| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๔
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
ดังนั้น พรหมบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ จึงเป็นไปได้ ๓ ประเภท ดังนี้คือ
- รูปพรหมบุคคลจุติ - รูปพรหมปฏิสนธิ
- รูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ
- อรูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ
หมายความว่า รูปพรหมทั้งหลายเมื่อตายแล้ว จะเกิดได้ในรูปภูมิเดิม หรือในภูมิที่ต่ำกว่า หรือสูงขึ้นไป หรือเกิดในอรูปภูมิก็ได้ แล้วแต่ฌานที่มีอยู่ และอำนาจความพอใจหรือนิกันติตัณหา
ส่วนพรหมที่เป็นพระอริยะนั้นจะไม่มีการเสื่อมจากฌานเลย มีแต่จะได้ฌานที่สูงยิ่งขึ้นไป
สำหรับ อรูปพรหมทั้งหลายไม่สามารถเจริญรูปฌานได้ จึงไม่สามารถมีปฏิสนธิในรูปภูมิใดได้ นอกจากจะเจริญอรูปฌานที่สูงขึ้น และเกิดในอรูปภูมิที่สูงขึ้นตามอำนาจฌานที่ได้เท่านั้น
รูปพรหมบุคคลจุติ - รูปพรหมปฏิสนธิ
หมายถึง รูปพรหมในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตภูมิ ๑) จุติ และกลับมาปฏิสนธิในรูปภูมิ ๑๕ อีก ดังนี้ ติเหตุกปุถุชน ๑ และพระเสกขบุคคล ๓ ใน รูปภูมิ ๑๐ จุติ ด้วยรูปาวจรวิบาก ๕==> ปฏิสนธิด้วยรูปาวจรวิบาก ๕ ใน รูปภูมิ ๑๐ ซ้ำภูมิเดิม ภูมิที่ต่ำกว่า หรือสูงขึ้น แล้วแต่กำลังอำนาจของฌานที่ได้ และความปรารถนา
(พรหมอริยบุคคลจะไม่ปฏิสนธิในภูมิที่ต่ำกว่า แต่จะปฏิสนธิในภูมิที่สูงขึ้นๆ ไปตามลำดับอำนาจของฌานที่ได้) พระอนาคามีบุคคลในรูปภูมิ ๙ (เว้นเวหัปผลาภูมิ ๑) จุติ ด้วยรูปาวจรวิบาก ๔ (เว้นปัญจมฌานวิบาก ๑)==> ปฏิสนธิด้วย รูปปัญจมฌานวิบาก ๑ ใน สุทธาวาสภูมิ ๕
(พระอริยบุคคลทั้งหลายทีเกิดในยอดภูมิทั้ง ๓ คือ เวหัปผลาภูมิ อกนิฏฐาภูมิ และเนวสัญญานาสัญญายตนภูมิหรือภวัคคภูมิ จะไม่ไปเกิดที่ในภูมิอื่นอีก แต่จะเวียนเกิดเฉพาะในภูมิเดิมของตนเท่านั้น) พระอนาคามีบุคคลใน สุทธาวาสภูมิ ๕ จุติ ด้วยรูปปัญจมฌานวิบาก ๑==> ปฏิสนธิด้วย รูปาวจรวิบาก ๕ใน สุทธาวาสภูมิ ๕ ในภูมิที่สูงขึ้นๆ
(พระอนาคามีในสุทธาวาสภูมิ จะไม่เกิดซ้ำภูมิเดิมที่ตนเคยอยู่ และไม่เกิดในภูมิที่ต่ำกว่า หรือในรูปภูมิอื่น รวมทั้งไม่เกิดในอรูปภูมิด้วย โดยจะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในสุทธาวาสภูมินั้นๆ หากยังไม่สำเร็จ ก็จะเกิดในสุทธาวาสภูมิที่สูงขึ้น แต่เมื่อเกิดในอกนิฏฐาภูมิแล้ว ก็จะต้องสำเร็จเป็นพระอรหันต์อย่างแน่นอน เมื่อจุติแล้วก็ไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไป) โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:04:31 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )
สลักธรรม 2
รูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ
หมายถึง รูปพรหมในรูปภูมิ ๑๐ จุติ ปฏิสนธิใน อรูปภูมิ ๔ ดังนี้ ติเหตุกปุถุชน ๑ ใน รูปภูมิ ๑๐ จุติ ด้วย รูปาวจรวิบาก ๕==> ปฏิสนธิด้วย อรูปาวจรวิปาก ๔ ใน อรูปภูมิ ๔ พระเสกขบุคคล ๓ ใน รูปภูมิ ๙ (เว้นเวหัปผลาภูมิ ๑) จุติ ด้วยรูปาวจรวิบาก ๔ (เว้นปัญจมฌานวิบาก ๑)==> ปฏิสนธิด้วย อรูปาวจรวิปาก ๔ ใน อรูปภูมิ ๔ โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:05:39 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )
สลักธรรม 3
อรูปพรหมบุคคลจุติ - อรูปพรหมปฏิสนธิ
หมายถึงอรูปพรหมในอรูปภูมิ ๔ จุติ ปฏิสนธิใน อรูปภูมิ ๔ ดังนี้
ติเหตุกปุถุชน ๑ และพระเสกขบุคคล ๓ จุติ อรูปาวจรวิปาก ๔==> ปฏิสนธิด้วย อรูปาวจรวิปาก ๔ ใน อรูปภูมิ ๔ ในภูมิเดิมหรือสูงขึ้น
จุติจาก อากาสานัญจายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๔ ภูมิ จุติจาก วิญญาณัญจายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๓ ภูมิ (เว้น อากาสานัญจายตนภูมิ) จุติจาก อากิญจัญญายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๒ ภูมิ (เว้น อากาสานัญจายตนภูมิ และวิญญาณัญจายตนภูมิ) จุติจาก เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ ปฏิสนธิได้ใน อรูปภูมิ ๑ ภูมิ คือ เนวสัญญานสัญญายตนภูมิ โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:06:39 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )
สลักธรรม 4
เมื่อว่าโดยวิถี
ไม่ว่าจะเป็นรูปพรหมบุคคลจุติ ==> รูปพรหมปฏิสนธิ หรือ รูปพรหมบุคคลจุติ ==> อรูปพรหมปฏิสนธิ หรือ อรูปพรหมบุคคลจุติ ==> อรูปพรหมปฏิสนธิ จะจุติด้วยมรณาสันนวิถีทางมโนทวารเท่านั้น (เหมือนกามบุคคลจุติ ปฏิสนธิในพรหมภูมิ) คือ มีมรณาสันนวิถีทางมโนทวาร ๔ ประเภท - อติวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี ชวนะวาระ ๒ ประเภท(มรณาสันนวิถีที่มีอารมณ์ปรากฏชัดมาก) ๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ/ ปฏิ ๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ/ ปฏิ - วิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี ชวนะวาระ ๒ ประเภท (มรณาสันนวิถีที่มีอารมณ์ปรากฏชัดพอควร) ๑. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ จุติ/ ปฏิ ๒. ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ชวนะ ภวังค์ จุติ/ ปฏิ โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:08:04 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )
สลักธรรม 5
ตัวอย่าง มรณาสันนวิถี
ภ น ท ม ช ช ช ช ช จุติ / ปฏิ ภ ภ ภ ภ ภ ภ ภ น ท ม ช ช ช ช ช ภ จุติ / ปฏิ ภ ภ ภ ภ ภ ภ
- รูปพรหมบุคคลจุติ ==>รูปพรหมปฏิสนธิ
ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕ มีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์
มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘ มีอารมณ์เป็นบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เคยเพ่งได้อย่างชำนาญนั้นมาเป็นอารมณ์ ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕ รับเอาบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ มีกสิณเป็นต้น เป็นอารมณ์
- รูปพรหมบุคคลจุติ ==>อรูปพรหมปฏิสนธิ
ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕ มีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์ มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘ มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์ ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔ มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์
- อรูปพรหมบุคคลจุติ ==>อรูปพรหมปฏิสนธิ
ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔ มีอรูปกรรมฐานกรรมนิมิต ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์ มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘ มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์ ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔ มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์
(หากอ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหน ก็เขียนถามเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ.... ยังมีต่อนะคะ)
โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 08:13:28 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : )
สลักธรรม 6วันนี้มาเข้าห้องเรียนเสียดึกเลยครับผม ขอขอบพระคุณคุณดวงรัตน์มากจริงๆครับ ที่พยายามถ่ายทอดความรู้ให้แบบมีภาพให้ดูประกอบเพื่อความไม่งง แต่ตาลายเลยครับ เพราะอ่านไปแล้วก็เลื่อนไปดูผังตามนั่นเอง แต่มีประโยชน์มากมายครับผม
สาธุ อนุโมทนามิ โดย พี่เณร [29 เม.ย. 2551 , 18:50:35 น.] ( IP = 58.9.209.133 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณดวงรัตน์เป็นอย่างยิ่งค่ะ ได้ทบทวนความเป็นไปขณะจุติ-ปฏิสนธิของบุคคลทั้งหลาย ด้วยสีสันการอธิบายและภาพประกอบที่หาได้ยาก แต่ช่วยความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ชอบมากค่ะ
อยากให้อธิบายในส่วนที่ว่า
- มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์
- ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์
จากอารัมณสังคหะ เข้าใจว่ามหากุศลจิต ๘ ซึ่งเป็นจิตในหมวด ๒๐ ที่สามารถรับอารมณ์ที่เป็นกาม และมหัคตะได้นั้น
อยากทราบว่ามหากุศลญาณวิปยุต ๔ รับอารมณ์ที่เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตนั้น รับอย่างไร
ในกรณี มรณาสันณวิถีซึ่งมีมหากุศลญาณวิปยุตชวนะ ที่รับอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิต ที่จะสามารถให้ผลปฏิสนธิที่เป็นวิบากญาณสัมปยุตได้นั้น เป็นอย่างไร
รบกวนขอความเห็นค่ะ ขอบคุณมาก...
โดย herb [29 เม.ย. 2551 , 20:59:30 น.] ( IP = 202.149.24.161 : : )
สลักธรรม 8Thank you so much.
I alway appreciate to learn with you. It's easy to understand. I would love you to explain some of knowledge in the first picture and this part :
รูปพรหมบุคคลจุติ ==>อรูปพรหมปฏิสนธิ
ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ รูปาวจรวิปากจิต ๕
มีบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิของตนเอง มาเป็นอารมณ์
มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ ๘
มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์
ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
มีอารมณ์เป็นอรูปกรรมฐานกรรมนิมิตเป็นอารมณ์![]()
Can you explain about the emotion from death to birth ? It's mean in มรณาสันนชวนะ.
Again,sorry for English question because I could not type in Thai at this school.โดย Nong Au [29 เม.ย. 2551 , 21:00:27 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )
สลักธรรม 9
จิตเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์
ดังนั้น เมื่อขณะที่ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นไม่ว่าจะในภพภูมิใดก็ตามก็ย่อมจะต้องมีอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นด้วยเสมอ และอารมณ์ที่ปฏิสนธิจิตรับมานั้นมาจากไหน? เป็นสิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจให้ดี
เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายยังมีอวิชชาครอบครอง และมีตัณหาเป็นรากฐาน ตลอดระยะเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่จึงได้มีการกระทำที่เป็นบุญและบาป ทางกาย วาจา และใจ มีทั้งที่กระทำทาน ศีล ภาวนา หรือที่ปฏิบัติจนเกิดฌาน
การกระทำต่างๆ เหล่านี้ทั้งดีและชั่วก็ถูกเก็บสะสมมาตลอดชีวิต ซึ่งเจตนากรรมต่างๆที่เป็นชนกกรรม(ทั้งบุญและบาป)ที่กระทำไว้ในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น จะมีอำนาจให้เกิดปฏิสนธิขึ้นในภพชาติใหม่ โดยเจตนากรรมจะมาปรากฏเป็นอารมณ์เมื่อใกล้จะตาย ที่เรียกว่าเป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ และมีอำนาจปรุงแต่งให้กระแสจิตต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาใกล้จะตาย เป็นไปต่างๆนานา
ซึ่งเพียงเท่านี้ปฏิสนธิยังเกิดขึ้นมิได้ จะต้องมีมรณาสันนวิถีเกิดขึ้นพร้อมกับจุติจิตก่อน ซึ่งมรณาสันนชวนะที่เกิดขึ้นนี้ก็เพียงแต่ถูกปรุงแต่งให้เป็นกุศล หรืออกุศล ตามนิมิตอารมณ์ (กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์) ที่มาปรากฏเมื่อใกล้จะตายเท่านั้น และเมื่อจุติจิตดับลง ปฏิสนธิก็เกิดขึ้นทันที
มรณาสันนชวนะที่เป็นบุญหรือบาป ที่เกิดขึ้นในมรณาสันนวิถีนี้ไม่มีกำลังอำนาจพอที่จะส่งผลของกรรมได้ เพราะมรณาสันนวิถีนี้เป็นเสมือนเชือกฟางเส้นสุดท้ายที่เชื่อมต่อภพชาติเก่ากับภพชาติใหม่เท่านั้น
ขณะที่ชนกกรรมมาปรากฏเป็นอารมณ์เมื่อใกล้จะตายนั้นหากนิมิตอารมณ์นั้นเป็นกุศล จิตก็จะผ่องใส ขณะนั้นกระแสจิตก็จะน้อมไปในภพชาติใหม่ที่พึงจะเกิดคือสุคติภูมิ โดยมีการปรุงแต่งชวนะสุดท้ายในมรณาสันนวิถีให้เป็น กุศลชวนะด้วย (นิมิตอารมณ์ที่เป็นกุศลในมรณาสันนกาล)==>เกิดกุศลชวนะในมรณาสันนวิถี จุติ ==>ปฏิสนธิในภพชาติใหม่ที่เป็นสุคติภูมิ หากนิมิตอารมณ์นั้นเป็นอกุศล จิตก็จะเศร้าหมอง ขณะนั้น กระแสจิตก็จะน้อมไปในภพชาติใหม่ที่พึงจะเกิดคือ ทุคติภูมิ โดยมีการปรุงแต่งชวนะสุดท้ายในมรณาสันนวิถีให้เป็น อกุศลชวนะด้วย (นิมิตอารมณ์ที่เป็นอกุศลในมรณาสันนกาล)==>เกิดอกุศลชวนะในมรณาสันนวิถี จุติ ==>ปฏิสนธิในภพชาติใหม่ที่เป็นทุคติภูมิ
นี้คือหลักการณ์ง่ายๆของการเกิดตายและการเกิด
ดังนั้นอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนใกล้ตายนั้นจึงมีทั้งบุญและบาปที่คุ้นเคย หากคุ้นเคยกับการกระทำสมถกรรมฐานไม่ว่าจะอยู่ในกามภูมิ หรือพรหมภูมิก็ตาม และอำนาจของฌานยังไม่เสื่อม อารมณ์กรรมฐานก็จะปรากฏเกิดขึ้นเป็นนิมิตทางใจได้ง่าย ซึ่งก็จะได้แก่ปฏิภาคนิมิตนั่นเอง จะเป็นอย่างไรก็ตามแต่ว่าจะเจริญอารมณ์กรรมฐานใด
กรรมนิมิตอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็คือบัญญัติธัมมารมณ์ที่เกิดขึ้นทางใจ เรียกว่าบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์
ตี น ท ป วิ สํ ณ โว ชชชชชชช ตต ภ ภ ภ น ท ม ชชชชชชช ตต ภภภ น ท ม ชชชชชชช ตต ภภภ น ท ม ชชชชชชช ภภภ น ท ม ชชชชชชช ภภภ
......ฯลฯ......น ท ม ชชชชชชช ภภภ น ท ม ชชชชชชช ภภภ
......ฯลฯ......น ท ม บริ อุ นุ โค ฌ ฯลฯ ฌ ภภภ
จากรูปารมณ์ ==> อุคคหนิมิต ==> ปฏิภาคนิมิต ==> ฌาน
เมื่อเวลาจะตาย ก็เข้าฌาน ออกจากฌาน และตายด้วยกามชวนะมรณาสันนวิถี แน่นอนต้องเกิดมหากุศลชวนะดวงใดดวงหนึ่งในมรณาสันนชวนะ ส่วนที่จะเป็นมหากุศลที่เป็นญาณวิปปยุตตจิตหรือญาณสัมปยุตตจิตนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้นั้นขณะนั้นค่ะโดย ดวงรัตน์ [1 พ.ค. 2551 , 10:03:15 น.] ( IP = 124.121.177.129 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณและอนุโมทนากับคุณดวงรัตน์ด้วยค่ะ ที่ได้นำความรู้และทำภาพประกอบทำให้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ
โดย เซิ่น (เซิ่น) [1 พ.ค. 2551 , 21:47:30 น.] ( IP = 58.8.55.191 : : )
[ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |