มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การนอนหลับคืออะไร? (๙)






การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๙)

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

การแก้ไขโดยเฉพาะเจาะจง

ผมได้แสดงถึงเรื่องการแก้ไขการนอนไม่หลับที่มีต้นเหตุเนื่องมากจากจิตใจต้องวุ่นวายเดือดร้อนเพราะอำนาจแห่งกิเลสตัณหาของตนเอง ผมได้ชี้หนทางให้เห็นว่า ด้วยอำนาจของโลภตัณหาอันเป็นตัวทะยานอยากอันมิรู้อิ่มนี่เองที่ได้นำมนุษย์ให้เข้าไปสู่กองเพลิงของธรรมชาติ

มนุษย์ต้องดิ้นรนต่อสู้กันเองอย่างสุดเหวี่ยง จนเป็นเหตุให้เกิดโรคจิตโรคประสาทตลอดไปจนถึงรบราฆ่าฟันกันตาย ผู้ที่พ่ายแพ้ต่ออำนาจของตัวโลภตัณหา ..ตัวโลภตัณหาก็จะใช้อำนาจของตนบีบบังคับให้ต้องกระสับกระส่ายว้าวุ่นฟุ้งซ่านนอนหลับไม่ลง

ในเรื่องนี้ผมได้แสดงการแก้ไขเอาไว้ว่า ให้ถอยความต้องการลงมาเสียจากจุดสูงสุดที่ตนได้ตั้งเอาไว้ แล้วศึกษาชีวิตเสียให้เข้าใจดี การศึกษาชีวิตให้เข้าใจเสียบ้างก็จะถอยความต้องการลงได้ง่าย ทั้งจะทำให้จิตใจเร่าร้อนอันเนื่องมาแต่การลดความต้องการลงนั้นน้อยที่สุด

การอุตส่าห์พยายามดังกล่าวนี้ก็จะเป็นเสมือนโอสถขนานวิเศษที่จะช่วยเยียวยารักษาจิตของตนเองได้เป็นอันมาก

โดย ศาลาธรรม [28 เม.ย. 2551 , 13:39:26 น.] ( IP = 125.26.41.137 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



นอกจากการแก้ดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกทางหนึ่ง คือการทำให้จิตเกิดอำนาจขึ้นเป็นการบังคับเอาด้วยกำลังโดยตรง ส่วนการทำให้จิตเกิดอำนาจขึ้นนี้เป็นการทำได้ไม่ยากเลยก็จริง แต่จะปรากฏเป็นผลสำเร็จจนสามารถบังคับจิตได้นั้น ถ้ามิได้ทุ่มเทความพยายามลงไปจนเต็มที่ พร้อมทั้งใช้เวลาอันนานพอสมควรแล้วก็เห็นจะมีความหวังน้อยที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ถ้าท่านผู้ใดปรารถนาจะฝึกจิตให้มีอำนาจขึ้นแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องเสียสละต่อความสุขสำราญอันตนเคยได้รับ เช่นในการช่างพูดช่างคุยในการค้นคว้าวิชาการต่างๆ หามรุ่งหามค่ำและในการกิน การดื่ม การเที่ยวเตร่โดยไม่ยับยั้งชั่งใจ

นอกจากนี้ ถ้าหากว่าเป็นคนไม่ค่อยตรงต่อเวลาแล้วก็จะต้องฝึกหัดเสียใหม่ โดยจะต้องรักษาเวลาให้เคร่งครัดขึ้น เมื่อถึงเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้เพื่อฝึกจิตแล้ว ก็ย่อมไม่ปล่อยปละละเลยผลัดวันประกันพรุ่ง หากแต่จะต้องลงมือกระทำ แล้วก็ต้องกระทำด้วยความตั้งใจที่จะให้จิตสงบจริงๆ โดยไม่ท้อถอยเสียง่ายๆ

อย่างไรก็ดี ในเรื่องการฝึกจิตนี้ ผมจะกล่าวแต่โดยสังเขปเท่านั้น เพราะว่ามิได้กล่าวถึงการฝึกจิตให้เกิดอำนาจขึ้นโดยทั่วไป แต่ต้องการให้จิตเกิดพละกำลังขึ้นบ้าง เพื่อทำให้การนอนหลับอย่างยากเย็นนั้นง่ายขึ้น

นอกจากนี้ วิธีฝึกจิตก็มีมากมายหลายอย่าง แต่ละวิธีการก็เหมาะสมกับบุคคลทั้งแยกแยะโดยละเอียดแล้วก็มีแง่มุมสลับซับซ้อนอยู่บ้าง ผมจะเลี่ยงเสียไม่กล่าว ผมจะพาท่านไปเฉพาะเจาะจงที่เห็นว่าเป็นตัวช่วยการนอนให้หลับได้ง่ายๆ เท่านั้น

โดย ศาลาธรรม [28 เม.ย. 2551 , 13:39:52 น.] ( IP = 125.26.41.137 : : )


  สลักธรรม 2



ในเรื่องการฝึกจิตโดยพิสดาร จนกระทั่งถึงการทำฌานสมาบัติ จนจิตเกิดอำนาจเป็นอิทธิฤทธิ์ที่เรียกว่าอภิญญานั้น ท่านจะศึกษาได้จากในบทเรียนอภิธรรม เรื่องความมหัศจรรย์ของชีวิตจากวารสารชื่อ "ชีวิต"

ธรรมชาติของจิตนั้นมีความว่องไวยิ่งนัก ในวินาทีหนึ่งจิตคิดไปได้หลายอารมณ์ และแต่ละอารมณ์จะกำหนดให้เล็กให้ใหญ่โต ให้ใกล้หรือจะให้ไกลไปจนถึงนอกฟ้าป่าหิมพานต์อย่างไรจิตก็คิดไปได้ทั้งนั้น แม้สิ่งใดไม่เคยรู้ไม่เคยเห็น จิตก็จะอุตส่าห์เก็บเอาความรู้เก่าๆ มาสร้างให้รูปแปลกประหลาดพิสดารออกไปต่างๆ จนน่าพิศวง

จิตกับอารมณ์ (อารมณ์ เช่น รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน เป็นต้น) จะต้องจดจ่อติดต่อกันอยู่ตลอดเวลามิได้ว่างเว้นเลยแม้แต่ลักษณะหนึ่ง ไม่เกิดอารมณ์ทางตาก็เกิดทางหู ถ้าหากไม่ใช่ทางหูก็ต้องเป็นทางใจ หรือทางอื่นๆ ต่อไป แล้วก็วนเวียนกลับมาใหม่ กลับไปกลับมาตามทวารทั้ง ๖ นี้มิได้หยุดพักผ่อนเลย เสมือนว่ามันไม่รู้จกัเหน็ดเหนื่อย แม้เวลาที่ร่างกายหรือจิตใจอ่อนเพลีย หรือแม้เวลานอนหลับสนิทจิตก็ยังมิได้ทอดทิ้งอารมณ์เลย

การที่จิตกับอารมณ์ต้องติดกันอยู่พรากจากกันไม่ได้เช่นนี้ ก็เพราะมันเป็นธรรมชาติของจิต อย่าว่าแต่ปุถุชนคนธรรมดาเลย แม้แต่พระอรหันต์ผู้ปราศจากกิเลสแล้ว หรือแม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ต้องมีอารมณ์เกิดอยู่เสมอเช่นเดียวกัน จะต่างกันอยู่บ้างก็แต่ว่าเป็นอารมณ์ที่ดีหรือไม่ดีเท่านั้น (กิริยา)

ด้วยเหตุนี้เอง การที่มีบุคคลบางคนพากเพียรพยายามที่จะให้หยุดคิดหยุดมีอารมณ์ จึงเป็นความพยายามที่น่าสงสาร เพราะมันจะเกิดเป็นผลขึ้นโดยผิดธรรมชาติของจิตไปกระไรได้

โดย ศาลาธรรม [28 เม.ย. 2551 , 13:40:10 น.] ( IP = 125.26.41.137 : : )


