| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การนอนหลับคืออะไร? (๑๕)
การนอนหลับคืออะไร? เมื่อนอนไม่หลับจะแก้ไขอย่างไร ? (๑๕)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
ผมได้เคยเสนอเรื่องการทำสมาธิในวิธีต่างๆ มาแล้วหลายวิธี ผมจึงขอเสนอแนะให้ท่านทำสมาธิในวิธีการต่างๆ นั้นอย่างใดอย่างหนึ่งสลับกันไปกับการฝึกจิตให้เกิดความสำนึกตัวร่วมด้วย
การฝึกหัดสมาธิที่ผมแสดงมาแล้ว เป็นการกำหนดจิตลงไปในอารมณ์เดียว เช่น เพ่งสีขาวก็จะต้องให้จิตจดจ่ออยู่ที่วงสีขาวนั้น บังคับจิตให้อยู่กับอารมณ์ที่กำหนดไว้ ถ้าจิตแลบออกไปยังอารมณ์อื่นๆ เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาก็ดึงกลับเอามาจดจ่ออยู่ที่วงสีขาวที่ได้ตั้งใจเอาไว้แต่แรกทุกครั้ง
ส่วนการปฏิบัติต่อไปนี้ไม่ต้องอาศัยการกำหนดอารมณ์ตายตัวแต่อย่างใด เมื่อจิตแลบออกไปไหน ก็ตามจิตไปที่นั่น เมื่อจิตจดจ่ออยู่ ณ ที่ใดก็ตามไปดูจิตที่จดจ่ออยู่ ณ ที่นั้นเสมอไป คอยระวังไม่ให้เกิดช่องโอกาสให้จิตออกไปท่องเที่ยวตามชอบใจ โดยมิได้ส่งใจไปดู คือระวังไม่ให้เผลอ แต่ถ้าเผลอแล้วก็แล้วไป
ในเรื่องนี้ก็เปรียบเหมือนกับการเลี้ยงเด็กที่ชอบซุกซนมาก เราจะไม่จับให้เด็กนั่งอยู่ที่ไหนแล้วก็ให้อยู่ที่นั้นที่เดียวโดยบีบบังคับเด็กเอาด้วยกำลังให้เป็นไปตามใจของเรา หากแต่เราจะปล่อยให้เด็กมีอิสรภาพบ้างตามควร แต่เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลไม่เพิกเฉยละเลย โดยชำเลืองดูอยู่เสมอว่าเด็กไปซุกซนอยู่ที่ไหน ต้องไม่ให้เด็กไปตกหลุมตกบ่อเป็นอันตราย
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:50:07 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 1
ตามธรรมดาจิตใจของเราก็ย่อมจะชอบท่องเที่ยวไปหาอารมณ์ต่างๆ เสพอยู่ตลอดเวลา ถ้าปล่อยปละละเลยมันก็จะไปกันใหญ่ ครั้นจะบีบบังคับมากนัก จิตใจยังไม่เคยไม่เชื่องมันก็กระสับกระส่ายและดิ้นรนต่อสู้ให้ได้ยากแก่การบังคับบัญชา ดังนั้น เราจึงปล่อยให้จิตใจท่องเที่ยวไปตามใจบ้าง แต่เราคอยตามชำเลืองดูอยู่ไม่ให้คลาดจากสายตาได้ นอกจากจะเผลอตัวไปเท่านั้น
การที่จิตเตลิดออกไปหาอารมณ์ต่างๆ เสพตามเรื่องตามราวนั้น เป็นจิตที่มิได้ถูกควบคุมหรือมีการควบคุมอ่อนแอ (รู้สึกตัวน้อย) ดังนั้น จึงเป็นจิตที่ประกอบด้วยอกุศลเสียเป็นส่วนมาก
การตามดูจิตที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ไปนั้น เป็นการสร้างความรู้สึกตัวให้มีขึ้น เป็นการทำจิตมิให้ตกลงไปในอกุศล มิให้จิตไถลออกไปนอกทาง ในทางธรรมะนั้นความสำนึกรู้สึกตัวนี้ เป็นสติเจตสิกที่เกิดขึ้นมายับยั้งมิให้จิตไถลตกลงไปในทางที่ไม่ดี
เมื่อเด็กซุกซนกำลังไถลออกนอกทาง เราก็จำเป็นจะต้องมองดูจริงๆ บ้าง เมื่อเด็กรู้สึกว่าเราจ้องดู เด็กจะเพลาความซุกซน หรือหยุดลงได้ชั่วคราว ถ้าเราตามดูอยู่เสมอมิได้ขาดเด็กก็จะเกรงใจหรือกลัวแล้วก็จะอยู่ในความบังคับบัญชามากขึ้น อย่างไรก็ดี ควรจะตามดูเรื่อยๆ ไปเท่านั้น ไม่ควรจะบังคับจับตัวเอามาไว้ที่เดิมถ้าไม่จำเป็น
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:50:30 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 2
การที่กำหนดจิตดูอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ความฟุ้งซ่าน เป็นต้น ถ้าเราจ้องดู ความฟุ้งซ่านก็จะหยุดลง ถ้าเผลอเมื่อใด มันก็จะฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกเมื่อนั้น ถ้ายังคงดูอยู่ก็จะสงบระงับลงไปอีก ด้วยเหตุนี้ เราหมั่นดูอยู่เสมอ ความฟุ้งซ่านหรืออารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนาก็ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ต้องอาศัยความพากเพียรมิใช่น้อย
การประคองจิตมิให้ตกลงไปในอกุศลเช่นนี้ เป็นการปลูกสร้างสติเจตสิกให้มีกำลังแก่กล้าขึ้น ถ้าได้กระทำอยู่เสมอๆ แล้วก็จะเกิดความชำนาญ การบังคับบัญชาจิตก็จะมีสมรรถภาพขึ้นไม่เฉพาะแต่ในเรื่องความฟุ้งซ่านที่ขัดขวางการนอนหลับเท่านั้น หากแต่ในอารมณ์ที่เป็นอกุศลอื่นๆ ด้วย
การกำหนดจิตมองดูอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว (คือดูตามอารมณ์ที่ดับลงไป) ก็ได้ชื่อว่าเป็นจิตที่ประกอบด้วยสติเจตสิก และสติเจตสิกนั้นเป็นฝ่ายทางด้านกุศล และเป็นตัวการที่มายับยั้งมิให้จิตตกลงไปในอกุศลได้โดยง่าย
ถ้าได้หมั่นปฏิบัติคือทำความสำนึกรู้สึกตัวอยู่เสมอแล้ว สติเจตสิกก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายมีกำลังมาก ทั้งจะได้ยับยั้งความฟุ้งซ่านที่ไม่พึงปรารถนาเสีย แล้วได้กุศลจิตเข้ามาทดแทนต่อไป ดังนั้น แทนที่จะได้บาปอกุศลจากความฟุ้งซ่านนั้น กลับจะได้บุญกุศลแทน ถึงแม้จะไม่สู้มากนัก เพราะเกิดเป็นขณะๆ ด้วย ยังมิได้มีกำลังหักล้างกันจริง แต่ก็นับว่ายังดี
พูดเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ทำความรู้สึกตัวให้เกิดอยู่เสมอ ไม่เผลอเรอโดยปล่อยไปตามอารมณ์ รู้อยู่ตลอดเวลาว่าเห็นอะไร ได้ยินอะไร หรือฟุ้งซ่านในเรื่องอะไร ด้วยการหมั่นกำหนดพิจารณา
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:50:57 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 3
ถ้าหากว่า การตามดูอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ นั้น ยิ่งตามดูก็ยิ่งเกิดอารมณ์แตกแขนงออกไปมากยิ่งขึ้น เพราะฝึกหัดใหม่ๆ ยังไม่สู้จะมีความชำนาญดี ในบางครั้งบางคราวก็จำเป็นที่จะต้องย้อนกลับมาตั้งต้นใหม่เสียที เช่นมาดูลมหายใจเข้าออกบ้าง เป็นต้น
เมื่อ "เห็น" ก็กำหนดในเรื่องเห็นเสียบ้าง เมื่อ"คิด"ก็กำหนดในเรื่องคิดเสียบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อจะทำความสำนึกรู้สึกตัวให้เกิดอยู่เสมอ ด้วยการดูจิตที่เกิดขึ้นแล้วรู้สึกตัวว่า "เห็นอะไร" หรือ "คิดอะไร" เป็นต้น เป็นการปลุกความรู้สึกให้บังเกิดขึ้น มิให้เผลอตัวไปคิดเรื่องร้อยแปดพันประการที่เป็นอกุศล ถ้าหมั่นดูอยู่ดังนี้เสมอๆ แล้ว จิตก็แน่วแน่มากขึ้น
ท่านอาจจะเกิดความยุ่งยากใจก็เป็นได้ ว่าจะกำหนด "เห็น" หรือกำหนด "คิด" นั้นทำอย่างไร ผมจึงขอยกตัวอย่างและอธิบายในเรื่องนี้ย่อๆ พอเข้าใจ
เมื่อจิตเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้ว จะเป็นอารมณ์ดีหรือเลวก็ตาม แม้อารมณ์ดีหรืออารมณ์ไม่ดีเหล่านั้นจะดับไปแล้วเป็นเวลานาน เช่นแสดงกิริยามารยาทไม่ค่อยจะดีไปหน่อยต่อหน้าเพื่อนฝูงเมื่อวานนี้ หรือเมื่อเช้านี้มีปากเสียงกับคนในครอบครัวเล็กน้อย ครั้นตอนบ่ายว่างจากการงานก็ระลึกถึงเมื่อวานนี้หรือเมื่อเช้านี้ จำถ้อยคำหรือภาพเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ เมื่อกำหนดจิตระลึกถึงเรื่องนั้นนานๆ ก็ดูประหนึ่งว่ามันเพิ่งจะเกิดขึ้นมาต่อหน้าเดี๋ยวนี้เอง
อันการที่เราจะกำหนดระลึกถึงเรื่องเหล่านั้นได้ก็เพราะเราตั้งใจระลึกขึ้นมา และก็แน่นอนที่อำนาจของสมาธิที่มีกำลังมากพอสมควรเป็นการจี้จุดแคะไค้อารมณ์ที่เก็บไว้แล้วปรากฏเกิดขึ้น จึงได้เห็นเหมือนภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ตรงหน้าตามความรู้สึกนั้นเหมือนเป็นจริงเป็นจัง
แม้เหตุการณ์ในอดีตที่ยาวไกลกว่าที่กล่าวมาแล้ว ก็ย่อมจะเห็นและระลึกรู้ขึ้นมาได้โดยไม่มีปัญหา ทุกๆ ครั้งที่ระลึกถึงเรื่องราวเก่าๆ ก็จำเป็นจะต้องมีสมาธิเพียงพอ แม้จะเกิดเป็นขณะๆ ก็ตาม
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:51:12 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 4
ผมได้นำให้ท่านทราบแล้วว่า การกำหนดจิตลงไปในอารมณ์ในอดีตนั้นกระทำอย่างไร เป็นการเข้าใจได้ง่ายๆ เพราะเกิดแก่ตัวเองไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน ส่วนการกำหนดดูจิตที่ผมเสนอแนะนี้ก็คล้ายกัน ผิดกันนิดเดียวตรงที่ว่าให้กำหนดรู้หรือกำหนดรู้ให้เร็วขึ้นให้มากๆ จนใกล้ชิดติดกับอารมณ์ที่ล่วงไปแล้วเท่าที่จะทำได้ เช่น
เราตั้งใจกำหนดได้ยิน หรือทำความรู้สึกได้ยินอยู่เรื่อยๆ จากเสียงของเรือยนต์แท๊กซี่ ครั้นต่อมาไม่ช่าจิตหลับแลบออกไปเกาะเกี่ยวยังโรงภาพยนตร์ การที่จิตแลบออกไปยังโรงภาพยนตร์ได้นั้น ก็เพราะความเผลอเรอขาดสติไปชั่วคราวหนึ่ง จิตจึงได้ไถลออกไปยังโรงภาพนตร์ได้
ดังนั้น ถ้ารู้สึกตัวขึ้นมา ก็ให้ส่งจิตไปดูว่า มันทำอะไรอยู่ หรือจิตมันกำลังคิด การดูที่ถูกต้องก็คือดูอยู่เฉยๆ เท่านั้นไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องคิดอะไรเลย เมื่อดูได้ดีๆ แล้วมันก็ไม่กล้าอยู่ที่โรงภาพยนตร์ หากแต่จะกลับเข้ามาที่เสียงของเรือยนต์ตามเดิม (ตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้แต่แรก)
เมื่อเด็กคนใดกระทำความผิดแล้วถูกผู้ใหญ่ถลึงตามองดูอยู่แล้ว เด็กก็จะบังเกิดความตกใจ เด็กก็จะลดกำลังความว่องไวลงไปทันที ไม่กล้าสู้หน้า ไม่กล้าสบสายตา แล้วก็จะรีบกลับไปยังที่ๆ ได้กำหนดเอาไว้นั้นทันที
ในเรื่องของจิตใจก็เหมือนกัน เมื่อจิตแลบออกไปยังที่ใด เพราะได้ขาดสติความสำนึกรู้ไปชั่วขณะหนึ่งก็จำเป็นจะต้องจ้องดูจิตที่แลบออกไปนั้นว่า จิตกำลังทำหรือคิดอะไรเพื่อสร้างความรู้สึกตัว
เมื่อได้กำหนดดูอยู่ด้วยความตั้งใจด้วยความรู้เท่าทันแล้ว จิตก็ไม่อาจจะอยู่ ณ ที่ๆ แลบออกไปนั้นได้ เพราะทนต่อการดูไม่ไหว เราก็ไม่ควรจะว่ากล่าวอะไรทั้งนั้น คอยแต่ตามดูเรื่อยๆ อย่าได้คลาดจากสายตาไปเท่านั้น (กำหนดสติให้มีกำลังเท่านั้นยังไม่ใช่วิปัสสนา เพราะไม่ประกอบด้วยโยนิโสมนสิการ)
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:51:29 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 5
สำหรับผู้ฝึกหัดใหม่ๆ จิตใจก็เหมือนกับกระต่ายป่าที่แสนประเปรียว จะบังคับเคี่ยวเข็ญให้เชื่องโดยเร็วพลันก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากว่าขืนบังคับหนักมากนัก ก็มักจะมีอันตรายฝ่ายเดียว
ด้วยเหตุนี้จึงต้องทำใจให้เยือกเย็นเข้าไว้ มันจะวุ่นวายกระสับกระส่ายไปยังสารทิศใดก็อดทนได้แล้วตามไปดูเฉยๆ ห่างๆ อย่าโกรธอย่าเกลียด อย่าได้ร้อนใจ เพราะธรรมชาติของจิตเขาเป็นเช่นนี้เอง ขณะนี้จะต้องบำเพ็ญตนเป็นนักดู เป็นนักคิดไม่ได้ จะเป็นได้แก่นักดูที่ดีจริงเท่านั้น
เมื่อการฝึกหัดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ประโยชน์ก็จะติดตามขึ้นมาทันที เพราะเมื่อดูอยู่ขณะหนึ่ง ก็จะเกิดสมาธิขึ้นขณะหนึ่ง เมื่อดูหลายๆ ขณะจิตทุกขณะเหล่านั้นก็ประกอบไปด้วยสติเจตสิก ทำให้ไม่เผลอตัว แล้วทำให้เกิดกุศลขึ้นเป็นขณะๆ ไป
เมื่อความฟุ้งซ่านในเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก็คอยระวังตามดูไปให้รู้ว่าจิตคิดนึก (ห้ามดูเรื่องราวที่คิดนึกต่างๆ ) ดูจิตที่คิดนึกเท่านั้น ไม่ได้ดูที่เรื่องราว
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:51:47 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อเด็กซุกซนชอบออกไปนอกขอบเขตที่ได้กำหนดไว้บ่อยๆ ก็จำเป็นจะต้องถลึงตาดูกันบ้าง การถลึงตาดูนี้เป็นการเตือนสติ ก่อให้เกิดความสำนึกรู้เร็วขึ้น ว่าบกพร่องอย่างไร จะได้ไม่เผลอตัวง่ายๆ เกินไป
ดังนั้น การกำหนดจิตดูอารมณ์ฟุ้งซ่านต่างๆ ในบางครั้ง จึงจำต้องทำใจให้เข้มขึ้นเสียบ้าง แต่จะต้องไม่ปนความเสียใจ ไม่พอใจ หรือความโกรธลงไปด้วยว่าตั้งมั่นไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นการฝึกสมาธิแบบใดก็ตาม ถ้าจะให้บังเกิดผลสมความมุ่งหมาย ก็จำเป็นจะต้องอาศัยความพยายามหมั่นฝึกฝนอบรมให้นานพอสมควร ก็เหมือนกับการงานทั้งหลายที่ทำไปเล่นไปมิได้ตั้งใจจริงจัง ก็ย่อมจะบังเกิดผลดีไม่ได้
การฝึกสมาธิก็เหมือนกัน จะต้องอาศัยการฝึกฝนที่ทำด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่ทำอย่างเสียไม่ได้ และจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอไป ทั้งยังจะต้องอาศัยเวลาให้นานพอสมควรด้วยจึงจะเห็นผล
บางท่านประสบความสำเร็จโดยการฝึกในเวลาก่อนนอนประมาณ ๑๕ นาที จนถึงครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง แล้วก็นอนลงในท่าสบายทำสมาธิต่อไปจนกว่าจะหลับ บางท่านก็เพิ่มการฝึกฝนในตอนเช้าเมื่อตื่นนอนอีกเวลาหนึ่ง แล้วปฏิบัติดังนี้อยู่อย่างอดทนสม่ำเสมอไม่ท้อถอย ผลดีที่ได้รับก็บังเกิดเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ สมความตั้งใจ การแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับก็จะไม่ต้องกังวลต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย ศาลาธรรม [7 พ.ค. 2551 , 12:52:20 น.] ( IP = 125.27.38.133 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อย่างสูงครับ ที่กรุณามองสูตรพิชิตความวุ่นวายของจิตนะครับ อ่านแล้วมีหนทางออกให้แก่จิตใจได้เป็นอย่างดีเลยขอรับ ผมจะนำไปประพฤติปฏิบัติตามขอรับท่านอาจารย์
ขออนุโมทนาสาธุกับคุณศาลาธรรมมากครับ ที่นำเรื่องที่ดีมีค่าต่อชีวิตจิตใจของแต่ละคนมาฝากเสมอครับโดย พี่เณร [7 พ.ค. 2551 , 15:25:59 น.] ( IP = 58.9.141.50 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ สำหรับการฝึกฝนจิตให้มีสติและสมาธิ ได้กุศลและยังแก้ไขปัญหาการนอนไม่หลับด้วย
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมและอนุโมทนาด้วยค่ะ ที่นำธรรมะมาฝากเสมอโดย เซิ่น [7 พ.ค. 2551 , 20:15:41 น.] ( IP = 58.8.49.251 : : )
สลักธรรม 9น้อมระลึกและกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ
ขอบพระคุณคุณศาลาธรรมมากค่ะที่นำความรู้มาฝากเสมอๆ
โดย Nong Au [8 พ.ค. 2551 , 00:53:54 น.] ( IP = 130.91.156.55 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |