| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การนอนหลับคืออะไร? (๑๔)
การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๑๔)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
เรื่องการแก้ไขการนอนไม่หลับ ผมได้แสดงมาแล้วหลายวิธี ในหลายวิธีเหล่านั้นอาจจะเหมาะสำหรับท่านในวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งควรจะได้ทดลองดู และเลือกเอาที่ชอบหรือเหมาะสมกับจิตใจของท่าน
ส่วนวิธีที่ผมกล่าวต่อไปนี้ ทุกๆ ท่านคงจะใช้ได้ถ้าจะมีความตั้งใจบ้างสักเล็กน้อยและเป็นวิธีที่ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความคิดแต่อย่างใด เพียงแต่มีความสนใจหรือระแวดระวังให้ดีเท่านั้นเอง ทั้งใช้สลับกันไปกับวิธีต่างๆ เหล่านั้นก็ได้ หรือมีโอกาสเมื่อใดก็ทำเมื่อนั้น
ชายคนหนึ่งร้องตะโกนถามลูกหลานเสียงดังลั่นว่า "เห็นแว่นตาบ้างไหม ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ที่ไหน?"
ลูกหลานก็พากันเที่ยวค้นหา แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ ขณะนั้นหลานคนเล็กเหลือบไปเห็นเข้าจึงร้องขึ้นว่า "แว่นตาก็อยู่บนหน้าผากของตาอย่างไรเล่า"
ด้วยเหตุนี้ คุณตาจึงได้ร้องขึ้นว่า "อ้อ"
หญิงผู้หนึ่งเข้ายังห้องๆ หนึ่งเพื่อตั้งใจจะหยิบเข็มเย็บผ้า ครั้นเดินเข้าไปถึงกลางห้องแล้ว ก็ยืนหันรีหันขวางลังเลอยู่ ไม่ทราบว่าเข้ามาในห้องนี้เพื่อจะหยิบอะไร นึกเท่าไรๆ ก็ไม่สำเร็จ เมื่อนึกไม่ออกจริงๆ ก็เดินออกจาห้องไป
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:22:29 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 1
ตามตัวอย่างเหล่านี้ เราควรจะตั้งคำถามว่า เหตุใดคนทั้งสองจึงลืมไปเสียง่ายๆ ทั้งๆ เรื่องก็เกิดขึ้นมาหยกๆ
คำตอบสำหรับข้อนี้ก็ไม่ยากเย็นอะไร ถ้าเข้าใจเรื่องจิตบ้างสักเล็กน้อย
ธรรมชาติของจิตนั้นย่อมจะเกิดติดต่อกันไปอยู่เรื่อยๆ แต่จิตที่เกิดขึ้นมาติดต่อกันไปเรื่อยๆ เป็นจำนวนมากนี้ มีอารมณ์ต่างๆ มาเกิดแทรกแซงปะปนเข้าด้วยกันได้ เช่นสมมุติว่า (สมมุติเอาเท่านั้น) มีจิตเกิดขึ้น ๑๐ ดวง ดวงที่ ๑ คิดถึงเรื่องเข็มเย็บผ้า ดวงที่ ๒ คิดถึงเรื่องสามี ภรรยา หรือบุตรธิดา ดวงที่ ๓ ที่ ๔ คิดถึงเข็มเย็บผ้าอีก แต่ดวงที่ ๕ ถึงดวงที่ ๑๐ คิดถึงเรื่องอื่นๆ ร้อยแปดอย่าง
ถ้าหากจิตเกิดขึ้นจังหวะหนึ่งแล้วมีอารมณ์หลายอย่างมาสลับกันอยู่มากมาย จิตที่เกิดก็จะมีกำลังอ่อน ความเข้าใจ ความสำนึก หรือความระลึกได้ ตลอดจนความจำก็จะมั่นคงน้อยลงยิ่งขึ้นตามอารมณ์ต่างๆ ที่เข้ามาพัวพันเป็นอันมากนั้น
ถ้าหากจิตเกิดขึ้นมีอารมณ์อย่างอื่นเข้ามาแทรกแซงน้อยหรือมิได้มีอารมณ์อะไรเข้ามาแทรกแซงเลย เป็นจิตเกิดประเภทเดียวมาโดยตลอดแล้ว ความเข้าใจ ความสำนึก ความระลึกได้ ตลอดจนความจำก็มั่นคง
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:22:53 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 2
ที่มีความเข้าใจ ความสำนึก ความระลึกได้ หรือความจำที่เกิดน้อยหรือมากนั้น เพราะเหตุใด?
