มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๔




ตอนที่ผ่านมา


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนที่ ๔


๓.พรหมบุคคลจุติ และปฏิสนธิในพรหมภูมิ


พรหมบุคคลจุติ ในที่นี้หมายถึงพรหมบุคคลที่เป็นรูปพรหม หรือ อรูปพรหม คือรูปพรหมที่อยู่ในรูปภูมิ ๑๕ (เว้นอสัญญสัตตภูมิ ๑) และอรูปพรหมที่อยู่ในอรูปภูมิ ๔ (ที่เว้นอสัญญสัตตพรหมในอสัญญสัตตภูมิ ๑ เพราะเมื่ออสัญญสัตตพรหมจุติ จะมีปฏิสนธิในกามสุคติภูมิ ๗ ไม่กลับมาเกิดในรูปภูมิอีก เพราะกำลังของฌานกุศลใดๆ ไม่สามารถเกิดในสันดานของอสัญญสัตตพรหมได้ เนื่องจากไม่มีจิต)
ซึ่งได้แก่พรหมที่เป็น ติเหตุกปุถุชน ๑ และพระเสกขบุคคล ๓

พรหมบุคคลจะอยู่จนสิ้นอายุขัย และจะเกิดในพรหมภูมิใดนั้น ขึ้นอยู่กับ กำลังอำนาจของฌานที่มีที่ได้ ความปรารถนาพอใจที่จะเกิดในรูปภูมิใด คุณสมบัติของภพภูมิที่อยู่นั้น และประเภทของบุคคลว่าพรหมบุคคลนั้นเป็นปุถุชน หรืออริยบุคคลด้วย


พรหมภูมิที่จักปฏิสนธิ
ได้แก่ รูปภูมิ ๑๕ (คือรูปภูมิ ๑๐ สุทธาวาสภูมิ ๕) และ อรูปภูมิ ๔
รูปภูมิ ๑๐ได้แก่

  • ปฐมฌานภูมิ ๓ : ปาริสัชชาภูมิ ปุโรหิตาภูมิ มหาพรหมาภูมิ
  • ทุติยฌานภูมิ ๓ : ปริตตาภาภูมิ อัปปมาณาภาภูมิ อาภัสสราภูมิ
  • ตติยฌานภูมิ ๓ : ปริตตสุภาภูมิ อัปปมาณสุภาภูมิ สุภกิณณหาภูมิ
  • เวหัปผลาภูมิ ๑

  • สุทธาวาสภูมิ ๕ ได้แก่
  • อวิหาภูมิ
  • อตัปปาภูมิ
  • สุทัสสาภูมิ
  • สุทัสสีภูมิ
  • อกนิฏฐาภูมิ

  • อรูปภูมิ ๔ ได้แก่
  • อากาสานัญจายตนภูมิ
  • วิญญาณัญจายตนภูมิ
  • อากิญจัญญายตนภูมิ
  • เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ
  • โดย ดวงรัตน์ [29 เม.ย. 2551 , 07:58:32 น.] ( IP = 124.121.175.17 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
    [ 1 ] [ 2 ]


      สลักธรรม 11

    ขอบคุณ คุณดวงรัตน์ สำหรับการอธิบายขยายความค่ะ

    ตอนแรกยัง งง ๆ อยู่ว่าสรุปแล้วในมรณาสันนวิถี อารมณ์หรือชวนะกันแน่ ที่จะเป็นตัวหลักส่งผลการปฏิสนธิให้เป็นทวิเหตุ หรือไตรเหตุ

    รูปแบบการรับและพิจารณาอารมณ์ในปวัตติกาลนั้น พอจะเข้าใจได้ เพราะไม่ได้เปลี่ยนภพภูมิ จิตกับอารมณ์อาจไม่ตรงกันก็ได้

    แต่พอถึงจุติกาล มักจะสับสนระหว่างจิตกับอารมณ์ ไม่คิดว่าจะมีการพิจารณาอารมณ์อะไรในขณะจุติวิถี... และชวนะสุดท้ายเป็นตัวส่งปฏิสนธิ

    หากชวนะในวิถีสุดท้ายของมรณาสันนกาลเป็นฌานจิต เลยเข้าใจว่าชวนะในวิถีต่อมาก็น่าจะเป็นมหากุศลญาณสัมปยุตเท่านั้น เพื่อที่จะให้ปฏิสนธิที่เป็นญาณสัมปยุตเหมือนกัน และเลยเถิดไปถึงว่าจากพรหมบุคคลจุติ ปฏิสนธิขั้นต่ำควรจะเป็นติเหตุกบุคคล ไม่ใช่ทวิเหตุ

    แนวคิดนี้มุงเฉพาะจิตอย่างเดียว ทั้งที่จริง ๆ แล้วอารมณ์เป็นตัวส่งมากกว่า

    อย่างนี้เข้าใจถูกหรือเปล่าคะ

    โดย herb [3 พ.ค. 2551 , 16:58:27 น.] ( IP = 202.149.25.225 : : )


      สลักธรรม 12

    ขอบพระคุณ คุณherb มากค่ะที่กรุณาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

    อารมณ์ในมรณาสันนกาลเท่านั้นที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อปฏิสนธิในภพชาติใหม่ มรณาสันนวิถีเป็นเพียงเชื่อมต่อเท่านั้น เจตนากรรมในชวนะ ๕ ขณะนี้ มิได้มีอิทธิพลอะไร จิตไม่มีกำลังอำนาจพอ

    ผู้ที่มิได้ฌาน :- เจตนากรรมที่ในอกุศล ๑๒ มหากุศล ๘ (ชวนะ ๗ ขณะ) ได้แก่ทาน ศีล ภาวนาที่กระทำมาตลอดทั้งชีวิตในภพชาตินี้ ก็จะมาปรากฏเป็นอารมณ์ในมรณาสันนกาล สุดแล้วแต่ว่าจะเป็นอะไร อารมณ์ที่เป็นกุศล หรืออกุศล ซึ่งเรียกอารมณ์เหล่านั้นว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ แล้วแต่สภาวะของอารมณ์เหล่านั้น

    ในมรณาสันนกาลระยะสุดท้าย

  • หากอารมณ์นั้นเป็นกุศล จิตก็จะผ่องใส ในขณะเดียวกันกระแสจิตก็น้อมไปแล้วว่าย่อมได้สุคติภูมิเป็นที่หมาย มรณาสันนวิถีก็จะเกิดขึ้นเชื่อมต่อโดยมีชวนะเกิดขึ้น ๕ ขณะเป็นกุศลชวนะ

  • หากอารมณ์นั้นเป็นอกุศล จิตก็จะเศร้าหมอง ในขณะเดียวกันกระแสจิตก็น้อมไปแล้วว่าย่อมได้ทุคติภูมิเป็นที่หมาย มรณาสันนวิถีก็จะเกิดขึ้นเชื่อมต่อโดยมีชวนะเกิดขึ้น ๕ ขณะเป็นอกุศลชวนะ

    สำหรับผู้ที่ได้ฌาน:- ก็จะคุ้นเคยกับอารมณ์ของกรรมฐานนั้นๆ ซึ่งก็เป็นปฏิภาคนิมิตที่ได้นั่นเอง ดังนั้นเมื่อใกล้ตาย นิมิตหมายของอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เป็นประจำ จึงปรากฏขึ้นเป็นกรรมนิมิตอารมณ์เท่านั้น (เป็นบัญญัติกรรมนิมิตธัมมารมณ์ หรือมหัคคตนิมิตธัมมารมณ์ แล้วแต่ฌานที่ได้)

    ก็เช่นเดียวกัน เมื่ออารมณ์นั้นเกี่ยวข้องกับฌานซึ่งเป็นมหัคคตกุศลและเป็นครุกรรม จิตก็ย่อมผ่องใส ได้พรหมภูมิเป็นที่หมาย โดยมีมรณาสันนวิถีเชื่อมต่อด้วยกุศลชวนะ

    ดังนั้นผู้ที่จะปฏิสนธิในภพชติใหม่ได้เป็นทวิเหตุบุคคล หรือติเหตุกบุคคลก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับกุศลนิมิตอารมณ์ที่ปรากฏนั้น ส่วนกุศลชวนะในมรณาสันนวิถี นั้นก็คิดว่าจะต้องคล้อยตามอารมณ์ที่ได้สุดท้ายนั้น เนื่องจากมรณาสันนวิถีไม่รับอารมณ์ใหม่แล้ว แต่จะมีอารมณ์เดียวกับอารมณ์ในมรณาสันนกาลระยะสุดท้ายนั้นนั่นเองค่ะ

    ที่เข้าใจจึงถูกแล้วค่ะว่า...อารมณ์เป็นตัวส่งให้ปฏิสนธิ มิใช่ชวนะในมรณาสันนวิถี

    ขอบพระคุณมากค่ะ

  • โดย ดวงรัตน์ [5 พ.ค. 2551 , 08:59:49 น.] ( IP = 124.121.176.112 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org