มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๒




ตอนที่ผ่านมา


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๒


ตราบใดที่สัตว์ทั้งหลายยังมีตัณหา ยังไม่สิ้นอาสวะกิเลส ย่อมต้องเวียนว่ายตายเกิดไปในภพภูมิต่างๆ ใน ๓๑ ภูมิ ตามแต่กำลังอำนาจของกรรมที่สัตว์เหล่านั้นได้สั่งสมไว้
โดยมีมรณาสันนวิถีเป็นวิถีจิตสุดท้าย ซึ่งจะมีชวนะเกิดขึ้นเพียง ๕ ขณะ เมื่อจุติจิตของสัตว์นั้นดับลง ปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้นทันทีโดยไม่มีระหว่างคั่น

ฉะนั้น การเกิดในภพชาติใหม่ของสัตว์ต่างๆ ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้นั้น จึงมีภาวะที่แตกต่างกันไปตามสมควรแก่อำนาจของกรรมที่ได้กระทำไว้


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ๕ ประเภท


๑. กามบุคคล จุติ และ ปฏิสนธิ ในกามภูมิ <กามจุติ-กามปฏิสนธิ>
๒. กามบุคคล จุติ และ ปฏิสนธิ ในพรหมภูมิ <กามจุติ-พรหมปฏิสนธิ>
๓. พรหมบุคคล จุติ และ ปฏิสนธิ ในพรหมภูมิ <พรหมจุติ-พรหมปฏิสนธิ>
๔. รูปพรหมบุคคล จุติ และ กลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ <รูปพรหมจุติ-กามปฏิสนธิ>
๕. อรูปพรหมบุคคล จุติ และ กลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ <อรูปพรหมจุติ-กามปฏิสนธิ>


-บุคคลที่อยู่ในกามภูมิ ๑๑ (อบายภูมิ ๔ มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖)เรียกว่า กามบุคคล
-บุคคลที่อยู่ในพรหมภูมิ ๒๐ (รูปภูมิ ๑๖ อรูปภูมิ ๔)เรียกว่า พรหมบุคคล
-บุคคลที่อยู่ในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตภูมิ ๑) เรียกว่า รูปพรหมบุคคล
-บุคคลที่อยู่ในอรูปภูมิ ๔ เรียกว่า อรูปพรหมบุคคล

โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:40:24 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


นอกจากนี้สิ่งที่ควรทราบก็คือ ปฏิสนธิจิต ภวังคจิต และจุติจิตในภพชาติหนึ่ง จะเป็นจิตประเภทเดียวกัน และมีอารมณ์เป็นอย่างเดียวกันด้วย ดังนี้

  • เป็นจิตประเภทเดียวกัน คือ
    เป็นชาติเดียวกัน คือ เป็นกุศลวิบาก หรือ อกุศลวิบาก
    มีเวทนาเดียวกัน คือ เป็นโสมนัสเวทนา หรือ อุเบกขาเวทนา
    มีสังขารเดียวกัน คือ เป็นอสังขาริก หรือ สสังขาริก
    มีสัมปยุตตเดียวกัน คือ เป็นญาณวิปปยุต หรือ ญาณสัมปยุตต

  • มีอารมณ์เดียวกัน คือ
    -ถ้าเป็นกามปฏิสนธิ ๑๐: มีอารมณ์เป็น
    กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือ คตินิมิตอารมณ์
    -ถ้าเป็นรูปปฏิสนธิ ๕ : มีอารมณ์เป็น
    บัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ได้แก่ กสิณ ๑๐ อสุภะ ๑๐ กายคตาสติ ๑ อานาปานสติ ๑ สัตวบัญญัติ ๔ รวม ๒๖ อย่าง
    -ถ้าเป็นอรูปปฏิสนธิ ๔ : มีอารมณ์เป็นกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ๒ ประเภท คือ
    บัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ได้แก่ กสิณุคฆาฏิมากาสบัญญัติ หรือ นัตถิภาวบัญญัติ
    มหัคคตกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ได้แก่ อากาสานัญจายตนฌานจิต หรือ อากิญจัญญายตนฌานจิต

    และการที่จุติจิตมีอารมณ์เป็นอันเดียวกับปฏิสนธิจิต และภวังคจิต ก็เพราะว่า
    อำนาจของการรักษาภพชาติ จะต้องมีการรักษาภพชาติตั้งแต่ปฏิสนธิตลอดจนถึงจุติด้วย ดังนั้นเมื่อขณะปฏิสนธิ จิตรับอารมณ์เช่นไร ขณะที่จิตทำหน้าที่ภวังค์ รักษาภพชาติ ก็จะต้องมีอารมณ์เช่นนั้นเหมือนกัน และเมื่อภวังคจิตนั้นมาทำหน้าที่จุติ ก็ต้องมีอารมณ์เช่นเดียวกันด้วย ถ้าจุติมีอารมณ์เป็นอื่นก็จะไม่ได้รักษาภพชาติ แต่เมื่อเปลี่ยนภพชาติใหม่ก็เปลี่ยนอารมณ์ตอนปฏิสนธินั่นเอง

    ดังนั้นจุติจิตจึงไม่ใช่เป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิ หากแต่มีเพียงอำนาจของอนันตรปัจจัย เข้าร่วมด้วยเท่านั้น (จิตเกิดดับติดต่อกันโดยไม่มีระหว่างคั่น) อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมรณาสันนกาลต่างหากที่มีกำลังและเป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิในภพชาติใหม่ อารมณ์ตอนท้ายๆ ของมรณาสันนกาลซึ่งเป็นอารมณ์เดียวกันกับอารมณ์ของมรณาสันนวิถี เป็นตัวการส่งให้เกิดการปฏิสนธิ ดังนั้นจุติจิตซึ่งเป็นทวารวิมุตและ รับอารมณ์เก่า จึงไม่มีอารมณ์เป็นอันเดียวกับปฏิสนธิจิตในภพชาติใหม่


    เมื่อพิจารณาถึงมรณาสันนวิถี (ซึ่งมีทั้งปัญจทวารวิถี และมโนทวารวิถี) ที่เกิดขึ้นกับบุคคลต่างๆ เหล่านั้น
    =>กามจุติ-กามปฏิสนธิ และรูปพรหมจุติ-กามปฏิสนธิ
    มรณาสันนวิถีเกิดได้ทั้งทางปัญจทวารและมโนทวาร
    โดยดูที่ว่าบุคคลนั้นปฏิสนธิในภูมิใด หากปฏิสนธิในกามภูมิ อารมณ์ในมรณาสันนกาลก็จะเป็นอารมณ์ ๖ ที่เป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ ซึ่งเกิดได้ทั้งทางปัญจทวารและมโนทวารตามสมควรแก่อารมณ์
    และก็ดูต่อไปว่าบุคคลที่จุตินั้นอยู่ในภูมิที่มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส หรือไม่ หากมีก็จะเกิดมรณาสันนวิถีทางปัญจทวารได้ด้วยตามสมควรแก่ทวาร

    =>กามจุติ -พรหมปฏิสนธิ ,พรหมจุติ -พรหมปฏิสนธิ และ อรูปพรหมจุติ -กามปฏิสนธิ
    มรณาสันนวิถีเกิดได้ทางมโนทวาร อย่างเดียว
    เพราะผู้ที่จะปฏิสนธิในพรหมภูมิได้นั้น จะต้องมีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์เป็นอารมณ์ ซึ่งเกิดได้เฉพาะทางมโนทวารเท่านั้น
    ส่วน ในอรูปจุติ-กามปฏิสนธินั้น แม้ผู้ที่จะปฏิสนธิในกามภูมิ จะมีอารมณ์ ๖ ที่เป็นกรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิต เป็นอารมณ์ก็ตาม
    แต่บุคคลที่จุตินั้นเป็นอรูปพรหม อยู่ในภูมิที่ไม่มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสเลย มรณาสันนวิถีทางปัญจทวารจึงเกิดขึ้นไม่ได้ค่ะ

  • โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:44:33 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 2


    จิตของสัตว์ที่จะปฏิสนธิในภูมิต่างๆ มีทั้งหมด ๔ ประเภท รวม ๑๙ ดวง คือ


    ๑. จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ ดวง

    นำปฏิสนธิในทุคติภูมิ หรืออบายภูมิ ๔ เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน

    ๒. จิตที่ชื่อว่า อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ ดวง
    นำปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ เป็น มนุษย์ กับ เทวดาชั้นต่ำสุดในจาตุมหาราชิกาภูมิ และเป็นบุคคลที่บกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ

    ๓. จิตที่ชื่อว่า มหาวิบากจิต ๘ ดวง
    นำปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ ๗ เป็น มนุษย์ หรือเทวดาในเทวภูมิ ๖ ภูมิ

    ๔. จิตที่ชื่อว่า มหัคคตวิบากจิต ๙ ดวง (คือรูปาวจรวิบากจิต ๕ ดวง และ อรูปาวจรวิบากจิต ๔ ดวง)
    รูปาวจรวิบากจิต ๕ ดวง นำปฏิสนธิในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตาภูมิ) เป็น รูปพรหม
    อรูปาวจรวิบากจิต ๔ ดวง นำปฏิสนธิ ในอรูปภูมิ ๔ เป็น อรูปพรหม

  • อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑ อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑ และ มหาวิบากจิต ๘ รวม ๑๐ ดวง ปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑ (คืออบายภูมิ ๔ มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖)จัดว่าเป็น กามปฏิสนธิ

  • รูปาวจรวิบากจิต ๕ ปฏิสนธิในรูปภูมิ จัดว่าเป็น รูปปฏิสนธิ

  • อรูปาวจรวิบากจิต ๔ ปฏิสนธิในอรูปภูมิ จัดว่าเป็น อรูปปฏิสนธิ

    ต่อไปมาพิจารณาการตายและเกิดของสัตว์ทีละประเภท

    ๑. กามบุคคลจุติ และปฏิสนธิในกามภูมิ
    ๒. กามบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ
    ๓. พรหมบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ
    ๔. รูปพรหมบุคคลจุติ และกลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ
    ๕. อรูปพรหมบุคคลจุติ และกลับมาปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ

  • โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:50:01 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 3

    ๑.กามบุคคลจุติ และปฏิสนธิในกามภูมิ
    หมายความว่า จุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วจักปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑



    กามบุคคลจุติในที่นี้หมายถึงบุคคลที่ตายจากกามภูมิ และจะมีปฏิสนธิอีก ซึ่งได้แก่ ปุถุชน ๔ และ เสกขบุคคล ๓ (เว้นพระอรหันต์ เพราะไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไป)

    โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:52:11 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 4


    ปุถุชน ๔
    ได้แก่ ทุคติบุคคล ๑ สุคติอเหตุกบุคคล ๑ ทวิเหตุกบุคคล ๑ ติเหตุกปุถุชน ๑

  • ทุคติบุคคล หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากจิต ๑
    ใน อบายภูมิ ๔ (นิรยภูมิ เปตติภูมิ อสรกายภูมิ ติรัจฉานภูมิ)

  • สุคติอเหตุกบุคคล หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วย อุเบกขาสันตีรณกุศลวิบากจิต ๑
    ใน มนุษย์ภูมิ ๑ (เป็นมนุษย์ที่บกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ หรือทั้งร่างกายและจิตใจ) เทวภูมิชั้นจาตุมหาราชิกาภูมิ ๑ (เฉพาะเทวดาชั้นต่ำสุด ๒ จำพวกคือ วินิปาติกอสุรา, เวมานิกเปรต)

  • ทวิเหตุกบุคคล หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากญาณวิปปยุตตจิต ๔ ดวงใดดวงหนึ่ง
    ใน มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖

  • ติเหตุกปุถุชน หมายถึง บุคคลที่ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากญาณสัมปยุตตจิต ๔ ดวงใดดวงหนึ่ง
    ใน มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖

    ติเหตุกปุถุชนนี้
    - ถ้าเจริญสมถกรรมฐาน มีสิทธิสามารถสำเร็จณานเป็นฌานลาภีบุคคล ได้
    - ถ้าเจริญวิปัสสนากรรมฐาน มีสิทธิสามารถสำเร็จมรรค ผล นิพพาน เป็นอริยบุคคลได้
    เสกขบุคคล ๓ ได้แก่ โสดาบันบุคคล ๑ สกทาคามีบุคคล ๑ อนาคามีบุคคล ๑

    กามภูมิ ๑๑
    ได้แก่ อบายภูมิ ๔ กามสุคติภูมิ ๗
    -อบายภูมิ ๔ คือ นิรยภูมิ ๑ เปตติภูมิ ๑ อสุรกายภูมิ ๑ ติรัจฉานภูมิ๑
    -กามสุคติภูมิ ๗ คือ มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ (จาตุมหาราชิกา ดาวติงสา ยามา ดุสิตา นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตตี)

    เมื่อทราบถึงแล้วว่ากามบุคคลคือใครมาจากไหน กามภูมิ ๑๑ ได้แก่ภูมิอะไรบ้าง ต่อไปก็มาพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการ จุติ-ปฏิสนธิของกามบุคคลต่างๆ

  • โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:54:59 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 5


    กามบุคคลที่จุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑

    ผู้ที่จะจุติและปฏิสนธิในกามภูมิได้ มีบุคคล ๓ บุคคล คือ
    #ปุถุชน ๔ ได้แก่
    ทุคติบุคคล ในอบายภูมิ ๔
    สุคติอเหตุกบุคคล ในมนุษย์ภูมิ ๑ จาตุมหาราชิกาภูมิ ๑
    ทวิเหตุกบุคคล ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖ (กามสุคติภูมิ ๗)
    ติเหตุกปุถุชน ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖
    #พระโสดาบันบุคคล ๑ ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖
    #พระสกทาคามีบุคคล ๑ ในมนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖

  • ปุถุชน ๔ จุติใน กามภูมิ ๑๑
    ………จักปฏิสนธิ ด้วยกามปฏิสนธิจิต ๑๐ (คือ อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ และมหาวิบากจิต ๘) ใน กามภูมิ ๑๑ เป็น ปุถุชน ๔

  • พระโสดาบันบุคคล พระสกทาคามีบุคคล จุติใน กามสุคติภูมิ ๗
    ………จักปฏิสนธิ ด้วยมหาวิบากญาณสัมปยุตจิต ๔ ใน กามสุคติภูมิ ๗ (เพราะว่าละสักกายทิฏฐิได้โดยเด็ดขาดแล้ว จึงไม่ไปเกิดในอบายอีก)เป็นพระโสดาบันบุคคล หรือพระสกทาคามีบุคคล

  • ส่วนพระอนาคามีบุคคล จุติใน กามสุคติภูมิ ๗
    ………จักไม่ปฏิสนธิ ใน กามสุคติภูมิอีก (เพราะท่านละกามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยได้โดยเด็ดขาดแล้ว)

  • โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 09:57:35 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 6


    เมื่อว่าโดยวิถี
    มรณาสันนวิถีของบุคคลที่จุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑
    เกิดขึ้นได้ทั้งทางปัญจทวาร และมโนทวาร

    - มรณาสันนวิถีทางปัญจทวาร เป็น อติมหันตารมณ์วิถี หรือมหันตารมณ์วิถี
    มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส เป็นอารมณ์
    - มรณาสันนวิถีทางมโนทวาร เป็น อติวิภูตารมณ์วิถี หรือ วิภูตารมณ์
    มีความรู้สึกนึกคิดทางใจ เป็นอารมณ์

    มรณาสันนวิถีนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญจทวารมรณาสันนวิถี หรือมโนทวารมรณาสันนวิถี มีจุติ ได้ ๔ ประเภท คือ
    ๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ตทา จุติ/ ปฏิ
    ๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ตทา ภวังค์ จุติ/ ปฏิ
    ๓. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ/ ปฏิ
    ๔. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ/ ปฏิ


    ตัวอย่าง อติมหันตารัมมณมรณาสันนวิถี (ปัญจทวาร) และอติวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี (มโนทวาร)

    ภ ตี น ท ป วิ สํ ณ โว ช ช ช ช ช ต ต จุติ / ปฏิ

    ภ น ท ช ช ช ช ช ต ต จุติ / ปฏิ


  • ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถี ได้แก่ กามภวังค์ ๑๐ (อุเบกขาสันตีรณจิต ๒ มหาวิบากจิต ๘)
    มีอารมณ์เป็น กรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์

  • มรณาสันนชวนะ ได้แก่ อกุศลชวนะ หรือ มหากุศลชวนะ (แล้วแต่อำนาจกรรม)
  • ปฏิสนธิจิต ได้แก่ กามปฏิสนธิจิต ๑๐ รับ อารมณ์ ๖ ที่เป็น กรรม กรรมนิมิต หรือคตินิมิตอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นอารมณ์


  • โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 10:02:18 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 7


    จะเห็นได้ว่า พวกเรา ปุถุชนทั้งหลาย เวียนวนเกิดแล้วเกิดเล่าในวังวนแห่งสารวัฏฏ์ที่มากล้นด้วยกามคุณอารมณ์ต่างๆ โดยที่ไม่มีใครไม่เคยเกิดเป็นสัตว์ชนิดใดเลย

  • จากมนุษย์ เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นมนุษย์อีกก็ได้
    ...จากคนที่ร่ำรวย เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นยาจกยากจนเข็ญใจก็ได้ หรือ
    ...จากมนุษย์ ด้วยอำนาจของโทสะ เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์นรก ก็ได้ หรือ
    ...จากมนุษย์ ด้วยอำนาจของโมหะ มื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็น สัตว์เดรัจฉาน เช่น สุนัข เสือ ไก่ งู เป็นต้น ก็ได้ ฯลฯ

  • จากมนุษย์ เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นเทวดานางฟ้าก็ได้
    และในทางกลับกัน
  • จากเทวดานางฟ้า เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์ในอบาย หรือมนุษย์ ก็ได้ เช่นกัน
  • จากสัตว์ในอบาย เมื่อตายแล้ว ==>ก็อาจจะเกิดเป็นสัตว์ในอบาย หรือ มนุษย์ หรือ เทวดานางฟ้า ก็ได้ เช่นกัน

    จึงสรุปได้ดังนี้ สำหรับ :กามบุคคลจุติจากกามภูมิ ๑๑ แล้วจักปฏิสนธิในกามภูมิ ๑๑

  • ทุคติบุคคล …. จุติจาก อบายภูมิ ๔
    ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น อกุศล….จักปฏิสนธิใน อบายภูมิ ๔ (เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือเดรัจติฉาน)
    ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น กุศล ….จักปฏิสนธิใน กามสุคติภูมิ ๗ (เป็นมนุษย์ หรือเทวดา)


  • สุคติอเหตุกบุคคล, ทวิเหตุกอเหตุกบุคคล, ติเหตุกปุถุชน …. จุติจาก กามสุคติภูมิ ๗
    ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น อกุศล….จักปฏิสนธิใน อบายภูมิ ๔ (เป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย หรือเดรัติฉาน)
    ถ้ารับอารมณ์ที่เป็น กุศล ….จักปฏิสนธิใน กามสุคติภูมิ ๗ (เป็นมนุษย์ หรือเทวดา)


  • โสดาบันบุคคล. สกทาคามีบุคคล ….จุติจาก กามสุคติภูมิ ๗
    รับอารมณ์ที่เป็น กุศล ….จักปฏิสนธิใน กามสุคติภูมิ ๗ (เป็นมนุษย์ หรือเทวดา)
    จะเห็นได้ว่า ....
    พวกเราซึ่งยังคงเป็นปุถุชนผู้หนาแน่นด้วยกิเลสเต็มขั้น ยังมิอาจก้าวล่วงสิทธิ์ของการจักได้ปฏิสนธิในอบายภูมิเลย
    และสิ่งสำคัญยิ่งก็คืออารมณ์ที่มาปรากฏในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งก็ได้มาจากประสพการณ์อารมณ์ต่างๆ ที่เราคุ้นเคยเมื่อยังมีชีวิตอยู่นั่นเอง

    ดังนั้น ต้องฉลาดทางอารมณ์ด้วยการเพียรให้คุ้นเคยกับอารมณ์ที่ดีๆ อันเป็นกุศลเข้าไว้นะคะ จะได้มีสุคติภูมิเป็นที่หมาย

    สุข สุตฺโถ ลตเต ตหาจร
    ...อยากได้สุข ปฏิบัติถูกทาง ก็ย่อมได้สุขนั้น...


    (อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านค่ะ....ยังมีต่อนะคะ)

  • โดย ดวงรัตน์ [21 เม.ย. 2551 , 10:06:33 น.] ( IP = 124.121.177.150 : : )


      สลักธรรม 8


    ติดตามมาอ่านต่อค่ะ..และก็ต้องค่อยๆ อ่านทำความเข้าใจพร้อมกับนึกถึงจิตแต่ละชนิดที่เป็นองค์ธรรม รวมถึงการเชื่อมโยงความสัมพันธ์กันทั้งในเรื่องของภูมิกับบุคคล และอารมณ์

    อนุโมทนากับคุณดวงรัตน์ที่กรุณานำเรื่องที่เข้าใจยากมาอธิบายด้วยความใจดีและใจเย็นพร้อมกับทำภาพ ตารางสรุป และแผนภูมิประกอบเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายด้วยค่ะ

    โดย น้องกิ๊ฟ [21 เม.ย. 2551 , 13:36:26 น.] ( IP = 125.26.42.162 : : )


      สลักธรรม 9

    มาเข้าห้องเรียนรอบบ่ายครับคุณดวงรัตน์ และใช้เวลานานหน่อยในการอ่านครั้งนี้ เพราะต้องคิดตามไปด้วยพร้อมๆกับใจที่ค่อยๆนึกถึงผังจิตและเจตสิกครับผม

    ไม่ง่ายเลยนะครับสำหรับการเจาะลึกเข้าไปรู้เรื่องจุติปฏิสนธินี้นะครับ แต่อย่างไรก็ยังดีกว่าความง่ายที่ไม่ต้องการครับ ที่พี่เณรว่าง่ายนั้นก็คือ ตายง่ายและเกิดก็ง่าย ซึ่งเป็นเรื่องปกติของปุถุชนนั้นเองครับ

    ขอขอบคุณและอนุโมทนาสาธุกับคุณดวงรัตน์ด้วยอย่างยิ่งครับ ที่กระทำกุศลกรรมงานนี้ออกมา เพื่อประโยชน์ต่อทุกๆคนครับ จะได้เข้าใจในเรื่องชีวิตที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดครับ

    จะติดตามอ่านตอนต่อไปนะครับผม

    โดย พี่เณร [21 เม.ย. 2551 , 16:14:43 น.] ( IP = 58.9.135.177 : : )


      สลักธรรม 10

    ขอบพระคุณมากค่ะคุณดวงรัตน์
    ที่นำความรู้อันลึกซึ้งมาฝาก
    ทำให้ได้มีโอกาสทบทวน ให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น

    อ่านแล้วก็ทำให้เห็นวัฏฏะที่วนเวียนที่ยังไม่สามารถหนีพ้นได้

    อนุโมทนากับกุศลที่ได้กระทำค่ะ ประกอบทั้งมีภาพสื่ออันสวยงาม
    ซึ่งทำให้เข้าใจถึงความเพียรมากเลยนะคะ เพราะรู้ว่าจะต้องใช้เวลามากทีเดียว

    โดย น้องอุ๊ [22 เม.ย. 2551 , 07:56:37 น.] ( IP = 71.185.142.20 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org