| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ส่วนหนึ่งจากหนังสือชื่อพญามัจจุราชผู้น่ารัก
สลักธรรม 1เมื่อความเกิดไม่ได้ตั้งต้นขึ้นมาแล้ว จะเอาความทุกข์มาแต่ไหน ความทุกข์ก็ไม่มีโอกาสที่จะแอบแฝงอยู่ ณ ที่ใดได้ ก็จะถึงซึ่งความสุขอันสถาพร ต้นเหตุที่ทำให้เกิดนั้น ได้แก่ โลภะ คือความยินดีติดในใจอารมณ์ต่าง ๆ ทิฏฐิคือความเห็นผิดในปัญหาชีวิต และโมหะหรืออวิชชา คือความโง่ ความหลง ความไม่รู้เรื่องความจริงในอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาตามทวารทุก ๆ ทวาร เหล่านี้เอง ที่ประทับซ่อนเร้นอย่างมั่นคงอยู่ภายในจิตใจ และปัญหาเท่านั้นที่จะทำลายมันได้
ผู้มีปัญญา เพราะช่างคิดพิจารณาทั้งหลาย ต่างก็พากันเห็นทุกข์โทษภัยของการเกิด เพราะลงได้เกิดขึ้นมาแล้ว ก็จะต้องแก้ปัญหาให้ตัวเองไปจนตลอดชีวิต และตลอดเวลา ทุก ๆ ครั้งที่เกิดขึ้นมาจนนับชาติไม่ไหวว่าเป็นชาติที่เท่าใด ยิ่งชาติคือความเกิดมีมากเท่าใด ก็ต้องตามไปแก้ไขปัญหาให้แก่ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น เป็นอนันตรชาติ เพราะความทุกข์ทั้งหลายจะติดตามความเกิดไป ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร ไม่ว่าจะไปเกิดอยู่ที่ไหน ทุกหน ทุกแห่ง ความทุกข์ก็อุตส่าห์ติดสอยห้อยตามเสมอไปมิได้ลดละ และสะดุดหยุดลงในที่สุด
แต่ผู้ไม่มีปัญญาในปัญหาของชีวิตจะมีความคิดเห็นเช่นนี้ไม่ได้ จึงได้พากันสร้างสมต้นเหตุของความเกิดขึ้นมากเรื่อย ๆ ไป ทุกชาติ ๆ จนมีความเวียนว่ายตายเกิดนับไม่ได้รวมเข้าแล้วทุก ๆ ชาติ ก็จะมีกระดูกมากมายจนสูงเหมือนภูเขาใหญ่ ๆ และน้ำตาก็ไหลออกมากมายราวกับน้ำในมหาสมุทร เพราะไม่ได้คิดพิจารณาในปัญหาอันลึกซึ้งของชีวิต จึงมิได้ฉุกคิดเลยแม้แต่สักนิดหนึ่ง จึงพลาดโอกาสอันดีที่เป็นนาทีทองในชาตินี้ จึงได้หลงเตลิดเพลิดเพลินออกไปสู่โลกกว้างเหมือนนกน้อยที่ไร้เดียงสา โผผินถลาร่าเริงใจออกไปจากรัง ท่ามกลางบรรยากาศที่สดใส แต่หาได้ทราบไม่ว่า พญาเหยี่ยวกำลังคิดตามไปทุกย่างก้าว เช่นเดียวกับบุคคลผู้ตกอยู่ในความประมาททั้งหลาย ไม่ทราบเลยว่า พญามัจจุราชนั้นกำลังสะกดรอยตามไปอย่างสงบเงียบ อย่างใกล้ชิดมิได้คลาดจากสายตา ประดุจเงาที่ตามตัวโดย พี่เณร....นำมาฝาก [25 เม.ย. 2551 , 08:28:03 น.] ( IP = 58.9.142.37 : : )
สลักธรรม 2บุคคลจำนวนน้อยเหลือเกิน น้อยจนน่าตกใจที่มิได้คิดพิจารณาในปัญหาดังกล่าว ต่างก็ทุ่มเทโถมตัวเองลงไปบนพื้นน้ำอันกว้างขวางเพื่อหวังจะได้ผจญกับความบ้าคลั่งของท้องมหาสมุทร อะไรหนอที่มาเป็นตัวการมารร้าย ทำให้เราหลงใหลเข้าใจผิดในปัญหาของชีวิตของเราเองอยู่ตลอดเวลา อะไรหนอที่เป็นตัวการมารร้าย มาขวางกั้นหนทางที่เราจะเดินไปสู่แดนแห่งสันติสุขเสียทุกครั้งที่เกิดมา และอะไรเล่า ที่เฝ้าบันดาลใจให้เราหลงใหลเข้าใจผิดไปว่า เกิดหนเดียว ตายหนเดียว คนเราตายลงแล้วก็ยังจมดินหรือเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไป
ความรู้เรื่องของชีวิต มิใช่คิดเอาง่าย ๆ ความรู้เรื่องชีวิตมิใช่จะอาศัยนักปราชญ์ราชบัณฑิตแล้วก็จะเข้าใจ หากแต่จะต้องอาศัยสัพพัญญู ผู้ตรัสรู้ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้แยกแยะชีวิตให้เราได้ศึกษาโดยกว้างขวางพิสดาร มีชีวิตมาแล้ว ถ้ากิเลสยังอยู่เราก็ไม่มีประตูไหนเลยที่จะพ้นไปจากการต้องเกิดอีก และอาจจะเกิดดีหรือเกิดไม่ดีก็ได้จะทุกข์หรือจะสุขประการใด ก็ตามแต่อำนาจของกรรมที่ได้ทำเอาไว้
เรามีกรรมที่ได้ทำมาแล้วตั้งแต่อดีตที่ไกลแสนไกล พร้อมทั้งกรรมที่ได้ทำใหม่ในปัจจุบัน เข้ามาหันเหชีวิตให้เราเดินไปในทิศทางที่โรยด้วยกลีบกุหลบ หรือทางที่มีขวากหนาม และขรุขระทุรกันดาร แต่แม้ว่าจะเดินทางไปในทางไหนจะเป็นในทางดีหรือในทางร้าย เราก็ต้องลำบากอยู่ตลอดไปเพราะต้องคอยแก้ไขปัญหาชีวิตอยู่ทุกเวลานาทีมิได้มีหยุดเลย เราลงได้เกิดขึ้นมาเสียแล้ว จะไม่มีการแก้ไข ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เพราะสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ล้วนเป็นอนิจจัง
ตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาในเวลาเช้า เราก็เฝ้าเพียรแก้ปัญหาชีวิตของเราไปจนกว่าจะหลับสนิท เราต้องล้างหน้าล้างตา อาบน้ำ แปรงฟัน เราต้องกินอาหาร และแต่งตัวเพื่อไปทำงาน เรามัวสาละวนอยู่กับงานอาชีพด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแทบทั้งวัน แล้วก็กลับมาบ้าน อาบน้ำแต่งตัวเข้านอน
แม้นอนหลับลงไปแล้ว เรานึกว่าเราสบาย แต่เราก็หยุดนิ่งไม่ได้ ต้องเคลื่อนไหว ต้องหายใจเข้าออกต้องเสียพลังงานไป เช้าขึ้นมาก็ต้องเติมพลังงานกันใหม่ ด้วยเงินทองที่หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก เราต้องเปลี่ยนอารมณ์อยู่เสมอ ประเดี๋ยวเห็น ประเดี๋ยวได้ยิน ประเดี๋ยวคิด และประเดี๋ยวต้องเปลี่ยนอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน คู้ เหยียด ก้ม เงย เพราะทนอยู่ในอิริยาบถเดียวไม่ไหวด้วยความทุกข์ความเดือดร้อยมาบีบบังคับใจ บีบคั้นให้ต้องผันแปรไปมาอยู่ตลอดวันซ้ำ ๆ ซาก ๆโดย พี่เณร....นำมาฝาก [25 เม.ย. 2551 , 08:30:48 น.] ( IP = 58.9.142.37 : : )
สลักธรรม 3แม้ตลอดปี หลายปี และหลายสิบปีไปจนกว่าจะตาย แต่ถึงจะลำบากอย่างไร เราก็ไม่ท้อถอยสู้อุตส่าห์พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว คิดว่าวันหนึ่งเถิดคงจะได้รับความสุข สนุกสบาย หายจากความห่วงใยกังวล ทุกข์ร้อน
ในที่สุด บัดนี้ใกล้สุดท้ายปลายเส้นทางของชีวิตแล้ว เราได้อะไรเป็นกอบเป็นกำมาบ้างเล่า เรามีอะไรเหลืออยู่ในมือบ้างเล่า เมื่อเราได้สิ้นชีวิตลงไปแล้ว เปล่าเลย เราได้แต่กำมือเปล่า เรามีแต่บุญกับบาป กับความสันทัดจัดเจนทั้งในทางดีและในทางร้ายติดตัวต่อไป
เพราะขาดความคิดพิจารณาในปัญหาอันลึกซึ้งของชีวิต เพราะขาดการศึกษาเล่าเรียนจากพระธรรมอันล้ำลึกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเอาไว้ เราจึงได้เกิดแล้วเกิดอีก ทุกข์แล้วทุกข์อีก ต้องแก้ปัญหากันต่อไปและต่อไปไม่จบสิ้น
ความเกิดก็มีอยู่ต่อหน้า ความแก่ก็มาปรากฏต่อสายตา ความเจ็บป่วยที่มันเกิดขึ้นมาจนเราระอาที่จะรักษาก็มีอยู่บ่อย ๆ และมฤตยู คือความตายเล่า แม้เราจะมิได้พบเห็นมากนัก แต่ก็เปิดเผยตัวเองกับใครต่อใครให้เราได้ประจักษ์อยู่เสมอ ในชั่วชีวิตหนึ่งนั้น มฤตยูเคาะประตูเรียกหาจนนับครั้งไม่ถ้วน พญามัจจุราชเล่าก็เฝ้าวนเวียนถามหาไม่ทราบว่ากี่ครั้ง แต่ผู้ที่ตกอยู่ในความประมาทที่ทำหูทวนลมเสีย ไม่แยแสต่อการเตือนด้วยความหวังดีอันมีคุณค่าของท่าน มัวแต่หลงเตลิดเพลิดเพลินโดยมิได้เหลียวมองดูรอบ ๆ ตัวบ้างหรือมิฉะนั้นก็มัวแต่คร่ำครวญคิดถึงแต่ความหลังอันสดชื่น หรือวันคืนอันขมขื่นของตน หรือของผู้ที่ตนใฝ่ฝันโดย พี่เณร....นำมาฝาก [25 เม.ย. 2551 , 08:32:55 น.] ( IP = 58.9.142.37 : : )
สลักธรรม 4
ท่านพญามัจจุราชผู้น่ารัก ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยว่าใครเขาจะติเตียนหรือนินทา ท่านจะได้กระทำหน้าที่ของท่านโดยสมบูรณ์แล้ว เพื่อใคร ๆ จะได้พากันทราบว่า ชีวิตนี้ไม่เที่ยงแท้แน่นอน ชีวิตนี้มีทุกข์ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และไม่มีใครสามารถที่จะบังคับบัญชาได้เพราะมันเป็นอนัตตา แต่ละชีวิตจึงต่างก็ก้าวไปสู่หลุมฝังศพใกล้เข้าไปทุกที ไม่มีหยุดเลย ด้วยเหตุนี้ เมื่อท่านมายืนเผชิญหน้ากับบุคคลที่ท่านจะมาคร่าเอาชีวิตของเขาไป ท่านจึงมิได้ใส่ใจต่อคำพิลาปร่ำไห้รำพันของเขา มิได้แยแสต่อคำอ้อนวอนจนปิ่มว่าจะขาดใจตายของเขา และมิได้ใส่ใจต่อคำขอ หรือแม้จะให้สินบนสักเท่าไร เพื่อให้ยืดอายุออกไปอีกแม้แต่สักวินาทีหนึ่ง
ท่านพญามัจจุราชผู้น่ารัก ขอขอบคุณที่ท่านมีความกรุณาตักเตือนให้เราทราบล่วงหน้าเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยที่มิได้ลืมเลือนหน้าที่ของท่านบ้างเลย หาหนทางให้เราเข้าใจว่าชีวิตจะอยู่ไปอีกไม่ยาวไกลเท่าใด มาเตือนสติเราเอาไว้ในชั่วชีวิตหนึ่งก็ตั้งหลายหน แต่ก็มีมากคนเหลือเกินที่ไม่เอาใจใส่ แต่ท่านก็มีน้ำใจมิได้ท้อถอยทอดทิ้งบางคนให้เจ็บป่วยเสียตั้ง ๑๐๐ ครั้ง ให้พลาดหวังเสียตั้ง ๑,๐๐๐ หน แต่มากคนทีเดียวที่ไม่ได้ฉุกคิด ดังนั้น มนุษย์ทั้งหลายที่ตกอยู่ภายใต้ความประมาท มิได้ใยดีต่อคำเตือนอันมีคุณค่าของท่านจึงดิ้นรนเร่าร้อนและพิลาปร่ำไห้รำพัน คร่ำครวญอย่างแสนสาหัส เมื่อได้เผชิญหน้ากับท่าน แต่แน่ละท่านก็ต้องกระทำหน้าที่ของท่านด้วยดีมิให้บกพร่อง และไม่บกพร่องเช่นนี้ไปจนกว่าฟ้าดินจะสลาย
ท่านพญามัจจุราชผู้น่ารัก เราพบกันมามากครั้งเหลือเกินแล้ว จนนับไม่ถ้วนว่าเป็นจำนวนเท่าใด เพราะหลุมฝังศพหาใช่จุดหมายปลายทางอันเป็นที่สุดของชีวิตไม่ แต่สำหรับในชาตินี้มีเวลาที่เหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว จึงขอกล่าวคำลาต่อท่านเสียแต่เนิ่น ๆ จะขอลาจากท่านไปในชาตินี้ก่อน เอาไว้ชาติหน้าจึงค่อยมาพบกันใหม่ แต่ในชาติข้างหน้าและข้างหน้าต่อ ๆ ไป คงจะได้พบกันน้อยลงทุกทีแล้ว เพราะเรากำลังสร้างสมปัญญา เพื่อทำลายชาติคือความเกิด เมื่อไม่เกิดเสียแล้วจะเอาความตายมาแต่ไหน เมื่อถึงเวลานั้นเราคงจะจากกันไกลด้วยความอาลัย เพราะเราจะไม่ได้พบหน้ากันอีกต่อไปตลอดกาลนิรันดร
ลาก่อน ท่านพญามัจจุราชผู้น่ารัก (ขอเชิญอ่านชีวิตภายหลังความตาย)โดย พี่เณร....นำมาฝาก [25 เม.ย. 2551 , 08:36:06 น.] ( IP = 58.9.142.37 : : )
สลักธรรม 5ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลาย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสรู้ ถ้าผู้ใดได้ศึกษาเรื่องของความตรัสรู้ว่า ความตรัสรู้นั้นคืออะไร ความตรัสรู้จะเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไร ตามที่พระองค์ทรงแสดงเอาไว้ ผู้ศึกษาก็จะได้เห็นความวิจิตรพิสดารที่น่าอัศจรรย์ใจ เพราะมิใช่ไปนั่งสมาธิแล้วก็ค้นคว้าขึ้นมาได้
ด้วยเหตุดังนี้เอง เรื่องของชีวิตจิตใจและหนทางพ้นทุกข์จึงไม่มีผู้ใดในโลกนี้หรือโลกไหนจะแสดงได้
ท่านผู้ใดที่นับถือศาสนาอื่นอยู่ก็ขอเชิญเข้าศึกษาหรืออ่านจากหนังสือได้ ไม่ต้องกราบไม่ต้องไหว้ก็ได้จะไม่ถือว่าเป็นศาสนาก็ตามใจ เพราะมิใช่ผู้ยิ่งใหญ่ในสรวงสรรค์ ท่านถือว่าท่านกำลังศึกษาวิชาชีววิทยาและวิชาจิตวิทยา เพื่อหาความรู้ให้เกิดปัญญาให้แก่ตัวเองเท่านั้นก็ได้
ชีวิตมิได้เริ่มขึ้นจากพ่อแม่อย่างเดียว แล้วก็สิ้นสุดลงที่ความตาย ในเรื่องนี้จะพิสูจน์กันเมื่อใดก็ได้ สิ่งที่ควรนำติดตัวไปที่ดีที่สุดในโลกก็คือ ปัญญาในปัญหาของชีวิตจิตใจ แล้วประโยชน์อันยิ่งใหญ่ก็เมื่อตอนใกล้จะตายและภายหลังความตาย
เพราะปัญญาจะได้เป็นแสงสว่างนำนทางเดินที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิต และปัญญาจะได้ประคองชีวิตไว้ภายหลังความตายมิให้เถลไถลไปสู่ทิศทางที่เป็นอันตรายร้ายแรงได้โดยง่าย ในแต่ละชาติ ๆ ต่อ ๆ ไป จนกว่าจะถึงซึ่งความพ้นทุกข์
ขอความสุขความเจริญ ความมีสติปัญญา จงบังเกิดขึ้นแก่ท่านสาธุชนทุกท่าน และขอให้สร้างปัญญาบารมีได้มากๆเพื่อจะได้พาตนเองพ้นจากความทุกข์อันเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ทั่วกันทุกท่านเทอญ.
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร....นำมาฝาก [25 เม.ย. 2551 , 08:39:53 น.] ( IP = 58.9.142.37 : : )
สลักธรรม 7ความสุขใจอย่างหนึ่งที่เกิดจากการอ่านเสมอๆ ก็คือ ท่านอาจารย์บุญมีได้เพียรพยายามอธิบายพระอภิธรรมเพื่อให้ผู้ศึกษานำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิตได้จริงๆ ในแต่ละวัน แต่ละตัวอย่างของท่านจึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ง่ายและใกล้ตัว รวมทั้งเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
และถ้านับระยะเวลาแล้ว คำอธิบายพร้อมทั้งตัวอย่างของท่านนั้นมีความสมสมัยอยู่เสมอ แม้จะเป็นการพูดหรือเขียนไว้ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนก็ตาม คนรุ่นปัจจุบันก็ยังคงอ่านทำความเข้าใจได้ง่าย
กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์ และกราบอนุโมทนาพี่เณรด้วยค่ะที่นำมาให้อ่านและเกิดความรู้สึกที่ดีๆ
โดย น้องกิ๊ฟ [25 เม.ย. 2551 , 09:52:29 น.] ( IP = 125.26.43.9 : : )
สลักธรรม 8กราบระลึกในพระคุณของท่านอาจารย์
และกราบอนุโมทนาพี่เณรด้วยค่ะโดย Nong Au [26 เม.ย. 2551 , 00:58:42 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |