มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อวิชชา และผีสางเทวดา




อวิชชา และผีสางเทวดา

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ท่านสาธุชนผู้มีปัญญาทั้งหลาย

การถกเถียงกันในวิชาการ จะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้น ประชาชนจะได้รับความรู้ จะได้ข้อเท็จจริงจากพระธรรม แล้วความรู้และข้อเท็จจริงนี้ก็จะได้กระจายขยายตัวออกไปสู่มวลชนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ

แน่นอน เราจะไม่ทะเลาะเบาะแว้ง หรือวิวาทกันเองโดยปราศจากหลักวิชาจนเป็นเหตุ หรือเปิดช่องให้บุคคล หรือกลุ่มบุคคลผู้ไม่มีความปรารถนาดี ที่จะเอาลิ่มมาตอกตรงรอยที่เขาเข้าใจว่าแตกแยกนั้น จนทำให้สถาบันอันสำคัญทั้ง ๓ คือ ชาต ิศาสนา และพระมหากษัตริย์ ต้องสั่นคลอน หวั่นไหว เพราะเราจะใช้แต่ในเรื่องของวิชาการเป็นสำคัญ

ผมเองได้อดทนมานานปี ที่ยอมให้บางท่านเฝ้าตำหนิติเตียนพระอภิธรรม และว่ากล่าวเอาอย่างเสียหาย ทั้ง ๆ ที่มิได้มีความรู้ มิได้มีความเข้าใจในพระอภิธรรมเลย พิสูจน์กันเมื่อใดก็ได้ ว่าท่านไม่มีความรู้จริง ๆ ลองถามท่านว่า "จิตเห็น" เกิดขึ้นได้ด้วยเหตุเท่าใด ท่านก็ปฏิเสธชาติก่อนเสียแล้ว "จิตเห็น" จะเกิดขึ้นมาได้หรือ นอกจากนี้ท่านยังว่ากล่าวจ้วงจาบเอากับท่านอรรถกถาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นการใหญ่ พระอนุรุทธาจารย์ พระพุทธโฆษาจารย์ ที่พวกเราพากันคารวะกราบไหว้ เพราะได้อาศัยปัญญาของท่านเหล่านั้นในการศึกษาหาความจริงในเรื่องของชีวิตจิตใจ ก็โดนท่านว่ากล่าวอย่างเสียหายทั้งการตำหนิติเตียนอย่างหนักและมากมาย ก็ปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริง คือมิได้มีองค์ธรรมปรมัตถ์รองรับ มิได้มีตัวเลขควบคุม มีความเข้าใจอย่างไรก็ว่าไปอย่างนั้น เข้าใจอย่างไรก็ว่าไปตามที่ตนคิดขึ้นได้ ราวกับตัวเองมีปัญญายิ่งใหญ่

โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 เม.ย. 2551 , 07:52:23 น.] ( IP = 58.9.141.145 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

๓. ไม่รู้ธรรมอันเป็นที่ดับแห่งทุกข์ (ทุกฺขนิโรธ อญาณํ) สัตว์ทั้งหลาย มีเหตุทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่าง ๆ เท่าที่มนุษย์ทราบกันก็มีอยู่ ๒ ภูมิ ได้แก่มุนษย์กับเดรัจฉาน

ความจริงมีภูมิอันเป็นที่เกิดของสัตว์ทั้งหลายอีกมากมายนักภายในจักรวาลต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นถึง ๓๑ ภูมิ ด้วยกัน (ซ้ำกันไม่นับ) แม้จะเกิดในภูมิที่สูง ภูมิที่พ้นจากความเศร้าโศกเสียใจไปได้แล้ว พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ทรงสรรเสริญจริง ๆ เพราะเพียงประโยชน์ชาตินี้ ประโยชน์ชาติหน้า หากแต่ปรารถนาให้ทำปรมัตถประโยชน์ คือประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะแม้ว่าจะเกิดแล้วมีความสุขมีความสบายอย่างไร ถ้าหมดบุญเมื่อใดก็จะต้องได้รับทุกข์โทษภัยต่อไปอีก

