| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การนอนหลับคืออะไร? (๑๑)
การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๑๑)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
การนอนหลับคือจิตเป็นภวังค์ได้นั้นอาศัยเหตุ ๒ ประการ
ประการแรก ได้แก่ ถีนะกับมิทธะ ตัวการทำให้ง่วงเหงาหาวนอน ทำให้หลับลงไปได้
ประการที่สอง คือ หลับนอนลงไปด้วยอำนาจสมาธิ ได้แก่ทำจิตให้สงบมีอารมณ์อันเดียว
ซึ่งตัวการทำให้หลับทั้งสองนี้ เป็นเจตสิกที่ตรงกันข้าม
เมื่อได้พยายามแก้ในทางอื่นๆ เช่นแก้ไขเหตุการณ์ต่างๆ ก็ไม่อาจจะเป็นไปได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องบังคับเอาด้วยกำลัง เมื่อตัวการทำให้ง่วงเหงาหาวนอนคือ ถีนะ มิทธะ ไม่อาจมาทำงานได้แล้วก็ต้องใช้อิทธิพลของสมาธิ คือการตั้งจิตมั่น เพื่อหวังมิให้จิตสัดซ่ายไปมา แต่ให้มีอารมณ์อันเดียวที่เรากำหนดให้ อันเป็นวิธีที่สอง
เมื่อจิตตั้งมั่นได้พอสมควรแก่เวลาไม่ฟุ้งซ่านแล้ว เราตั้งใจถอนจิตออกมาจากสมาธิ หรือทำให้สมาธิที่กำหนดอยู่นั้นลดกำลังให้อ่อนลงในเวลาไม่ช้า การนอนหลับจะได้ตั้งต้นขึ้น เพราะได้เปิดช่องให้แก่ภวังคจิต คือนอนหลับได้เข้ามาแทนที่ ทั้งนี้เป็นการนอนหลับด้วยอำนาจของสมาธิ มิใช่ด้วยอำนาจของถีนะมิทธะอันเป็นเจตสิกทำให้ง่วงเหงาหาวนอนตามธรรมดาสามัญที่คนทั้งหลายประพฤติเป็นไปอยู่ทุกวัน คือวิธีนี้เป็นการนอนหลับโดยไม่ต้องอาศัยความง่วง
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 13:59:04 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 1
อย่างไรก็ดี การที่จะใช้อำนาจของสมาธินั้น ก็มิใช่ว่าจะหยิบฉวยสมาธิออกมาใช้ได้อย่างสะดวกสบายเหมือนเปิบข้าวใส่ปาก หากจะต้องมีความพากเพียรพยายามให้มาก ถ้ามีเวลาอาจจะฝึกหัดให้ได้วันละหลายๆ ครั้ง แต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลา ๑๕ นาที ถึง ๑ ชั่วโมง โดยเริ่มต้นตั้งแต่ครั้งละเล็กละน้อยไปก่อน เช่น ครั้งละ ๕ ถึง ๑๐ นาที เป็นต้น แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นๆ
การฝึกหัดให้จิตสงบเป็นสมาธิ ก็เป็นการหางานให้จิตทำเหมือนกัน แต่เป็นการหางานให้จิตทำโดยจับอารมณ์อันเดียวต่อๆ กันไป ไม่ให้หลุดไปยังอารมณ์อื่นๆ ไม่ให้มีอารมณ์ยุ่งเหยิง เป็นอารมณ์หลายอย่างๆ ต่างๆ กัน
ถึงแม้ว่า จะได้มีความเพียรฝึกสมาธิโดยไม่ได้ย่อหย่อนท้อถอยเลยก็ตาม ก็มิใช่ว่าจะทำให้บังเกิดผลดีได้ภายในสองหรือสามวัน หรือสามสัปดาห์ บางท่านอาจต้องใช้เวลานับเดือนหรือเป็นปีกว่าจะได้ผลบ้าง
อย่างไรก็ดี จะปรากฏผลดีขึ้นทีละน้อย และในที่สุดจะเป็นผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่แก่ชีวิตคุ้มกับความยากลำบากและเวลาที่ต้องเสียไปอย่างเปรียบกันมิได้เลย เพราะนอกจากจะเอาสมาธิไปใช้กับเรื่องของการนอนหลับแล้วยังจะนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกเป็นอันมาก