ผมก็ได้เคยกล่าวมาแล้วหลายครั้งว่า จิตใจมิได้เกิดขึ้นมาโดยโดดเดี่ยว หากแต่มีเจตสิกเข้าประกอบร่วมด้วยอีกเป็นอันมาก เพื่อช่วยให้การงานของจิตที่เกิดขึ้นมานั้นให้เป็นไปในอารมณ์ต่างๆ
ตัวการสำคัญในเรื่องนี้ก็ได้แก่ เอกัคตาเจตสิก ซึ่งก็คือตัวสมาธิ (ทำให้จิตตั้งมั่นในอารมณ์)นั่นเอง
เอกัคตาเจตสิกหรือสมาธินี้ (เป็นจำพวกอัญญสมานาเจตสิก) มันจะเกิดกับจิตทุกๆ ดวง ไม่มีเว้นเลย ไม่ว่าจิตนั้นจะเป็นบาป บุญ ดีใจ เสียใจ หรือเฉยๆ ตลอดทั้งในเวลาหลับและตื่น จิตดวงหนึ่งก็มีสมาธิเกิดขึ้นขณะหนึ่ง
เมื่อจิตเกิดขึ้นมีอารมณ์ต่างๆ เข้ามาแทรกแซงมากมาย แม้ว่าจิตแต่ละดวงที่เกิดขึ้นนั้นจะมีเอกัคตา คือสมาธิเจตสิกเข้าประกอบจิตทุกดวงก็จริง แต่จิตก็จะขาดความมั่นคง เพราะต่างอารมณ์กัน ยิ่งมีอารมณ์หลายๆ อย่างเข้ามาเกิดสลับกันมากเท่าใด ความมั่นคงของจิตก็จะมีน้อยลงเท่านั้น
คนที่ท่องหนังสือเพื่อจะให้จำได้ ในระหว่างที่กำลังท่องอยู่ ก็คิดถึงเรื่องอะไรต่ออะไรไปบ้าง ท่องไปบ้าง การท่องหนังสือนี้ก็จะได้ผลไม่สมบูรณ์ ก็จะคิดออกได้บ้าง ลืมไปเสียบ้าง
คนที่ท่องหนังสือเพื่อให้จำได้ ในระหว่างที่กำลังท่องอยู่นั้น ตั้งใจท่องเป็นส่วนน้อย แต่คิดถึงเรื่องโรงหนังโรงละครบ้าง คิดถึงคู่รักเสียบ้างเป็นส่วนใหญ่ แล้วหลังจากนี้ไปแม้แต่สักวันหนึ่ง ก็จะนึกถึงหนังสือที่ตั้งใจท่องไม่ออก จำอะไรไม่ได้เลย
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:23:13 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 3
คนที่ค้นหาแว่นตาไม่พบทั้งๆ ที่แว่นตาก็อยู่บนหน้าผากของตนเอง และคนที่เข้าไปในห้องเพื่อจะหยิบเข็มเย็บผ้า แต่ครั้นเข้าไปถึงกลางห้องแล้วกลับคิดไม่ได้ว่าจะเข้ามาเอาอะไร บุคคลทั้งสองนี้ขาดความคิดหนักแน่นในขณะนั้น เพราะจิตสั่งให้เอาแว่นตาไว้บนหน้าผาก และคิดถึงการจะไปหยิบเข็มเย็บผ้า แล้วทันทีนั้นกลับไปมีอารมณ์อื่นๆ อีกมาก หรือมีอารมณ์อื่นที่สนใจกว่าเข้ามารับเอาไปหมด จิตจึงขาดสำนึก ขาดความจดจำ จึงได้ลืมไปเสียโดยง่าย
คนที่นอนไม่หลับเพราะวิตกเจตสิกเข้ามาทำการยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ต่างๆ มากมายมิได้หยุดหย่อนที่เราเรียกว่าฟุ้งซ่าน ย่อมจะจับอารมณ์อะไรไม่มั่นคงเลย เพราะอารมณ์นั้นๆ เกิดขึ้นมากมายหลายอย่าง ทั้งซัดส่ายไปมามิได้หยุดอยู่ที่เดียว
ด้วยเหตุนี้ เมื่อตื่นนอนในตอนเช้าจึงได้บ่นว่า "เมื่อคืนนี้หลับยาก หลับไม่สนิทจิตฟุ้งซ่านไปๆ มาๆ คิดถึงเรื่องร้อยแปดอย่าง เหมือนพายเรือในอ่าง แต่จับต้นชนปลายไม่ได้เลย"
จิตฟุ้งซ่านก็คือจิตที่มีอุทธัจจะ กุกกุจจเจตสิกเข้าประกอบเป็นจิตประเภทอกุศล ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดความเศร้าหมอง การที่จิตชนิดนี้เกิดขึ้นมาได้ก็เป็นเพราะขาดความสำนึกรู้ตัว หรือพูดกันว่าขาดสติ
มีหลายคนพูดว่า เผลอตัวไปนิดเดียว จิตใจมันคิดไปใหญ่โตเป็นค้งเป็นแคว จับอะไรไม่ได้เลย ครั้นรู้สึกตัวขึ้นมามันก็หยุด แต่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น มันก็หลับคิดไถลไปนอกลู่นอกทางอีกตามจับกันไม่ไหวาดไม่ไหว
อย่างไรก็ตาม แม้ในบางคราวจะมีความสำนึกรู้สึกตัวหรือมีสติขึ้นมาบ้าง ซึ่งจะเกิดสลับกันเป็นตอนๆ ห่างๆ แต่ก็สักแต่ว่ามีเท่านั้นเอง ชั่วเวลาเล็กน้อยเหลือเกิน ทั้งไม่มั่นคงเสียอีกด้วย กำลังจึงได้อ่อน ไม่สามารถยับยั้งจิตที่ฟุ้งซ่านนั้นได้สำเร็จ
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:23:35 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 4
ด้วยเหตุผลดังที่ผมได้กล่าวมาแล้วนี้เอง เราจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกสติอันเป็นความสำนึกรู้สึกตัวที่จิตจะตกลงไปยังอกุศลให้มีสมรรถภาพที่จะทำการหักล้างทำลายจิตประเภทที่เราไม่พึงปรารถนานั้นให้ออกไปจากจิตใจเสีย
อะไรเล่าเป็นตัวการที่ทำให้นึกไม่ออก จำไม่ได้ ขาดความสำนึกรู้ หรือเผลอ บางทีก็เกิดความฟุ้งซ่านขึ้นมา และขณะนี้มันทำให้จิตใจชื่อว่าเป็นอกุศล เพราะประกอบด้วยความเร่าร้อนภายใน แม้ว่าจะน้อยก็ตาม
ผมได้กล่าวมาแล้วว่า จิตที่เกิดขึ้นมานั้ มิใช่เป็นจิตตัวเดียวโดดๆ หากแต่มีเจตสิกเข้าประกอบร่วมด้วย เพื่อปรุงแต่งให้จิตเป็นไปต่างๆ เช่น คิดดีบ้าง คิดชั่วบ้าง ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง และหัวเราะหรือร้องไห้บ้างเป็นต้น
การที่จิตเกิดบาปอกุศลขึ้น หรือว่าเกิดความฟุ้งซ่านขึ้นจนเป็นเหตุให้นอนไม่ค่อยหลับนั้น ก็เพราะขาดการฝึกหัดสร้างศัตรูคู่อาฆาตของมัน หรือมิได้สร้างผู้หักล้างทำลายความฟุ้งซ่านนั้นขึ้นมาให้มีกำลังแก่กล้าจนสามารถสู้กันได้
คนที่กระทำบาปอะไรลงไป ในขณะที่ความคิดหรือการกระทำดำเนินอยู่ในทางบาปอกุศลนั้น ก็เพราะขาดการฝึกสติเจตสิก ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการสำนึกรู้มิให้บาปอกุศลเกิดขึ้น ให้บังเกิดความเข้มแข็งเพียงพอ หรือหากจะมีความสำนึกรู้ตัวขึ้นมา ก็ไม่หนักแน่นและบ่อยครั้งนัก จึงมีกำลังอ่อนจนไม่อาจจะหักล้างทำลายอกุศลลงได้ และอกุศลนั้นจึงดำเนินการของมันไปจนตลอด
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:23:54 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 5
คนที่ชอบคิดฟุ้งซ่านอยู่เสมอ เฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ต้องนอนให้หลับก็เช่นเดียวกัน เพราะขาดการฝึกสติเจตสิกให้บังเกิดกำลัง บังเกิดความสามารถที่จะข่มความฟุ้งซ่านให้สงบลงได้ ความฟุ้งซ่านจึงดำเนินการงานของมันไปได้เป็นเวลานานๆ แม้จะรู้สึกหรือรู้สึกตัวขึ้นมาก็เป็นครั้งคราว ทั้งมีกำลังที่อ่อนจนสู้ไม่ไหว
ถ้าสังเกตดูให้ดีจะเห็นว่า ตลอดเวลาที่ฟุ้งซ่านอยู่นั้น บางทีเป็นเวลานานๆ แล้วฟุ้งซ่านไปในเรื่องต่างๆ จนจดจำไม่ได้ ครั้นมีความรู้สึกตัวขึ้นมา ก็จะบังเกิดความรู้สึกหรืออาจไม่สบายใจพร้อมกับพูดในใจว่า "เผลอคิดไปเสียตั้งนาน" นี่ย่อมแสดงว่า ความฟุ้งซ่านนั้นชอบฉวยโอกาสตอนที่ผู้นั้นเผลอเรอขาดสติ แล้วมันก็จะใช้ความเผลอเรอขาดสตินั้นดำเนินความฟุ้งซ่านของมันไป บางทีก็ยาวนานพอใช้
บางท่านจะก็แก้ว่า มีความสำนึกรู้ และได้พยายามคิดหักล้างทำลายความฟุ้งซ่านนี้อยู่เสมอเหมือนกัน แต่มักจะมีความรู้สึกตัวขึ้นมาสักครั้งหนึ่งในหนึ่งนาที ซึ่งมีกำลังน้อยเหลือเกิน เมื่อเปรียบกับความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้น ๑๐ หรือ ๒๐ ครั้งต่อนาที
ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงจำเป็นที่จะต้องฝึกสติให้เกิดกำลังเข้มแข็งขึ้นจนเกิดสติคือความสำนึกรู้ให้เพิ่มขึ้นเป็น ๕ เป็น ๑๐ เป็น ๒๐ ในนาทีหนึ่งจนมีกำลังทัดเทียมกับความฟุ้งซ่านนั้น
ถ้าฝึกสติเกิดขึ้นมากเท่าใด อุทธัจจะความฟุ้งซ่านก็จะลดน้อยถอยลงเท่านั้นตามส่วน และถ้าฝึกให้สติเกิดขึ้นมาได้มากจริงๆ แล้ว ความฟุ้งซ่านก็จะรออยู่ไม่ได้ ย่อมจะหนีหน้าหายไป บางทีก็ยาวนาน
ข้อสำคัญในเรื่องนี้ก็อยู่ที่ว่า เราจะมีความพากเพียรสร้างกำลังขึ้นให้มากจนสามารถลบล้างกันได้เพียงใด
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:24:30 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 6
ตามหลักในสภาวธรรมนั้น มีวิธีฝึกสติอยู่เป็นอันมาก เป็นการฝึกให้บังเกิดความสำนึกรู้สึกตัวขึ้นโดยรวดเร็ว และคงทนอยู่ยาวนาน และได้ฝึกสตินี้ให้เข้มแข็งขึ้นแล้ว อุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านก็จะอยู่เผชิญหน้าได้น้อยลงเป็นลำดับ การนอนให้หลับตามธรรมชาติก็จะตั้งต้นขึ้นได้ง่าย
ปัญหาสำคัญในเรื่องนี้มีอยู่ประการเดียวเท่านั้น คือ ผู้ฝึกหัดจะมีความพากเพียรอย่างจริงจังหรือไม่ เพราะว่ากว่าจะบังเกิดผลขึ้นมาได้นั้น จะต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานสักหน่อย แล้วจะทอดทิ้งปล่อยปละละเลย หรือเบื่อหน่ายเสียโดยทำบ้างไม่ทำบ้างตามอารมณ์ ก็จะไม่อาจมองเห็นผลที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ดี แม้ทำบ้างไม่ได้ทำบ้างเพราะมีเหตุจำเป็น ก็นับว่ายังดีกว่าที่จะไม่ได้ทำเสียเลย
ในการฝึกสตินี้เป็นเรื่องใหญ่ในพุทธศาสนา ผู้ปฏิบัติจะได้มหากุศลนั้น จิตใจจะอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ปฏิบัติมากขึ้นด้วย ภายในหนึ่งปีเท่านั้น ก็จะรู้สึกว่ามีจิตใจที่ผิดไปจากเมื่อปีกลายนี้เป็นอันมาก จะสดชื่นรื่นเริงขึ้นอย่างประหลาด มีความสงบเยือกเย็นใจอย่างคาดไม่ถึง
และเมื่อมีเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาหรือเหตุร้ายแรงใดๆ มากระทบจิตใจ ก็จะกระทบกระเทือนเบาบางลงไป ความเงียบเหงาเศร้าหมองว้าเหว่ใจ หรือความทุกข์ร้อนต่างๆ ก็จะเหลือน้อยเข้า และไม่หนักแน่นรุนแรงเหมือนเดิม
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [6 พ.ค. 2551 , 06:24:49 น.] ( IP = 58.9.97.189 : : )
สลักธรรม 7
แม้ว่าจะไม่ค่อยประสบกับปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ แต่ก็มาเรียนรู้เรื่องการแก้ไขการนอนไม่หลับต่อค่ะ เป็นการศึกษาเรียนรู้ให้เห็นถึงการทำงานของจิตที่สับสนวุ่นวาย
นอกจากนี้ยังทำให้ซาบซึ้งถึงพระสัพพัญญุตาญาณที่ทรงเข้าไปรู้ถึงการทำงานๆ ของจิตที่มีผลกระทบต่อการนอนหลับด้วย
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่อธิบายให้เข้าใจด้วยภาษาง่ายๆ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำมาฝากเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [6 พ.ค. 2551 , 09:42:58 น.] ( IP = 124.121.176.89 : : )
สลักธรรม 8ฝึกฝนสติให้มีกำลังแล้ว อุทธัจจะความฟุ้งซ่านก็จะลดน้อยถอยลงไป... กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ในคำอธิบายขยายความค่ะ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมที่นำธรรมะมาฝากเสมอๆโดย เซิ่น [6 พ.ค. 2551 , 21:27:47 น.] ( IP = 58.8.51.127 : : )
สลักธรรม 9น้อมระลึกและกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำความรู้มาฝากเสมอๆ
โดย Nong Au [7 พ.ค. 2551 , 00:25:00 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |