มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนจบ




ตอนที่ผ่านมา


จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ตอนจบ


จุติและปฏิสนธิของสัตว์แตกต่างกันไปตามสมควร แบ่งเป็น ๕ ประเภทคือ

๑. กามบุคคล จุติ และปฏิสนธิ ในกามภูมิ
๒. กามบุคคล จุติ และปฏิสนธิ ในพรหมภูมิ
๓. พรหมบุคคล จุติ และปฏิสนธิ ในพรหมภูมิ
๔. รูปพรหมบุคคล จุติ และกลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ
๕. อรูปพรหมบุคคล จุติ และกลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ



๕.อรูปพรหมบุคคล จุติ และกลับมาปฏิสนธิ ในกามสุคติภูมิ

  • อรูปพรหมบุคคลจุติและกลับมาปฏิสนธิในกามสุคติภูมินั้น หมายถึง อรูปพรหมในอรูปภูมิ ๔ ที่หมดอำนาจของฌานแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นได้กับพรหมที่เป็น ปุถุชน เท่านั้น เพราะพรหมที่เป็นพระอริยบุคคล จะไม่มีการเสื่อมจากอำนาจฌาน มีแต่จะได้ฌานเบื้องสูงยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อพรหมอริยะจุติแล้วจึงไม่กลับมาเกิดในกามภูมิอีก
  • พรหมปุถุชนจุติจาก อรูปภูมิ ๔ ซึ่งได้แก่
    - อากาสานัญจายตนภูมิ
    - วิญญาณัญจายตนภูมิ
    - อากิญจัญญายตนภูมิ
    - เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ

  • กลับมาปฏิสนธิในกามภูมิ คือ กามสุคติภูมิ ๗ได้แก่

    - มนุษย์ภูมิ ๑
    - เทวภูมิ ๖ ได้แก่
    ...จาตุมหาราชิกาภูมิ
    ...ตาวติงสาภูมิ
    ...ยามาภูมิ
    ...ดุสิตาภูมิ
    ...นิมมานรดีภูมิ
    ...ปรินิมมิตวสวัตตีภูมิ

โดย ดวงรัตน์ [7 พ.ค. 2551 , 10:41:50 น.] ( IP = 124.121.176.35 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


เมื่อว่าโดยวิถี

อรูปพรหมในอรูปภูมิ ๔ จุติด้วย อรูปาวจรวิบาก ๔
มรณาสันนวิถีจะเกิดได้เฉพาะทางมโนทวาร ชวนะวาระเท่านั้น
มรณาสันนวิถีเป็นชวนะวาระ หมายความว่า ท้ายวิถีจะเป็น
- ชวนะ   จุติ /ปฏิ
- ชวนะ   ภวังค์  จุติ /ปฏิ

- มโนทวารมรณาสันนวิถี เกิดขึ้นได้ทั้งอติวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี และวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี

  • อติวิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี ชวนะวาระ ๒ ประเภท(มรณาสันนวิถีที่มีอารมณ์ปรากฏชัดมาก)
    ภ   น   ท   ม   ช ช ช ช ช  จุติ / ปฏิ  ภ  ภ  ภ  ภ  ภ  ภ
    ภ   น   ท   ม   ช ช ช ช ช  ภ  จุติ / ปฏิ  ภ  ภ  ภ   ภ  ภ  

  • วิภูตารัมมณมรณาสันนวิถี ชวนะวาระ ๒ ประเภท (มรณาสันนวิถีที่มีอารมณ์ปรากฏชัดพอควร)
    ภ   น   ท   ม   ช ช ช ช ช  จุติ / ปฏิ  ภ  ภ  ภ  ภ  ภ  ภ
    ภ   น   ท   ม   ช ช ช ช ช  ภ  จุติ / ปฏิ  ภ  ภ  ภ   ภ  ภ  

    • ภวังค์ต้นวิถีและจุติจิตท้ายวิถีได้แก่ อรูปาวจรวิปากจิต ๔
      มีอรูปกรรมฐานกรรมนิมิต ที่เป็นอารมณ์ของปฏิสนธิตามภูมิของตนเอง มาเป็นอารมณ์
    • มรณาสันนชวนะ ได้แก่ มหากุศลชวนะ
      มีอารมณ์ ๖ ที่เป็นกรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ หรือคตินิมิตอารมณ์ ที่เป็นไปในกาล ๓ อย่างใดอย่างหนึ่งมาเป็นอารมณ์
    • ปฏิสนธิจิต และภวังค์ที่เกิดหลังปฏิสนธิจิต ได้แก่ มหาวิปากญาณสัมปยุตตจิต ๔ ดวงใดดวงหนึ่ง (ติเหตุกกามปฏิสนธิ ๔)
      อรูปภูมิพรหมเมื่อตายจากภูมิใดภูมิหนึ่ง สามารถเกิดได้ในกามสคติภูมิได้ทุกภุมิ แต่การกลับมาเกิดในกามสุคติจะไม่ได้ทวิเหตุปฏิสนธิ เพราะเจตนาที่เกิดขึ้นก่อนหน้าอรูปฌานชวนะซึ่งเกิดขึ้นเมื่อครั้งทำอรูปฌานและขณะเข้าฌานสมาบัติมีกำลังมาก จึงให้ได้ติเหตุกกามปฏิสนธิดวงใดดวงหนึ่งเท่านั้น
      มีอารมณ์เหมือนกันกับอารมณ์ในมรณาสันนชวนะในภพเก่า

  • โดย ดวงรัตน์ [7 พ.ค. 2551 , 10:45:10 น.] ( IP = 124.121.176.35 : : )


      สลักธรรม 2




    สรุปจุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย ใน ๓๑ ภูมิค่ะ

    โดย ดวงรัตน์ [7 พ.ค. 2551 , 10:48:35 น.] ( IP = 124.121.176.35 : : )


      สลักธรรม 3



    การนำเสนอเรื่องจุติ-ปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลายใน ๓๑ ภูมิ เพื่อสื่อให้เห็นว่าการดำเนินชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ชีวิตที่อยู่ในแต่ละภพชาติ จะพ้นจากการกระทำที่เป็นบุญและบาปไปมิได้ และบาป-บุญนี้แหละที่สัตวโลกแต่ละชีวิตกระทำมาเอง มีอำนาจต่อชีวิตที่เกิดใหม่ในภพชาติหน้า ที่เรียกว่าสัตว์ทั้งหลายต่างมีกรรมเป็นของตน มีกรรมเป็นกำเนิด กรรมจึงจำแนกสัตว์ให้แตกต่างกันไปในภพภูมิ ๓๑ ภูมิ


    …...จะตายเมื่อไรก็ไม่รู้…...
    …...ตายที่ไหนก็ไม่รู้…...
    …...ตายด้วยโรคอะไรก็ไม่รู้…...
    …...ตายแล้วไปไหนก็ไม่รู้…...


    การศึกษาพระปริยัติธรรม จึงช่วยให้เราเข้าใจเรื่องของชีวิตได้ดีขึ้น ช่วยให้รู้จักจุติและปฏิสนธิ จึงช่วยให้รู้จักเลือกกระทำกรรมได้ ชีวิตสามารถแปลงไปในทางที่ดีได้ แต่ถึงกระนั้นก็มิอาจช่วยให้สัตว์โลกหลุดพ้นจากวังวนแห่งสังสารวัฏฏ์ได้

    การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจนเกิดปัญญาญาณเท่านั้น ที่จะช่วยให้เห็น รู้จัก และเข้าใจในความจริงของชีวิตได้จริงๆ เรียกว่าเปลี่ยจากความเห็นผิดเป็นความเห็นถูกได้ ที่สำคัญยังยิ่ง เป็นหนทางเดียวที่สามารถช่วยให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งสังสารวัฏฏ์ได้

    ขอกราบนำกุศลจากธรรมทานนี้ เป็นเครื่องแสดงกตเวทิตาคุณ นอบน้อมถวายบูชาพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านด้วยความเคารพรักค่ะ


    โดย ดวงรัตน์ [7 พ.ค. 2551 , 11:33:30 น.] ( IP = 96.227.104.222 : : )


      สลักธรรม 4

    อ่านไปอีก ๒ รอบครับ พร้อมๆกับทำความเข้าใจในแผนผังรังของวัฏฏสงสารไปด้วยครับ ก็ยังยืนยันอยู่อีกนะครับว่า ยากจริงๆครับ ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าในเพราะมีความสลับซับซ้อนไปด้วย กรรม และอารมณ์ ของสัตว์ที่จะตายนั่นเองครับ

    แต่ต้องขออนุโมทนาสาธุ กับคุณดวงรัตน์อย่างยิ่งครับ ที่มีความเพียรในการเรียบเรียงคำมาอธิบายให้สามารถทำความเข้าใจตามไปได้ครับ และยังมีภาพประกอบที่วิเศษจริงๆครับ

    มาถึงตรงนี้ต้องยืนยันเลยครับว่า การทำความเข้าใจในพระอภิธรรมนั้น ต้องมีบารมีมาเป็นทุนพอสมควร หาไม่เช่นนั้นแล้ว คงยากมากในการศึกษาที่จะรู้ได้ครับ

    ขอให้กุศลที่คุณดวงรัตน์ทำมาเป็นธรรมทานนี้ จงคุ้มครองให้คุณดวงรัตน์มีความเจริญในปัญญาบารมีได้สูงๆสมปรารถนาทุกๆประการนะครับผม

    โดย พี่เณร [7 พ.ค. 2551 , 11:46:18 น.] ( IP = 58.9.141.50 : : )


      สลักธรรม 5



    ขอกล่าวคำว่า อนุโมทนาสาธุๆๆ กับคุณดวงรัตน์ด้วยค่ะ
    ได้มาติดตามและรู้สึกชื่นชมในทุกๆขั้นตอนของการอธิบาย

    และเกิดความรู้สึกว่าวังวนของชีวิตช่างหาเบื้องต้นเบื้องปลายยากจริงๆ ท่าทางจะวนอยู่วงกลมไหนมาบ่อยก็ไม่ทราบได้


    แต่ยังไงยังมีประเด็นถามเพิ่มเติมอีกสักเล็กน้อย

    โดยเฉพาะ พระอนาคามีที่อยู่ในชั้นสุทธาวาส เมื่อได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในชั้นนี้แ ล้วก่อนจะจุติมรณาสันนชวนะจะรับอารมณ์อะไรได้บ้างคะ

    โดย น้องอุ๊ [7 พ.ค. 2551 , 13:58:09 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )


      สลักธรรม 6

    พริ้วไหวไปในภพภูมิต่าง ๆ ยากบ้าง ง่ายบ้าง

    ยาก-เพราะไม่ได้ทำเหตุของภพภูมินั้น (ณานกุศล มรรคกุศล)

    ง่าย-เพราะจัดเจนคุ้นเคย ไม่ต้องเสียเวลานึก(อกุศล)ก็ทำได้

    ยังไงก็ขออนุโมทนาจริง ๆ ค่ะ คุณดวงรัตน์

    โดย herb [7 พ.ค. 2551 , 15:16:32 น.] ( IP = 202.149.25.225 : : )


      สลักธรรม 7

    อนุโมทนาสาธุกับคุณดวงรัตน์ด้วยค่ะ ที่ได้นำความรู้ออกมาในรูปของคำอธิบายพร้อมภาพประกอบให้เข้าใจง่าย

    โดย เซิ่น [7 พ.ค. 2551 , 20:37:12 น.] ( IP = 58.8.49.251 : : )


      สลักธรรม 8

    คำถามของน้องอุ๊...
    พระอนาคามีที่อยู่ในชั้นสุทธาวาส เมื่อได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ในชั้นนี้แล้วก่อนจะจุติมรณาสันนชวนะจะรับอารมณ์อะไรได้บ้างคะ

    พระอนาคามีบุคคลใน สุทธาวาสภูมิ ๕ จุติ ด้วยรูปปัญจมฌานวิบาก ๑

    และเมื่อท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็จะไม่มีปฏิสนธิอีกต่อไป แม้ว่าจะไม่มีปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นอีกแล้วก็ตาม แต่การตายจะปราศจากซึ่งมรณาสันนวิถีไม่ได้
    และเมื่อมีมรณาสันนวิถี ก็ต้องมีอารมณ์เกิดขึ้น อารมณ์ในมรณาสันนวิถี ก็จะเป็นอารมณ์เป็นอย่างเดียวกับอารมณ์ในมรณาสันนกาล

    อารมณ์จะเป็นอะไรนั้นก็จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือจะเป็นอารมณ์ที่ท่านคุ้นเคย พระอรหันต์ท่านไม่มีกิเลสตัณหาแล้ว ไม่มีการกระทำกรรมใดเกิดขึ้น มีแต่กิริยาทั้งสิ้น

    นิมิตอารมณ์ต่างๆ ที่เป็นกรรมจึงไม่มี ดังนั้นอารมณ์ที่ท่านคุ้นเคย ก็มีแต่รูปนามเท่านั้น คือเคยกับการรู้มาตั้งแต่เป็นพระโสดาบันเรื่อยมา ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร มันก็คือรูปนามนั่นเอง ที่มีอนิจจัง อยู่ตลอดเป็นต้น ดังนั้น ชีวิตท่านจึงไม่มีโอกาสที่จะติดใจอะไรอีกเลย แม้วิบากอดีตส่งมาดีให้เสวย ก็ เป็นสักแต่ว่ารู้เฉยๆนั่นเอง ดังนั้นเมื่อรู้เฉยๆ ตรงนั้นนั่นเองที่เรียกว่า กิริยาจิต

    และสิ่งที่ท่านรับรู้และกระทำอารมณ์ได้ คือกิริยาจิตนั้น ก็เป็นความคุ้นพิเศษ ที่มาให้ผลมาปรากฏเป็นกิริยานิมิตค่ะ


    ขอโทษนะคะ เกิดความสับสนเล็กน้อย ที่ตอบไปนั้นเป็นมรณาสันนวิถีของพระอรหันต์ที่เป็นสุขวิปัสสกะในกามสุคติภูมิค่ะ

    แต่ที่ถามเป็นพระอรหันต์ในสุทธาวาสภูมิ
    พระอรหันต์จุติในพรหมภูมิ ก็มีหลายอย่างค่ะอาจจะเข้าฌานสมาบัติเท่าที่ตนได้ พอฌานสมาบัติชวนะสุดท้ายดับลง ก็เกิดจุติจิต หรืออาจมีภวังค์คั่นก่อนก็ได้ เป็นฌานสมนันตรวิถี

    ภ น ท ม บริ อุ นุ โค ฌฌฌฌฌฌฌฌฌ ภ จุติ

    ภวังค์ต้นและท้ายวิถีก็คือรูปาวจรวิบากจิต ๑
    รับอารมณ์เหมือนกับที่ปฏิสนธิจิตเคยรับเอามาเป็นอารมณ์

    ชวนะ ก็รับอารมณ์ของกรรมฐานอันเป็นกิริยานิมิตมาเป็นอารมณ์ค่ะ

    ซึ่งก็ไม่ทิ้งหลักการณ์เดิมหรอกค่ะ

    โดย ดวงรัตน์ [8 พ.ค. 2551 , 08:44:39 น.] ( IP = 124.121.175.94 : : )


      สลักธรรม 9

    ขอบพระคุณคุณดวงรัตน์มากค่ะ
    ที่มอบคำอธิบายมาฝาก

    เนื่องจากเห็นว่าพระอรหันต์ที่อยูในชั้นสุทธาวาสนั้นมีความพิเศษทั้งในฌาน และวิปัสสนาญาน ทั้งอินทรีย์ที่แก่กล้าด้วย

    จึงขาดความรู้ในเรื่องนี้ ซึ่งก็คิดว่าไม่น่าจะมีแค่บัญญัติกรรมนิมิตเป็นอารมณ์เท่านั้น ซึ่งก็อาจจะมีความพิเศษในเรื่องของมรณาสันนะชวนะที่แตกต่างกว่าบุคคลอื่นๆ

    คำว่ากิริยานิมิต เป็นคำที่ไม่ค่อยจะได้ศึกษาเลย เพราะดี และน่าติดตามมากค่ะ


    โดย น้องอุ๊ [9 พ.ค. 2551 , 07:10:54 น.] ( IP = 96.227.104.222 : : )


      สลักธรรม 10



    มาอ่านตอนหลังๆ นี่ก็ดีเหมือนกันนะคะ ได้ทราบแง่มุมเพิ่มเติมจากคำถาม-คำตอบที่ทำให้เกิดความเข้าใจกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม

    กราบอนุโมทนาในกุศลอันประณีตของคุณดวงรัตน์ด้วยค่ะ ที่เพียรพยายามสรุปความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่ยากและซับซ้อนออกมาอธิบายพร้อมทั้งจัดหัวข้อเว้นวรรคตัวอักษร ทำแผนภูมิและภาพประกอบอำนวยความสะดวกให้เข้าใจได้ดีกว่าอ่านจากตัวหนังสืออย่างเดียว ..สาธุ สาธุ สาธุ

    โดย น้องกิ๊ฟ [9 พ.ค. 2551 , 10:06:15 น.] ( IP = 58.9.93.127 : : )
    [ 1 ] [ 2 ]

    ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
    จาก : *
    Code :
    กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
    อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
    รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
    รายละเอียด :
    Icon Toy
    Special command

    * *
    กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

    คำเตือน
    • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
    • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

    ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

    [ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

    ลานภาพ

    อบรมวิปัสสนา

    ค้นหา

    ค้นหา-GooGle

    สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org