มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การนอนหลับคืออะไร? (๔)






การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

การที่เรา "เห็นรูป" ได้จากทางประตูตานั้น ก็เพราะเหตุว่าคลื่นของแสง ได้มากระทบกับภวังคจิตที่ประสาทตา การที่เรา "ได้ยิน" ได้นั้น ก็เพราะคลื่นของเสียงได้มากระทบกับภวังคจิตที่ประสาทหู ทั้งนี้ก็จะรู้ได้ว่า การเห็น การได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะมีภวังคจิตมากระทบกับแสงหรือเสียงหาไม่แล้วอารมณ์ก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ เหมือนเราล้วงมือลงไปในหีบ ถ้าในหีบไม่มีของอะไรอยู่เลยแล้วจะล้วงสักเท่าใด จะล้วงสักกี่ครั้ง ก็จะไม่มีของอะไรติดมือขึ้นมาเลยเป็นอันขาด แม้แต่ตั๋วจำนำสักครึ่งใบ

การที่คนนอนหลับ ก็คือจิตเป็นภวังค์ นั่นเอง และจิตที่เป็นภวังค์นี้มีเจตสิกเข้าประกอบหลายดวงเหมือนกัน แต่ผมเห็นว่า การแสดงเจตสิกเข้าประกอบกับจิตด้วยแล้วจะเป็นการยุ่งยากจึงของดเสียไม่กล่าว ท่านจะทราบโดยพิสดารเมื่อติดตามศึกษาเรื่องความมัศจรรย์ของชีวิตกับแสงสว่างของชีวิตซึ่งเป็นการศึกษาไปตามลำดับ

เมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ตลอดจนปฏิกิริยาภายในร่างกายของตนเองที่กระทบกับจิต อันจะเป็นสาเหตุให้เกิดอารมณ์ทางทวารต่าง ๆ กำลังได้ตกลง (กระทบเบาบางเกินไป) หรือจิตก็มิได้ถูกกระตุ้น และไม่ได้เกิดความสะเทือนใจ ความสนใจอย่างใด วิตกเจตสิกซึ่งเป็นตัวการอันสำคัญที่คอยจะยกจิตให้สู่อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งเสมอ ๆ ก็จะมีกำลังน้อยเมื่อมีกำลังน้อยแล้วก็ย่อมเปิดช่องโอกาสให้แก่ถีนมิทธเจตสิก ซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของวิตกเจตสิกที่จะทำให้ง่วงเหงาหาวนอนเข้ามา

และแน่ละ! เมื่อถีนมิทธเจตสิกกุมอำนาจไว้ได้หรือได้เป็นใหญ่แล้ว วิตกเจตสิกก็มีกำลังมากไม่ได้ ความเป็นภวังค์คือ การนอนหลับ ก็จะบังเกิดขึ้นโดยไม่ต้องสงสัย

เมื่อจิตกำลังเป็นสมาธิอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอารมณ์เดียว ขณะนั้นจิตก็ย่อมมีวิตกเจตสิกเป็นตัวการสำคัญที่จะให้สมาธิตั้งอยู่ได้ไม่หลุดไปยังอารมณ์อื่น ขณะนี้ ถ้าวิริยะคือความเพียร ให้สมาธิตั้งอยู่อ่อนกำลังเมื่อใด เมื่อนั้นก็ย่อมเปิดโอกาสให้เกิดภวังคจิตทำให้หลับไปได้ทันที

ภวังคจิต คือการนอนหลับนั้น ผู้นอนหลับไม่มีความรู้สึกตัวในเรื่องอะไรแม้แต่เล็กน้อย เพราะในขณะนอนหลับจิตเป็นทวารวิมุติพ้นจากการออกมารับอารมณ์ทางประตูต่าง ๆ คือไม่ออกมารับอารมณ์ทางประตูตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่อย่างใด

การนอนหลับเป็นเรื่องของจิตใจ ฉะนั้น วิทยาการในทางโลกจึงก้าวเข้าไปแสนยากยิ่ง ด้วยเหตุนี้ จนถึงบัดนี้ เราก็ยังไม่ทราบกันเลยว่า การนอนหลับนั้นจิตใจมันทำอะไรกันบ้าง เมื่อกำลังนอนหลับอยู่นั้นจิตใจหลับไปจริง ๆ ตามความเข้าใจของคนทั้งหลายหรือเปล่า?

โดย ศาลาธรรม [16 เม.ย. 2551 , 12:08:58 น.] ( IP = 58.9.97.45 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ขณะนอนหลับจิตกำลังเป็นภวังค์อยู่นั้น จิตก็มีอารมณ์และเกิดดับสืบต่อไปเรื่อย ๆ มิได้หยุดหย่อนเลย ส่วนเหตุผลอะไรจึงทำให้จิตเกิดขึ้น แล้วทำไมมันจึงได้เกิดดับสืบต่อกันได้นั้น เป็นเรื่องใหญ่ แต่การศึกษาพระอภิธรรมให้เข้าใจ ก็จะได้เหตุผลข้อเท็จจริงพร้อมบริบูรณ์ (สำหรับผู้ต้องการศึกษาเบื้องต้น โปรดศึกษาจากวารสารชื่อ "ชีวิตกับแสงสว่างของชีวิต") ผมจะขออธิบายเพียงเล็กน้อยพอเป็นแนวทางเท่านั้น

ตามหลักสภาวธรรมนั้นกำหนดเอาไว้ว่า ธรรมชาติของสิ่งใดในโลกนี้ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นมันจะเกิดขึ้นเองเป็นเองโดยตัวของมันเองนั้นไม่มีเลย ไม่มีพระพรหมหรือผู้เป็นเจ้าดลบันดาลสิ่งใดขึ้นมาได้ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนมีอำนาจเสกสรรปั้นแต่งให้เกิดอะไรได้โดยผิดธรรมชาติ (การแสดงอำนาจจิตบางสิ่งบางอย่างมิได้ผิดไปจากธรรมชาติ) สรรพสิ่งทั้งหลายไม่ว่ารูปว่านาม เกิดขึ้นเป็นมาโดยอาศัยเหตุปัจจัยทั้งสิ้น

ในเหตุบางอย่าง มันแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่อย่างลึกซึ้งเกินไปจนก่อให้เกิดนักโมเมศาสตร์ขึ้นมาจนถึงแสดงว่าจิตใจนั้นเป็นอมตะ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่มีวันตาย จิตใจนั้นเป็นสิ่งกายสิทธิ์หรือเป็นกายทิพย์ที่สามารถล่องลอยไปไหนก็ได้ หรือเมื่อหลับลงไป ก็จะมีเจตภูตออกจากร่างกายท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ตามชอบใจ และบางคนก็กล่าวว่า เมื่อคนหรือสัตว์ตายลงจิตก็จะล่องลอยออกจากร่าง เรียกว่า "สัมภเวสี" ท่องเที่ยวไปหาที่เกิดใหม่ ตามบุญและบาปที่ได้ทำเอาไว้

ตามสภาวธรรม จิตใจมิได้เป็นอมตะ ไม่มีวันตาย หากแต่เกิดดับอยู่เสมอมิได้หยุดหย่อนโดยรวดเร็ว ทั้งยังให้เหตุผลอีกเป็นอันมากว่า ทำไมมันจึงเกิด ทำไมมันจึงดับ ดังนั้น จิตใจมิได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ล่องลอยไปไหนได้ตามชอบใจ เมื่อคนตายลง จิตก็มิได้ล่องลอยออกจากร่างไปหาที่เกิดใหม่ตามที่บางท่านเข้าใจ (โปรดอ่านเรื่องชีวิตภายหลังความตายหรือ ตายแล้วเกิดได้อย่างไร)

จิตจะเกิดขึ้นมาได้นั้น จะต้องมีเหตุมีปัจจัยมาช่วยปรุงแต่งให้มันเกิดขึ้นมา ครั้นเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว หมดเหตุหมดปัจจัย หมดกำลังส่ง มันก็จะสลายตัวไป เช่น การได้ยิน ก็จะต้องมีเหตุมาประชุม จิตได้ยินจึงจะเกิดขึ้นมาได้ เช่น จะต้องมีสัททารมณ์อันได้แก่คลื่นเสียง (อายตนะภายนอก) ต้องมีโสตะปสาท ได้แก่ประสาทหู (อายตนะภายใน) ต้องมีอากาสะ ช่องว่างในหู และมีจิตเจตสิกเข้ารับรวม ๔ ประการที่เป็นเหตุตื้น ๆ นอกจากนี้ยังมีเหตุลึกซึ้งอีกเป็นอันมากในเรื่องการได้ยินเพียงอย่างเดียวนี้ ตลอดไปจนถึงการงานของจิตที่ทำต่อเนื่องกันจนการได้ยินบังเกิดขึ้น

จิตได้ยินจะต้องมีเหตุมาประชุมดังกล่าวแล้ว จิตที่คิดนึกจะเกิดขึ้นมาได้ก็ต้องมีเหตุเหมือนกัน คือ มี ทวาร อารมณ์ และจิตเจตสิกประชุมกัน คือ มีหทยวัตถุอันเป็นที่อาศัยเกิดของจิต มีอารมณ์ซึ่งได้แก่อารมณ์เก่า หรือกรรมเก่าที่เก็บอยู่ภายในจิตเข้ามากระทบกับจิต หาไม่แล้วจะเกิดอารมณ์ไม่ได้เลย เช่นเราเห็นรู้ว่าเป็นสีแดง เราก็จะต้องมีสีแดงที่เรารู้อยู่แล้วเข้าใจแล้ว ที่เก็บอยู่ในจิตเข้ามาร่วมการงานด้วย หรือเรารู้สึกโกรธ เราก็จะต้องเอาของเก่า หรือกรรมเก่า ซึ่งได้แก่ความโกรธที่เก็บอยู่ในจิตนั้นเข้ามาร่วมประชุมด้วย หาไม่แล้วความรู้เรื่องของสีแดงและความโกรธจะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลย ดังนี้เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม [16 เม.ย. 2551 , 12:09:37 น.] ( IP = 58.9.97.45 : : )


  สลักธรรม 2




คนนอนหลับนั้นจิตใจมิได้หลับไปด้วยตามร่างกาย ดังที่เราเห็นร่างกายอยู่นิ่ง ๆ จิตใจจะเกิดรับอารมณ์และสลายตัวอยู่เรื่อย ๆ

และอารมณ์ที่มากระทบก่อให้เกิดในขณะนอนหลับนั้นก็เป็นอารมณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปฏิสนธิเป็นอารมณ์เก่าในอดีต ทั้งในขณะที่จิตเกิดขึ้นนี้ก็มีเจตสิกประกอบอยู่ด้วยตามสมควร เพื่อสนับสนุนการงานของจิตที่กำลังเกิดอยู่นั้น ขณะนี้มีการงานทำแต่ละอย่างแต่ละหน้าที่มากมาย แต่เราไม่รู้สึกสำนึกตัวเลยแม้แต่น้อย

หลายสิ่งหลายอย่างในร่างกายของเราเคยศึกษากันว่าอยู่ในอำนาจของจิตใจ เช่น กล้ามเนื้อ มือหรือเท้า เราจะสั่งให้ทำงานก็ได้ สั่งให้ไม่ทำงานก็ได้ แต่อวัยวะอื่น เช่น หัวใจก็ดี กระเพาะอาหารก็ดี เราจะสั่งให้มันทำงานไม่ได้เพราะอยู่นอกอำนาจของจิตใจ

แต่อย่างไรก็ดี เราก็จะต้องมีจิตเกิดขึ้นควบคุมการงานของร่างกายให้ดำเนินไปได้อย่างแน่นอน หาไม่แล้วร่างกายก็จะไม่แตกต่างอะไรกับซากศพ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะในเวลาหลับหรือตื่น เหตุการณ์เหล่านี้เราไม่อาจสำนึกรู้ได้ (การงานของร่างกายบางอย่าง เช่น เหงื่อออกตามปกติ หรือน้ำอาหารที่ดูดซึมเข้าไปทางวิลไลภายในลำไส้ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ)

บัดนี้ ประเด็นสำคัญก็ยังมีอยู่ต่อไปว่า เมื่อเกิดนอนไม่หลับขึ้นมามีตัวการสำคัญอะไรบ้างเล่า ที่มาคอยกระต้นเตือน วิตกเจตสิกให้ยกขึ้นสู่อารมณ์ต่าง ๆ ให้ทำงานอยู่เสมอจนนอนหลับไม่ลง เราจะมีหนทางอะไรบ้างที่จะทำลายมันเสีย เมื่อต้องการจะนอนหลับเมื่อใด ก็จะนอนหลับได้ดังความปรารถนา


โดย ศาลาธรรม [16 เม.ย. 2551 , 12:15:52 น.] ( IP = 58.9.97.45 : : )


  สลักธรรม 3




อะไรเป็นเหตุทำให้นอนไม่หลับ?

ผมได้กล่าวถึงเรื่องการนอนหลับคืออะไร ได้แสดงให้ท่านได้ทราบถึงจิตที่ขึ้นวิถีรับอารมณ์ต่าง ๆ ในขณะกำลังตื่น และจิตที่เป็นภวังค์ คือการนอนหลับ กับได้ชี้ให้ท่านเห็นว่า เพราะอำนาจของถีนมิทธเจตสิกที่เป็นตัวการมาทำให้จิตง่วงงุนอยากจะหลับ เพราะอำนาจของสมาธิอ่อนกำลังลง ก็จะเป็นเหตุให้การนอนหลับเกิดขึ้นได้ (ไม่ต้องอาศัยความง่วงเลย)

อย่างไรก็ดี เรื่องของการนอนหลับตามที่ผมกล่าวมาแล้ว กล่าวตามหลักวิชา อาจจะก่อความยุ่งยากใจให้กับบางท่านเข้าก็ได้ ทั้งนั้ก็เพราะต้องเข้าใจเรื่อง จิต เจตสิก ให้พอสมควรเสียก่อน ซึ่งถ้าท่านได้ติดตาม "ความมหัศจรรย์ของชีวิต" ไปตามลำดับแล้ว เมื่อย้อนกลับมาพิจารณาเรื่องนี้อีก ก็คงจะเข้าใจละเอียดยิ่งขึ้น

ในคราวก่อน ๆ ผมได้กล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ ว่า เกิดจากวิตกเจตสิก ซึ่งเป็นเจตสิกตัวหนึ่งที่ทำให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์ต่าง ๆ บ่อย ๆ จนทำให้การนอนหลับตั้งต้นขึ้นไม่ได้ บัดนี้ก็จะแสดงให้ท่านทราบว่า มีอะไรบ้างทำให้จิตต้องยกขึ้นสู่อารมณ์ ทำให้ต้องตื่นอยู่เสมอ มีเหตุอะไร หรือมีกลไกอะไร ที่ทำให้วิตกเจตสิกยกขึ้นสู่อารมณ์อยู่ตลอดเวลา จนเป็นเหตุให้นอนไม่หลับ

เมื่อเราล้มตัวลงนอนบนที่นอน หลังจากที่ตรากตรำกับงานมาตลอดวัน ก็เพื่อปรารถนาที่จะให้หลับ แต่จิตใจในขณะนั้นกลับวุ่นวาย คิดโน่นคิดนี่ บางทีก็คิดสิ่งที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราวเสียเป็นคุ้งเป็นแคว ๑๐๘ อย่าง จะบังคับให้หยุดคิดสักเท่าใด ก็หาเป็นผลสำเร็จไม่ ขณะนี้เรามักจะพูดกันว่า จิตใจฟุ้งซ่านไม่มีความสงบเลย จึงเป็นเหตุให้นอนไม่หลับ ความจริงการกล่าวเช่นนี้ ก็ไม่ผิดอะไรนัก แต่ถ้าว่าตามสภาวธรรมแล้วก็เป็นการไม่ถูกต้องนัก เพราะตัววิตกเจตสิกต่างหาก เป็นตัวการทำให้จิตตั้งอยู่ในอารมณ์อย่างโน้นบ้าง อย่างนี้บ้าง ทำให้อารมณ์ตั้งมั่นอยู่เป็นขณะ ๆ ไป ตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ มิได้ยุติ

แต่อย่างไรก็ดีความฟุ้งซ่านซึ่งได้แก่ อุทธัจจกุกุจจเจตสิก ก็มีส่วนช่วยด้วยอย่างสำคัญ ที่ทำให้จิตซัดส่ายไปมา แม้จะมิได้เป็นประธานในการที่จะทำให้ไม่หลับ แต่ก็เป็นบริวารตัวร้ายที่สนับสนุนให้จิตวุ่นวายยุ่งเหยิง ทำให้จิตขาดสมาธิ ทำให้วิตกเจตสิกเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งอยู่ในอารมณ์อันเดียวนาน ๆ ไม่ได้

และผลจากการร่วมมือของหัวหน้า คือวิตกเจตสิกและลูกน้อง คืออุทธัจจกุกุจจเจตสิกนี่เอง แม้เราจะง่วงแสนง่วงอย่างไร แม้มีความปรารถนาจะนอนให้หลับสักเพียงไหน และแม้ว่าได้พยายามจะนอนให้หลับด้วยวิธีการต่าง ๆ สักเพียงใด จิตก็หาสงบระงับหลับลงตามความต้องการได้ไม่

โดย ศาลาธรรม [16 เม.ย. 2551 , 12:16:14 น.] ( IP = 58.9.97.45 : : )


  สลักธรรม 4




วิธีที่จะแก้โรคนอนไม่หลับ จำเป็นที่จะต้องหาสมุฎฐานของโรคให้พบเสียก่อน โดยการไล่เลียงไปสู่ต้นตอของโรคนี้

จากการที่ผมได้กล่าวมาแล้วตั้งแต่ตอนต้นก็จะเห็นได้แล้วว่า การที่นอนไม่หลับนั้น ก็เพราะมีอารมณ์เกิดขึ้นเสมอ ๆ และการที่มีอารมณ์เกิดขึ้นเสมอ ๆ ก็เพราะวิตกเจตสิก ซึ่งเป็นการยกจิตให้ขึ้นสู่ยังอารมณ์นั้น ๆ มิได้หยุดหย่อน

และการที่วิตกเจตสิกนั้นยกจิตขึ้นสู่อารมณ์มิได้หยุดหย่อน ก็เพราะมีเหตุมากระทบกับจิต ซึ่งได้แก่อารมณ์ที่มีกำลังแรงมากระทบ และอารมณ์ที่มีกำลังแรงเหล่านั้นมากระทบ ถ้ากล่าวโดยย่อก็มีอยู่ ๒ ประการ

ก. การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดทางใจ

ข. การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดจากทวารกาย


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม [16 เม.ย. 2551 , 12:16:32 น.] ( IP = 58.9.97.45 : : )


  สลักธรรม 5

ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่มีเรื่องราวที่ถูกยกขึ้นสู่อารมณ์เสมอๆ (วิตกเจตสิก) และช่างมีอำนาจตอนที่ปิดไฟนอนเสียนี่กระไร แต่ผมก็ทราบครับว่า เพราะเวลานั้นธุระ ภาระได้ถูกวางลงแล้ว แต่ทว่าจิตใจของผมยังแบกภาระนั้นๆเอามานอนด้วยนั่นเอง จึงทำให้นอนลงไปก็จริงแต่ไม่หลับได้ง่ายๆเลยครับ ถึงขนาดต้องพึ่งยาเสมอๆ

ยิ่งได้มาอ่านกระบวนการทำงานอย่างมีระบบระเบียบของทีมงานของจิตนี้แล้ว เห็นได้ชัดเลยครับว่าเราเองนั่นละครับทำตนเอง พร้อมทั้งยังมองเห็นหนทางแก้ไขด้วยครับผม แล้วคืนนี้ผมจะลองฝึกจิตให้สงบลงจากความกังวลดูครับผม

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงสุดครับ ในคำบรรยายความของการงานทั้งกระบวนนี้ให้ทราบชัดครับผม.

ขออนุโมทนาสาธุกับคุณศาลาธรรมอย่างยิ่งครับ ที่นำเสนอแต่สิ่งมีคุณค่าและมากด้วยคุณประโยชน์เสมอมาครับผม.

โดย เทพธรรม [16 เม.ย. 2551 , 16:04:36 น.] ( IP = 58.9.152.57 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ที่ทำให้เกิดความรู้ถูก และกระจ่างในเรื่องราวของชีวิต

และทำให้เห็นอำนาจของวิตกเจตสิกที่มีบทบาทกับชีวิตเป็นอย่างมาก

และเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้นอนไม่หลับ

จิตคนเรานี่ยากที่จะควบคุมและสรรหาอารมณ์มาปรุงแต่งอย่างไม่หยุดหย่อน

ขออนุโมทนากับคุณศาลาธรรมมากนะคะ

โดย น้องอุ๊ [17 เม.ย. 2551 , 07:32:21 น.] ( IP = 71.185.142.20 : : )


  สลักธรรม 7


...คนนอนหลับนั้นจิตใจมิได้หลับไปด้วยตามร่างกาย ...
ท่านอาจารย์กรุณาอธิบายให้เห็นกระจ่างชัดถึงการงานของจิตและเจตสิกที่ชื่อวิตก ซึ่งเป็นพระเอกที่ก่อกวนให้จิตทำงานตลอดเวลา โดยมีอุทธัจจะเจตสิกเป็นผู้ช่วยที่ดี

อ่านแล้ว นึกอยากให้แพทย์ที่รักษาคนไข้ทั้งหลายได้มาเรียนรู้และทำความเข้าใจบ้างจังเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่กรุณาอธิบายขยายอรรถให้ชัดเจนด้วยถ้อยคำที่ง่ายแก่การทำความเข้าใจค่ะ

ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำความรู้ที่มีประโยชน์ยิ่งมาให้ศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [17 เม.ย. 2551 , 08:26:42 น.] ( IP = 124.121.177.218 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org