  สลักธรรม 3




มีหลายคนคิดว่าผลจากการกระทำสมาธิจะทำให้จิตของเราว่างๆ อยู่เฉยๆ ไม่มีอะไรเกาะเกี่ยวแล้ว ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็จะสลายตัวไปเป็นความสุข ความสงบเยือกเย็นอย่างประหลาด

ความจริงขณะนั้นก็กำลังมีอารมณ์อยู่ จิตหาได้ทอดทิ้งอารมณ์ไปได้ไม่ หากแต่ได้ยึดเอาอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งแนบแน่นจนจิตเป็นอุเบกขาเวทนา ซึ่งเป็นอัญญสมานาเจตสิกดวงหนึ่งอยู่แล้วโดยตัวเองไม่รู้สึก

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า จิตนั้นเป็นธรรมชาติที่แคล่วคล่องว่องไวเป็นที่สุด ไม่มีเวลาใดเลย ที่จิตจะอยู่เฉยๆ ไม่ซัดส่ายไปมาเพื่อแสวงหาอารมณ์ ไม่มีเวลาใดเลยไม่ว่าเช้า สาย บ่าย เย็น ดึกดื่น เที่ยงคืนอย่างไร ที่จิตจะไม่มีอารมณ์ ธรรมชาติของจิตจะต้องมีจนได้ ไม่อารมณ์ใดก็อารมณ์หนึ่งโดยมิได้หยุดหย่อน แม้ในเศษ ๑ ส่วน ๑๐๐ หรือส่วน ๑,๐๐๐ ของวินาที ไม่ว่าจะเสพอารมณ์มากเท่าใดๆ ในวันหนึ่ง เดือนหนึ่ง ปีหนึ่ง หรือตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย

จิตจะไม่มีความรู้สึกอิ่มในอารมณ์เลยเป็นอันขาด เหมือนทะเลที่ไม่รู้จักอิ่มน้ำ ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นการแสนยากยิ่งที่จะบังคับให้จิตหยุดซัดส่ายไปมา แล้วตั้งอยู่ในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนานๆ เพราะเป็นการฝึกฝนธรรมชาติของจิตที่เคยสั่งสมอบรมกันมานานนับเวลาไม่ได้ ครั้นจะหักหาญเอาด้วยกำลังโดยบีบบังคับเอา จิตก็ยิ่งซัดส่ายไปมาหนักยิ่งขึ้น อันการฝึกหัดโดยวิธีนี้จึงเป็นวิธีการที่ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง

ธรรมชาติของจิตนั้นต้องมีอารมณ์อยู่เสมอขาดไม่ได้เลยวันยั่งค่ำ ถ้าจะเปรียบกับคนแล้ว ก็ได้แก่คนที่ขยันหมั่นเพียรที่สุด ย่อมทำการงานต่างๆ อยู่เสมอ การที่จะให้คนขยันหมั่นเพียรเช่นนี้หยุดทำงานเสียโดยเด็ดขาด ก็เปรียบเหมือนจะยุให้ตายเร็วๆ เข้านั่นเอง ฉะนั้นทางที่ดีก็ควรจะหางานให้เขาทำเสีย แล้วแนะนำการงานให้ถูกทางก็จะเกิดประโยชน์ตามสมควร

ในเรื่องของจิตก็เหมือนกัน เมื่อจิตเป็นผู้ชอบทำงานหาอารมณ์เสพอยู่เสมอ หยุดไม่ได้เช่นนี้แล้ว เราควรหาอารมณืมาให้จิตทำเสีย คือให้จิตทำงานเสพอารมณ์ตามที่เรากำหนดให้ ในเรื่องนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องของอารมณ์ไว้เป็นอันมาก เพื่อให้ผู้ฝึกจิตได้ใช้ตามอัธยาศัย

โดย ศาลาธรรม [28 เม.ย. 2551 , 13:40:30 น.] ( IP = 125.26.41.137 : : )


  สลักธรรม 4



ผมจะขอกล่าวแต่อารมณ์ที่ทำง่ายๆ และบางอย่างทำกันอยู่แล้วเป็นส่วนมากในขณะนี้ แต่ทว่าการกระทำนั้นถูกต้องสมบูรณ์บ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง หรือมีแง่มุมแตกต่างกันบ้าง และขอบอกกล่าวให้ทราบว่าวิธีการดังกล่าวต่อไปข้างหน้าไม่ใช่วิปัสสนากรรมฐาน อันเป็นทางให้พ้นทุกข์โดยหมดจดจากกิเลส

หากแต่เป็นการฝึกจิตให้สงบ เพื่อให้เกิดอำนาจสำหรับใช้บังคับบัญชาตัวเอง เพื่อจะได้ใช้ทำอะไรต่างๆ หรือเพื่อจะนอนหลับได้ง่ายๆ เท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ได้ลงมือปฏิบัติเป็นต้นไป ก็เป็นการทำจิตให้เกิดมหากุศลแล้ว นับว่ายิงนกทีเดียวได้หลายตัว เพราะได้บุญด้วย จิตมีความสงบตามที่ปรารถนาด้วย จะได้เป็นบันไดก้าวขึ้นสู่การปฏิบัติที่ละเอียด และประณีตในโอกาสต่อๆ ไปด้วย

เมื่อจิตสงบดีแล้ว เราจะบังคับอย่างไร ก็จะเป็นไปได้ตามปรารถนา(ในสิ่งที่เป็นไปได้) เมื่ออยากจะนอนให้หลับเมื่อใด หรืออยากจะตื่นเวลาไหน เราก็จะบังคับเอาได้ตามใจ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ฝึกหัดเริ่มแรกอาจจะยังไม่ได้ผล จำจะต้องอาศัยเวลาให้ค่อยเป็นค่อยไปวันละเล็กละน้อย อาศัยความพยายามโดยไม่ท้อถอยด้วยใจที่เยือกเย็น (การเร่งรีบอาจจะเกิดผลเสียหาย)

การทำสมาธิเพื่อให้จิตสงบดังกล่าวแล้ว มิใช่ว่าจะทำให้จิตหยุดคิดหยุดมีอารมณ์ก็หาไม่ เพราะจิตไม่มีอารมณ์ย่อมเป็นไปไม่ได้ดังกล่าวแล้ว หากแต่การทำสมาธิก็คือเราจะพยายามให้จิตมีอารมณ์อันเดียวได้นานๆ

และถ้าผู้ใดฝึกหัดจนชำนาญดีแล้ว การกำหนดเวลาให้จิตสงบนั้นจะเป็นไปได้ตามที่ตนปรารถนาเป็นส่วนมาก และขณะใดที่จิตเกิดความทุกข์ร้อนเศร้าหมอง มีความกังวล หงุดหงิดคิดมาก นอนไม่หลับบังคับใจไม่ได้ เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะถูกผลักไสให้ออกไปจากจิตใจโดยเร็วพลันทันทีนั้นความสงบเยือกเย็นก็จะเข้ามาแทนที่ แล้วหลังจากนั้นความมีชีวิตชีวาก็จะเกิดขึ้นมาใหม่ จะเข้าแก้ไขชีวิตที่ลุ่มๆ ดอนๆ ด้วยใจที่ไม่เร่าร้อน

ถ้าฝึกหัดจนชำนาญและทำงานอยู่เสมอแล้ว จะรู้สึกว่ามีความสุขเพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง ซึ่งมันจะเยือกเย็นสุขุมแตกต่างกับความสุขแบบโลกๆ ที่ได้รับอารมณ์จากทางทวารต่างๆ ที่ได้เคยประสบมา เรื่องนี้ผมจะได้แสดงรายละเอียดในการฝึกจิตให้ท่านได้ทราบต่อไป


โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย ศาลาธรรม [28 เม.ย. 2551 , 13:40:47 น.] ( IP = 125.26.41.137 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคูณและโมทนาธรรมทื่ท่านเมตตาให้

โดย บุญมงคล - [28 เม.ย. 2551 , 18:49:29 น.] ( IP = 118.174.155.170 : : )


  สลักธรรม 6

น้อมระลึกและกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำความรู้มาฝากเสมอๆ

โดย Nong Au [28 เม.ย. 2551 , 22:30:20 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org