มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การนอนหลับคืออะไร? (๕)







การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๕)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ก. การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดทางใจ

ผมได้เคยกล่าวมาแล้วว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นทางตา ทางหู หรือทางใจทำให้ เห็น ได้ยิน หรือคิดนั้น อยู่ ๆ มันก็เกิดขึ้นมาเองก็หาได้ไม่ หากแต่ต้องอาศัยผัสสเจตสิกคือการกระทบและเกิดเจตสิกอื่น ๆ อีกเป็นอันมาก (เจตสิกที่มิได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ จะงดเสียไม่กล่าว) หาไม่แล้วอารมณ์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยเป็นอันขาด เช่น แสงจะต้องกระทบประสาทตาจึงจะเห็น เสียงจะต้องกระทบประสาทหูจึงจะได้ยิน และเรื่องราวจะต้องกระทบใจจึงจะคิดนึกได้ ผมจะขอยกอารมณ์ที่แรง ๆ ที่เข้ากระทบกับจิตมาเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นได้ง่าย ดังต่อไปนี้

เมื่อท่านได้รับความทุกข์ หรือได้อารมณ์อันไม่พึงปรารถนา เช่น ครุ่นคิดแต่เรื่องที่ไม่ดี ทรัพย์สมบัติต้องสูญเสียไปเป็นอันมาก ต้องถูกออกจากงาน ค้าขายล้มละลายหรือมีใครมานินทาว่าร้าย ผิดพ้องหมองใจกัน การผูกพยาบาทอาฆาตจองเวร บุตรภรรยา สามี หรือผู้อื่นทำอะไรให้ไม่ถูกใจ สิ่งที่ปรารถนาไว้ยังไม่เกิดผล เช่น ความร่ำรวย อำนาจ และยศถาบรรดาศักดิ์ หรือการกริ่งเกรงว่าสิ่งเหล่านี้จะหลุดลอย หรือคู่รักที่รักกันมากต้องมาจากกันไป อารมณ์เหล่านี้มีกำลังแรงมาก จะเกิดขึ้นกระทบกับจิตอยู่เสมอ ชั่วโมงละนับไม่ถ้วนครั้ง จึงทำให้เกิดความเสียใจทุกข์ร้อน กังวล ห่วงใยมิได้หยุดหย่อน ครั้งแล้วคร้งเล่า ไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น ถ้ามีช่องหรือจังหวะแล้ว อารมณ์เหล่านี้ก็จะเกิดเรื่อยๆ ไป จะหยุดก็เป็นบางครั้งบางคราว ในเมื่อมีเหตุอื่นมาแทรกแซง เช่น กำลังคุยเพลินอยู่ หรือกำลังคิดเรื่องอื่นที่สำคัญ หรือกาลเวลาได้เนิ่นนานออกไปมาก จนอารมณ์เหล่านั้นคลายความรุนแรงลงไป

เมื่อท่านได้รับความสุขกายสุขใจ เช่นได้ทรัพย์สมบัติมาเป็นอันมากจากมรดก หรือถูกล็อตเตอรี่ ได้เพิ่มขั้นเงินเดือนอีกหลายขั้น ค้าขายดีมีกำไรมา หรือได้รับคำสรรเสริญชมเชยจากผู้หลักผู้ใหญ่ ได้ลาภ ยศ และอำนาจ หรือคู่รักที่รักกันมากจากกันไปนานกลับมาพบกันอีก อารมณ์เหล่านี้ก็เป็นเหตุก่อให้เกิดความกระเทือนใจมาก ก็กระทบกับจิตอยู่เสมอ แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ดีที่ชอบใจ ก็จะทำให้นอนหลับได้ยากเหมือนกัน คล้ายคลึงกับที่ได้กล่าวมาแล้ว

ในเรื่องการกระทบระหว่างอารมณ์กับจิตว่าจำเป็นจะต้องกระทบหรือไม่นั้นเป็นเรื่องง่ายต่อการพิสูจน์ เช่น คนที่ไม่เคยถูกไฟไหม้บ้านเลย เรื่องความเสียใจที่ไฟไหม้บ้านมิได้มีอยู่ในจิตใจ คือจิตใจมิได้เก็บความเสียใจว่าไฟไหม้บ้านเอาไว้ จึงไม่มีความเสียใจในเสียใจในเรื่องไฟไหม้บ้านเข้ากระทบกับใจก็จะมีความเสียใจในเรื่องนี้ไม่ได้เลย ถึงจะพยายามเสียใจว่าไฟไหมบ้านสักเท่าใดก็ไม่สำเร็จ (นอกจากจะสร้างมโนภาพขึ้นมาเอาเอง) ทั้งนี้ก็เพราะไม่มีความเสียใจเรื่องไฟไหม้บ้านมากระทบกับใจ แต่คนที่เคยไฟไหมบ้านมาแล้ว แม้เวลาล่วงเลยไปนานก็ยังอดคิดเสียใจอีกไม่ได้ โดยทำนองเดียวกันนี้ ถ้าไม่เคยถูกล็อตเตอรรี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว เราจะดีใจเรื่องถูกล็อตเตอรี่ได้อย่างไร เพราะความดีใจเรื่องถูกล็อตเตอตี่มิได้มีอยู่ในจิตใจจึงไม่มีความดีใจเรื่องถูกรางวัลล็อตเตอรี่มากระทบ จึงเกิดความดีใจไม่ได้

โดย ศาลาธรรม [18 เม.ย. 2551 , 08:37:07 น.] ( IP = 125.26.43.133 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



นอกจากที่กล่าวมานี้ ก็ยังมีอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากทางใจอีกหลายทาง ที่มาเป็นอุปสรรค์เครื่องกีดขวางทำให้นอนหลับได้ยาก โดยมากมักเป็นแก่ผู้ที่ปฏิสนธิด้วยจิตอุเบกขา (อารมณ์อุเบกขาติดมาแต่เกิด) บุคคลเหล่านี้เป็นนักคิด นักฝันในวิชาการ หรือการประดิษฐ์ต่าง ๆ บางคนก็ชอบครุ่นคิดชอบตรอง ชอบวิตกกังวลไปแต่ในด้านร้าย เป็นห่วงใยในความเป็นอยู่ของตนและครอบครัว กลัวจะยากจน อดอยาก กลัวจะเสียหาย กลัวจะไม่ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข กลัวกิจการจะล่มจม ได้รับอะไรกระทบกระเทือนใจแม้เพียงเล็กน้อย หรือต้องแก้ปัญหาชีวิตสักนิดหน่อยก็ชอบเอามาคิดมานึก มาเสียใจ ดีใจเสียมากมายใหญ่โต แม้ในบางคราวเรื่องราวยังไม่ทันได้เกิดขึ้น ก็อุตส่าห์สร้างภาพเหตุการณ์ในทางร้าย ๆ ขึ้นในใจ ให้เกิดความวิตกหวั่นไหวหวาดกลัว

ผมได้เคยเห็นบุคคลเช่นว่านี้มาหลายคน ซึ่งควรจะน่าเศร้าใจแทน เช่นคนหนึ่งชอบพูดเสมอว่า ตัวเองจะป่วยไข้ในปีนี้ จะรอดหรือไม่รอดก็เท่ากันเพราะหมอได้บอกว่า สุขภาพไม่ดีเสียเลย อีกคนหนึ่งพูดอยู่เสมอ ๆ พร้อมด้วยความไม่สบายใจ เพราะหมอดูได้ทายเอาไว้ว่า เคราะห์ร้ายมาก ถ้าตาไม่บอด หูก็จะหนวก หูไม่หนวก จมูกก็จะโหว่ เวลานี้ก็หลายปีมาแล้ว จนชรามากก็ยังพูดอยู่ ส่วนตาก็ยังไม่เห็นบอด หูก็ยังไม่เห็นหนวก จมูกก็ยังไม่เห็นโหว่สักที แต่ความทุกข์ความกังวลเกิดขึ้นเสียนับไม่ถ้วนครั้ง บางคนยังไม่มีท่าทีเลยว่าจะถูกออกจากงาน แต่ก็คิดอยู่เรื่อย ๆ ว่า ถ้าถูกออกจากงานแล้ว จะเดือดร้อนมาก เพราะมีบุตรตั้งครึ่งโหล บุตรก็จะไม่เรียนกลายเป็นคนโง่ไปหมด บางคนเฝ้าวิตกกังวลด้วยเกรงไปว่าบุตรที่อยู่ในครรภ์นั้น เมื่อคลอดออกมาจะพิกลพิการไป บางคนชอบเอาเรื่องเก่า ๆ ที่น่าเสียใจมาครุ่นคิดใหม่ให้เดือดร้อนให้น้อยเนื้อต่ำใจ และทำเช่นนี้อยู่เสมอจนชำนาญ เหมือนเป็นเกมที่น่าสนุกสนานอะไรสักอย่างหนึ่ง

บางคนเพียงเดินสวนทางกันกับญาติหรือเพื่อนฝูง แล้วเขามิได้ทักทายปราศรัยด้วยเช่นเคย ซึ่งเขาออาจคิดอะไรอยู่ก็ได้ ก็เฝ้าเอามาครุ่นคิดแล้วนอนไม่หลับ หาเหตุผลโดยขุดค้นลงไปว่าเขาโกรธเคืองเรื่องอะไร ตัวเองได้ทำอะไรผิดลงไป หรือใครไปยุแหย่อะไรเข้า บางคนลูกไปโรงเรียนกลับมาช้ากว่ากำหนดไปหน่อย ก็คิดเสียเป็นคุ้งเป็นแควว่า ลูกจะถูกรถทับตาย บุคคลดังได้กล่าวมานี้นับว่าได้ตกไปเป็นทาสของจิตใจอย่างน่าสงสาร เพราะเป็นการสร้างความทุกข์ร้อนให้เกิดขึ้นเสียเปล่า ๆ เป็นการสร้างนรกให้ตัวเองตกลงไปจึงได้รับอกุศลจิต คือบาปที่เกิดขึ้นทางใจโดยไม่จำเป็นเลย

ความน่าพิศวงที่สำคัญประการ หนึ่งก็คือ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ว่าจะเกิดจากความทุกข์ ความเร่าร้อน หรือไม่ว่าจะเกิดจากความสุข ความยินดี ตื่นเต้น ก็ตาม เรื่องราวเหล่านี้ก็ได้เกิดขึ้นมาแล้ว และได้ดับลงไปแล้วตั้งแต่วินาทีที่แล้ว ชั่วโมงที่แล้ว หรือตั้งแต่วันวาน และบางทีตั้งแต่ปีกลาย ขณะนี้อารมณ์ที่ได้ดับไปแล้วดังกล่าวนั้น ทำไมมันจึงเกิดมาซ้ำแล้วซ้ำอีก จะหยุดลงโดยเด็ดขาดยากเหลือเกิน อารมณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วเหล่านั้นก็คือ "กรรม" ซึ่งได้แก่การกระทำ อันเกิดขึ้นมาจากทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หรือทางกาย วาจา ใจ เมื่อกรรม หรือการกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วก็ดับลงเป็นอดีตไปในทันที แต่เหตุไฉนเล่ากรรมเล่านั้น ซึ่งก็ไม่มีตัวตน มองก็ไม่เห็น สัมผัสก็ไม่ได้ มีรูปร่างหรือ สี ทั้งจะชั่งตวง หรือวัดก็ไม่สำเร็จ แต่กรรมซึ่งเป็นอดีตและเก็บเอาไว้ในจิตเหล่านี้เอง กลับมีกำลังอำนาจ เกิดมีความสามารถที่จะกระทบกับจิต ก่อให้เกิดอารมณ์ขึ้นมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หน

เรื่องนี้เป็นการแสดงอำนาจของสิ่งที่ไม่มีตัวตน คึอกรรมในอดีตอย่างหนึ่งที่อาจให้ผลแก่ผู้กระทำได้อย่างที่มองเห็นกันง่าย ๆ ฉะนั้นผู้ที่มีความเชื่อเรื่องของกรรม ทั้งไม่ยอมที่จะศึกษาเสียด้วย จึงเป็นบุคคลที่น่าสงสารอย่างยิ่ง

โดย ศาลาธรรม [18 เม.ย. 2551 , 08:37:33 น.] ( IP = 125.26.43.133 : : )


  สลักธรรม 2



ข. การนอนไม่หลับเพราะอารมณ์ที่เกิดจากทางกาย

ความจริง ยังมีอารมณ์ที่จะเป็นเหตุให้นอนไม่หลับอันเกิดจากทวารอื่นก็มี เช่น นอนอยู่ในที่ ๆ ตึงตังโครมคราม มีเสียงรบกวนอยู่เสมอ ก็เป็นเหตุให้นอนหลับได้ยากเป็นต้น แต่ผมขอเพ่งเล็งไปถึงการนอนไม่หลับ เพราะเมื่อได้รับความกระเทือนใจ เช่น วิตกกังวล ทุกข์ร้อน หรือยินดีตื่นเต้นในเรื่องอะไรก็ตาม อารมณ์เหล่านั้นจะกระทบกับจิต บางทีนาทีหนึ่ง เป็นสิบเป็นร้อย เหตุนี้ การนอนหลับคือการเป็นภวังค์ จึงไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ตามที่กล่าวมา ก็ย่อมจะเห็นได้ว่าจิตใจได้เก็บเอาเรื่องราวเก่า ๆ ซึ่งเป็นอารมณ์ที่เกิดแล้วในอดีตมารวบรวมกันเข้า สร้างเป็นภาพขึ้นมาใหม่ ให้น่ารักน่ายินดี ให้น่าเกลียดหรือทุกข์ร้อน ซึ่งก็แล้วแต่อารมณ์ และแล้วแต่จิตจะมีมนสิการไปในทางใด แต่อย่างไรก็ดี อารมณ์เหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นอารมณ์เก่า ๆ ที่เก็บไว้ในจิตทั้งสิ้น แต่ได้ยกขึ้นมากระทบกับจิตใหม่ นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทางใจโดยตรง

เมื่อเรานอนหลับสนิท จิตก็เป็นภวังค์ปราศจากความรู้สึกสำนึกตัวโดยสิ้นชิง ขณะนี้ถ้ามีใครมากระทบกับตัวหรือมาปลุกสั่นเข้าเราก็จะตื่นขึ้น ทำไมเราตื่นขึ้นมาได้?

ผมได้กล่าวมาแล้วแต่ตอนต้น ๆ ว่า การที่จะเกิดอารมณ์ขึ้นมาได้นั้นจะต้องอาศัยผัสสะ คือการกระทบ เช่น ได้ยิน จะเกิดได้ก็ต้องอาศัยเสียงมากระทบกับประสาทหู โดยทำนองเดียวกันนี้ อารมณ์ทางกายจะเกิดขึ้นได้ก็จะต้องอาศัยอารมณ์มากระทบกับประสาทกาย

ด้วยเหตุนี้เองขณะที่เรากำลังหลับสนิทอยู่ เมื่อมีผู้ใดมากระทบหรือปลุกสั่นเราจึงได้ตื่นขึ้นเพราะการกระทบ หรือการปลุกสั่นนั้นกระทบเข้ากับประสาททางกาย ซึ่งแน่นอนนั้นก็คือการกระทบกับภวังคจิต (กระทบกายแล้วรู้สึกก็เท่ากับกระทบกับภวังคจิต) จิตจึงได้ขึ้นวิถีรับอารมณ์ใหม่ ความเป็นภวังค์จึงได้ขาดออก (ท่านผู้ใดเข้าใจวิถีจิต คือการทำงานของจิตขณะรับอารมณ์ต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่โดยละเอียดในอภิธรรมมัตถสังคหปริจเฉท ๔ ก็จะได้ความโดยละเอียด )

เราจึงได้ตื่นขึ้น ซึ่งในข้อนี้ก็แล้วแต่กำลังแรงของอารมณ์ที่กระทบ และความเป็นภวังค์นั้นมีขนาดไหน เช่นบางคนนอนขี้เซามีภวังค์มาก ต้องกระทบด้วยอารมณ์ที่แรง ๆ จึงจะตื่น เป็นต้น

โดย ศาลาธรรม [18 เม.ย. 2551 , 08:37:48 น.] ( IP = 125.26.43.133 : : )


  สลักธรรม 3




ร่างกายของเรานั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะจิต แต่เราหาได้ทราบชัดแจ้งไม่ ด้วยการเห็นเพียงแต่เอาตามองดูเท่านั้นอันเป็นการเห็นชั้นหยาบ ๆ เราเห็นรูปร่างหน้าตาแขนขา ตัวตนของเรามิได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใด แต่ความจริง ทุกวินาทีที่เคลื่อนคล้อยไปร่างกายของเรามิได้ทรงตัวอยู่ได้ จะผันผวนเปลี่ยนแปลงไปไม่มีเลยแม้สักวินาทีหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะธรรมชาติที่แวดล้อมดินฟ้าอากาศอุณหภูมิและเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจของกรรม

ตามธรรมดา เราต้องยืน เดิน นั่ง นอน เคลื่อนไหว อิริยาบถ ทำการงาน คิด ฯลฯ เหล่านี้ เราต้องเสียพลังงานของร่างกายไปเรื่อย ๆ ทุกวินาที แต่ร่างกายของเรายังคงมีพลังงานอยู่ได้ ยังยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม เคลื่อนไหว อิริยาบถได้ต่อไป ก็เพราะอาศัยอาหารที่กินเข้าไปวันละ ๓ มื้อนั้นชดเชยเพิ่มเติมอยู่เสมอ

ใครจะคิดบ้างว่า ร่างกายของเรานี้ตั้งอยู่ได้ก็เพราะอำนาจของกรรมเหมือนกัน ซึ่งอำนาจของกรรมเหล่านี้ย่อมมีอิทธิพลและออกมาแสดงผลของมันอยู่เสมอ และเราก็ได้ชดใช้กรรมของเราไปอยู่ทุก ๆ วินาที แล้วก็เพิ่มเติมกรรม โดยการกระทำในปัจจุบันเข้าไปอีกมิได้หยุดหย่อน ดังนั้น ชีวิตจึงได้เป็นไปดังที่เห็นกันอยู่

ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบแล้วก็เหมือนกับความร้อนที่มีอยู่ในร่างกาย และเราได้ใช้มันอยู่เสมอแล้วก็เติมความร้อน คือ กินอาหารเพิ่มเข้าไปอยู่ทุก ๆ วันดังกล่าวแล้วนั่นเอง ในเรื่องนี้ ถ้าศึกษาชีวิตจากพระอภิธรรมปิฎกให้เข้าใจแล้ว ก็จะคลายความสงสัยได้มาก

โดย ศาลาธรรม [18 เม.ย. 2551 , 08:38:05 น.] ( IP = 125.26.43.133 : : )


  สลักธรรม 4



นอกจากเรื่องของกรรมแล้ว ชีวิตยังจะต้องผันผวนเปลี่ยนแปลงเพราะอำนาจของจิต อำนาจของอุตุ และอำนาจของอาหารอีกด้วย ซึ่งเมื่อร่างกายมีเหตุการณ์อะไรผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว ก็ย่อมไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะไม่กระทบกระเทือนไปถึงจิตด้วย เพราะร่างกายนั้นใกล้ชิดติดต่อกันกับจิตโดยตรง

อากาศที่ร้อนไป-เย็นไป ที่นอนหยาบกระด้างระคายเคือง ความป่วยไข้ ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ได้รับบาดเจ็บ ปวดหัว ปวดฟัน เหล่านี้ก็สามารถทำให้การนอนหลับเป็นไปได้ยากเหมือนกัน แต่ผมขอผ่านไปไม่กล่าว เพราะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว เมื่อเหตุการณ์หรือโรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้เปลี่ยนแปลงและบรรเทาเบาบางลงแล้ว การนอนหลับก็จะเป็นไปตามปกติ

มีโรคหลายชนิดที่เป็นอย่างเรื้อรัง บางชนิดก็ปรากฏขึ้นมาให้ชัดเจน แต่บางชนิดมิได้แสดงอาการออกมาให้ปรากฏชัด ซึ่งโรคเหล่านี้เองเป็นสาเหตุกระทบกระเทือนจิตใจ อันจะทำให้จิตไม่เป็นภวังค์ คือนอนหลับไม่ค่อยได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจหลายชนิด และโรคทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารและลำไส้ย่อยอาหารไม่เป็นไปตามปกติ เป็นต้น

ผมได้กล่าวมาแล้วว่า ร่างกายของเรานี้ประกอบไปด้วยประสาทกาย ซึ่งทางธรรมะเรียก กายปสาทรูป แผ่กระจายไปตามร่างกายเกือบจะกล่าวได้ว่า ทั่วถึงมีทั่วไป ตามร่างกายภายนอกและร่างกายภายใน มีหน้าที่รับสัมผัส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง ด้วยเหตุนี้ เมื่อหัวใจเต้นสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย และธารโลหิตที่ไหลผ่านไปตามอวัยวะใหญ่น้อยต่าง ๆ เหล่านั้นได้เกิดผิดปกติไป ก็ย่อมกระทบกระเทือนต่อจิตโดยตรง อันจะทำให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า ความปรารถนาที่จะนอนให้หลับจึงไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ

เมื่ออาหารที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารหรือลำไส้มิได้ละลายออกไปเลี้ยงเซลล์ตามอวัยวะต่าง ๆ ให้พอสมควร อันเกิดจากเหตุใดเหตุหนึ่งก็ตาม อาหารที่ตกค้างอยู่ก็จะเกิดบูดเน่าทำให้เกิดแก๊ส (ลมที่เสีย) ขึ้น ลมที่เสียเหล่านี้ บางทีก็ถึงกับทำให้แน่นและจุกเสียด บางทีก็ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกตัว ก็จะเป็นเหตุทำให้หลับได้ยากเย็นและอย่างน้อยก็ย่อมจะกดดันกระทบกับประสาทที่อยู่ภายในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ทำให้ต้องตื่นอยู่เสมอ บางทีอาจเลยเที่ยงคืนไปแล้ว บางทีก็หลับ ๆ ตื่น ๆ ทำให้เกิดการฝันร้าย หรือฝันเล็กฝันน้อยยุ่งเหยิงเอาเป็นเรื่องเป็นราวไม่ได้ (เรื่องของความฝันจะได้กล่าวโดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก)

โดย ศาลาธรรม [18 เม.ย. 2551 , 08:38:24 น.] ( IP = 125.26.43.133 : : )


  สลักธรรม 5



ทั้งนี้ก็เพราะลมเสียเหล่านั้นกระทบกับประสาทกายซึ่งจะกระเทือนถึงจิต ทำให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์ (วิตกเจตสิก) ไม่หยุดหย่อน (ยังไม่รู้สึกตัวจริง ๆ เพราะด้วยอำนาจโมหเจตสิก หรือเพราะการขึ้นวิถีทำงานของจิตยังไม่ถึงชวนะเป็นส่วนมาก เกิดขึ้นเพียงอดีตภวังค์ ภวังคจลนะหรือเลยไปถึงภวังคุปัจเฉทะ ปัญจทวาราวัชชนะ กายวิญญาณ สัมปฏิจฉนะ สันตีรณะ และโวฏฐัพพณะ ถ้าเป็นทางมโนทวารก็มีภวังคจลนะ ภวังคุปัจเฉทะ มโนทวาราวัชชนะ บางครั้งก็เลยไปถึงชวนะ เป็นต้น) บางครั้งตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจึงรู้สึกตัวว่า เมื่อคืนนี้หลับไม่สนิท ทั้งโผเผไม่มีแรง ใจคอหงุดหงิดคิดอ่านไม่คล่อง เบื่อหน่ายชีวิต

ความจริงลมเสียที่มากระทบกับประสาทกาย ภายในกระเพาะอาหารและลำไส้อยู่เสมอก็ดี การเดินทางของธารโลหิต ที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเส้นโลหิตแข็งอันเกิดจากการเสียดทานของน้ำโลหิตกับเส้นโลหิตหรือเพราะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติหรืออ่อนกำลังก็ดี จะเป็นเหตุกระทบกระเทือนให้จิตยกขึ้นสู่อารมณ์แต่ประการเดียวก็หาไม่ เมื่อจิตขึ้นวิถี (การทำงานของจิต) รับอารมณ์ทางกายแล้ว วิถีจิตก็เกิดอารมณ์ขึ้นทางใจอีกอันเป็นไปตามธรรมชาติของจิตอีกทางหนึ่ง อาจจะมากหรือน้อยสลับกันไป พร้อมกันนี้เอง เจตสิกตัวสำคัญคืออุทธัจจะ กุกกุจจะความฟุ้งซ่านรำคาญใจก็จะเข้ามาผสม ในบางคราว ถีนมิทธเจตสิกตัวง่วงเหงาหาวนอนก็เข้าร่วมด้วยแต่กำลังไม่มาก ดังนั้น จึงง่วงนอนปะปนอยู่แต่ก็นอนไม่หลับ ด้วยอิทธิพลของเจตสิกเหล่านี้เอง อารมณ์เล็กอารมณ์น้อย จึงได้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ซาก ๆ วนเวียนกันไปมา ความกระทบกระเทือนจากประสาททางกายก็คอยกระทบเพิ่มเติมอยู่เรื่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้การจะนอนให้หลับก็จะเป็นไปได้แสนยากยิ่ง แม้จะง่วงแสนง่วงอย่างไร

ประสาทกายที่สัมผัสการกระทบนั้น กระทบได้แต่เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง แต่เพียงเท่านั้น ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นครั้งละอย่างเดียว จะรู้อะไรมากไปกว่านี้หาได้ไม่ จะสร้างเรื่องราวอะไรขึ้นมา หรือจะเกิดอารมณ์อะไรนอกจากที่กล่าวมาแล้วก็ไม่ได้ และอารมณ์ทางใจก็เหมือนกันไม่สามารถรับกระทบ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง โดยตรงได้ (รับได้โดยวาดเป็นมโนภาพ) การที่เกิดเรื่องราวมากมายในเวลานอนก็เกิดขึ้น เพราะจิตวาดเอาจากภาพที่ปรากฏแล้วผ่านจากประสาททางทวารต่าง ๆ อันเก็บเอาไว้ในจิตเป็นอารมณ์เก่าเป็นอดีต อารมณ์ใหม่

เหตุนี้ การที่จิตของเรามีอารมณ์ขึ้น ๑๐๘ ประการ ขุดค้นเอาเรื่องที่ดีเรื่องเหลวไหลเรื่องที่สำคัญเรื่องที่หาสาระมิได้ เรื่องเล็ก ๆ เรื่องใหญ่ ๆ เหล่านี้ขึ้นมาให้ได้รับความวุ่นวายในการนอนนั้น เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นทางใจ เป็นจินตนภาพอันจิตได้จินตนาการขึ้นเอง ด้วยอาศัยอดีตอารมณ์ (กรรมเก่า) ดังกล่าวมาแล้ว แต่ก็แน่นอนละ อาศัยการกระทบทางกายเป็นปัจจัยสำคัญด้วยเป็นอันมากในขณะนี้

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม [18 เม.ย. 2551 , 08:38:41 น.] ( IP = 125.26.43.133 : : )


  สลักธรรม 6


อ่านเรื่องราวของเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับแล้ว น่าอัศจรรย์จริงๆ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากที่นำความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตจริงมาให้อ่านเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [18 เม.ย. 2551 , 10:39:44 น.] ( IP = 124.121.176.88 : : )


  สลักธรรม 7

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่อธิบายขยายเรื่องสาเหตุของการนอนไม่หลับจนผมเข้าใจอย่างดีเลยครับผม

เป็นความมหัศจรรย์ของจิตจริงๆเลยครับผม ที่มีความสามารถและมีอำนาจถึงขนาดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตัวเองต้องฝึกจิตตนจริงๆเลยครับ และนอกจากนั้นต้องสร้างกรรมดีเข้าไว้ เพื่อป้องกันความกระทบกระเทือนจากวิบากไม่ดีให้ดี (คือทำกรรมไม่ดีไม่ทำนั่นเอง) เพราะอำนาจกรรมเหล่านี้จะตามล่าเยื่อคือผู้ทำได้ทุกขณะเลยแม้การนอนหลับ

ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากนะครับที่นำเรื่องที่มีประโยชน์นี้มาฝากให้อ่านเสมอเลยครับผม

โดย พี่เณร [18 เม.ย. 2551 , 16:23:39 น.] ( IP = 58.9.149.160 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากที่นำความรู้อันเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมาฝากเป็นประจำ

โดย น้องอุ๊ [18 เม.ย. 2551 , 21:58:01 น.] ( IP = 71.185.142.20 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org