มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๔




ตอนที่ผ่านมา


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๔


๓.พรหมบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ


พรหมบุคคลจุติ ในที่นี้หมายถึงพรหมบุคคลที่เป็นรูปพรหม หรือ อรูปพรหม คือรูปพรหมที่อยู่ในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตภูมิ ๑) และอรูปพรหมที่อยู่ในอรูปภูมิ ๔ (ที่เว้นอสัญญสัตตพรหมในอสัญญสัตตภูมิ ๑ เพราะเมื่ออสัญญสัตตพรหมจุติ จะมีปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ ๗ ไม่กลับมาเกิดในรูปภูมิอีก เพราะกำลังของฌานกุศลใดๆ ไม่สามารถเกิดในสันดานของอสัญญสัตตพรหมได้ เนื่องจากไม่มีจิต)
ซึ่งได้แก่พรหมที่เป็น ติเหตุกปุถุชน ๑ และพระเสกขบุคคล ๓

พรหมบุคคลจะอยู่จนสิ้นอายุขัย และจะเกิดในพรหมภูมิใดนั้น ขึ้นอยู่กับ กำลังอำนาจของฌานที่มีที่ได้ ความปรารถนาพอใจที่จะเกิดในรูปภูมิใด คุณสมบัติของภพภูมิที่อยู่นั้น และประเภทของบุคคลว่าพรหมบุคคลนั้นเป็นปุถุชน หรืออริยบุคคลด้วย


พรหมภูมิที่จักปฏิสนธิ
ได้แก่ รูปภูมิ ๑๕ (คือรูปภูมิ ๑๐ สุทธาวาสภูมิ ๕) และ อรูปภูมิ ๔
รูปภูมิ ๑๐ได้แก่

  • ปฐมฌานภูมิ ๓ : ปาริสัชชาภูมิ ปุโรหิตาภูมิ มหาพรหมาภูมิ
  • ทุติยฌานภูมิ ๓ : ปริตตาภาภูมิ อัปปมาณาภาภูมิ อาภัสสราภูมิ
  • ตติยฌานภูมิ ๓ : ปริตตสุภาภูมิ อัปปมาณสุภาภูมิ สุภกิณณหาภูมิ
  • เวหัปผลาภูมิ ๑

  • สุทธาวาสภูมิ ๕ ได้แก่
  • อวิหาภูมิ
  • อตัปปาภูมิ
  • สุทัสสาภูมิ
  • สุทัสสีภูมิ
  • อกนิฏฐาภูมิ

  • อรูปภูมิ ๔ ได้แก่
  • อากาสานัญจายตนภูมิ
  • วิญญาณัญจายตนภูมิ
  • อากิญจัญญายตนภูมิ
  • เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ
  • โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 07:58:32 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
    [ 1 ] [ 2 ]


      สลักธรรม 1


    ดังนั้น พรหมบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ จึงเป็นไปได้ ๓ ประเภท ดังนี้คือ

    • รูปพรหมบุคคลจุติ - รูปพรหมปฏิสนธิ
    • รูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ
    • อรูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ


    หมายความว่า รูปพรหมทั้งหลายเมื่อตายแล้ว จะเกิดได้ในรูปภูมิเดิม หรือในภูมิที่ต่ำกว่า หรือสูงขึ้นไป หรือเกิดในอรูปภูมิก็ได้ แล้วแต่ฌานที่มีอยู่ และอำนาจความพอใจหรือนิกันติตัณหา
    ส่วนพรหมที่เป็นพระอริยะนั้นจะไม่มีการเสื่อมจากฌานเลย มีแต่จะได้ฌานที่สูงยิ่งขึ้นไป

    สำหรับ อรูปพรหมทั้งหลายไม่สามารถเจริญรูปฌานได้ จึงไม่สามารถมีปฏิสนธิในรูปภูมิใดได้ นอกจากจะเจริญอรูปฌานที่สูงขึ้น และเกิดในอรูปภูมิที่สูงขึ้นตามอำนาจฌานที่ได้เท่านั้น

    รูปพรหมบุคคลจุติ - รูปพรหมปฏิสนธิ

    หมายถึง รูปพรหมในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตภูมิ ๑) จุติ และกลับมาปฏิสนธิในรูปภูมิ ๑๕ อีก ดังนี้
  • ติเหตุกปุถุชน ๑ และพระเสกขบุคคล ๓ ใน รูปภูมิ ๑๐ จุติ ด้วยรูปาวจรวิบาก ๕
    ==> ปฏิสนธิด้วยรูปาวจรวิบาก ๕ ใน รูปภูมิ ๑๐ ซ้ำภูมิเดิม ภูมิที่ต่ำกว่า หรือสูงขึ้น แล้วแต่กำลังอำนาจของฌานที่ได้ และความปรารถนา

    (พรหมอริยบุคคลจะไม่ปฏิสนธิในภูมิที่ต่ำกว่า แต่จะปฏิสนธิในภูมิที่สูงขึ้นๆ ไปตามลำดับอำนาจของฌานที่ได้)
  • พระอนาคามีบุคคลในรูปภูมิ ๙ (เว้นเวหัปผลาภูมิ ๑) จุติ ด้วยรูปาวจรวิบาก ๔ (เว้นปัญจมฌานวิบาก ๑)
    ==> ปฏิสนธิด้วย รูปปัญจมฌานวิบาก ๑ ใน สุทธาวาสภูมิ ๕

    (พระอริยบุคคลทั้งหลายทีเกิดในยอดภูมิทั้ง ๓ คือ เวหัปผลาภูมิ อกนิฏฐาภูมิ และเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิหรือภวัคคภูมิ จะไม่ไปเกิดที่ในภูมิอื่นอีก แต่จะเวียนเกิดเฉพาะในภูมิเดิมของตนเท่านั้น)
  • พระอนาคามีบุคคลใน สุทธาวาสภูมิ ๕ จุติ ด้วยรูปปัญจมฌานวิบาก ๑
    ==> ปฏิสนธิด้วย รูปาวจรวิบาก ๕ใน สุทธาวาสภูมิ ๕ ในภูมิที่สูงขึ้นๆ

    (พระอนาคามีในสุทธาวาสภูมิ จะไม่เกิดซ้ำภูมิเดิมที่ตนเคยอยู่ และไม่เกิดในภูมิที่ต่ำกว่า หรือในรูปภูมิอื่น รวมทั้งไม่เกิดในอรูปภูมิด้วย โดยจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในสุทธาวาสภูมินั้นๆ หากยังไม่สำเร็จ ก็จะเกิดในสุทธาวาสภูมิที่สูงขึ้น แต่เมื่อเกิดในอกนิฏฐาภูมิแล้ว ก็จะต้องสำเร็จเป็นพระอรหันต์อย่างแน่นอน เมื่อจุติแล้วก็ไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไป)

  • โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:04:31 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )


      สลักธรรม 2


    รูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ

    หมายถึง รูปพรหมในรูปภูมิ ๑๐ จุติ ปฏิสนธิใน อรูปภูมิ ๔ ดังนี้
  • ติเหตุกปุถุชน ๑ ใน รูปภูมิ ๑๐ จุติ ด้วย รูปาวจรวิบาก ๕
    ==> ปฏิสนธิด้วย อรูปาวจรวิปาก ๔ ใน อรูปภูมิ ๔

  • พระเสกขบุคคล ๓ ใน รูปภูมิ ๙ (เว้นเวหัปผลาภูมิ ๑) จุติ ด้วยรูปาวจรวิบาก ๔ (เว้นปัญจมฌานวิบาก ๑)
    ==> ปฏิสนธิด้วย อรูปาวจรวิปาก ๔ ใน อรูปภูมิ ๔

  • โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:05:39 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )


      สลักธรรม 3


    อรูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ

    หมายถึงอรูปพรหมในอรูปภูมิ ๔ จุติ ปฏิสนธิใน อรูปภูมิ ๔ ดังนี้

  • ติเหตุกปุถุชน ๑ และพระเสกขบุคคล ๓ จุติ อรูปาวจรวิปาก ๔
    ==> ปฏิสนธิด้วย อรูปาวจรวิปาก ๔ ใน อรูปภูมิ ๔ ในภูมิเดิมหรือสูงขึ้น

  • จุติจาก อากาสานัญจายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๔ ภูมิ
  • จุติจาก วิญญาณัญจายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๓ ภูมิ (เว้น อากาสานัญจายตนภูมิ)
  • จุติจาก อากิญจัญญายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๒ ภูมิ (เว้น อากาสานัญจายตนภูมิ และวิญญาณัญจายตนภูมิ)
  • จุติจาก เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๑ ภูมิ คือ เนวสัญญานสัญญายตนภูมิ

  • โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:06:39 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )


      สลักธรรม 4


    เมื่อว่าโดยวิถี

    ไม่ว่าจะเป็น

    รูปพรหมบุคคลจุติ ==> รูปพรหมปฏิสนธิ หรือ
    รูปพรหมบุคคลจุติ ==> อรูปพรหมปฏิสนธิ หรือ
    อรูปพรหมบุคคลจุติ ==> อรูปพรหมปฏิสนธิ
    จะจุติด้วยมรณาสันนวิถีทางมโนทวารเท่านั้น (เหมือนกามบุคคลจุติ ปฏิสนธิในพรหมภูมิ) คือ มีมรณาสันนวิถีทางมโนทวาร ๔ ประเภท
    - อติวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี ชวนะวาระ ๒ ประเภท(มรณาสันนวิถีที่มีอารมณ์ปรากฏชัดมาก)
    ๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ/ ปฏิ
    ๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ/ ปฏิ

    - วิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี ชวนะวาระ ๒ ประเภท (มรณาสันนวิถีที่มีอารมณ์ปรากฏชัดพอควร)
    ๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ/ ปฏิ
    ๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ/ ปฏิ

    โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:08:04 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )


      สลักธรรม 5


    ตัวอย่าง มรณาสันนวิถี

    ภ น ท ช ช ช ช ช จุติ / ปฏิ ภ ภ ภ ภ ภ ภ
    ภ น ท ช ช ช ช ช จุติ / ปฏิ ภ ภ ภ ภ ภ ภ

    • รูปพรหมบุคคลจุติ ==>รูปพรหมปฏิสนธิ

  • ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕
    มีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์

  • มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
    มีอารมณ์เป็นบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เคยเพ่งได้อย่างชำนาญนั้นมาเป็นอารมณ์

  • ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕
    รับเอาบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ มีกสิณเป็นต้น เป็นอารมณ์


    • รูปพรหมบุคคลจุติ ==>อรูปพรหมปฏิสนธิ

  • ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕
    มีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์

  • มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์
  • ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์


    • อรูปพรหมบุคคลจุติ ==>อรูปพรหมปฏิสนธิ

  • ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
    มีอรูปกรรมฐานกรรมนิมิต ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์

  • มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์

  • ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์


    (หากอ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน ก็เขียนถามเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ.... ยังมีต่อนะคะ)

  • โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:13:28 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )


      สลักธรรม 6

    วันนี้มาเข้าห้องเรียนเสียดึกเลยครับผม ขอขอบพระคุณคุณดวงรัตน์มากจริงๆครับ ที่พยายามถ่ายทอดความรู้ให้แบบมีภาพให้ดูประกอบเพื่อความไม่งง แต่ตาลายเลยครับ เพราะอ่านไปแล้วก็เลื่อนไปดูผังตามนั่นเอง แต่มีประโยชน์มากมายครับผม

    สาธุ อนุโมทนามิ

    โดย พี่เณร [29 เม.ย. 2551 , 18:50:35 น.] ( IP = 58.9.209.133 : : )


      สลักธรรม 7

    ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณดวงรัตน์เป็นอย่างยิ่งค่ะ ได้ทบทวนความเป็นไปขณะจุติ-ปฏิสนธิของบุคคลทั้งหลาย ด้วยสีสันการอธิบายและภาพประกอบที่หาได้ยาก แต่ช่วยความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ชอบมากค่ะ

    อยากให้อธิบายในส่วนที่ว่า

    - มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์

    - ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์

    จากอารัมณสังคหะ เข้าใจว่ามหากุศลจิต ๘ ซึ่งเป็นจิตในหมวด ๒๐ ที่สามารถรับอารมณ์ที่เป็นกาม และมหัคตะได้นั้น

    อยากทราบว่ามหากุศลญาณวิปยุต ๔ รับอารมณ์ที่เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตนั้น รับอย่างไร

    ในกรณี มรณาสันณวิถีซึ่งมีมหากุศลญาณวิปยุตชวนะ ที่รับอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิต ที่จะสามารถให้ผลปฏิสนธิที่เป็นวิบากญาณสัมปยุตได้นั้น เป็นอย่างไร

    รบกวนขอความเห็นค่ะ ขอบคุณมาก...

    โดย herb [29 เม.ย. 2551 , 20:59:30 น.] ( IP = 202.149.24.161 : : )


      สลักธรรม 8

    Thank you so much.
    I alway appreciate to learn with you. It's easy to understand. I would love you to explain some of knowledge in the first picture and this part :


    รูปพรหมบุคคลจุติ ==>อรูปพรหมปฏิสนธิ

    ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕

    มีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์

    มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์

    ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔

    มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์


    Can you explain about the emotion from death to birth ? It's mean in
    มรณาสันนชวนะ.
    Again,sorry for English question because I could not type in Thai at this school.

    โดย Nong Au [29 เม.ย. 2551 , 21:00:27 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )


      สลักธรรม 9


    จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์
    ดังนั้น เมื่อขณะที่ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นไม่ว่าจะในภพภูมิใดก็ตามก็ย่อมจะต้องมีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นด้วยเสมอ และอารมณ์ที่ปฏิสนธิจิตรับมานั้นมาจากไหน? เป็นสิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจให้ดี

    เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายยังมีอวิชชาครอบครอง และมีตัณหาเป็นรากฐาน ตลอดระยะเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่จึงได้มีการกระทำที่เป็นบุญและบาป ทางกาย วาจา และใจ มีทั้งที่กระทำทาน ศีล ภาวนา หรือที่ปฏิบัติจนเกิดฌาน

    การกระทำต่างๆ เหล่านี้ทั้งดีและชั่วก็ถูกเก็บสะสมมาตลอดชีวิต ซึ่งเจตนากรรมต่างๆที่เป็นชนกกรรม(ทั้งบุญและบาป)ที่กระทำไว้ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น จะมีอำนาจให้เกิดปฏิสนธิขึ้นในภพชาติใหม่ โดยเจตนากรรมจะมาปรากฏเป็นอารมณ์เมื่อใกล้จะตาย ที่เรียกว่าเป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ และมีอำนาจปรุงแต่งให้กระแสจิตต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาใกล้จะตาย เป็นไปต่างๆนานา

    ซึ่งเพียงเท่านี้ปฏิสนธิยังเกิดขึ้นมิได้ จะต้องมีมรณาสันนวิถีเกิดขึ้นพร้อมกับจุติจิตก่อน ซึ่งมรณาสันนชวนะที่เกิดขึ้นนี้ก็เพียงแต่ถูกปรุงแต่งให้เป็นกุศล หรืออกุศล ตามนิมิตอารมณ์ (กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์) ที่มาปรากฏเมื่อใกล้จะตายเท่านั้น และเมื่อจุติจิตดับลง ปฏิสนธิก็เกิดขึ้นทันที

    มรณาสันนชวนะที่เป็นบุญหรือบาป ที่เกิดขึ้นในมรณาสันนวิถีนี้ไม่มีกำลังอำนาจพอที่จะส่งผลของกรรมได้ เพราะมรณาสันนวิถีนี้เป็นเสมือนเชือกฟางเส้นสุดท้ายที่เชื่อมต่อภพชาติเก่ากับภพชาติใหม่เท่านั้น

    ขณะที่ชนกกรรมมาปรากฏเป็นอารมณ์เมื่อใกล้จะตายนั้น

  • หากนิมิตอารมณ์นั้นเป็นกุศล จิตก็จะผ่องใส ขณะนั้นกระแสจิตก็จะน้อมไปในภพชาติใหม่ที่พึงจะเกิดคือสุคติภูมิ โดยมีการปรุงแต่งชวนะสุดท้ายในมรณาสันนวิถีให้เป็น กุศลชวนะด้วย
    (นิมิตอารมณ์ที่เป็นกุศลในมรณาสันนกาล)==>เกิดกุศลชวนะในมรณาสันนวิถี จุติ ==>ปฏิสนธิในภพชาติใหม่ที่เป็นสุคติภูมิ

  • หากนิมิตอารมณ์นั้นเป็นอกุศล จิตก็จะเศร้าหมอง ขณะนั้น กระแสจิตก็จะน้อมไปในภพชาติใหม่ที่พึงจะเกิดคือ ทุคติภูมิ โดยมีการปรุงแต่งชวนะสุดท้ายในมรณาสันนวิถีให้เป็น อกุศลชวนะด้วย
    (นิมิตอารมณ์ที่เป็นอกุศลในมรณาสันนกาล)==>เกิดอกุศลชวนะในมรณาสันนวิถี จุติ ==>ปฏิสนธิในภพชาติใหม่ที่เป็นทุคติภูมิ

    นี้คือหลักการณ์ง่ายๆของการเกิดตายและการเกิด

    ดังนั้นอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนใกล้ตายนั้นจึงมีทั้งบุญและบาปที่คุ้นเคย หากคุ้นเคยกับการกระทำสมถกรรมฐานไม่ว่าจะอยู่ในกามภูมิ หรือพรหมภูมิก็ตาม และอำนาจของฌานยังไม่เสื่อม อารมณ์กรรมฐานก็จะปรากฏเกิดขึ้นเป็นนิมิตทางใจได้ง่าย ซึ่งก็จะได้แก่ปฏิภาคนิมิตนั่นเอง จะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ว่าจะเจริญอารมณ์กรรมฐานใด

    กรรมนิมิตอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็คือบัญญัติธัมมารมณ์ที่เกิดขึ้นทางใจ เรียกว่าบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์

    ตี น ท ป วิ สํ ณ โว ชชชชชชช  ตต ภ ภ ภ
    น ท ม  ชชชชชชช  ตต ภภภ
    น ท ม  ชชชชชชช  ตต ภภภ
    น ท ม  ชชชชชชช  ภภภ
    น ท ม  ชชชชชชช  ภภภ
    ......ฯลฯ......
    น ท ม  ชชชชชชช  ภภภ
    น ท ม  ชชชชชชช  ภภภ
    ......ฯลฯ......
    น ท ม บริ อุ นุ โค  ฌ ฯลฯ ฌ  ภภภ

    จากรูปารมณ์ ==> อุคคหนิมิต ==> ปฏิภาคนิมิต ==> ฌาน

    เมื่อเวลาจะตาย ก็เข้าฌาน ออกจากฌาน และตายด้วยกามชวนะมรณาสันนวิถี แน่นอนต้องเกิดมหากุศลชวนะดวงใดดวงหนึ่งในมรณาสันนชวนะ ส่วนที่จะเป็นมหากุศลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตหรือญาณสัมปยุตตจิตนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้นั้นขณะนั้นค่ะ

  • โดย ดวงรัตน์ [1 พ.ค. 2551 , 10:03:15 น.] ( IP = 124.121.177.129 : : )


      สลักธรรม 10

    ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณดวงรัตน์ด้วยค่ะ ที่ได้นำความรู้และทำภาพประกอบทำให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ

    โดย เซิ่น (เซิ่น) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [1 พ.ค. 2551 , 21:47:30 น.] ( IP = 58.8.55.191 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org