| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การนอนหลับคืออะไร? (๑๒)
การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๑๒)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
๒. อานาปานสติ
อานาปานสตินั้น เป็นการทำสมาธิโดยกำหนดลมหายใจเข้าออกของตัวเอง การทำสมาธิแบบนี้คนไทยส่วนใหญ่ใช้กันทั่วไป แต่ก็แยกแยะการปฏิบัติในส่วนปลีกย่อยออกไปต่างกันบ้าง
ผมก็จะอธิบายการปฏิบัติแบบนี้ให้ท่านนำไปใช้ทำสมาธิเพื่อช่วยให้จิตใจตั้งอยู่ในความสงบ เพื่อประโยชน์เฉพาะอย่างยิ่งทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่านอันจะเป็นเหตุให้การนอนหลับเป็นไปได้ยากเย็น
การกำหนดลมหายใจเข้าออกนั้นก็คือ กำหนดจิตใจลงไปที่ลมหายใจกระทบที่ปลายจมูก ที่ริมฝีปากบน หรือที่ขอบของจมูกที่ใดที่หนึ่ง ซึ่ง ณ ที่นั้นรู้สึกกระทบชัดเจนมากทั้งลมหายใจเข้าและลมหายใจออก
เอาจิตใจกำหนดลงไปที่ตรงลมกระทบชัดเจนนั้นแห่งเดียว ทั้งลมหายใจเข้าและหายใจออก ไม่บังควรเอาจิตตามลงไปในท้องหรือตามลมออกไปภายนอก ทำให้เหมือนนายประตูที่มีความฉับไว ใครเข้าออกก็รู้ ใครเข้าออกก็เห็น แต่มิได้ตามคนเข้าหรือคนออกไปด้วย
โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2551 , 10:18:24 น.] ( IP = 125.26.40.244 : : )
สลักธรรม 1
การตามลมหายใจเข้า ตามลมหายใจออก จะทำให้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เหมือนเราดึงสายเชือกแกว่งเปลเด็กอ่อนที่นอนหลับ เปลแกว่งไปเราก็ดูตามไปจนสุด เปลแกว่งมาเราก็ดูตามมาจนสุดเหมือนกัน ไม่ช้าไม่นานก็จะรู้สึกเมื่อย รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แล้วดูต่อไปไม่ไหว
ความจริงเราควรจะดูตรงที่มือถือเชือกเท่านั้นก็พอ เปลจะแกว่งแรงหรือแกว่งค่อย เร็วหรือช้า เราดูเฉพาะที่มือเราก็รู้สึกได้ไม่ต้องหันไปหันมาให้ลำบาก ดูมือที่ดึงสายเชือกเท่านั้น ย่อมจะบอกให้เรารู้ว่า ควรจะดึงแรงหรือค่อยสักเท่าใด
ทั้งนี้ ก็เหมือนกับเอาจิตใจกำหนดดูลมที่มากระทบแล้วก็ทำความรู้สึกในการกระทบนั้น ให้รู้ทั้งลมหายใจเข้าและหายใจออก ว่าลมเข้าหรือออกนั้นแรงหรืออ่อนประการใด
อย่างไรก็ดี สำหรับการฝึกหัดทำสมาธิโดยกำหนดลมหายใจดังนี้ บางทีใจยังตั้งมั่นอยู่ตรงที่กระทบไม่ค่อยได้เหมือนไฟที่ตั้งอยู่ท่ามกลางสายลม จิตใจจะซัดส่ายไปมาในสารทิศต่างๆ
ทั้งนี้ก็จะพิจารณาเห็นได้ว่าการงานของจิตที่กำหนดลมหายใจเข้าลมหายใจออกนั้น การงานที่จิตทำออกจะน้อยไปเสียแล้ว เพราะระยะของลมเข้าและลมออกนั้นยาวเกินไป จิตจึงมีช่องว่างมากพอที่จะออกท่องเที่ยวไปในสารทิศต่างๆ อีก ดังนั้นจึงจำต้องหางานให้จิตทำเพิ่มขึ้นแล้ว เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าวนั้นเสีย
ผู้ปฏิบัติก็จะกล่าวคำว่า พุทธ เมื่อกระทบลมหายใจเข้า และจะกล่าวคำว่า โธ เมื่อกระทบลมหายใจออก ทั้งนี้เป็นการกล่าวขึ้นในใจทุกๆ ครั้งที่ลมกระทบ
โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2551 , 10:18:50 น.] ( IP = 125.26.40.244 : : )
สลักธรรม 2
การที่เราเอาจิตเข้าไปสังเกตลมหายใจเข้าออก หรือแม้จะกล่าวในใจเมื่อหายใจเข้าว่า พุทธ หายใจออกว่า โธ แล้วก็ดี การสังเกตลมหายใจเข้าหายใจออกแล้วกล่าวคำว่า พุทโธนั้น สังเกตลมหายใจเข้าครั้งหนึ่ง หายใจออกครั้งหนึ่ง พุทธครั้งหนึ่ง โธครั้งหนึ่ง รวามเป็น ๔ ครั้งนั้นยาวเกินไป ไม่เหมาะสมกับจิตที่เกิดดับอยู่อยางรวดเร็ว ทั้งคล่องแคล่วว่องไวอย่างเหลือเกิน
เมื่อต้องทิ้งทอดระยะเช่นนี้ก็เป็นการเปิดช่องว่างให้แก่จิตที่จะไถลออกไปนอกทางได้โดยง่ายอีก ดังนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องหาทางให้จิตได้มีงานเพิ่มขึ้นไป ให้มีช่องว่างน้อยลงอีก เปรียบเหมือนคนดูแลเด็กที่ซุกซนมาก ก็จำเป็นจะต้องดูอยู่ตลอดเวลาไม่ให้คลาดสายตาได้ เพราะถ้าเผลอปล่อยให้ช่วงจังหวะขาด เด็กคลาดสายตาไปเมื่อใด เด็กนั้นก็จะออกนอกทางที่เรามุ่งหมายไว้
การนับลมหายใจเข้าออกนั้นก็มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน แต่ผมจะเสนอแนะให้ท่านลองใช้ดูสักวิธีหนึ่ง ซึ่งมีผู้ปฏิบัติได้ผลมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าต้องมีความพยายามและต้องไม่เคร่งเครียดจนเกินไปนัก วิธีนี้ก็คือการนับเลขตามลมหายใจไปตามลำดับแล้วก็ย้อนกลับนับถอยหลังลงมา
๑. จงนอนในท่าที่สบายตามที่เคยถนัด หายใจตามสบายตามปกติ แล้วกำหนดนับในใจว่า ๑ เมื่อหายใจเข้า และกำหนดนับในใจว่า ๑ เมื่อหายใจออก แล้วกำหนดนับในใจว่า ๒ เมื่อหายใจเข้า และกำหนดนับในใจว่า ๒ เมื่อหายใจออก กำหนดนับเช่นนี้เรื่อยๆไป จนถึงหายใจเข้านับว่า ๑๐ หายใจออกนับว่า ๑๐
๒. กำหนดนับในใจเหมือนข้อ ๑ ซ้ำอีกครั้ง กำหนดนับเรื่อยๆ ไป แต่ทว่านับไปถึง ๙ เท่านั้นก็หยุด แล้วย้อนกลับมานับ ๑ ซ้ำอีก คราวนี้นับมาให้ถึง ๘ เท่านั้น นับถอยลงมาเช่นนี้จนเหลือสุดท้ายหายใจเข้านับ ๑ หายใจออกนับ ๑
โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2551 , 10:19:07 น.] ( IP = 125.26.40.244 : : )
สลักธรรม 3
๓. เมื่อกำหนดับตามข้อ ๑ และ ๒ สิ้นสุดลงจนถึงเลข ๑ แล้ว ต่อจากนี้ไปจงนับย้อนกลับจากสิบลงมาบ้างคือ หายใจเข้าพร้อมกับการนับว่า ๑๐ หายใจออกพร้อมกับการนับว่า ๑๐ แล้วต่อไปหายใจเข้าพร้อมกับการนับว่า ๙ หายใจออกพร้อมกับการนับว่า ๙ จนถึงหายใจเข้านับว่า ๑ หายใจออกนับว่า ๑
๔. เมื่อหายใจเข้าหายใจออกนับ ๙ หายใจเข้าหายใจออกนับ ๘ หายใจเข้าหายใจออกนับ ๗ นับลดเรื่อยๆ ไปจนถึงหายใจเข้าหายใจออกนับ ๑
เมื่อนับจบในข้อ ๔ แล้ว ก็กลับไปตั้งต้นจากข้อ ๑ มาจนถึงข้อ ๔ อีก วนเวียนกันอยู่เช่นนี้เรื่อยๆ ไป
ขอเขียนเป็นตัวเลขเพื่อให้ท่านเข้าใจง่ายดังนี้ (ตัวเลขตัวหนึ่งเป็นการนับในใจ ทั้งหายใจเข้า หายใจออก นับการหายใจเข้าเป็นจุดเริ่มต้น)
โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2551 , 10:19:23 น.] ( IP = 125.26.40.244 : : )
สลักธรรม 4
ผมได้กล่าวมาแล้วว่า จิตนั้นมีความแคล่วคล่องว่องไวเหลือเกิน ถ้าไม่มีการงานทำ คือกำหนดอารมณ์ให้ติดต่อกันไปเป็นอย่างดีแล้ว ก็จะหนีเตลิดออกไปนอกทางได้โดยง่าย ดังนั้นการกำหนดนับดังกล่าวจึงเป็นการหางานให้จิตทำมากขึ้น เพราะจิตต้องคอยระวังการนับซึ่งจะต่อกันไปเรื่อยๆ ทั้งลมหายใจเข้าและหายใจออกก็ต้องคอยระวัง
นอกจากนั้น จิตยังต้องระแวดระวังกำหนดนับตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดเอาไว้นั้นเป็นอย่างดีด้วย เพราะหาไม่แล้วก็จะนับเลยไป เช่นเมื่อนับถึง ๑๐ แล้ว ต่อไปจะต้องนับถึง ๙ ถึง ๘ ถึง ๗ ตามลำดับ
ในการนับตั้งแต่ ๑๐ ก็เหมือนกัน เป็นการนับถอยหลังซึ่งจะต้องระวังมากที่จะนับไม่ให้ผิด ยิ่งกว่านั้น เมื่อนับถึง ๑ แล้วต่อไปจะต้องนับจาก ๙ ไปจนถึง ๑ เป็นลำดับไป ซึ่งการนับดังกล่าวนี้ ถ้าขาดความใส่ใจแม้แต่เล็กน้อยแล้วจะนับผิดหมด
ในการกำหนดนับดังกล่าวนี้ ไม่ควรจะทำเมื่อตอนที่นอนไม่หลับเท่านั้น หากแต่จะต้องปฏิบัติอยู่ทุกๆ คืนที่ล้มตัวนอน เป็นการฝึกหัดจิตให้อยู่ในอารมณ์ที่กำหนดเอาไว้ให้เคยชิน เมื่อหมั่นทำอยู่เสมอๆ แล้วจิตก็จะเกิดสมาธิขึ้นเป็นขณะๆ ติดต่อกันไป ภายหลังเมื่อจะใช้ก็หยิบฉวยเอามาได้ตามชอบใจ เหมือนผู้สะสมเงินแล้วเก็บเอาไว้ เมื่อถึงเวลาจะเอามาใช้ก็จะหยิบมาได้โดยสะดวก ผู้มีสมาธิดีแล้วจะกำหนดหลับเมื่อใดหรือจะกำหนดตื่นในเวลาใดก็ได้ง่าย
โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2551 , 10:19:46 น.] ( IP = 125.26.40.244 : : )
สลักธรรม 5
ผู้ปฏิบัติดังกล่าวแล้วด้วยความตั้งใจจริง ทั้งจิตก็มิได้หลุดออกไปยังอารมณ์ฟุ้งซ่านต่างๆ แต่ก็ยังนอนไม่หลับอยู่นั่นเอง ถ้าเป็นเช่นนี้ท่านก็ไม่ต้องตกใจ เพราะทั้งร่างกายและจิตใจได้รับการพักผ่อนพอสมควรแล้ว จงทำใจให้สบายไม่ต้องวิตกกังวล แล้วปฏิบัติต่อไปอีกเถิด โดยมากไม่ช้าไม่นานเท่าไรนัก ก็จะหลับลงได้ตามปรารถนา
ผมได้อธิบายถึงการทำให้เกิดสมาธิ เพื่อหวังว่าจะได้ใช้แก้ไขเมื่อเวลานอนไม่หลับ โดยนับตัวเลขย้อนกลับไปกลับมา การที่กระทำดังนั้นก็เพราะมีความปรารถนาว่า จะหางานมาให้จิตได้ทำเสียให้มากๆ ให้การงานแก่จิตเสียให้มากจนจิตไม่มีช่องโอกาสที่จะเล็ดลอดออกไปท่องเที่ยวคิดหาอารมณ์ต่างๆ อันเป็นความฟุ้งซ่านได้น้อยลง
เมื่อจิตลดความฟุ้งซ่านลงไป สมาธิก็จะเริ่มตั้งต้นในเวลาไม่ช้า ต่อไปเมื่อปรารถนาว่าจะนอนหลับก็ควรจะถอยจิตออกมาจากการนับนั้น ให้มากำหนดลงในอารมณ์อื่น เช่นกำหนดลมหายใจเป็นต้น การถอยควรกำหนดให้เป็นไปอย่างแผ่วเบา ปล่อยออกไปให้ยึดจับอารมณ์ไม่แน่นหนาชัดเจน เมื่อถึงขั้นนี้ภวังคจิตคือการนอนหลับก็จะเกิดขึ้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [1 พ.ค. 2551 , 10:20:02 น.] ( IP = 125.26.40.244 : : )
สลักธรรม 6มาติดตามอ่านต่อ แหมไม่ถนัดการทำอานาปานสติเลย คงจะยิ่งทำให้นอนไม่หลับหรือเปล่าเนี่ยสำหรับคนที่ไม่เคยทำ
อย่างไรก็ตามก็เป็นมางหนึ่งให้เลือก
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [2 พ.ค. 2551 , 10:06:38 น.] ( IP = 124.121.175.242 : : )
สลักธรรม 7นับว่าเป็นความรู้อย่างยิ่งค่ะ
นอกจากนี้ยังนำประโยชน์นี้ช่วยแนะนำคนต่างชาติได้ด้วยค่ะ
อย่างน้อยก็คงทำให้เขามีพลังใจและสามารถนำความรู้ไปปฏิบัติเพื่อแก้ปํญหาให้กับชีวิตได้บ้างในบางขณะ
ขอบพระคุณคุณศาสลาธรรมมากค่ะโดย น้องอุ๊ [3 พ.ค. 2551 , 07:46:19 น.] ( IP = 96.227.104.222 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |