| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
> ค้นหาความหมายเรื่องชีวิตในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา
สลักธรรม 1ชีวิตินทรีย์ คือ เจตสิกที่มีหน้าที่ในการรักษาธรรมที่เกิดร่วมกับตน
ชีวิตินทรียเจตสิก จึงนามธรรมที่มีหน้าที่รักษานามธรรมที่เกิดพร้อมกับจิตให้ตั้งอยู่ตามอายุของตน มีลักขณาทิจตุกะดังนี้
สหชาตานํ อนุปาลนลกฺขณํ มีการเลี้ยงรักษาธรรมที่เกิดร่วมกันพร้อมกัน เป็นลักษณะ
เตสํ ปวตฺตนรสํ มีความตั้งอยู่และเป็นไปได้ เป็นกิจ
เตสญฺเญวฐปนปจฺจุปฏฺฐานํ มีการทรงอยู่ได้ซึ่งธรรมที่เกิดร่วมกันพร้อมกัน เป็นผล
เสสขนฺธตฺตยปทฏฺฐานํ มีนามขันธ์ทั้ง ๓ ที่เหลือ (เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์) เป็นเหตุใกล้
ความหมายในลักขณาทิจตุกะ ที่แยกออกเป็น ๔ อย่างมีดังนี้
ลักษณะ คือคุณภาพของธรรม หรือเครื่องแสดงแห่งธรรมนั้น
รสะ คือกิจการงานธรรมนั้น หรือหน้าที่ของธรรม
ปัจจุปัฏฐาน คืออาการปรากฏของธรรมนั้น หรือผลของธรรม
ปทัฏฐาน คือเหตุใกล้ที่ทำให้ธรรมนั้นเกิด
เมื่ออธิบายสภาวธรรม ชีวิตินทรีย์
ชีวิตินทรีย์ เป็นเจตสิกที่รักษาสหชาตธรรม โดยไม่เว้นตน ในขณะที่ยังมีอยู่ เหมือนน้ำรักษาอยู่ซึ่งดอกอุบล,
ทำหน้าที่ให้ธรรมเหล่านั้นเป็นไป เหมือนแม่นมเลี้ยงดูกุมาร, มีความปรากฏเกี่ยวข้องกับธรรมเหล่านั้น ดุจต้นหนที่ยังเรือให้แล่นไป แต่ไม่สามารถยังสหชาตธรรมเหล่านั้นให้เป็นไปเหนือภังคขณะได้ เพราะความที่ตน
และธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ จึงไม่สามารถตั้งอยู่ได้ในภังคขณะ ต้องแตกดับไป ดุจเปลวประทีปน้ำมัน ที่มีไส้สิ้นแล้ว ฉะนั้น ฯ
ชีวิตินทรียเจตสิก เป็นธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงรักษานามธรรม คือจิตและเจตสิก ให้มีชีวิตอยู่ และทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้
คำว่า ชีวิต มี ๒ อย่าง คือ ชีวิตนาม และ ชีวิตรูป ชีวิตนามหรือนามชีวิต ได้แก่ ชีวิตินทรียเจตสิก
ชีวิตินทรีย์นี้ มีวจนัตถะว่า :-
ชื่อว่า ชีวิต เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องดำรงอยู่แห่งสัมปยุตธรรม ฯ ชีวิตนั้นนั่นแลชื่อว่า เป็นอินทรีย์ เพราะประกอบด้วย ความเป็นใหญ่ในการตามรักษาสหชาตธรรม เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ฯ ชีวิตินทรีย์นั้น มีการตามรักษาสหชาตธรรมเป็น ลักษณะ เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงดอกบัวไว้เป็นต้น ฉะนั้น ฯ
ชีวิตินทรีย์ มีวจนัตถะว่า:-
ชีวนฺติ เตน สมฺปยุตฺตธมฺมาติ ชีวิตํ. แปลว่า ชื่อว่า ชีวิตเพราะอรรถว่า เป็นเครื่องดำรงอยู่ แห่งสัมปยุตธรรม, ชีวิตนั้นนั่นแหละเป็นอินทรีย์ ในการรักษาสหชาตธรรมโดยควรแก่การเป็นใหญ่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ชีวิตินทรีย์ ฯ
โดย Tvb [30 เม.ย. 2551 , 10:33:52 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 2คำว่า ชีวิตินทรีย์ ที่ปรากฎในคัมภีร์ชั้นพระไตรปิฎก
ความขาดไปแห่งชีวิตินทรีย์จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์นั้นๆอันนี้เรียกว่ามรณะ
1. (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์)
ชีวิตินทรีย์ มีในสมัยนั้น เป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความ
ประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ความเป็นอยู่ ชีวิตินทรีย์ของนามธรรมนั้นๆ ในสมัยนั้น
อันใด นี้ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์มีในสมัยนั้น.
2. (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ )
ผัสสะ เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด เว้น
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ มีอยู่ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า สังขารขันธ์ มีในสมัยนั้น ฯลฯ
สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต.
3.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ )
ผัสสะ เจตนา วิตก วิจาร เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้น
แม้อื่นใด เว้นเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ มีอยู่ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า สังขารขันธ์
มีในสมัยนั้น ฯลฯ
4.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ )
คำว่าชีวิตินทรีย์นี้มีทั้งเป็นรูปและเป็นนามธรรม
รูปเป็นชีวิตินทรีย์ก็มี รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์ก็มี
รูปภายในไม่เป็นชีวิตินทรีย์, รูปภายนอกที่เป็นชีวิตินทรีย์ก็มี, ที่ไม่เป็นชีวิตินทรีย์ก็มี
5.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์)
รูปเป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่
ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิตของรูปธรรมนั้นๆ อันใด
รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นชีวิตินทรีย์.
รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน?
จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์
6.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์ )
โดย ธีรวัส MA [30 เม.ย. 2551 , 10:34:56 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 3
*****ชีวิตินทรีย์ เป็นไฉน
ชีวิตินทรีย์มี ๒ อย่าง คือ รูปชีวิตินทรีย์ อรูปชีวิตินทรีย์ ในชีวิติน-
*ทรีย์ ๒ อย่างนั้น รูปชีวิตินทรีย์ เป็นไฉน
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิตอินทรีย์ คือชีวิต ของ
รูปธรรมนั้นๆ อันใด นี้เรียกว่า รูปชีวิตินทรีย์
อรูปชีวิตินทรีย์ เป็นไฉน
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิต ของ
นามธรรมนั้นๆ อันใด นี้เรียกว่า อรูปชีวิตินทรีย์
7.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒วิภังคปกรณ์)
ชีวิตินทรีย์ เป็นสารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณธรรม ก็มี
เหตุ ๙ เป็นสารัมมณธรรม
กพฬิงการาหาร เป็นอนารัมมณธรรม อาหาร ๓ เป็นสารัมมณธรรม
ผัสสะ ๗ เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ จิต ๗ เป็นสารัมมณธรรม
คำว่าอนารัมมณธรรมและสารัมมณธรรม
รูปขันธ์ เป็นอนารัมมณธรรม ขันธ์ ๔ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
อายตนะ ๑๐ เป็นอนารัมมณธรรม มนายตนะ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม
ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี ธัมมายตนะ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณธรรม ก็มี
ธาตุ ๑๐ เป็นอนารัมมณธรรม ธาตุ ๖ เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม
มโนวิญญาณธาตุ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
ธัมมธาตุ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็น
อนารัมมณธรรม ก็มี
นิโรธสัจ เป็นอนารัมมณธรรม มัคคสัจ เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม
สมุทยสัจ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี ทุกขสัจ
เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณ-
*ธรรม ก็มี
อินทรีย์ ๗ เป็นอนารัมมณธรรม อินทรีย์ ๕ เป็นอนารัมมณารัมมณ-
*ธรรม อินทรีย์ ๙ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
ชีวิตินทรีย์ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็น
อนารัมมณธรรม ก็มี
เหตุ ๙ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
กพฬิงการาหาร เป็นอนารัมมณธรรม อาหาร ๓ เป็นสารัมมณารัมมณ-
*ธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
ผัสสะ ๖ เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม มโนวิญญาณธาตุสัมผัส เป็น
สารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
เวทนา ๖ สัญญา ๖ เจตนา ๖ จิต ๖ เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม
มโนวิญญาณธาตุ เป็นสารัมมณารัมมณธรรม ก็มี เป็นอนารัมมณารัมมณธรรม ก็มี
8.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ บรรทัดที่ ๑๔๗๓๔ - ๑๔๗๖๕. หน้าที่ ๖๓๒ - ๖๓๓.)
*****ชีวิตินทรีย์ สงเคราะห์ได้ด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑.
สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ อายตนะ ธาตุ เท่าไร? สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยขันธ์ ๓
อายตนะ ๑๑ ธาตุ ๑๗
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖ บรรทัดที่ ๒๔๑ - ๖๕๖. หน้าที่ ๑๐ - ๒๗.
****ชีวิต เรียกว่าชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่ชีวิต ไม่เรียกว่าชีวิตินทรีย์
ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ อสัญญสัตว์
แต่ปัญญินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่
9.(พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๙ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๖ ยมกปกรณ์ ภาค ๒)
โดย ธีรวัส MA [30 เม.ย. 2551 , 10:36:11 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 4สรุปคำว่า ชีวิตินทรีย์ ที่ปรากฏในคัมภีร์ชั้นพระไตรปิฎก
จากคัมภีร์ในอภิธรรมปิฎกได้แสดงคำว่าชีวิตินทรีย์ ไว้ตามข้างต้นนั้นพอจะสรุปความได้ว่า
ความขาดไปแห่งชีวิตินทรีย์จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์นั้นๆอันนี้เรียกว่ามรณะ
ความมีชีวิตินทรีย์ มีในสมัยนั้น หมายถึง
เหตุเพราะอายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ ความ
ประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ความเป็นอยู่ ชีวิตินทรีย์ของนามธรรมนั้นๆ ในสมัยนั้น
อันใด นี้ชื่อว่า ชีวิตินทรีย์มีในสมัยนั้น.
ผัสสะ เจตนา เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้นแม้อื่นใด เว้น
เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ มีอยู่ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า สังขารขันธ์ มีในสมัยนั้น ฯลฯ
สภาวธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมเป็นอัพยากฤต.
ผัสสะ เจตนา วิตก วิจาร เอกัคคตา ชีวิตินทรีย์ หรือนามธรรมที่อิงอาศัยเกิดขึ้น
แม้อื่นใด เว้นเวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ มีอยู่ในสมัยนั้น นี้ชื่อว่า สังขารขันธ์
มีในสมัยนั้น ฯลฯ
อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่อง
กันอยู่ ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิต ของ
นามธรรมนั้นๆ อันใด นี้เรียกว่า อรูปชีวิตินทรีย์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๕ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๒ วิภังคปกรณ์
ชีวิต เรียกว่าชีวิตินทรีย์
ไม่ใช่ชีวิต ไม่เรียกว่าชีวิตินทรีย์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๖
บรรณานุกรม
๑.พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ๔๕ เล่ม
๒.อภิธัมมัตถสังคหะ
๓.อรรถกถาปัญจปกรณ์ฉบับฉัฏฐสังคายนา
๔.http://www.buddhism-online.org/
๕ http://abhidhamonline.org/SamgahaPali.htm
๖.อภิธัมมัตถวิภาวินีฎีกา
โดย ธีรวัส [30 เม.ย. 2551 , 10:38:01 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 5
การศึกษาเรื่องจิตเจตสิกรูปโดยเฉพาะเรื่องชีวิตินทรีย์
นี้สามารถเข้าถึงคำตอบของการมีชีวิตซึ่ง
ในทางธรรมได้ชี้ให้เห็นความแตกต่างในความคิดกับทางโลกวิทยาศาสตร์ที่ยังเข้าใจชีวิต อันเกิดจากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการรับรู้ โดยแสดงให้เห็นว่า
สิ่งมีชีวิตมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างไปจากสิ่งไม่มีชีวิต สิ่งมีชีวิตแรกเริ่มเกิดขึ้นได้เองจากปฏิกิริยาทางเคมีของก๊าซที่มีอยู่ในบรรยากาศของโลกขณะนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปสิ่งมีชีวิตแรกเริ่มไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีก สิ่งมีชีวิตรุ่นต่อมาจึงเกิดจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นบรรพบุรุษเท่านั้น โดยอาศัยกระบวนการสืบพันธุ์
จึงมีคำถามถึงการกำเนิดของสิ่งมีชีวิต และให้คำจำกัดชีวิตในลักษณะที่ว่า
ชีวิตคืออะไร เป็นคำถามที่หลายคนคงต้องใช้ความคิดและไม่สามารถหาคำตอบที่แน่ชัดได้ เพราะคำว่า ชีวิต มีความหมายในเชิงนามธรรม แต่ถ้าถามว่า สิ่งมีชีวิตคืออะไร เราทุกคนสามารถตอบและแยกแยะสิ่งมีชีวิตได้โดยไม่ยากนัก เนื่องจากว่าสิ่งมีชีวิตมีความหมายในเชิงรูปธรรม ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มีโครงสร้างประกอบด้วยกรดนิวคลีอิก อันเป็นองค์ประกอบของชีวิต ซึ่งเป็นตัวควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม และมีกระบวนการทางชีววิทยา อันได้แก่ กระบวนการเมทาบอลิซึม อันเป็นระบบทำงาน การสืบพันธุ์ การเจริญเติบโต การปรับตัว และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
สิ่งมีชีวิตบนโลกมีจำนวนมากมาย จากรายงานพบว่ามีไม่ต่ำกว่า 1.7 ล้านชนิด จึงได้มีการจัดสิ่งมีชีวิตให้เป็นพวกๆได้หลายจำพวก เช่น พืช สัตว์ ยีสต์ รา แบคทีเรีย เป็นต้น ถ้าแบ่งสิ่งมีชีวิตตามวิธีการได้มาซึ่งอาหารและการดำรงชีวิตแล้ว แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มพืชหรือกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มสัตว์หรือกลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มจุลลินทรีย์หรือกลุ่มผู้ย่อยสลาย ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้จะดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลในธรรมชาติ
โดย ธีรวัส MA [30 เม.ย. 2551 , 10:40:13 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 6
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะสามารถตอบและแยกแยะได้ว่า สิ่งมีชีวิตคืออะไร และอะไรเป็นสิ่งมีชีวิตแต่ก็มีคำถามตามมาว่า สิ่งมีชีวิตแรกเริ่มในโลกถือกำเนิดมาได้อย่างไร อะไรคือสิ่งมี
ชีวิตแรกเริ่ม ซึ่งคำถามดังกล่าวนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาค้นคว้า และตั้งสมมติฐานกันไปต่างๆนานา
การศึกษาสิ่งมีชีวิตสามารถศึกษาได้หลายแนวทาง คืออาจศึกษาจากโครงสร้างทั่วไปของสิ่งมีชีวิตหรือศึกษาส่วนประกอบของเซลล์ เซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบอวัยวะ หรืออาจศึกษาได้จากระบบนิเวศ ตั้งแต่องค์ประกอบย่อยของระบบนิเวศคอประชากร จนถึงโกของสิ่งมีชีวิต
ลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต
การที่เรามองดูสิ่งต่างๆที่อยู่ที่อยู่รอบตัวเราแล้วสามารถตอบได้ทันทีว่าสิ่งใดเป็นสิ่งมีชีวิตนั้น เป็นเพราะสิ่งมีชีวิตมีลักษณะเฉพาะตัว ซึ่งแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิต กระบวนการทางชีววิทยาเป็นลักษณะเฉพาะประการหนึ่งที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการแยกสิ่งมีชีวิตออกจากสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งได้แก่
1. เมตาบอลิซึม หมายถึง กระบวนการทางเคมีที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต ซึ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตประกอบด้วยกระบวนการแยกสลายสารและกระบวนการสังเคราะห์สาร เพื่อเอาพลังงานมาใช้ประโยชน์ในการทำหน้าที่ต่างๆเช่นการเจริญเติบโต การสืบพันธุ์และการเคลื่อนไหว การขับถ่ายของสิ่งมีชีวิต
2. การตอบสนองต่อสิ่งเร้า สิ่งเร้ามีทั้งภายในและภายนอก สิ่งเร้าภายใน เช่น ฮอร์โมน สิ่งเร้าภายนอก เช่น อุณหภูมิ แสงสว่าง อาหาร เป็นต้น การตอบสนองต่อสิ่งเร้าของสิ่งมีชีวิตมองเห็นได้ไม่ยากนัก เช่น ดอกพุดตานจะเปลี่ยนเป็นสีขาวในตอนเช้าและเป็นสีชมพูในตอนเย็น สิ่งเร้าที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็คือ แสง นอกจากนี้การตอบสนองต่อสิ่งเร้าในแล่ของการเคลื่อนไหวก็เป็นอีกลักษณะหนึ่งของสิ่งมีชีวิต เช่น ต้นก้ามปูจะหุบใบหมดทั้งต้นเมื่อไม่ได้รับแสง พลูด่างจะเอียงลำต้นเข้าหาแสงเมื่ออยู่ใกล้แสง ต้นไมยราบจะหุบใบเมื่อได้รับการสัมผัส เป็นต้น อย่างไรก็ดีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในลักษณะนี้ต้องเกิดจากแรงที่กระทำภายในเท่านั้น ถ้าการเคลื่อนไหวเกิดจากแรงกระทำจากภายนอก เช่นลมพัดใบไม้ไหว กระดาษปลิวไปตามลม เป็นต้น ไม่ถือว่าเป็นลักษณะเฉพาะของสิ่งมีชีวิต
โดย ธีรวัส MA [30 เม.ย. 2551 , 10:42:37 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 7
3. การเจริญเติบโต สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีการเจริญเติบโต ลักษณะของการเจริญเติบโตจะเกิดขึ้นจากภายในออกสู่ภายนอก ทำให้สิ่งมีชีวิตมีขนาดเพิ่มขึ้นและมีรูปร่างเปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมกับต้นแบบของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด เช่นเมล็ดงอกเป็นต้นแล้วเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นต้น ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ไม่มีชีวิต แม้จะมีความสามารถในการเพิ่มขนาดและน้ำหนักได้แต่ไม่จัดอยู่ในลักษณะของการเจริญเติบโต เพราะเกิดจากการเพิ่มพูนจากภายนอก เช่น การเพิ่มพูนขนาดของผลึกสารส้มและผลึกจุนสี เมื่อทดลองเลี้ยงผลึกดังกล่าวในสารละลายอิ่มตัวของสารส้มและจุนสีตามลำดับ เป็นต้น
4. สืบพันธุ์ เป็นกระบวนการทางชีววิทยาที่สำคัญที่สุดที่ทำให้สิ่งมีชีวิตดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ โดยทั่วไปการสืบพันธุ์ไม่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เพราะเราสามารถตัดอวัยวะสืบพันธุ์ทิ้งได้โดยไม่ตาย แต่จำเป็นสำหรับการดำรงเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ เพราะหากไม่มีการสืบพันธุ์ สิ่งมีชีวิตนั้นก็ไม่อาสืบลูกหลานต่อไป และจะสูบพันธุ์ไปในที่สุด
การสืบพันธุ์เป็นการเกิดสิ่งมีชีวิตตัวใหม่จากสิ่งมีชีวิตตัวเดิม เพื่อเพิ่มจำนวนประชากรของตนเองการสืบพันธุ์มี 2 แบบ คือ
4.1 การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ โดยการรวมตัวกันของเซลล์สืบพันธุ์ของพ่อและแม่ คือสเปิร์มกับไข่ ลูกที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึง หรือแตกต่างจากพ่อแม่ก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อม
4.2 การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ การสืบพันธุ์แบบนี้มีหลายแบบ ได้แก่การแตกหน่อ การแบ่งออกเป็นสองส่วน และการแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตัวอย่างการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เช่น การแตกหน่อของต้นกล้วย การแตกหน่อของยีสต์ การงอกใหม่ของใบคว่ำตายหงายเป็น เป็นต้น ลูกหลานที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบนี้จะไม่มีความแตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตเดิม ดังนั้น ถ้าสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมเกิดขึ้น สิ่งมีชีวิตอาจตายพร้อมๆกันและสูญพันธุ์ไปในที่สุด
โดย ธีรวัส MA [30 เม.ย. 2551 , 10:46:13 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
สลักธรรม 8
5. การปรับตัว สิ่งมีชีวิตต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่นตั๊กแตนกิ่งไม้ปรับตัวให้เข้ากับกิ่งไม้ที่เกาะอยู่ ปลาหมอเทศปรับตัวให้ทนทานต่อน้ำที่เปลี่ยนแปลงความเค็มได้ตลอดเวลา เป็นต้น การปรับตัวของสิ่งมีชีวิตนั้นอาจปรับตัวทางด้านรูปร่าง สรีระ หรือด้านพฤติกรรมก็ได้ ความสามารถในการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตเพื่อการดำรงชีวิตอยู่และแพร่พันธุ์ต่อไปในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปนี้เองที่ทำให้เกิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตขึ้นมา
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจะต้องมีลักษณะเฉพาะทุกประการที่กล่าวมา ยกเว้นลักษณะที่เป็นความสามารถในการปรับตัว ซึ่งสิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจจะไม่มี สิ่งมีชีวิตบางชนิดดำรงชีวิตอบู่ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่งในขณะที่สิ่งแวดล้อมยังมีความเหมาะสม แต่เมื่อใดสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการปรับตัวให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเท่านั้นที่จะดำรงชีวิตอยู่และสืบลูกหลานต่อไป
ในเวลาต่อมามีการทดลองในทำนองเดียวกันนี้ โดยใช้แหล่งพลังงานต่างๆกันไป ปรากฏว่าได้ผลคล้ายคลึงกัน ทำให้คาดว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้วในโลกเรานี้มีสารเคมีที่ซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้เองจากสารเคมีที่มีอยู่ในบรรยากาศขณะนั้น ซึ่งเหมือนกับที่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำให้เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ แต่ในสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันสภาพบรรยากาศเต็มไปด้วยก๊าซอิสระมากมาย สารอินทรีย์สามารถทำปฏิกิริยากับก๊าซออกซิเจนจนเกิดการสลายตัว และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป การเกิดสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิตแรกเริ่มจึงไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีก สิ่งมีชีวิตรุ่นต่อมาจึงกำเนิดจากสิ่งมีชีวิตที่กำเนิดมาก่อน หรือกล่าวว่า สิ่งมีชีวิตต้องเกิดจากสิ่งมีชีวิตด้วยกัน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าในสภาวะแวดล้อมปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตไม่สามารถเกิดขึ้นได้เอง แต่จะเกิดจากการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเดิม โดยลูกหลานที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับพ่อแม่ แต่บางครั้งอาจพบว่ามีบางชีวิตที่แตกต่างจากพ่อแม่ ทั้งนี้เนื่องจากสิ่งมีชีวิตนั้นมีการปรับตัวเพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม
การปรับตัวเป็นสาเหตุสำคัญต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตใดปรับตัวได้ดีก็สามารถดำรงชีวิตและสืบพันธุ์ต่อไปได้
คำตอบเรื่องชีวิตเป็นคำตอบในเชิงพฤติกรรม ซึ่งต่างกับทางพระพุทธศาสนาชี้ให้ที่มาและที่ไปของชีวิตและองค์ประกอบสำคัญของชีวิต
โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [30 เม.ย. 2551 , 10:48:38 น.] ( IP = 58.9.115.128 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |