มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การนอนหลับคืออะไร? (๘)






การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๘)

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา


ผู้ที่ศึกษาชีวิตเข้าใจ หรือเข้าใจในเรื่องกรรมดีพอสมควรแล้ว ถึงจะมีความทุกข์หรือมีความกังวลห่วงใยใดๆ ความทุกข์หรือความกังวลนั้นๆ ก็จะเบาบางลงมาก

ผมได้กล่าวแล้วว่า ความโลภของมนุษย์นั้นมีมากมายยิ่งนัก มีอยู่ทุกวันทุกเวลานาที เกือบจะพูดได้ว่า ไม่มีการหยุดความโลภเลย เมื่อได้อย่างหนึ่งก็ต้องการอีกอย่างหนึ่ง เมื่อได้อีกอย่างหนึ่ง ก็ต้องการอย่างอื่นๆ อีกต่อๆ ไป

เมื่อเสพอารมณ์ทางตาเป็นที่พอใจแล้ว ก็อยากจะเสพอารมณ์ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายและทางใจ แล้วก็กลับมาทางตา ทางหูต่อไปใหม่ วนเวียนอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น วันละเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง และเมื่อเสพอารมณ์เหล่านั้นแล้ว ก็หาได้เพียงพอไม่ พยายามจะหาให้ดียิ่งขึ้นอีกเรื่อยๆ ไป

เหตุนี้ทางพระพุทธศาสนาจึงได้ถือว่า เป็นบุคคลที่คลุกคลีอยู่ด้วยตัณหาโลภะ หรือจะกล่าวง่ายๆ ก็ว่า เป็นทาสของความอยาก เมื่อตกลงเป็นทาสเสียแล้ว หูตาก็หนวกก็บอด

เหตุนี้เราจึงได้เห็นคนเป็นอันมาก กระทำความผิดต่างๆ ทั้งที่มีที่อยู่ที่อาศัยดี การกินอยู่ก็บริบูรณ์ มีเกียรติในวงสังคมแต่กลับเป็นคนมักได้เห็นแก่ตัวอย่างน่าละอาย คดโกง กดขี่ บีบคั้น เอารัดเอาเปรียบหรือคอรัปชั่น ตกอยู่ใต้อำนาจของความทะยานอยาก หมดความเกรงกลัวกฎหมายหรือบาปกรรมอะไรทั้งสิ้น

โดย ศาลาธรรม [27 เม.ย. 2551 , 09:37:42 น.] ( IP = 58.9.235.246 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




ถ้าจะถอยตัวออกมาดูชีวิตด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้ว ก็จะเห็นชีวิตนี้ที่แท้จริงว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว เฉพาะอย่างยิ่งคือความทะยานอยากของตนเอง ชีวิตของเราแต่ผู้เดียวเท่านั้นมีความโลภ มีราคะตัณหาสักแค่ไหน? ความปรารถนาของเรามีเวลาหยุดยั้งหรือไม่?

เพียงตัวคนเดียวเท่านั้นก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ทุกวิถีทาง เพื่อจะสนองความปรารถนาของตนเอง ? ต้องได้รับความวุ่นวายจากการดิ้นรนนั้นสักเพียงไหน? ต้องเร่าร้อนและทุกข์ทรมานสักเพียงไหน? มหาภัยใดเล่าที่จะน่าสะพรึงกลัวเท่ากับภัยแห่งโลภะตัณหา?

เพียงแต่ตัวเราคนเดียว ความโลภหรือตัณหายังมีมากถึงเพียงนี้ เมื่อบวกความโลภของสามีหรือภรรยารวมเข้าไปอีก รวมทั้งความโลภของบุตรหลาน และทุกๆ คนที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกัน จนเป็นครอบครัวหนึ่งเข้าไปด้วยแล้ว จะมีมากมายสักเพียงไหน

ขอให้ลองพิจารณาดูว่ากำลังมันเพิ่มขึ้นเป็นกี่เท่า? และถ้ารวมกันทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบล ทั้งเมือง ทั้งประเทศ และทั้งโลกแล้วจะเป็นอย่างไร

ถ้าความกระหายหิวในการเสพอารมณ์นี้เป็นเสียง มันก็คงจะดังกึกก้องสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งแผ่นดิน เมื่อเป็นดังนี้แล้ว จะไม่ให้โลกลุกเป็นไฟกระไรได้ ในอกของเราจะไม่ร้อนระอุเหมือนมีเพลิงกองใหญ่จะได้หรือ?

โดย ศาลาธรรม [27 เม.ย. 2551 , 09:38:05 น.] ( IP = 58.9.235.246 : : )


  สลักธรรม 2




โลภะตัณหา คือความยินดีติดใจในอารมณ์ต่างๆ นั้นมีอำนาจในการทำให้เกิดความทุกข์ทนหม่นหมอง ยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในโลก และเกิดแก่สัตว์ทั้งหลายทั่วไป ใครๆ ก็มีความปรารถนาสุขเวทนาด้วยกันทั้งนั้น ใครๆ ต่างจึงวิ่งวุ่นทุ่มโถมตัวเองเข้าไขว่คว้าหา และยื้อแย่งเบียดเบียนกันไปมา ซึ่งก็แน่ละ นั่นคือความเห็นแก่ตัวไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ประโยชน์ย่อมจะต้องขัดกันอยู่เสมอ เพราะการแย่งกันกิน แย่งกันเป็นใหญ่ แย่งกันมีอำนาจ

การเบียดเบียนของสัตว์เดรัจฉานเป็นไปโดยตรง คือโถมเข้าขบกัดฟัดเหวี่ยงกันต่อหน้า แต่มนุษย์เป็นผู้ที่ฉลาด จึงหันเหการเบียดเบียนไปอีกแบบหนึ่ง ซึ่งมีระเบียบแนบเนียนในการช่วงชิงผลประโยชน์ และชิงไหวชิงพริบซึ่งกันและกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งตื่นๆ และลึกซึ้ง บางทีถึงขนาดหนักโดยแสดงหน้าตายิ้มแย้มปากปราศรัย แต่น้ำใจนั้นเชือดคอ คดในข้องอในกระดูก และฆ่าฟันกันก็ได้ง่ายๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ จะไม่ให้ความวุ่นวายปั่นป่วนเกิดขึ้นได้อย่างไร จะไม่ให้เกิดความเร่าร้อนไปทุกหย่อมหญ้าจะได้หรือ?

ผมเคยได้ดูภาพยนตร์ของฝรั่งเรื่องหนึ่ง แสดงถึงความทุกข์ยากของพ่อแม่ที่มีลูกหลายคน ทั้งพ่อทั้งแม่พร่ำบ่นแต่ความไม่พอใจ ลูกเต้าก็เกิดเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ พ่อแม่จึงต้องช่วยกันทำงานหนักยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ความขยันขันแข็งของทั้งสองผัวเมียทำให้บ้านใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ข้าวของเครื่องใช้มีมาก และดีขึ้นกว่าเก่ามิใช่น้อย

ในตอนท้ายของชีวิตเมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าลง ความทุกข์ต่างๆ ก็มิได้ลดน้อยลงเลยเพราะความโลภมิได้แก่เฒ่าตามร่างกายไปด้วย จึงอยากจะต่อบ้านเพิ่มเติมขึ้นอีก ลูกหลายคนก็พากันเติบโตขึ้น จึงอยากจะเปลี่ยนรถยนต์คันเก่า อยากจะส่งลูกเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ อยากจะขยายฟาร์มให้กว้างขวางขึ้น และบ่อยครั้งที่ได้รับความกระทบกระเทือนใจมาจากความโลภ ความเห็นแก่ตัวของลูกๆ โดยพ่อแม่อ้าแขนคอยรับอยู่เสมอ

เรื่องเช่นนี้ในเมืองไทยเราก็มีหาได้ไม่ยาก ขั้นแรกก็เป็นห่วงลูก ขั้นต่อไปก็ห่วงหลานแล้วก็เหลน โหลน จนกว่าจะถึงแก่ความตายลงไปจึงจะหมดเรื่องไปคราวหนึ่ง

โดย ศาลาธรรม [27 เม.ย. 2551 , 09:38:25 น.] ( IP = 58.9.235.246 : : )


  สลักธรรม 3




มีบุคคลเป็นอันมากตกเป็นทาสของความอยากของตนเอง เมื่อได้เงินเดือน ๕๐๐ ก็ต้องการ ๑,๐๐๐ เมื่อได้ ๑,๐๐๐ แล้วต้องการ ๑๐,๐๐๐ เมื่อโลภตัณหาเข้าครอบงำเสียเช่นนี้ จะหาความสุขได้อย่างไร ยิ่งโลภตัณหามากขึ้นเท่าใด ความทุกข์ก็จะเกิดมากขึ้นเท่านั้น

บุคคลทั้งหลายมีความเข้าใจว่า เมื่อได้สิ่งนั้นสิ่งนี้ และสิ่งโน้นสมความปรารถนาแล้วจะมีความสุขมาก ครั้นได้มาไม่ช้าก็ชินชาไป ก็กลับคิดจะให้ได้มากๆ ดีๆ ต่อไปอีก จนค้นหาความสุขไม่พบ ทั้งนี้ก็เพราะยังไม่เข้าใจชีวิตดีพอ จึงมีความต้องการเพิ่มขึ้นๆ หาได้ลดความต้องการลงแม้แต่น้อยหนึ่งไม่

ถ้าจะคิดดูให้ดีก็จะเห็นว่า ตัวโลภตัณหานี้ เป็นเพื่อนเกลอกันกับโรคนอนไม่หลับ ดังนั้น เมื่อเราไปคบกับมันเข้า เราจะนอนให้หลับสนิทได้อย่างไร?

คนถีบสามล้อคนหนึ่งพร่ำพรรณนาว่า " เต็มทีครับ หาได้ไม่พอจ่าย ลูกก็หลายคน ชักหน้าไม่ถึงหลัง" แต่ความจริง เมื่อเวลาหาได้มากก็กินกาแฟเย็นวันละ ๑-๒ แก้ว กินน้ำอัดลมวันละ ๑-๒ ขวด แถมสุราอีกต่างหาก และสูบบุหรี่เกล็ดทองไม่น้อยกว่าวันละซอง แล้วยังต้องการสิ่งอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นแก่ชีวิตอีกมากมายก่ายกอง เช่นการดูหนังดูละครเป็นต้น การใช้จ่ายเช่นที่ว่านี้เพียงคนเดียวเท่านั้น คนในครอบครัวยังไม่ได้คิด

คนเราโดยมากฝึกหัดตัวให้เคยชินในสิ่งที่ไม่จำเป็นแก่ชีวิตเสียจนเคยตัว หาความยุ่งยากมาให้แก่ตนเองแท้ๆ บางอย่างหัดได้ยากแสนยาก ต้องอุตส่าห์พยายามอยู่ไม่น้อยกว่ามันจะติด เช่น สุรา บุหรี่ ยานัตถุ์ เมื่อชำนาญเสียแล้วก็อดไม่ได้ เมื่อไม่ได้จึงเดือนร้อน

บางคนทนความปรารถนาที่มีกำลังรุนแรงไม่ไหว ถึงกับยอมเป็นหนี้สินรุงรัง หรือยอมผ่อนส่ง เพราะจะปลูกบ้านใหญ่โต ซื้อรถยนต์ ซื้อตู้เย็น และโทรทัศน์ เป็นการน่าประหลาดที่มีหลายคนพูดว่า เราก็มีอะไรที่สนองความต้องการอยู่มากแล้ว เหตุใดหนอเราจึงไม่มีความสุข?

โดย ศาลาธรรม [27 เม.ย. 2551 , 09:38:43 น.] ( IP = 58.9.235.246 : : )


  สลักธรรม 4



ความปรารถนายังมีอยู่มากเท่าใด ความทะยานอยากยังมิได้ลดน้อยถอยลงตราบใด ตราบนั้นเราจะหาวามสุขมิได้เลย ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีปัญญาหรือเข้าใจปัญหาชีวิตในด้านที่ละเอียด จึงได้ถอยความต้องการลงมาเสียจากจุดสูงสุดที่ตนได้ตั้งเอาไว้ เลือกเอาแต่ส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นแก่ชีวิตเสียก่อน โดยที่มิได้ทำให้จิตใจเร่าร้อน

ทั้งนี้ ผมมิได้หมายความว่า ให้หยุดความพยายามที่จะก่อสร้างชีวิตให้ก้าวหน้าลงเสียเลย หากแต่ให้กระทำไปด้วยความเหมาะสม เท่าที่กำลังและความสามารถจะกระทำได้ โดยมีความร้อนใจน้อยที่สุด ในเมื่อยังไม่สมความปรารถนาทั้งยังต้องมีความเข้าใจดีในเรื่องของโลภตัณหาไม่หลงใหลตกอยู่ในกองเพลิงมหึมาของธรรมชาติจนเกินไป

เมื่อศึกษาโลภตัณหาเข้าใจแล้ว ก็จะเห็นโทษของมันอันเกิดจากความปรารถนาของตนเองที่ไม่รู้จักพอ แล้วจะเห็นความไม่รู้จักพอของตนเองว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว พร้อมทั้งเห็นภัยอันร้ายกาจของวัฏฏะ แล้วก็จะได้ลดความต้องการของชีวิตลงเสียบ้าง

สำหรับผู้ที่ศึกษาชีวิตมาพอสมควรแล้ว ความต้องการดังกล่าวจะลดลงเอง โดยมิต้องพยายามมาก ความเดือนร้อนใจที่ไม่ได้ในสิ่งที่หวังไว้ก็จะมีน้อย ความทุกข์ต่างๆ ถึงจะมีก็เบาบาง

หลายท่านอาจกล่าวว่า การกระทำดังนี้เป็นการถอยหลังเข้าคลอง ทำให้โลกไม่เจริญเท่าที่ควรจะเป็นไป หรือถ่วงความเจริญของโลกเอาไว้

สำหรับข้อนี้ผมจะไม่ขอกล่าวแก้ แต่จะให้ท่านพิจารณาเอาเอง โดยขอให้ตอบคำถามว่า ที่ว่าโลกเจริญขึ้นนั้น อะไรเจริญขึ้น? ความไม่เบียดเบียนกันเจริญขึ้นหรือ? ความประพฤติของคนในสมัยนี้ดีขึ้นกว่าในสมัยก่อนหรือ? เวลานี้ใครๆ ก็พากันว่าโลกเจริญขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว แต่ประชาชนส่วนใหญ่ในโลกมีความสุขขึ้นมากกว่าในสมัยก่อนหรืออย่างไร?

โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย ศาลาธรรม [27 เม.ย. 2551 , 09:39:06 น.] ( IP = 58.9.235.246 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org