออริยบุคคล อยู่ในภพภูมิไหน อบายภูมิ กามสุคติภูมิ หรือพรหมภูมิ (รูปภูมิ หรืออรูปภูมิ)
และอารมณ์ที่เกิดขึ้นในขณะใกล้จะตาย หรือมรณาสันนกาลระยะสุดท้ายจะเป็นตัวชี้บอกคติที่จะไปเกิด ว่าเป็นสุคติภูมิ หรือทุคติภูมิโดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:39:32 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 2
มรณาสันนวิถี
มรณาสันนวิถี เป็นวิถีจิตสุดท้ายที่จิตเกิดขึ้นทำงาน โดยมีจุติจิตเกิดขึ้นท้ายวิถีทำหน้าที่จุติกิจเป็นครั้งสุดท้ายในภพชาตินั้น เมื่อจุติจิตดับลงแล้ว ปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้นทันทีด้วยอำนาจของอนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย จุติจิต-ปฏิสนธิจิต มีการเกิดขึ้นติดต่อกันด้วยความรวดเร็วมาก เช่นเดียวกับจิตที่เกิดดับอยู่เป็นปกติธรรมดานั่นเอง เมื่อสิ้นสุดมรณาสันนวิถีแล้ว จุติจิตเกิดขึ้น ๑ ขณะ เรียกว่าสัตว์นั้นถึงแก่ความตาย และ ในทันทีที่จุติจิตดับลง ปฏิสนธิจิตจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยไม่มีจิตอื่นเกิดขึ้นมาคั่นระหว่างจุติจิตกับปฏิสนธิจิตเลย
ด้วยเหตุนี้ คำพูดที่ว่า เมื่อตายแล้ว จิตล่องลอยไปเกิดหาร่างใหม่ จึงได้ชื่อว่าเป็นความเห็นที่ผิด
(แต่สำหรับจุติจิตของพระอรหันต์ผู้สิ้นอาสวกิเลสแล้วนั้น ภพชาติที่จะเกิดใหม่อีกไม่มี จึงไม่มีปฏิสนธิจิตเกิดต่อจากจุติจิตอีก)
..จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ..
..ตายด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้ ..
..ตายที่ไหนก็ไม่รู้ ..
..ที่สำคัญตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้ ..โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:43:10 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 3
ในมรณาสันนวิถีนี้ มีชวนจิตเกิดขึ้นเพียง ๕ ขณะเท่านั้น จิตมีกำลังอ่อนมิอาจรับอารมณ์ใหม่ได้เลย (มรณาสันนวิถีจะมีอารมณ์เดียวกับอารมณ์ในมรณาสันนกาลระยะสุดท้าย) เนื่องจากอำนาจกรรมที่อุปถัมภ์อยู่นั้นใกล้จะหมดอำนาจอยู่แล้ว และกอปร์กับหทัยวัตถุซึ่งเป็นรูปที่เกิดจากกรรม (กรรมชรูป)
เป็นที่ตั้งที่อาศัยเกิดของจิตนั้นก็มีแต่เสื่อมดับไปเรื่อยๆ โดยมิได้มีการสร้างขึ้นใหม่
ในมรณาสันนวิถี จิตทุกๆ ดวงที่เกิดขึ้นนั้น ก็เกิดขึ้นได้ด้วย อำนาจของหทัยวัตถุที่เกิดขึ้นที่อุปาทขณะของจิตดวงที่ ๑๗ ที่นับย้อนจากจุติขึ้นมา เป็นปัจจัยช่วยอุปการะด้วยอำนาจของ วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย วัตถุปุเรชาตอวิคตปัจจัย
จิตในขณะนี้อาศัยหทยวัตถุเดียวกันเป็นที่อาศัยเกิด ซึ่งหทยวัตถุนั้นก็จะดับลงพร้อมกับการดับของจุติจิต
โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:46:35 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 4
จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ การทำงานของจิต หรือที่เรียกว่าวิถีจิต โดยทั่วไปจะปรากฏเกิดขึ้นรับรู้อารมณ์ได้ ๒ ทวาร คือ ทางปัญจทวาร และมโนทวาร
มรณาสันนวิถีจึงเกิดมีขึ้นได้ ๒ ทวารเช่นเดียวกันคือ มรณาสันนวิถีทางปัญจทวาร และ มรณาสันนวิถีทางมโนทวาร แต่ไม่ว่ามรณาสันนวิถีจะเกิดขึ้นทางปัญจทวารหรือมโนทวาร มรณาสันนวิถีที่จะมีเพียง ๔ ประเภทเท่านั้น
มรณาสันนวิถี มี ๔ ประเภท คือประเภทที่ ๑ : ชวนจิต ๕ ครั้ง ตทาลัมพณะ ๒ ครั้ง แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-ตทา-จุติ) ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ตทา จุติ ประเภทที่ ๒ : ชวนจิต ๕ ครั้ง ตทาลัมพณะ ๒ ครั้ง ภวังคจิต แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-ตทา-ภวังค์-จุติ) ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ตทา ภวังค์ จุติ ประเภทที่ ๓ : ชวนจิต ๕ ครั้ง แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-จุติ) ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ ประเภทที่ ๔ : ชวนจิต ๕ ครั้ง ภวังคจิต แล้วจุติจิตเกิด (ชวนะ-ภวังค์-จุติ) ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ
จำนวนของภวังคจิตแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับกัมมชรูปที่เกิดขึ้นครั้งสุดท้าย ซึ่งย่อมตั้งอยู่ ๑๗ ขณะจิต และต้องดับลงพร้อมกับจุติจิตเสมอโดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:49:53 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 5
อารมณ์ของมรณาสันนวิถี
สัตว์ทั้งหลายที่ยังมิได้เป็นพระอรหันต์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน มนุษย์ เทวดา หรือพรหมก็ตาม เมื่อจะต้องตาย จะด้วยเหตุใดก็ตามในเหตุ ๔ ประการคือ หมดกรรม หมดอายุขัย หมดทั้งกรรมและอายุขัย หรือมีกรรมตัดรอนก็ตาม
อำนาจกรรมที่กระทำไว้ ย่อมจะมาปรากฏเฉพาะหน้าเป็นนิมิตอารมณ์ทางทวารใดทวารหนึ่ง ตามสมควรแก่อารมณ์และทวาร เรียกว่ากรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์
กรรมอารมณ์
กรรมคือการกระทำ กรรมอารมณ์หมายถึงเจตนากรรมที่ได้กระทำไว้ มีทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม
ซึ่งจะมาปรากฏเป็นอารมณ์ได้เฉพาะทางมโนทวารอย่างเดียวเท่านั้น และเป็นอดีตอารมณ์ที่มาปรากฏเป็นปัจจุบันรู้สึกคล้ายกับว่ากำลังเกิดขึ้นขณะนั้น
กรรมอารมณ์จึงเป็นความรู้สึกทางใจที่เกี่ยวกับกุศลกรรม อกุศลกรรมที่ได้กระทำไว้แล้ว เช่น ความรู้สึกเสียใจเกิดขึ้นคล้ายๆ กับว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้ขณะนั้น หรือ ความรู้สึกปีติโสมนัส เกิดขึ้นคล้ายกับว่าตนกำลังทำบุญให้ทานอยู่
ถ้ากรรมอารมณ์เป็นฝ่ายกุศล..ก็นำไปสู่สุคติ ถ้ากรรมอารมณ์เป็นฝ่ายอกุศล..ก็นำไปสู่ทุคติ โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:51:56 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 6
กรรมนิมิตอารมณ์
กรรม คือการกระทำ นิมิต คือเครื่องหมาย
ในการกระทำกรรมนั้นนอกจากมีเจตนาแล้ว
การจะสำเร็จเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรม ต้องมีส่วนประกอบต่างๆ ในการกระทำกรรมต่างๆนั้นร่วมด้วย เช่น ทำบุญให้ทาน ก็ต้องมีผู้รับทาน มีวัตถุสิ่งของที่ให้ เป็นต้น กรรมนิมิตอารมณ์ จึงหมายถึงเครื่องหมายของการกระทำกรรมต่างๆ ซึ่งอาจหมายถึงประธานในการกระทำกรรมนั้น หรือเป็นเพียงอุปกรณ์ส่วนประกอบในการกระทำกรรมนั้นก็ได้
ดังนั้น กรรมนิมิตอารมณ์จึงได้แก่ อารมณ์ ๖ ที่ตนได้ประสบพบมาแล้วด้วยการกระทำทางกาย วาจา หรือใจ ถ้าเป็นแต่เพียงนึก คิดถึงสิ่งต่างๆ นิมิตนั้นก็เป็นอดีตอารมณ์ที่มาปรากฏทางมโนทวาร แต่ถ้าได้เห็นด้วยตาจริงๆ ได้ยินด้วยหูจริงๆ นิมิตนั้นก็เป็นปัจจุบันอารมณ์ที่มาปรากฏทางปัญจทวาร ซึ่งพบเห็นได้บ่อยๆ ได้แก่พวกที่กำลังสนุกสนานเฮฮา แล้วเกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตทันที เขาเหล่านั้นก็รับเอากามคุณอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ตนกำลังประสพอยู่ขณะนั้นซึ่งเป็นปัจจุบันอารมณ์มาเป็นนิมิตเครื่องหมายนำปฏิสนธิได้
ถ้ากรรมนิมิตเป็นฝ่ายกุศล เช่นเห็นโบสถ์วิหาร เห็นพระ ภิกษุที่เคยบวชให้ตนเองหรือบวชลูก บวชหลานเป็นต้น มรณาสันนวิถีก็หน่วงเอาอารมณ์นั้นมาให้เห็นเป็นนิมิตเครื่องหมาย ..นำไปสู่สุคติ ถ้ากรรมนิมิตเป็นฝ่ายอกุศล เช่นเห็นแหอวน เห็นหอก เห็นอุปกรณ์เครื่องประหัตประหารสัตว์ที่ตน เคยกระทำไว้เป็นต้น มรณาสันนวิถีก็หน่วงเอาอารมณ์นั้นมาให้เห็นเป็นนิมิตเครื่องหมาย ..นำไปสู่ทุคติ โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:56:47 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 7
คตินิมิตอารมณ์
คติ คือที่หมายหรือภพชาติที่จะพึงถึง นิมิต คือเครื่องหมาย
คตินิมิตอารมณ์จึงเป็นอารมณ์ของภพชาติที่พึงถึง ไม่ใช่อารมณ์ที่เกี่ยวกับภพนี้ แต่เป็นอารมณ์ที่จะต้องพบเห็นและเสวยในภพหน้า จึงเป็นเครื่องหมายของนิรยคติ เปตติคติ ติรัจฉานคติ มนุสสคติ หรือเทวคติ
ดังนั้นคตินิมิตอารมณ์ เมื่อว่าโดยกาลแล้ว จึงเป็นปัจจุบันอารมณ์ที่มาปรากฏได้ทั้ง ๖ ทวาร แต่ในอรรถกถาแสดงว่าคตินิมิตเป็นปัจจุบันอารมณ์อย่างเดียว และปรากฏได้เฉพาะทางมโนทวารเท่านั้นถ้าเป็นคตินิมิตที่จะนำสู่สุคติ ..ก็ปรากฏเป็นปราสาทราชวัง วิมาน หรือเทพบุตร เทพธิดา หรือเห็นครรภ์มารดา ภิกษุสามเณรเป็นต้น ถ้าเป็นคตินิมิตที่จะนำสู่ทุคติ ..ก็ปรากฏเป็นเปลวไฟ ถ้ำ เหว หรือเห็นสุนัขเป็นต้น
ส่วนการปฏิสนธิในพรหมภูมินั้น ไม่มีคตินิมิตอารมณ์ จะมีแต่บัญญัติกรรมนิมิตอารมณ์ หรือมหัคคตกรรมนิมิตอารมณ์เท่านั้นตามสมควรแก่ฌานซึ่งจัดเป็นครุกรรมหรือกรรมหนักย่อมให้ผลปฏิสนธิในภพหน้าคือพรหมภูมิ
มรณาสันนวิถี จะมีอารมณ์เป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ อย่างใดอย่างหนึ่ง
และอารมณ์ทั้ง ๓ นี้ ย่อมเกิดขึ้นด้วยอำนาจของกรรม ซึ่งจะเป็นครุกรรม อาสันนกรรม อาจิณณกรรม หรือกฏัตตากรรม อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
(ยังมีต่อค่ะ...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)โดย ดวงรัตน์ [16 เม.ย. 2551 , 10:59:51 น.] ( IP = 124.121.177.130 : : )
สลักธรรม 8ได้มาอ่านเรื่องของชีวิตที่ต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดเป็นของธรรมดา แต่ไม่เป็นเรื่องธรรมดาเลยนะครับ เพราะกระบวนการทำงานคือจิตนั้น มีความพิศดารมากจริงๆ สามารถรับอารมณ์ หน่วงเอาอารมณ์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยนะครับ
เมื่อศึกษาดูตามมาแล้ว เหมือนดูท้องฟ้าจำลองเลยครับ ซึ่งจำลองมาจากของจริงทั้งนั้น เรื่องที่คุณดวงรัตน์นำมาเสนอนี้ ก็เป็นเรื่องจริง ซึ่งไม่ต่างจากท้องฟ้าจริง เพียงแต่จำลองเหตุการณ์ในขณะสัตว์จะตายมาให้มองเห็นนั่นเอง ยอดมากครับ
ขออนุโมทนาสาธุกับกุศลกรรมที่คุณดวงรัตน์เพียรกระทำมาแล้วนี้นะครับ และจะคอยติดตามอ่านต่อไปขอรับ โดย พี่เณร [16 เม.ย. 2551 , 15:49:16 น.] ( IP = 58.9.152.57 : : )
สลักธรรม 9ขออนุโมทนาสาธุกับกุศลกรรมที่คุณดวงรัตน์กระทำค่ะ โดย Nong Au [16 เม.ย. 2551 , 21:36:30 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )
สลักธรรม 10ช่วงแห่งรอยต่อของภพภูมิ..เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและดูจะลี้ลับซ่อนเร้นเป็นพิเศษ จนถึงขนาดว่าหลายคน(ที่ไม่เข้าใจ)นำไปเขียนนิยายได้เป็นเล่มๆ จนกลายเป็นการบิดเบือนเรื่องของเหตุผลทางพระพุทธศาสนาให้ผิดเพี้ยนไป
อนุโมทนาในธรรมทานของคุณดวงรัตน์ที่นำเรื่องน่าสนใจนี้มาเผยแผ่ด้วยเมตตาและความเสียสละนี้เป็นอย่างยิ่งโดย น้องกิ๊ฟ [17 เม.ย. 2551 , 13:20:23 น.] ( IP = 125.26.38.202 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |