| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๒
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
นอกจากนี้สิ่งที่ควรทราบก็คือ ปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และจุติจิตในภพชาติหนึ่ง จะเป็นจิตประเภทเดียวกัน และมีอารมณ์เป็นอย่างเดียวกันด้วย ดังนี้
เป็นจิตประเภทเดียวกัน คือ เป็นชาติเดียวกัน คือ เป็นกุศลวิบาก หรือ อกุศลวิบาก มีเวทนาเดียวกัน คือ เป็นโสมนัสเวทนา หรือ อุเบกขาเวทนา มีสังขารเดียวกัน คือ เป็นอสังขาริก หรือ สสังขาริก มีสัมปยุตตเดียวกัน คือ เป็นญาณวิปปยุต หรือ ญาณสัมปยุตต มีอารมณ์เดียวกัน คือ -ถ้าเป็นกามปฏิสนธิ ๑๐: มีอารมณ์เป็น กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือ คตินิมิตอารมณ์ -ถ้าเป็นรูปปฏิสนธิ ๕ : มีอารมณ์เป็น บัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ได้แก่ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ กายคตาสติ ๑ อานาปานสติ ๑ สัตวบัญญัติ ๔ รวม ๒๖ อย่าง -ถ้าเป็นอรูปปฏิสนธิ ๔ : มีอารมณ์เป็นกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ๒ ประเภท คือ บัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ได้แก่ กสิณุคฆาฏิมากาสบัญญัติ หรือ นัตถิภาวบัญญัติ มหัคคตกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ได้แก่ อากาสานัญจายตนฌานจิต หรือ อากิญจัญญายตนฌานจิต
และการที่จุติจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียวกับปฏิสนธิจิต และภวังคจิต ก็เพราะว่า อำนาจของการรักษาภพชาติ จะต้องมีการรักษาภพชาติตั้งแต่ปฏิสนธิตลอดจนถึงจุติด้วย ดังนั้นเมื่อขณะปฏิสนธิ จิตรับอารมณ์เช่นไร ขณะที่จิตทำหน้าที่ภวังค์ รักษาภพชาติ ก็จะต้องมีอารมณ์เช่นนั้นเหมือนกัน และเมื่อภวังคจิตนั้นมาทำหน้าที่จุติ ก็ต้องมีอารมณ์เช่นเดียวกันด้วย ถ้าจุติมีอารมณ์เป็นอื่นก็จะไม่ได้รักษาภพชาติ แต่เมื่อเปลี่ยนภพชาติใหม่ก็เปลี่ยนอารมณ์ตอนปฏิสนธินั่นเอง
ดังนั้นจุติจิตจึงไม่ใช่เป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิ หากแต่มีเพียงอำนาจของอนันตรปัจจัย เข้าร่วมด้วยเท่านั้น (จิตเกิดดับติดต่อกันโดยไม่มีระหว่างคั่น) อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมรณาสันนกาลต่างหากที่มีกำลังและเป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิในภพชาติใหม่ อารมณ์ตอนท้ายๆ ของมรณาสันนกาลซึ่งเป็นอารมณ์เดียวกันกับอารมณ์ของมรณาสันนวิถี เป็นตัวการส่งให้เกิดการปฏิสนธิ ดังนั้นจุติจิตซึ่งเป็นทวารวิมุตและ รับอารมณ์เก่า จึงไม่มีอารมณ์เป็นอันเดียวกับปฏิสนธิจิตในภพชาติใหม่
เมื่อพิจารณาถึงมรณาสันนวิถี (ซึ่งมีทั้งปัญจทวารวิถี และมโนทวารวิถี) ที่เกิดขึ้นกับบุคคลต่างๆ เหล่านั้น=>กามจุติ-กามปฏิสนธิ และรูปพรหมจุติ-กามปฏิสนธิ มรณาสันนวิถีเกิดได้ทั้งทางปัญจทวารและมโนทวาร
โดยดูที่ว่าบุคคลนั้นปฏิสนธิในภูมิใด หากปฏิสนธิในกามภูมิ อารมณ์ในมรณาสันนกาลก็จะเป็นอารมณ์ ๖ ที่เป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ ซึ่งเกิดได้ทั้งทางปัญจทวารและมโนทวารตามสมควรแก่อารมณ์ และก็ดูต่อไปว่าบุคคลที่จุตินั้นอยู่ในภูมิที่มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส หรือไม่ หากมีก็จะเกิดมรณาสันนวิถีทางปัญจทวารได้ด้วยตามสมควรแก่ทวาร
=>กามจุติ -พรหมปฏิสนธิ ,พรหมจุติ -พรหมปฏิสนธิ และ อรูปพรหมจุติ -กามปฏิสนธิ มรณาสันนวิถีเกิดได้ทางมโนทวาร อย่างเดียว เพราะผู้ที่จะปฏิสนธิในพรหมภูมิได้นั้น จะต้องมีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์เป็นอารมณ์ ซึ่งเกิดได้เฉพาะทางมโนทวารเท่านั้น ส่วน ในอรูปจุติ-กามปฏิสนธินั้น แม้ผู้ที่จะปฏิสนธิในกามภูมิ จะมีอารมณ์ ๖ ที่เป็นกรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิต เป็นอารมณ์ก็ตาม แต่บุคคลที่จุตินั้นเป็นอรูปพรหม อยู่ในภูมิที่ไม่มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเลย มรณาสันนวิถีทางปัญจทวารจึงเกิดขึ้นไม่ได้ค่ะ โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:44:33 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 2
จิตของสัตว์ที่จะปฏิสนธิในภูมิต่างๆ มีทั้งหมด ๔ ประเภท รวม ๑๙ ดวง คือ
๑. จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ ดวงนำปฏิสนธิในทุคติภูมิ หรืออบายภูมิ ๔ เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน
๒. จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ ดวงนำปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ เป็น มนุษย์ กับ เทวดาชั้นต่ำสุดในจาตุมหาราชิกาภูมิ และเป็นบุคคลที่บกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ
๓. จิตที่ชื่อว่า มหาวิบากจิต ๘ ดวงนำปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ ๗ เป็น มนุษย์ หรือเทวดาในเทวภูมิ ๖ ภูมิ
๔. จิตที่ชื่อว่า มหัคคตวิบากจิต ๙ ดวง (คือรูปาวจรวิบากจิต ๕ ดวง และ อรูปาวจรวิบากจิต ๔ ดวง)รูปาวจรวิบากจิต ๕ ดวง นำปฏิสนธิในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตาภูมิ) เป็น รูปพรหม อรูปาวจรวิบากจิต ๔ ดวง นำปฏิสนธิ ในอรูปภูมิ ๔ เป็น อรูปพรหม
อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ และ มหาวิบากจิต ๘ รวม ๑๐ ดวง ปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑ (คืออบายภูมิ ๔ มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖)จัดว่าเป็น กามปฏิสนธิ
รูปาวจรวิบากจิต ๕ ปฏิสนธิในรูปภูมิ จัดว่าเป็น รูปปฏิสนธิ
อรูปาวจรวิบากจิต ๔ ปฏิสนธิในอรูปภูมิ จัดว่าเป็น อรูปปฏิสนธิ
ต่อไปมาพิจารณาการตายและเกิดของสัตว์ทีละประเภท๑. กามบุคคลจุติ และปฏิสนธิในกามภูมิ ๒. กามบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ ๓. พรหมบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ ๔. รูปพรหมบุคคลจุติ และกลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ ๕. อรูปพรหมบุคคลจุติ และกลับมาปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ
โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:50:01 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 3๑.กามบุคคลจุติ และปฏิสนธิในกามภูมิ
หมายความว่า จุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วจักปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑
กามบุคคลจุติในที่นี้หมายถึงบุคคลที่ตายจากกามภูมิ และจะมีปฏิสนธิอีก ซึ่งได้แก่ ปุถุชน ๔ และ เสกขบุคคล ๓ (เว้นพระอรหันต์ เพราะไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไป)
โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:52:11 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 4
ปุถุชน ๔ ได้แก่ ทุคติบุคคล ๑ สุคติอเหตุกบุคคล ๑ ทวิเหตุกบุคคล ๑ ติเหตุกปุถุชน ๑
ทุคติบุคคล หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ ใน อบายภูมิ ๔ (นิรยภูมิ เปตติภูมิ อสรกายภูมิ ติรัจฉานภูมิ) สุคติอเหตุกบุคคล หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ ใน มนุษย์ภูมิ ๑ (เป็นมนุษย์ที่บกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือทั้งร่างกายและจิตใจ) เทวภูมิชั้นจาตุมหาราชิกาภูมิ ๑ (เฉพาะเทวดาชั้นต่ำสุด ๒ จำพวกคือ วินิปาติกอสุรา, เวมานิกเปรต) ทวิเหตุกบุคคล หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากญาณวิปปยุตตจิต ๔ ดวงใดดวงหนึ่ง ใน มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ ติเหตุกปุถุชน หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากญาณสัมปยุตตจิต ๔ ดวงใดดวงหนึ่ง ใน มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖
ติเหตุกปุถุชนนี้ ได้แก่ โสดาบันบุคคล ๑ สกทาคามีบุคคล ๑ อนาคามีบุคคล ๑- ถ้าเจริญสมถกรรมฐาน มีสิทธิสามารถสำเร็จณานเป็นฌานลาภีบุคคล ได้ - ถ้าเจริญวิปัสสนากรรมฐาน มีสิทธิสามารถสำเร็จมรรค ผล นิพพาน เป็นอริยบุคคลได้
เสกขบุคคล ๓
กามภูมิ ๑๑ ได้แก่ อบายภูมิ ๔ กามสุคติภูมิ ๗-อบายภูมิ ๔ คือ นิรยภูมิ ๑ เปตติภูมิ ๑ อสุรกายภูมิ ๑ ติรัจฉานภูมิ๑ -กามสุคติภูมิ ๗ คือ มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ (จาตุมหาราชิกา ดาวติงสา ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี)
เมื่อทราบถึงแล้วว่ากามบุคคลคือใครมาจากไหน กามภูมิ ๑๑ ได้แก่ภูมิอะไรบ้าง ต่อไปก็มาพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการ จุติ-ปฏิสนธิของกามบุคคลต่างๆโดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:54:59 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 5
กามบุคคลที่จุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑ผู้ที่จะจุติและปฏิสนธิในกามภูมิได้ มีบุคคล ๓ บุคคล คือ #ปุถุชน ๔ ได้แก่ ทุคติบุคคล ในอบายภูมิ ๔ สุคติอเหตุกบุคคล ในมนุษย์ภูมิ ๑ จาตุมหาราชิกาภูมิ ๑ ทวิเหตุกบุคคล ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ (กามสุคติภูมิ ๗) ติเหตุกปุถุชน ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ #พระโสดาบันบุคคล ๑ ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ #พระสกทาคามีบุคคล ๑ ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖
ปุถุชน ๔ จุติใน กามภูมิ ๑๑จักปฏิสนธิ ด้วยกามปฏิสนธิจิต ๑๐ (คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ และมหาวิบากจิต ๘) ใน กามภูมิ ๑๑ เป็น ปุถุชน ๔
พระโสดาบันบุคคล พระสกทาคามีบุคคล จุติใน กามสุคติภูมิ ๗จักปฏิสนธิ ด้วยมหาวิบากญาณสัมปยุตจิต ๔ ใน กามสุคติภูมิ ๗ (เพราะว่าละสักกายทิฏฐิได้โดยเด็ดขาดแล้ว จึงไม่ไปเกิดในอบายอีก)เป็นพระโสดาบันบุคคล หรือพระสกทาคามีบุคคล ส่วนพระอนาคามีบุคคล จุติใน กามสุคติภูมิ ๗ จักไม่ปฏิสนธิ ใน กามสุคติภูมิอีก (เพราะท่านละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยได้โดยเด็ดขาดแล้ว) โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:57:35 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อว่าโดยวิถี
มรณาสันนวิถีของบุคคลที่จุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑
เกิดขึ้นได้ทั้งทางปัญจทวาร และมโนทวาร- มรณาสันนวิถีทางปัญจทวาร เป็น อติมหันตารมณ์วิถี หรือมหันตารมณ์วิถี มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นอารมณ์ - มรณาสันนวิถีทางมโนทวาร เป็น อติวิภูตารมณ์วิถี หรือ วิภูตารมณ์ มีความรู้สึกนึกคิดทางใจ เป็นอารมณ์
มรณาสันนวิถีนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญจทวารมรณาสันนวิถี หรือมโนทวารมรณาสันนวิถี มีจุติ ได้ ๔ ประเภท คือ๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ตทา จุติ/ ปฏิ ๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ภวังค์ จุติ/ ปฏิ ๓. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ/ ปฏิ ๔. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ/ ปฏิ
ตัวอย่าง อติมหันตารัมมณมรณาสันนวิถี (ปัญจทวาร) และอติวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี (มโนทวาร)
ภ ตี น ท ป วิ สํ ณ โว ช ช ช ช ช ต ต จุติ / ปฏิ
ภ น ท ม ช ช ช ช ช ต ต จุติ / ปฏิ
ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถี ได้แก่ กามภวังค์ ๑๐ (อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘) มีอารมณ์เป็น กรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์ มรณาสันนชวนะ ได้แก่ อกุศลชวนะ หรือ มหากุศลชวนะ (แล้วแต่อำนาจกรรม) ปฏิสนธิจิต ได้แก่ กามปฏิสนธิจิต ๑๐ รับ อารมณ์ ๖ ที่เป็น กรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นอารมณ์
โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 10:02:18 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 7
จะเห็นได้ว่า พวกเรา ปุถุชนทั้งหลาย เวียนวนเกิดแล้วเกิดเล่าในวังวนแห่งสารวัฏฏ์ที่มากล้นด้วยกามคุณอารมณ์ต่างๆ โดยที่ไม่มีใครไม่เคยเกิดเป็นสัตว์ชนิดใดเลย
จากมนุษย์ เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นมนุษย์อีกก็ได้
...จากคนที่ร่ำรวย เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นยาจกยากจนเข็ญใจก็ได้ หรือ
...จากมนุษย์ ด้วยอำนาจของโทสะ เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์นรก ก็ได้ หรือ
...จากมนุษย์ ด้วยอำนาจของโมหะ มื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็น สัตว์เดรัจฉาน เช่น สุนัข เสือ ไก่ งู เป็นต้น ก็ได้ ฯลฯ
จากมนุษย์ เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นเทวดานางฟ้าก็ได้
และในทางกลับกันจากเทวดานางฟ้า เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์ในอบาย หรือมนุษย์ ก็ได้ เช่นกัน จากสัตว์ในอบาย เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์ในอบาย หรือ มนุษย์ หรือ เทวดานางฟ้า ก็ได้ เช่นกัน
จึงสรุปได้ดังนี้ สำหรับ :กามบุคคลจุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วจักปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑
ทุคติบุคคล . จุติจาก อบายภูมิ ๔ ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น อกุศล .จักปฏิสนธิใน อบายภูมิ ๔ (เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือเดรัจติฉาน) ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น กุศล .จักปฏิสนธิใน กามสุคติภูมิ ๗ (เป็นมนุษย์ หรือเทวดา)
สุคติอเหตุกบุคคล, ทวิเหตุกอเหตุกบุคคล, ติเหตุกปุถุชน . จุติจาก กามสุคติภูมิ ๗ ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น อกุศล .จักปฏิสนธิใน อบายภูมิ ๔ (เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือเดรัติฉาน) ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น กุศล .จักปฏิสนธิใน กามสุคติภูมิ ๗ (เป็นมนุษย์ หรือเทวดา)
โสดาบันบุคคล. สกทาคามีบุคคล .จุติจาก กามสุคติภูมิ ๗ รับอารมณ์ที่เป็น กุศล .จักปฏิสนธิใน กามสุคติภูมิ ๗ (เป็นมนุษย์ หรือเทวดา) จะเห็นได้ว่า .... พวกเราซึ่งยังคงเป็นปุถุชนผู้หนาแน่นด้วยกิเลสเต็มขั้น ยังมิอาจก้าวล่วงสิทธิ์ของการจักได้ปฏิสนธิในอบายภูมิเลย และสิ่งสำคัญยิ่งก็คืออารมณ์ที่มาปรากฏในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งก็ได้มาจากประสพการณ์อารมณ์ต่างๆ ที่เราคุ้นเคยเมื่อยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง
ดังนั้น ต้องฉลาดทางอารมณ์ด้วยการเพียรให้คุ้นเคยกับอารมณ์ที่ดีๆ อันเป็นกุศลเข้าไว้นะคะ จะได้มีสุคติภูมิเป็นที่หมาย
สุข สุตฺโถ ลตเต ตหาจร
...อยากได้สุข ปฏิบัติถูกทาง ก็ย่อมได้สุขนั้น...
(อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ....ยังมีต่อนะคะ) โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 10:06:33 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )
สลักธรรม 8
ติดตามมาอ่านต่อค่ะ..และก็ต้องค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจพร้อมกับนึกถึงจิตแต่ละชนิดที่เป็นองค์ธรรม รวมถึงการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันทั้งในเรื่องของภูมิกับบุคคล และอารมณ์
อนุโมทนากับคุณดวงรัตน์ที่กรุณานำเรื่องที่เข้าใจยากมาอธิบายด้วยความใจดีและใจเย็นพร้อมกับทำภาพ ตารางสรุป และแผนภูมิประกอบเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายด้วยค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [21 เม.ย. 2551 , 13:36:26 น.] ( IP = 125.26.42.162 : : )
สลักธรรม 9มาเข้าห้องเรียนรอบบ่ายครับคุณดวงรัตน์ และใช้เวลานานหน่อยในการอ่านครั้งนี้ เพราะต้องคิดตามไปด้วยพร้อมๆกับใจที่ค่อยๆนึกถึงผังจิตและเจตสิกครับผม
ไม่ง่ายเลยนะครับสำหรับการเจาะลึกเข้าไปรู้เรื่องจุติปฏิสนธินี้นะครับ แต่อย่างไรก็ยังดีกว่าความง่ายที่ไม่ต้องการครับ ที่พี่เณรว่าง่ายนั้นก็คือ ตายง่ายและเกิดก็ง่าย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของปุถุชนนั้นเองครับ
ขอขอบคุณและอนุโมทนาสาธุกับคุณดวงรัตน์ด้วยอย่างยิ่งครับ ที่กระทำกุศลกรรมงานนี้ออกมา เพื่อประโยชน์ต่อทุกๆคนครับ จะได้เข้าใจในเรื่องชีวิตที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดครับ
จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับผมโดย พี่เณร [21 เม.ย. 2551 , 16:14:43 น.] ( IP = 58.9.135.177 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณมากค่ะคุณดวงรัตน์
ที่นำความรู้อันลึกซึ้งมาฝาก
ทำให้ได้มีโอกาสทบทวน ให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น
อ่านแล้วก็ทำให้เห็นวัฏฏะที่วนเวียนที่ยังไม่สามารถหนีพ้นได้
อนุโมทนากับกุศลที่ได้กระทำค่ะ ประกอบทั้งมีภาพสื่ออันสวยงาม
ซึ่งทำให้เข้าใจถึงความเพียรมากเลยนะคะ เพราะรู้ว่าจะต้องใช้เวลามากทีเดียวโดย น้องอุ๊ [22 เม.ย. 2551 , 07:56:37 น.] ( IP = 71.185.142.20 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |