มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระทรงชัยทรงฉัตรแก้ว




พระทรงชัยทรงฉัตรแก้ว

ด้วยพระบารมี พระจริยวัตรอันทรงธรรมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพราะในพระทัยของพระองค์ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร ซึ่งจะเห็นจากโครงการในพระราชดำริทุกโครงการจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรให้เกิดความอยู่ดีกินดีทั้งสิ้น อันได้ชื่อว่าพระองค์ทรงเมตตาและมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยด้วยดีมาโดยตลอด ทรงเป็นห่วงพสกนิกร มากกว่าห่วงพระองค์เอง หลายครั้งที่พระองค์ทรงประชวร และด้วยพระองค์ทรงมีพระชนมพรรษามากขนาดนี้ แต่พระองค์มิวายที่จะเสด็จไปในงาน ในโครงการ ในพระราชพิธีเพื่อเป็นมหามงคลและเป็นขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน โดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยของพระองค์เองแม้แต่น้อย

เท่าที่ทราบนับว่าเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในโลก ที่ทรงธรรมสมบูรณ์ด้วยทศพิธราชธรรม ที่มีพระจริยวัตรอันงดงาม มีพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์สุขต่อพสกนิกร สมตามที่ได้รับการยกย่องจากเหล่าพระมหากษัตริย์จากนานาชาติในคราวที่เสด็จมาร่วมในพระราชพิธีเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ที่ผ่านมาว่า”พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่เหนือพระมหากษัตริย์” คำนี้แม้ไม่เป็นประโยคที่ยาวนัก แต่เป็นคำที่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ ที่เกิดจากฐานของความเป็นจริง ก็เพราะเหตุที่พระองค์มีพระจริยวัตรเช่นนั้น จึงได้รับความเคารพนับถือ ทำให้พสกนิกรชาวไทยมีความจงรักภักดี เสมือนพระองค์ทรงประทับในหัวใจของพสกนิกรชาวไทยแบบยั่งยืนมาโดยตลอด เพราะพระองค์ทรงธรรม ไม่ว่าจะเป็นพระจริยวัตร พระราชกรณียกิจของพระองค์จะประกอบด้วยธรรม คือมีธรรมเป็นฐานของพระราชกรณียกิจทั้งปวง เหตุนั้นพวกเราชาวไทยจึงนับว่าเป็นผู้ที่โชคดีที่เหนือความโชคดีทั้งมวลเช่นเดียวกัน

โดย ธีรวัส MAดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 พ.ค. 2551 , 18:45:00 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เคยมีพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๑๓ ความตอนหนึ่งว่า “ในบ้านเมืองเราทุกวันนี้ มีเสียงกล่าวกันว่า ความคิดจิตใจของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อม ความประพฤติที่เป็นความทุจริตหลายอย่าง มีท่าที่จะกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปพากันยอมรับและสมยอมให้กระทำได้เป็นธรรมดาสภาพการณ์ เช่น นี้ยอมทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมัวลงไป เป็นปัญหาใหญ่ที่เหมือนกระแสคลื่นอันไหลบ่าเข้ามาท่วมทั่วหมด จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการฝืนคลื่นที่กล่าวนั้นในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใด ๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าสิ่งนั้นชั่ว ว่าเสื่อม เราต้องฝืน ต้องต้านความคิด และความประพฤติทุกอย่างที่เรารู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำ เช่นนี้ให้ได้จริง ๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้น ๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไปและจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้เป็นลำดับ” พวกเรามวลพสกนิกรควรตระหนักในพระราชดำริ แล้วน้อมรับใส่ใจ และนำไปปฏิบัติให้เป็นวิถีชีวิต

จึงก่อเกิดความพร้อมเพรียงในชาวไทยกันทั้งประเทศ ความพร้อมเพรียงนี้คือความจงรักภักดี ซึ่งมีความหมายตามพจนานุกรม หมายถึงความผูกใจรักด้วยความเคารพนับถือ หรือรู้คุณอย่างยิ่ง ประเด็นสุดท้ายเป็นประเด็นที่อยากจะนำมาให้ท่านผู้อ่านได้ร่วมกันพิจารณา เพราะคำว่ารู้คุณอย่างยิ่ง คุณความดี หมายถึง ความดีที่มีประจำอยู่ในสิ่งนั้น ๆ ความเกื้อกูล เช่น รู้คุณ คือรู้คุณค่าที่มีในสิ่งนั้น ในคนนั้น ทั้งรู้คุณความดีและรู้คุณประโยชน์ที่มีในสิ่งนั้นหรือในคนนั้น เพื่อจะได้แสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ด้วยความรู้ มิใช่แสดงไปตามความรู้สึก ชอบและไม่ชอบ แต่ความรู้จะบอกถึงความถูก ความผิด และความเหมาะสม
ไม่เหมาะสม ควรกระทำหรือไม่กระทำ


โดย Tvb (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 พ.ค. 2551 , 18:46:25 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : )


  สลักธรรม 2


คุณลักษณะที่ดีของความจงรักภักดีหรือความจงรักภักดีที่มีคุณภาพ เป็นความจงรักภักดีด้วยปัญญา มิใช่เป็นความจงรักภักดีเพียงพิธีกรรม แต่ต้องเป็นความจงรักภักดีด้วยวิถีชีวิตที่แท้จริง เพื่อจะได้เป็นความจงรักภักดีด้วยคุณภาพแบบยั่งยืน เพราะสังคมไทยเป็นสังคมเดียวในโลกที่มีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ซึ่งเราจะเห็นได้จากในหลาย ๆ โอกาส หลาย ๆวาระที่มีความขัดแย้งทางความคิด เพียงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสตรัสออกมา ทุกฝ่ายที่ขัดแย้ง ที่ทำท่าจะรุนแรง จะบานปลายขยายมากขึ้นนั้น ทุกอย่างจะเงียบเรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน อันเป็นความมหัศจรรย์ ทำให้ชาวโลกตะลึงมาแล้วในหลาย ๆ ครั้ง


คนไทยมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และต่อพระบรมวงศานุวงศ์ แสดงออกโดย การแห่ไปเฝ้ารับเสด็จที่ละมาก ๆ หรือไม่ก็นัดหมายชุมชนกันที่ละมาก ๆ ประกอบพิธีจุดเทียนเฉลิมพระเกียรติ แล้วจบลงด้วยการร้องเพลงสดุดีมหาราชา เพลงสรรเสริญบารมี และการจะเข้าถึงปรัชญาให้วิถีชีวิตเข้าถึงพระราชประสงค์ของพระองค์ อย่างพระทรงตรัสสอนในเรื่องเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งหมายถึง การสร้างฐานะทางเศรษฐกิจแบบสมดุล มองรอบด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ และคำนึงถึงด้านนิเวศน์ คือหมายถึงการพัฒนา ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และตนเองต้องพึ่งตนเองได้เป็นฐานสำคัญ หากเหลือกินก็เผื่อแผ่คนอื่นได้ จะด้วยการแจก ด้วยการขาย แลกเปลี่ยนอะไรก็ได้ และมีความรู้สึกแบบเพียงพอ หรือพอดีจะมีความสุข โดยเป็นผู้รู้จักประมาณในตนเอง ในลักษณะอย่างนี้ คือความสมดุล และความรู้จักประมาณแห่งตนเอง ความสมดุลระหว่างวัตถุกับจิตใจ หรือความสมดุลระหว่างรูปธรรมกับนามธรรม
ความสมดุลระหว่างความรู้กับความประพฤติ ตามหลักสอนทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธองค์ตรัสสอนวิชชาและจรณะ เพราะหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนานั้นไม่เพียงมีความรู้ แต่ต้องเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตตามความรู้ แปรจากพิธีกรรมลงสู่วิถีชีวิต เช่น เดียวกันกับศาสนพิธีต้องเป็นสื่อนำให้คนเข้าถึงธรรม แล้วธรรมจะพัฒนาคน เพื่อทำให้คนปฏิบัติตามธรรมจนเป็นปกติ คือปฏิบัติตามธรรมเป็นวิถีชีวิต เมื่อปฏิบัติตามธรรมแล้วจะแก้ปัญหา หรือแก้ทุกขสัจจ์ของชีวิตและสังคมได้

โดย ธีรวัส MA (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 พ.ค. 2551 , 18:47:54 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : )


  สลักธรรม 3


คนเราสมัยทุกวันนี้ที่มีความเป็นทุกข์เพราะความยากจน และความยากจนนั้นมี ๒ ลักษณะ คือ ๑) ยากจนเพราะไม่มี กล่าวคือ ไม่มีจะกิน ไม่มีจะใช้ ความจนประเภทนี้น่าเห็นใจ น่าสงสาร และน่าให้ความช่วยเหลือ และ
๒) คือ ความยากจนเพราะมีไม่พอ ประเภทหลังนี้ เจ้าตัวมีความทุกข์มากเหมือนกัน เป็นคนที่น่าสงสาร เป็นคนที่น่าเห็นใจ แต่เป็นกลุ่มคนที่ไม่น่าให้ความช่วยเหลือด้วยวัตถุสิ่งของเงินทอง แต่ควรให้ความช่วยเหลือด้วยปัญญา ด้วยให้ข้อคิด เตือนสติให้รู้จักตัวตนของเขาเอง ให้รู้จักคำว่าเพียงพอแล้วเขาจะมีความรู้สึกที่พอเพียง เมื่อมีความรู้สึกพอเพียงแล้ว เขาจะเกิดความสุขภายในจิตใจของเขาเอง เพราะ ทั้ง ๒ ประเภทนี้มีความทุกข์ใจเหมือนกัน แต่เชื้อภายในใจก่อให้เกิดความทุกข์แตกต่างกัน



ดังนั้นที่ใจยังเป็นทุกข์เพราะไม่มีรู้จักประมาณตนเอง เมื่อไม่รู้จักประมาณตนแล้วก็เหมือนกับคนไม่รู้จักตน ในเมื่อไม่รู้จักตนก็จะไม่รู้เพียงพอกับตน แล้วจะหาความสุขให้ตนได้อย่างไร แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ตรัสสอนให้รู้จักตนเอง ให้รู้จักประมาณในตนเอง แล้วดำเนินชีวิตแบบสมดุล หรือแบบพอดีกับตน พอเพียงกับตน หรือพอประมาณแห่งตนเป็นฐานสำคัญ
ในเรื่องของเศรษฐกิจแบบพอเพียงนั้น แต่ยังมีคนส่วนหนึ่งไม่มีความเข้าใจในเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ หรือตามเศรษฐกิจแบบพอเพียง เพราะถูกวิธีคิดเศรษฐศาสตร์ตามแบบตะวันตก เศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ที่ถือว่าการเติบโตขึ้นอยู่กับการบริโภค ถ้าไม่โลภ ไม่อิจฉาและไม่แข่งขันก็ไม่สามารถพัฒนาได้ จึงจำเป็นต้องปลุกเร้าความอยากความต้องการให้มาก เศรษฐศาสตร์แบบนี้อาจจะบอกให้แปลงสินทรัพย์เป็นทุน แต่ที่แท้คือ แปลงทุนให้เป็นเงิน เป็นรายได้ จนกระทั่งทรัพยากรธรรมชาติ ถูกขายกินเกือบหมด


โดย ธีรวัส (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 พ.ค. 2551 , 18:48:54 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : )


  สลักธรรม 4


แต่วิธีคิดตามหลักพุทธปรัชญาอันเป็นที่มาของเศรษฐศาสตร์แนวพุทธ มีหลักการหลักคิดคนละอย่าง เน้นบริโภคให้น้อยที่สุด เพื่อการอยู่เย็นเป็นสุขมากที่สุด เป้าหมายจึงอยู่ที่ความอยู่เย็นเป็นสุขไม่ใช่การบริโภค แต่ในขณะที่เศรษฐศาสตร์ต้นแบบของวัตถุนิยมสมัยใหม่ ถือเอาการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายและความสุขเป็นผลที่ตามมา ดังนั้นเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่จึงเอาทรัพยากรธรรมชาติเป็นสินค้า ขายไปเพื่อให้ได้เงินมาซื้อปัจจัยต่าง ๆ เพื่อการบริโภค สำหรับเศรษฐศาสตร์แนวพุทธถือว่าทรัพยากรธรรมชาติเป็นทุนที่สำคัญเพื่อการมีชีวิตอยู่ จึงใช้อย่างมีสติ ใช้แบบไม่ทำลายให้หมดไป แต่ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เหลือให้ลูกหลานใช้ได้ด้วย เศรษฐศาสตร์แบบตะวันตกเขาเชื่อว่าเศรษฐกิจเป็นเป้าหมาย แต่สำหรับเศรษฐศาสตร์แนวพุทธมองเศรษฐกิจเป็นเพียงปัจจัย มิใช่เป้าหมาย ไม่ใช่คำตอบที่จะให้ความสุขกับชีวิตโดยรวมทั้งหมด



เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ทรงตรัสสอนในเรื่องความรู้รัก สามัคคี ให้มีความสมานฉันท์กับ ควรแล้วหรือที่จะหยุดอยู่แค่การชุมนุมไปรวมกลุ่มกันแล้วจุดเทียน ร้องเพลงสรรเสริญบารมี เพลงสดุดีมหาราชา แล้วก็แยกกันกลับบ้านใครบ้านมัน แล้วมาทะเลาะกันต่อ มาแย่งเก้าอี้กันต่อไป นี้เป็นเพราะความจงรักภักดีที่ไม่มีคุณภาพ เป็นความจงรักภักดีเพียงแค่พิธีกรรม ที่ทำตาม ๆ กัน ทำแบบเห่อ ๆ กันไป พูดก็พูดกันไปตามพิธีกรรมไม่ได้เกิดจากมโนสำนึกส่วนลึก เพียงแค่นั้นยังไม่เป็นวิถีชีวิต และลงสู่วิถีดำเนินชีวิต เพราะวัฒนธรรมแห่งการสมานฉันท์ คือความหวังที่ดีที่สุด ที่จะช่วยเยี่ยมยาความอยุติธรรมในอดีตให้จางหายไป เพื่อก่อให้เกิดความแปรเปลี่ยนทั้งในปัจเจกบุคคลและสังคมให้งอกงาม กล่าวคือทั้งสองฝ่ายย่อมพร้อมที่จะให้อภัยซึ่งกันและกัน ยอมรับอดีตและพร้อมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสำหรับอนาคต หมายถึงฐานคติทางจิตใจต้องมีคุณธรรม มีเมตตาธรรมต่อกันจึงจะเกิดความสมานฉันท์ได้โดยแท้จริง

โดย ธีรวัส MA (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 พ.ค. 2551 , 18:50:49 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : )


  สลักธรรม 5


เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ตรัสสอนเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต ควรแล้วหรือที่จะหยุดอยู่พิธีกรรม ในการกล่าวคำสัจจปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ เสร็จแล้วกลับบ้านยังประพฤติตนทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือยังฉ้อราษฎร์บังหลวง คดโกง นี้เป็นเพราะความจงรักภักดีที่ไม่มีคุณภาพ เป็นความจงรักภักดีเพียงแค่พิธีกรรม ยังไม่เป็นวิถีชีวิต และลงสู่วิถีดำเนินชีวิต พระองค์ต้องการให้พสกนิกรของพระองค์มีความรักสามัคคีต่อกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ต้องการให้ข้าราชการทุกภาคส่วนตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องการให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเป็นผู้มีศีลธรรม รู้จักประหยัดอดออม หากพวกเราประพฤติตนดำเนินชีวิต ตามอย่างที่พระองค์มีพระประสงค์ นั้นคือความจงรักภักดีที่แท้จริง เป็นความจงรักภักดีที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสกับพระสาวกครั้งที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ในสมัยพุทธกาล โดยใจความว่า “ แม้เธอจะจับชายจีวร เราอยู่ เฝ้ามองพระพักตร์เราอยู่ทุกวัน หากเธอไม่เข้าใจในธรรม ไม่นำธรรมไปปฏิบัติ ก็ได้ชื่อว่าไม่เห็นเรา ใครก็ตามแม้ไม่มาสู่เรา แต่หากนำธรรมไปปฏิบัติ ทำอย่างที่เราดำเนินอยู่ นั่นชื่อว่าเห็นเรา” พวกเราชาวพุทธและชาวไทยควรคำนึงถึงฐานคตินี้เป็นสำคัญ คือเราจะต้องตื่นตัวด้วยปัญญา เพื่อรู้จักสภาวะที่แท้จริงของเราเองและของสังคม เพื่อนำอริยสัจมาใช้ในการแก้ไขความทุกข์ของสังคม ไปพร้อมด้วย ในการน้อมนำเอาพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ใส่ใจแล้วนำไปปฏิบัติตามแล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาของชีวิตและสังคมได้เป็นอย่างดียิ่ง


ในวาระวันมหามงคลมาบรรจบครบอีกรอบที่พระองค์ทรงฉัตรที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า รู้ซึ้งในพระเมตตา ในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่มีต่อมวลพสกนิกรชาวไทย พระองค์ฯทรงงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ด้วยความยากลำบาก เพื่อปกป้องบ้านเมืองให้เรามีแผ่นดินอยู่อย่างเกียรติมีศักดิ์ศรี และพระองค์ปกป้องพสกนิกรปลอดพ้นจากความยากจน โดยมีโครงการในพระราชดำริมากมาย มากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ เพราะพระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรเสมือนลูก ความทุกข์ยากลำบากของลูก ๆ จึงกลายเป็นความทุกข์ความปวดใจของผู้เป็นพ่อ คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพ่อของแผ่นดินโดยแท้ การได้เข้าถึงพระราชประสงค์ แม้อาจไม่มีโอกาสได้เข้าเฝ้าต่อพระพักตร์แม้ครั้งเดียวก็ตาม แต่หากพสกนิกรปฏิบัติตามพระราชกระแส ทำตามพระราชดำริของพระองค์ ก็นับได้ว่าเป็นผู้ได้เข้าเฝ้าที่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทโดยแท้จริง


โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี (tvb) ดูรายละเอียดสมาชิกคนนี้ [5 พ.ค. 2551 , 18:52:03 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : )


  สลักธรรม 6


จะยากจนข้นแค้นแสนสาหัส
จะพรากพลัดอยู่แห่งใดไกลสุดแสน
จะพิการแสนอนาถสุดขาดแคลน
จะแร้นแค้นอยู่หนใดในแผ่นดิน
น้ำพระทัยของพระองค์ส่งไปถึง
เป็นที่พึ่งที่ลูกไทยใฝ่ถวิล
ท่านทรงห่วงปวงประชาเรื่องหากิน
ทุกสิ่งสิ้นพ่อหลวงทรงห่วงใย


มหาเศวตฉัตรแก้ว จอมรา ชันย์เฮย
ทรงก่อเกียรติมหิทธา ยิ่งแล้ว
เย็นปกร่มประชา ขจรถิ่น
จรัสคู่สมเด็จแพร้ว ตราบฟ้า นิรันดร์กาล...ฯ

โดย ธีรวัส บำเพ็ญบุญบารมี [5 พ.ค. 2551 , 19:00:28 น.] ( IP = 58.9.119.159 : : )


  สลักธรรม 7


ขอบพระคุณ...คุณธีรวัส.... มากค่ะ

โดย Nong Au [7 พ.ค. 2551 , 00:28:52 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org