พระองค์สรรเสริญและสนับสนุนให้สร้างปัญญาในปัญหาของชีวิตจิตใจ แล้วจะได้ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ไม่ต้องมีความทุกข์มาให้ต้องแก้ไข พระองค์ได้ย้ำแล้วย้ำอีกว่า อย่าประมาท แล้วสนับสนุนให้หาหนทางเดินที่พระองค์ได้ค้นคว้าไว้ให้แล้วนั่นก็คือพระนิพพาน ผู้ปฏิบัติถึงฟากฝั่งแห่งพระนิพพานแล้ว ความทุกข์ทั้งหลายก็จะสะดุดหยุดลงได้ด้วย ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไปตลอดกาลนิรันดร

ความสุขจากรูปนามขันธ์ ๕ หรือความสุขจากทางโลกที่เกิดจากอารมณ์ที่ดีต่าง ๆ นั้น เรียกว่า เวทยิตสุข แต่ความสุขในพระนิพพานนั้นเรียกว่า สันติสุข มีสภาพธรรมตรงกันข้าม กล่าวคือสันติสุขนั้นมีความสงบจากรูปนามขันธ์ ๕ และมิได้เกี่ยวข้องกับการเสวยอารมณ์ตามทวารต่าง ๆ ด้วยเหตุที่มิได้ศึกษาธรรมในขั้นละเอียดลึกซึ้งและบางคนก็ศึกษาเข้าไปไม่ไหวจึงไม่มีความเข้าใจ ดังนั้น บางคนก็คิดว่าพระนิพพานเป็นเมืองที่มีความสุข ไม่เกิด ไม่ตาย ปรารถนาอะไรก็ได้ บางคนก็เข้าใจว่า จิตทื่ว่าง ที่สงบ นั่นคือนิพพานไปก็มี เข้าถึงความลึกซึ้งไม่ได้ จึงพูดเอาง่าย ๆ คิดว่าตัวจิตเป็นนิพพาน ถ้าเพียงเท่านี้ก็จะเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้อย่างแน่นอน

๔. ไม่รู้ทางที่จะให้เข้าถึงความดับทุกข์ (ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทาย อญาณํ) ไม่ว่าผู้ใดในโลกนี้ ต่างก็ปรารถนาความสุข และหลีกหนีความทุกข์ด้วยกันทั้งนั้น แต่เพราะเหตุที่ขาดปัญญาในปัญหาของชีวิตจิตใจ เลยไม่ทราบว่าจะเดินทางไปทางไหน มรรคมีองค์ ๘ อันเป็นหนทางพ้นทุกข์ได้เด็ดขาดแท้จริง และสิ้นเชิง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเอาไว้ นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ ไม่มีผู้ใดในโลกนี้หรือในโลกไหนที่จะแสดงได้ มีองค์ธรรม มีหลัก มีตัวเลขควบคุมเอาไว้มากมาย แต่ผู้ที่ไม่ยอมศึกษาและศึกษาเข้าไปไม่ไหว แล้วยังอวดว่ามีปัญญา อวดรู้ดี ตีความเอาง่าย ๆ ตามชอบใจของตนเอง ผู้อวดดื้อถือดีลบหลู่ดูหมิ่นท่านอรรถกถาซึ่งส่วนมากเป็นพระอรหันต์เหล่านี้ เขาพยายามอธิบายเพื่อให้ทำลายอวิชชา เขาพยายามที่จะแสดงว่า กำลังเดินไปตามมรรคที่มีองค์ทั้ง ๘ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แท้จริง เขาโดนอวิชชามันชี้นิ้วให้เดินไปต่างหาก เรื่องนี้พิสูจน์ได้

๕. ความไม่รู้ขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่เป็นอดีต (ปุพฺพนฺเต อญาณํ)เรื่องขันธ์ อายตนะ ธาตุ ที่เป็นอดีตนั้น แสดงไว้เป็นสองทาง คือ โดยธรรมาธิษฐาน ก็มีแต่ธรรมชาติล้วน ๆ มิได้ยกสัตว์ยกบุคคลขึ้นมาบรรยายเหมือนเรียนเรื่อง ความร้อน แสง เสียง ไฟฟ้า แต่เมื่อว่าโดยปุคลาธิษฐานแล้วก็จำเป็นจะต้องยกเอาสัตว์เอาบุคคลขึ้นมาแสดงด้วย และการบรรยายนั้นถ้ามิได้ยกปุคลาธิษฐานมาร่วมด้วยแล้วจะเข้าใจไม่ได้

๖. ความไม่รู้ในขันธ์ อายตนะ ธาตุที่เป็นอนาคต (อปรนฺเต อญาณํ)หมายถึงความไม่รู้ว่าตนเองก็ดี ผู้อื่นก็ดี จะต้องมีขันธ์ อายตนะ ธาตุ ขึ้นมาอีกในอนาคต หมายถึงความไม่รู้ว่าตัวเองและคนอื่นจะต้องเกิดอีกในชาติหน้า

๗. ความไม่รู้ทุกข์ อายตนะ ธาตุ ที่เป็นอดีต และอนาคต (ปุพฺพนฺตาปรนฺเต อญาณํ)ไม่รู้ว่าตัวเองและคนอื่นเคยเกิดมาแล้วในชาติก่อนและจะต้องเกิดอีกในชาติหน้า

๘. ความไม่รู้ในรูปนาม ที่เกิดขึ้นโดยอาศัย มีเหตุให้เกิด ตามนัยปฏิจจสมุปบาท (อิทปฺปจฺจยตา ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเนสะ ธมฺเมสุ อญาณํ) ความเป็นไปของสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าตา หู หรือการเห็น การได้ยิน หรือการแสดงออกทางกาย วาจาและใจ หรือที่เรียกว่าเป็นคน เป็นสัตว์ เมื่อกล่าวโดยนัยของปฏิจจสมุปบาทแล้วก็เป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่องกันไปไม่มีอะไร นอกจากธรรมที่เป็นเหตุ ธรรมที่เป็นผล แล้วอาศัยซึ่งกันและกันเกิดขึ้น ผู้ขาดความคิดพิจารณาด้วยดี ผู้ไม่ยอมศึกษาเล่าเรียนจึงไม่ทราบเพราะอำนาจของอวิชชา ความโง่ ความหลง มาสะกัดกั้นปิดบังเอาไว้เฉพาะคำว่าอวิชชา ยังมีอธิบายแยกออกไปได้อีกมาก

ขอความสุขความเจริญ ความมีสติปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ท่านสาธุชนทุกท่าน และขอให้สร้างปัญญาบารมีได้มากๆเพื่อจะได้พาตนเองพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วกันทุกท่านเทอญ.


โดย พี่เณร....นำมาฝาก [22 เม.ย. 2551 , 09:52:19 น.] ( IP = 58.9.141.145 : : )


  สลักธรรม 12

มาเสริมสร้างความสุขความเจริญให้แก่ชีวิตต่อค่ะ ..เรื่องราวในตอนนี้เป็นตอนที่ท่านอาจารย์ได้ให้คำตอบและคำอธิบายที่เข้าใจง่ายมากๆ ในเรื่องที่แปลความหมายผิดกันอยู่เสมอ ทั้งคำว่า อวิชชาและเดรัจฉาน

กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณพี่เณรที่นำมาเผยแพร่ให้อ่านค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 เม.ย. 2551 , 14:44:13 น.] ( IP = 125.26.42.3 : : )


  สลักธรรม 13

มาเข้าห้องเรียนของท่านอาจารย์บุญมีต่อค่ะ
เป็นความรู้ที่ลึกซึ้ง

ทำให้เห็นว่าไม่มีความรู้ทางโลกอันใดเลย
ที่จะสามารถชี้ความจริงเช่นนี้ได้

โดย Nong Au [23 เม.ย. 2551 , 00:06:30 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )


  สลักธรรม 14

มาศึกษาความจริงเพื่อเป็นแสงสว่างให้กับชีวิตค่ะ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ ที่นำธรรมะมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [23 เม.ย. 2551 , 08:44:35 น.] ( IP = 58.8.50.219 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org