เช่นในการศึกษาเล่าเรียนในวิชาการต่างๆ ในการคิดในการทำธุรกิจการงานให้ดำเนินไปสู่ความสำเร็จด้วยดี จะช่วยเหลือในยามป่วยเจ็บทรมานที่ต้องนอนอยู่บนเตียง เมื่อเวลาเกิดทุกข์เกิดเศร้าหมองขุ่นมัวใจก็รู้จักหลบเข้าไปอยู่ในสมาธิเสัยเป็นครั้งเป็นคราว ทำให้ความทุกข์ความเดือดร้อนค่อยคลายลงไป
นอกจากนั้นก็จะได้เอาไว้ใช้แก้ปัญหาตลอดไปจนบังคับบัญชาให้จิตของตนมีอำนาจจนถึงนำไปใช้ในหลักปฏิบัติตามการณ์ของพระพุทธศาสนาต่อไป
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 13:59:32 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 2
ผมต้องการเสนอแนะให้ท่านได้ฝึกหัดการทำสมาธิสักสองแบบ และทั้งสองอย่างนี้ไม่ต้องยุ่งยากลำบากอะไรนัก ทั้งจะมีอุปนิสัยใจคออย่างไรก็พอจะอนุโลมใช้ไปได้ แต่จะต้องอาศัยความพยายามสักหน่อยเท่านั้น สมาธิสองอย่างดังกล่าวก็คือ โอทาตกสิณ กับอานาปานสติ
๑. โอทาตกสิณ สมาธิแบบที่เรียกกันว่า "โอทาตกสิณ"(เพ่งสีขาว ภาพวงกลมสีขาว) นั้นมุ่งหมายจะให้ท่านได้นำไปใช้ฝึกสมาธิ ซึ่งแน่ละจำเป็นจะต้องมีการตระเตรียมข้าวของบ้างเล็กน้อยซึ่งจะนำมาตั้งให้จิตกำหนด
การเพ่งโอทาตกสิณนี้ใช้ได้กับผู้ที่ต้องการจะพักผ่อนหลับนอนแต่การหลับนอนนั้นมิได้เป็นดังใจ เมื่อเพ่งโอทาตกสิณจนจิตมีสมาธิพอสมควรไม่ฟุ้งซ่านแล้ว ก็ถอยจิตลงมาจากสมาธิ แล้วการนอนหลับก็จะเกิดขึ้นได้ต่อจากสมาธินั้น เป็นการนอนหลับที่ไม่ต้องมีการง่วงเลย นี่พูดสำหรับคนที่นอนหลับยาก
นอกจากนี้ยังนำโอทาตกสิณไปใช้ได้ประโยชน์สำหรับคนที่นอนหลับง่ายเกินไป คือคนที่ชอบง่วงนอนบ่อยๆ หรือนอนหลับมากจนจะคิดทำอะไรจิตใจตั้งมั่นไม่ค่อยได้ บังเกิดความง่วงอยู่เป็นประจำ เพื่อจะแก้ปัญหาของผู้ที่นอนหลับง่ายเกินไป ก็ใช้โอทาตกสิณได้เหมือนกัน
ผู้ปฏิบัติจนได้ผลจะทำให้จิตใจแจ่มใส ถีนะ มิทธะ ความง่วงเหงาเข้าครอบงำจิตไม่ค่อยได้ ใจคอสว่างไสวไม่ง่วง ซึ่งกสิณนี้จะให้ผลเป็นพิเศษกว่ากสิณอื่นๆ
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 13:59:50 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 3
เครื่องมือที่จะต้องใช้ประกอบการทำสมาธิแบบนี้ ก็จัดหาได้ไม่ยากเย็นอะไร ใช้ไม้อัดบางๆ กระดาษแข็งๆ หรือสังกะสีกว้างยาวประมาณ ๓ ฟุต หาที่พื้นสม่ำเสมอหรือปรับเสียให้เรียบร้อย ถ้าเป็นสังกะสีบางก็เอาไม้ทำขอบทางด้านหลังเสียเพื่อให้ตรง เรียบ แล้วเอาสีดำทาพื้นที่ทั้งหมด แต่มีที่จะทานั้นควรจะเป็นสีที่ไม่เข้าน้ำมันมากๆ (จะใช้หมึกจีนก็ได้) ซึ่งจะไม่เป็นเงาสะท้อนแสงเข้าตา
เมื่อสีแห้งดีแล้วจึงเอากระดาษขาวแผ่นหนึ่ง เช่นกระดาษวาดเขียน ตัดให้เป็นวงกลมโตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐-๒๒ เซนติเมตร ทากาวปิดลงไปตรงศูนย์กลางของแผ่นไม้ หรือสังกะสีนั้นให้แน่นหนา ทุกอย่างดูแลให้สะอาดเรียบร้อยสวยงาม(เพื่อว่าภาพอันประณีตนั้นจะได้ติดอยู่ในใจ จะเป็นเหตุทำให้การปฏิบัติเป็นผลดี) ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน
เมื่อจะทำสมาธิ ก็เอาวงกสิณที่ทำแล้วนั้นวางตรงหน้าแต่ไม่ให้ใกล้หรือไกลเกินไป ทั้งนี้ เพื่อหวังจะไม่ให้เห็นวงกสิณนั้นหยาบหรือขรุขระจนจะเป็นเหตุให้เก็บนิมิตที่ไม่ดีเอาไว้ในจิต หรือไกลเกินไปจนเห็นได้ไม่ชัด
การวางดวงกสิณนี้ ควรจะต้องพิจารณาว่า เมื่อเพ่งดวงกสิณนั้นจะต้องให้มองเห็นเฉพาะวงกสิณเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ การเอาตะเกียงหรือไฟฟ้าวางไว้ข้างหน้าหรือข้างๆ ก็จะเป็นเหตุให้แสงไฟเข้าตา ดังนั้นจึงควรที่จะเอาไฟวางด้านหลังหรือข้างบนให้พ้นจากสายตาที่จะกระทบ ได้รับแต่แสงสว่างเข้าไปเท่านั้น แล้วต้องให้สว่างสดใสชัดเจนด้วย
การปฏิบัตินั้นควรที่จะกำหนดเวลาเสียให้แน่นอนว่าจะปฏิบัติวันละกี่ครั้ง ครั้งละประมาณกี่นาที แต่ในตอนกลางคืนจะต้องปฏิบัติทุกๆ คืน เช่นก่อนจะนอนเป็นต้น และก็มิใช่ว่าจะทำเมื่อตอนนอนไม่หลับเท่านั้น หากแต่ว่าต้องฝึกอยู่ทุกๆ วันจนเกิดสมาธิเพิ่มมากขึ้นๆ จนถึงขั้นดีจริงๆ
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 14:00:09 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 4
เอาองค์กสิณมาตั้งตรงหน้าดังกล่าวแล้ว อย่าให้สูงหรือต่ำจนเกินไปจนต้องก้มหรือเงย ลืมตาเพ่งมององค์กสิณสีขาวนั้นแต่มิใช่เอาไปจดจ่ออยู่ที่ขอบหรือตรงจุดศูนย์กลาง ต้องมองดูทั่วๆ ไปทั้งหมดภายในวงสีขาว
เมื่อขณะที่เพ่งมองดูวงกลมสีขาวอยู่นั้น ปากก็บริกรรมว่า "สีขาว ..สีขาว..." พูดในใจโดยมีระยะห่างๆ กันเช่น ๒ นาทีสักครั้งหนึ่ง และมิใช่จะพูดไปเหมือนการท่องคาถาหรือสวดมนต์ โดยมิได้มีความเข้าใจและมิได้หยุดหย่อน
ส่วนจิตใจก็ตั้งมั่นจดจ่ออยู่ในองค์กสิณอย่างตั้งใจ เหมือนกับแมวที่กำลังหิวโซจ้องดูหนูที่เป็นเหยื่อที่อยู่เฉพาะหน้าอย่างจริงจัง แต่ก็ต้องระวังมิใช่เคร่งเครียด
ในการบริกรรมในใจว่า สีขาว สีขาว นั้น จงกระทำทั้งในเวลาลืมตาและหลับตาสลับกันไป เมื่อเริ่มปฏิบัติยังใหม่ๆ อยู่นั้น จงลืมตาให้มากและหลับตาให้น้อยที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อประสงค์ว่าจะให้เกิดสมาธิ เกิดอุคหนิมิต คือภาพสีขาวนั้นติดตา ซึ่งก็คือให้เกิดเป็นมโนภาพขึ้นทางใจอย่างเด่นชัดนั่นเอง เมื่อภาพสีขาวชัดเจนอยู่ในใจแล้ว จึงค่อยเพ่งโดยหลับตาอย่างเดียว
เมื่อกำลังเพ่งองค์กสิณอยู่นั้น จะต้องพยายามต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาคอยขัดขวางอยู่ตลอดเวลา เพราะจิตใจจะแยกออกไปคิดถึงเรื่องราวภายนอกอยู่เสมอ ผู้ที่ปฏิบัติจำเป็นจะต้องหันจิตกลับมาจดจ่ออยู่ยังที่เดิมให้ได้ทุกครั้งเมื่อรู้สึกว่าเผลอตัวไป แต่ไม่ควรมีความโรกธแค้นหรือเสียใจที่จิตตั้งมั่นคงไม่ได้บ่อยๆ
ค่อยๆ อุตส่าห์ปฏิบัติไปเรื่อยๆ ด้วยใจคอเยือกเย็น อย่าได้รีบร้อนเพื่อหวังว่าจะให้สำเร็จเร็วๆ และอย่าได้กระทำอย่างใจจดจ่อเคร่งเครียดเป็นอันขาด
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 14:00:28 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 5
เมื่อลงมือปฏิบัติใหม่ๆ นั้น สมาธิยังไม่มีกำลัง อาจจะรู้สึกมีความเหน็ดเหนื่อยทางจิตใจทำให้อ่อนเพลีย เมื่อเป็นดังนี้ ไม่ช้านักถีนะมิทธะเจตสิกเป็นตัวการทำให้ง่วงเหงาหาวนอนก็จะเกิดขึ้นครอบงำจิตทำให้อยากจะหยุดพักหรือหลับนอน ก็จงอย่าได้ล้มตัวลงนอน เพราะคงจะไม่นอนหลับได้จริงๆ เพราะความง่วงนอนอาจเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุที่จิตใจเบื่อหน่ายต่อการกำหนดอารมณ์อันเดียว หาอารมณ์ต่างๆ กินไม่ได้ง่ายๆ
ในขณะนี้เราตั้งเจตนาเอาไว้ว่า จะทำสมาธิเท่านั้น ไม่ใช่จะนอนหลับ ดังนั้น ถ้าทนง่วงไม่ไหวก็หาทางให้ความง่วงหายไปเสียโดยวิธีต่างๆ เช่น ไปอาบน้ำเย็น หรือไปเดินเสียสักพัก เป็นต้น
เมื่อการปฏิบัติเป็นไปทุกๆ วันโดยสม่ำเสมอแล้ว ไม่ช้านักก็จะมีอุคหนิมิตปรากฏอยู่ในใจ มโนภาพกลมสีขาวนั้นจะปรากฏชัดเจนแจ่มใสไม่หายไปได้โดยง่าย ไม่ว่าจะหลับตาหรือลืมตา จะยืน เดิน นั่ง นอน ภาพวงกลมสีขาวก็จะปรากฏอยู่เสมอเมื่อนึกถึง
ถ้าเป็นไปดังนี้แล้วก็ควรเลิกใช้วงกสิณนั้นได้ และจะกำหนดเอาโดยมิต้องไปมองดูวงกสิณนั้นต่อไปเมื่อมีเวลาว่าง ไม่ว่าจะนั่งหรือนอน แม้ในที่ทำงานก็ควรจะกำหนดภาพทางใจนี้ไว้เสมอ เวลานี้จิตจะมีความมั่นคงพอสมควร ไม่ซัดส่ายไปมาเหมือนเทียนที่จุดไว้แล้วมาต้องลม
เมื่อปฏิบัติต่อไปจิตก็จะเชื่องเข้าทุกที แล้วจะบังคับให้หลับให้ตื่นอย่างไรก้ได้โดยง่าย และเพื่อผลอันแน่นอนจะต้องหมั่นปฏิบัติเรื่อยๆ ไปอย่าหยุดเสีย
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 14:00:47 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 6
ถ้าในขณะกำหนดสมาธิอยู่นั้น ภาพวงกลมสีขาวมิได้ปรากฏขึ้นในใจได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน ก็จำเป็นจะต้องเอาภาพวงกลมที่เก็บเอาไว้ แล้วออกมาตั้งบริกรรมไปใหม่
ถ้าในระหว่างปฏิบัติอยู่นั้นเกิดนิมิตต่างๆ ขึ้น เช่น เห็นคน เห็นสัตว์ เห็นต้นไม้ ภูเขา เห็นสวรรค์ นรก หรือรู้สึกว่าตัวเบาลอยได้ หรือจะเห็นอะไรๆ ทุกอย่างแล้ว ก็ควรจะกำหนดรู้เสียว่า เป็นนิมิตจิตสร้างขึ้นเท่านั้นมิใช่เป็นความจริง และไม่ใส่ใจที่จะดูหรือรู้เห็นอะไรทั้งนั้น มีแต่ความปรารถนาประการเดียวเท่านั้น แล้วกำหนดจิตเพื่อให้เกิดสมาธิต่อไปใหม่
เมื่อมีสมาธิดีพอสมควรแล้ว ผู้ปฏิบัติอยากจะนอนหลับหรืออยากจะไม่ให้หลับก็จะบังคับเอาได้ตามความปรารถนาดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ในบรรดากสิณนั้นมีหลายอย่างด้วยกัน(เพ่งสีต่างๆ) การเพ่งโอทาตกสิณนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกย่องว่าเป็นกสิณอันประเสริฐ เพราะจะทำให้จิตใจของผู้ปฏิบัติมีความผ่องใสปราศจากความง่วงเหงาหาวนอนได้โดยง่าย แต่ถ้าต้องการจะนอนหลับก็ถอยจิตออกมาจากกสิณนี้ทีละน้อยๆ
สำหรับกสิณนี้ถ้าผู้ปฏิบัติมีความเพียรมิได้ท้อถอย ยังมีความสามารถอีกอย่างหนึ่ง คือ ทำให้ผู้ปฏิบัติทราบเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีต และอนาคตได้บ้างตามสมควร แต่ก็ไม่ควรหวังว่า จะทำการปฏิบัติสมาธิเพื่อจะได้เห็นตัวเลขล๊อตเตอรี่
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 14:01:03 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 7
งานของจิตนั้นก็คือ ชอบมีอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ความขยันหมั่นเพียรของจิตนี้เป็นเรื่องราวที่ห้ามไม่ได้เลยจริงๆ ไม่มีใครเลยจะห้ามจิตให้หยุดคิด หยุดฝัน หยุดมีอารมณ์
ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำต้องปล่อยให้เกิดอารมณ์เรื่อยๆ ไปตามธรรมชาติของเขา เรามิได้หักหาญสะกัดกั้นมิให้อารมณ์เกิด เพราะห้ามไม่ได้อยู่แล้ว แต่เราต้องหาอารมณ์ใหม่มาให้จิตทำงานเสีย และอารมณ์ที่หามาให้จิตทำนั้นจะต้องมาก และต้องไม่ให้ขาดสายเลยทีเดียว ทั้งต้องระวังไม่ให้จิตแฉลบออกไปคิเรื่องอื่นๆ แม้แต่นิดเดียว นอกจากงานที่เรากำหนดให้เท่านั้น
ตามที่ผมได้กล่าวมานี้ก็จะเห็นได้ว่า เรามิได้ห้ามจิตไม่ให้คิด เพราะห้ามมันไม่ได้ แต่กลับหาเรื่องมาให้มันคิดใหม่ ให้คิดมากไม่ให้หยุดเลย และจะต้องเป็นการงานที่จิตต้องรับผิดชอบด้วย
ถ้าไม่ได้รับผิดชอบเสียเลยแล้ว จิตก็จะขาดความระมัดระวัง กระทำอะไรไปตามใจตัว แล้วกลับกระโดดเข้าไปจับความคิดที่ฟุ้งซ่านวุ่นวายอย่างเดิมอีก
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 14:01:19 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 8
ผมเคยแนะนำวิธีให้คนที่นอนไม่หลับนำไปใช้หลายคนต่างก็ทำได้ผลพอสมควร บางคนได้ผลค่อนข้างดีแล้วใช้ต่อมาอีกนานปี แต่บางคนก็ได้ผลน้อยซึ่งผมก็ขอให้พยายามต่อไป
ผลที่ได้รับจะมากหรือน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับความแยบยลในใจด้วย จิตมีความมั่นคงว่า จะทำได้ผลแน่แล้วก็มีความพากเพียรด้วยใจมีศรัทธาเพียงพอ และสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับนั้นจะต้องมีกำลังไม่มากจนเกินไปนัก
การปฏิบัติในเรื่องนี้ไม่ใช่ยากเย็นอะไร แต่จะต้องอาศัยความพยายามให้มากสักหน่อย และหมั่นทำจิตให้มีความรู้สึกตัวขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่เผลอเรอปล่อยไปตามสบาย ถ้าไม่ระวังแล้วจิตก็จะไปจับความวุ่นวายต่างๆ เข้าอีก
ส่วนที่ว่าจิตทำให้มีความรู้สึกตัวก็คือ ตั้งใจทำด้วยความสำนึกรู้ชัดเจนว่า ทำอะไรขึ้นเป็นคราวๆ มิใช่ว่าทำไปตามความชำนาญจนจิตเลื่อนลอยไปทางอื่นได้ง่ายๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [30 เม.ย. 2551 , 14:01:39 น.] ( IP = 125.26.42.21 : : )
สลักธรรม 9มารับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการนอนหลับ และสาเหตุที่นอนไม่หลับต่อครับผม
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงในคำอธิบายที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์มากครับ
ขอบคุณมากครับคุณศาลาธรรม ที่นำประโยชน์มาฝากครับโดย พี่เณร [30 เม.ย. 2551 , 16:43:46 น.] ( IP = 58.9.138.139 : : )
สลักธรรม 10น้อมระลึกและกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำความรู้มาฝากเสมอๆ
โดย Nong Au [30 เม.ย. 2551 , 20:29:52 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |