มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


กรองสถานการณ์..งานวิสาขบูชา ..(๓)




..เณรจิ๋ว...

..ตอนนี้เณรจิ๋วไปซุกซ่อนอยู่มุมไหนของประเทศญี่ปุ่นหรือ ....หายไปไม่ส่งข่าวเลย ...น้องกิ๊ฟจะมาอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันให้เณรจิ๋วอ่านต่อแล้วนะ..เมื่อวานนี้เหนื่อยมากและกว่าจะกลับถึงบ้านก็หลายทุ่มแล้ว...เพราะบริเวณสนามหลวงนั้นรถติดมากเหลือเกินกว่าจะฟันฝ่ามาสู่อิสรภาพบนท้องถนนได้ก็ใช้เวลานานทีเดียว..น้องกิ๊ฟก็เลยหมดแรงจะเล่าน่ะ

วันนี้ก็ยังไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่นักหรอกแต่ว่าอยากเล่าถึงสถานการณ์คืบหน้าบ้างเพื่อมิให้เณรจิ๋วตกข่าวไง.....

ย้อนไปเมื่อวานนี้ก่อนนะ...เมื่อวานนี้เวลา ๑๓.๓๐ น.พี่ดอกแก้วได้รับเชิญจากฝ่ายจัดงานส่งเสริมพระพุทธศาสนาของมหาเถรสมาคม...ขึ้นเป็นผู้อภิปรายร่วมกับวิทยากรฝ่ายสงฆ์หลายรูป..แต่ละรูปล้วนจัดอยู่ในขั้นเกจิอาจารย์ทั้งนั้น....แต่อาศัยที่พี่ดอกแก้วเข้าสู่วงการเผยแผ่พระศาสนามาตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ จึงไม่นับว่ามีความเสียเปรียบเกิดขึ้นแต่ประการใด....มิหนำซ้ำจากการที่ได้รับการบ่มเพาะรากฐานและแก่นแท้ของพระธรรมจากท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูรมาเป็นระยะเวลาหลายปีประกอบกับคุณสมบัติส่วนตัวที่เป็นเลิศในหลายๆด้าน ....จึงทำให้พี่ดอกแก้วมีความพร้อมในการอภิปรายเรื่อง กรรมกับการเวียนว่ายตายเกิด..ในครั้งนี้ได้อย่างประทับใจท่านผู้ฟังและคณะผู้ร่วมอภิปรายเป็นอย่างมาก....พระสงฆ์บางรูปที่ร่วมเป็นคณะอภิปรายและเคยรู้จักกับท่านอาจารย์บุญมีถึงกับออกปากว่า ...สบายใจแล้วที่ได้มาเห็นกับตาว่าพระอภิธรรมปิฎกที่ท่านอาจารย์บุญมีพยายามเผยแผ่แก่ประชาชนทั้งหลาย..บัดนี้มีผู้มาสืบทอดแล้ว....ทั้งยังเป็นทายาทธรรมตัวจริงเสียด้วย...... น้องกิ๊ฟเองมาทันได้ยินแค่หางเสียงปรบมือเท่านั้น แต่ไม่มีโอกาสฟังการอภิปรายของพี่ดอกแก้ว...คงต้องหาเทปฟังตามหลังแล้วละ เพราะได้ข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่จัดการอภิปรายได้มีการบันทึกเทปคาสเซทไว้เผยแพร่ด้วย...

พี่ดอกแก้วมาเล่าให้ฟังว่า เรื่องที่พูดนั้นได้พูดถึงเรื่องกรรม ..สภาวธรรมที่แท้จริงของชีวิต และรอยต่อระหว่างภพภูมิ ....สำหรับรอยต่อระหว่างภพภูมินี้พี่ดอกแก้ว..กระจายให้เห็นถึงกระบวนการไปสู่ความตายของภพชาตินี้และการไปเกิดในภพชาติใหม่อย่างเป็นระบบ ..โดยอธิบายถึงจุติจิตกับปฏิสนธิวิญญาณอย่างชัดเจน

และเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการเกี่ยวกับการอภิปรายแล้วพี่ดอกแก้วบอกว่ารู้สึกปีติใจเป็นอย่างมากจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ และรู้สึกขอบคุณผืนแผ่นดินไทยที่ให้อาศัยมาตั้งแต่เกิดจนได้มีโอกาสมาพูดเรื่องราวอันเป็นสัมมาทิฏฐิให้แก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้รับฟังอย่างพร้อมเพรียงกันนับเป็นจำนวนพันๆคนในวันนี้

...พี่ดอกแก้วบอกว่า..ชีวิตที่มีอยู่นี้มีไว้เพื่อสิ่งสามประการคือ ชาติ ..ศาสนา ..และคนดีทั้งหลาย...การพูดในวันนี้จึงเสมือนการแทนคุณ"ชาติ"คือแผ่นดินไทยที่ให้ความร่มเย็น ...สิ่งที่พูดทุกประการก็เป็นการสืบสานหลัก"พระศาสนา"อันเป็นสัมมาทิฏฐิให้ปรากฏอยู่ต่อไป...และเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชนที่ตั้งใจมาฟังในวันนี้..ซึ่งนับได้ว่าเป็น"คนดี"ที่หายาก

โดย น้องกิ๊ฟ [26 พ.ค. 2545 , 01:17:12 น.] ( IP = 203.170.147.27 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

เณรจิ๋วได้ยินเพลงรัตนโกสินทร์ที่เปิดอยู่ในกระทู้นี้ไหม ....น้องกิ๊ฟคิดว่าพี่ดอกแก้วไม่ได้ชอบเพลงนี้ที่ท่วงทำนองหรอกนะ .....แต่เป็นเพราะเนื้อหาของเพลงที่บ่งบอกถึงความสงบสุขที่หลอมรวมไว้ด้วยความรักความสามัคคีอย่างไร้สิ่งเคลือบแฝง ....ความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดินแห่งบรมราชจักรีวงศ์ที่เสริมส่งให้ชาวไทยทุกคนดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล..

และก่อนที่พี่ดอกแก้วจะกลับมาถึงเต๊นท์...พี่ดอกแก้วได้ทรุดกายลงกราบแผ่นดินรัตนโกสินทร์ และปฏิญาณตนว่า ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนไหนบนแผ่นดินนี้ จะไม่ยอมทำความชั่วให้หนักแผ่นดินอย่างเด็ดขาด ...และจะพยายามทำความดีทุกๆประการเท่าที่สามารถจะกระทำได้...เกียรติบัตรที่ได้รับในวันนี้เปรียบเสมือนกำลังใจให้มีแรงทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาต่อไป..

...พวกเราทุกคนที่เต๊นท์ต่างรู้สึกภูมิใจในผลงานครั้งนี้ของพี่ดอกแก้ว ..และที่สำคัญสิ่งที่พี่ดอกแก้วคิดและถ่ายทอดออกมาให้พวกเรารับทราบนั้น เป็นอุดมการณ์ที่สูงค่า....บ่งบอกถึงน้ำใจของผู้ตั้งปณิธาน...และเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เราต้องกลับมาพิจารณาเป้าหมายในชีวิตของตนเองบ้างว่า...เป้าหมายที่เราตั้งไว้นั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าหรือไม่ หรือเป็นป้าหมายเพื่อพอกพูนกิเลสให้เพิ่มขึ้นกันแน่

โดย น้องกิ๊ฟ [26 พ.ค. 2545 , 01:43:42 น.] ( IP = 203.170.147.27 : : )


  สลักธรรม 2

เณรจิ๋วรู้ไหม บ่ายวันนั้นร้อนจัดมาก ...แต่หลังจากที่พี่ดอกแก้วเดินทางฝ่าเปลวแดดกลับมาถึงเต๊นท์และซับเหงื่อที่ไหลหยดย้อยจนแห้งหมดแล้ว ....พี่ดอกแก้วยังไม่ยอมหยุดพักนะ ..ยังออกมาสรุปเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน และได้นำการฝึกหัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันในขณะนั้นเลย ..แม้สถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยเท่าใดนัก แต่ด้วยวิธีการอธิบายและการยกตัวอย่างให้ฟังนั้น ..ทำให้ผู้ที่ร่วมการฝึกหัดปฏิบัติสามารถเข้าใจได้ทันทีทันใด เช่น พี่ดอกแก้วอธิบายถึงคำว่า การมีสติ"รู้" .โดยให้ผู้ฟังทุกคนมองไปที่รถเมล์หรือคนที่กำลังเดินผ่านไปมา แล้วให้หยิกที่แขนซ้ายของตนเอง ...แล้วพี่ดอกแก้วก็ถามว่า เห็นคนที่เดินผ่านไปมาหรือไม่..ทุกคนตอบว่า"เห็น" และในขณะที่มองอยู่นั้นรู้ไหมว่าแขนซ้ายถูกหยิกอยู่..ทุกคนตอบว่า"รู้"....นี่เป็นตัวอย่างของการระลึกรู้สึกตัวโดยไม่ต้องใช้สายตาก้มมองดู..ต่อจากนั้นก็อธิบายถึงคำว่า "รูป" กับ "นาม" ให้ผู้ฟังเข้าใจอย่างง่ายๆ และนำไปปฏิบัติที่บ้านได้

กว่าพี่ดอกแก้วจะหยุดพักนั้นก็เกือบหกโมงเย็นแล้ว ซึ่งเป็นคิวการบรรยายของอ.ทวีพรกับอ.เบญจพร....หรือ "จุ๋ม" กับ "จิ๋ม" น่ะแหละ...

ที่จริงสองท่านนี้เป็นเพื่อนกันและได้รับมอบหมายให้มาบรรยายเรื่องวิสุทธิ ๗ ด้วยกัน....แต่ด้วยบุคลิกภาพส่วนตัว การบรรยายของท่านจึงคลับคล้ายจะเป็นสนามรบหรือไม่ก็สนามมวยที่มีมุมแดงกับมุมน้ำเงิน..ต่างคนต่างก็ปล่อยมุขฮากันอย่างดุเดือด...ผู้ฟังจึงได้ทั้งความรู้และความเฮฮาตลอดเวลา..และก่อนที่จะจบรายการปิดเต็นท์..พี่ดอกแก้วยังได้ขึ้นมาสรุปแถมท้ายเรื่องวิสุทธิ ๗ อีกครั้งหนึ่ง...ในเรื่องศีลวิสุทธิ ...ที่มีการมาย้ำประเด็นให้เห็นกันชัดๆอีกครั้งหนึ่งว่า ศีลที่จัดว่าเป็นวิสุทธิก็คือ จะต้องมีเจตนาเพื่อละ "อวิชชา" และ"ตัณหา" นั่นเอง

โดย น้องกิ๊ฟ [26 พ.ค. 2545 , 02:05:03 น.] ( IP = 203.170.147.27 : : )


  สลักธรรม 3

เณรจิ๋วเบื่อที่จะอ่านหรือยัง ....น้องกิ๊ฟยังไม่เบื่อที่จะเล่าเลยนะ..อ่านต่อแล้วกัน

วันนี้พี่ดอกแก้วมาถึงเต๊นท์มูลนิธิช้ามาก เพราะได้รับเชิญแบบไม่ส่งการ์ดให้ไปพูดธรรมะที่เต๊นท์ของ ดร.พระมหาแอ๊ว..แบบคิวฉุกเฉินน่ะ...พวกเราทางนี้ก็เลยเล่มเกมรอกันไป...จนกระทั่งถึงเวลาชิงทุนการศึกษารอบชนะเลิศ ....คราวนี้น้องกิ๊ฟจดมาด้วยนะว่าเด็กนักเรียนเก่งๆพวกนี้เขาชื่ออะไรกันบ้าง..แต่จะขอสรุปไปด้วยเลยว่าใครได้รางวัลชนะเลิศและใครได้รางวัลรองชนะเลิศ..(ลืมบอกว่ารางวัลชนะเลิศนี่นอกจากจะได้รับทุนการศึกษาจำนวนสองพันบาทแล้ว..ยังได้ของขวัญพิเศษอีกคนละหนึ่งชิ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นได้รับการอุปถัมภ์จากคุณโมฬี ศะศิสมิต ด้วยนะ)

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผู้ที่ได้รางวัลชนะเลิศคือ ดญ.อรจิรา มธุรสพรวัฒนา จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง
.....รางวัลรองชนะเลิศคือ ด.ช.ทศพล ประภาพิทยา จากโรงเรียนทวีธาภิเศก, ด.ญ.วรัญญา คำเขียว และ ดญ.นุชนันท์ สิงห์พันธ์ลเด จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ

ระดับมัธยมศึกษาตอยปลาย รางวัลชนะเลิศคือ น.ส.ดวงกมล ชัยรัตน์ จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง
...รางวัลรองชนะเลิศ คือ นายศักดิ์ชาย พูลศักดิ์พาณิชย์ จากโรงเรียนวัดน้อยใน, นายวิริยะเทพ ตุ้มฉิม จากโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม และนายรัตนเทพ อัตตะนันท์ จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ

นอกจากโล่และทุนการศึกษาที่เด็กๆได้รับไปแล้ว ..พี่ดอกแก้วยังได้มอบโอวาทบทเล็กๆที่น่าประทับใจให้แก่พวกเขาทุกคนด้วยความหวังว่า ...เขาจะเติบโตมาพร้อมกับคุณธรรมและความดี และกำลังของชาติที่มีคุณภาพ และมีโอกาสช่วยพระศาสนาได้ตามสมควร...

หลังจากที่เสร็จสิ้นการแข่งขันตอบปัญหาธรรมะชิงทุนการศึกษาแล้ว....เนื่องจากวันนี้อากาศร้อนมากร้อนกว่าเมื่อวานนี้อีก..เพราะฉะนั้นด้วยความร้อน+ความอ่อนล้า-ความหิวที่ยังไม่ได้รับประทานอาหาร...พี่ดอกแก้วจึงทรุดจนถึงกับต้องหอบหิ้วกันไปพักฟื้นที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับเต๊นท์ของมูลนิธิ(เป็นโรงแรมที่เราจองไว้สำหรับให้บรรดา"กุลี" ของโรงงานการกุศลเพื่อพระพุทธศาสนา ได้อยู่เพื่อพักผ่อนเอาแรงและอาบน้ำชำระร่างกายระหว่างผลัดกันเฝ้าเต๊นท์น่ะ)

...เณรจิ๋วคิดดูเองก็แล้วกันว่า พี่ดอกแก้วน่ะรักแผ่นดินไทยขนาดไหน...นอกจากจะใช้เพลงรัตนโกสินทร์เป็นเพลงประจำกระทู้แล้ว ยังสมัครใจไปนอนป่วยอยู่ในโรงแรมรัตนโกสินทร์อีกแน่ะ..

หลังจากที่พักฟื้นพอมีแรงแล้ว พี่ดอกแก้วก็ลงมาลุยๆๆต่ออีกสองชั่วโมงรวดคู่กับอ.มาลี พูดเรื่อง นิพพานเป็นอนัตตาธรรมเท่านั้น ..น้องกิ๊ฟเองก็หูตาสว่างขึ้นมามากมายที่ได้ฟังเรื่องอนัตตาธรรมโดยละเอียด..รวมทั้งได้ทบทวนทำความเข้าใจเรื่องจิต - เจตสิก - รูป ซ้ำอีกครั้ง

กว่าที่พวกเราจะปิดเต๊นท์กลับบ้านก็เกือบสองทุ่มแล้วละ ...แต่วันนี้โชคดีที่มีชายหนุ่มมาช่วยกันนอนเฝ้าเต๊นท์ถึง ๗ คนเชียวนะ ....หนึ่งในชายหนุ่มที่มารับอาสาเฝ้ายามก็คือ ท่านสารวัตรบุญทัน พรเอนก ....ที่จริงตำแหน่งหน้าที่ของท่านน่ะไม่มีโอกาสมานอนเฝ้ายามอย่างนี้หรอก แต่เมื่อท่านได้สมัครใจมาเป็นพี่น้องของพวกเรา..ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหน ทุกคนก็จะกลับกลายมาอยู่ในตำแหน่งเดียวกันหมด คือ ๑.ตำแหน่งลูกรักของหลวงพ่อเสือ ๒. ตำแหน่งกุลี-กุจอประจำมูลนิธิ

..ถ้าเณรจิ๋วไม่เชื่อ ..ก็ลองลำดับภาพบุคคลเอาเองนะว่าคนไหนรอดพ้นสภาพการเป็น"กุลีกุจอ"บ้าง ....คนที่เรารู้จักและเป็นพี่น้องของเราต่างก็ชอบที่จะช่วยงานการกุศลทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกายโดยไม่ปริปากบ่นกันสักคำ ..ที่สำคัญพี่ดอกแก้วน่ะแหละเป็นตัวอย่างที่ทำให้พวกเราเห็นและสัมผัสถึงคำว่า "เสียสละ"..ทุกคนจึงรักที่จะดำเนินรอยตามโดยไม่ถือเนื้อถือตัว ...ยังมีอีกหลายคนเลยนะที่น้องกิ๊ฟรู้จักและก็อนุโมทนาอยู่ในใจที่ได้เห็นการกระทำ..

โดย น้องกิ๊ฟ [26 พ.ค. 2545 , 02:54:49 น.] ( IP = 203.170.147.27 : : )


  สลักธรรม 4

อ่านยังไม่จบหรอก เดี๋ยวกลับมาอ่านต่อนะครับ...ดีใจด้วยที่ทุกๆ คน ได้ทำงานให้กับพระพุทธศาสนา ถึงแม้จะเหนื่อยกายกันมากมาย แต่ก็มีปีติใจกันทุกคน

อย่างไรก็ตามก็ขอให้เก็บความรู้สึกดีดีไว้ในจิตใจให้นานเนิ่นนาน เพราะความสุขใจที่ได้รับนี้จะเป็นพลังใจ ส่งผลให้พวกเราได้รับความสงบสุข ไร้ทุกข์นิรันดร์ ทั้งชาตินี้และชาติหน้าจนกว่าจะเข้าสู่นิพพาน

โดย คนไกล [26 พ.ค. 2545 , 13:30:21 น.] ( IP = 213.48.62.227 : : 213.48.62.227 )


  สลักธรรม 5

วันนี้ได้มีโอกาสมาอยู่ที่เต๊นท์ของมูลนิธิตั้งแต่ตอนสายๆ ด้วยว่าเป็นวันหยุด เต๊นท์ของเราจึงมีผู้คนแวะเวียนกันมาค่อนข้างมากตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงที่มีการบรรยายและการเล่นเกมส์ตอบปัญหาธรรมะแบบตอบถูกข้อเดียวก็ได้รับรางวัล มีคนสนใจมากจริงๆ ยิ่งแจกยิ่งมัน หนังสือทั้งเก่าและใหม่ที่นำไปขายก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทีเดียว และที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นใจมากก็คือความสมัครสมานสามัคคีในหมู่พวกเราศิษย์มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิและลูกพ่อเดียวกัน ที่ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี คนละไม้ละมือ ทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ประทับใจมากค่ะ

โดย ทวีพร [26 พ.ค. 2545 , 23:18:20 น.] ( IP = 203.170.149.148 : : )


  สลักธรรม 6

ดีใจมากที่การเปิดตัวของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิปีแรกนี้ เราเปิดตัวได้อย่างยิ่งใหญ่จริง สมกับคำว่า "อภิ"
ที่แปลว่ายิ่งใหญ่ จริงๆ

งานครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของลูกหลวงพ่อเสือทุกคน

แม้จะเหนื่อยเพียงใด ทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใสกันถ้นหน้า

งานนี้แต่ละคนก็ได้ชื่อใหม่ว่า กุลี-กุจอ อย่างที่น้องกิ๊ฟบอกนั่นแหละ

ขอปรบมือให้ทุกๆคนค่ะ โดยเฉพาะอาจารยมาลีของเรา จะบอกให้นะงานนี้เห็นอาจารย์มาลีหน้าขรึมของเรานี่หัวเราะตลอดเหมือนกัน 5555



พี่ดา

โดย พี่ดา [27 พ.ค. 2545 , 10:34:56 น.] ( IP = 158.108.12.69 : : 158.108.12.69 )


  สลักธรรม 7

ทุ่มเทเผยแผ่ธรรม
ยินดีล้ำยอมทุกทาง
บริสุทธิ์จุดสว่าง
แสงธรรมาพาส่องไกล

ดอกแก้วแววเด่นกล้า
แจ้งธรรมาพาซึ้งใจ
ผลบุญหนุนนำให้
ถึงนิพพานมินานเกิน...

ขอร่วมอนุโมทนาค่ะ

โดย ดอกสารภี [27 พ.ค. 2545 , 13:38:47 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : 202.28.25.183 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org