มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ห้องใจภักดิ์รักกุศล ๕








ห้องใจภักดิ์รักกุศล ๕


เชื่อสิ.. คนที่ต้องเผชิญชะตากรรมที่โหดร้ายยังมีมากมายกว่าเรานัก

หลายคนไม่มีแขน ขา แต่อยู่อย่างมีคุณค่าได้

แม้ว่าเราจะพ่ายแพ้ในวันนี้ ..แม้ว่าใครจะผละจากไป ใช่ว่าคุณค่าในตัวเราจะลดลง

เรายอมรับความพ่ายแพ้ เก็บความเจ็บปวดนั้นไว้เป็นบทเรียน

เพื่อวันหนึ่งเราจะเป็นผู้ชนะ และผู้ที่ชนะสูงสุดคือชนะกิเลสตนเอง

ด้วยความปรารถนาดี

บุษกร เมธางกูร


โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [11 พ.ค. 2551 , 13:52:35 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



ก่อนการสวดมนต์ทำวัตรเช้าในวันนี้ท่านอาจารย์ได้กล่าวขึ้นว่า..

ในเนื้อร้องของเพลงสลักธรรมที่กล่าวว่า ..ขอจงตั้งมั่น สรรค์สร้างความดี ด้วยศรัทธานี้มีมอบให้พี่น้องทุกคน อาบแสงแห่งสัจจะ ประกาศท้าความเหนื่อยยากไม่ยอมแพ้ ดวงใจรวมกันมั่นสร้างสรรค์ความดี..

เป็นบทขับกล่อมจิตใจให้เรามีความตั้งมั่นรักดี แล้วก็ตั้งใจทำดี พร้อมทั้งเป็นการปลุกเร้าให้เราแต่ละคนที่เดินทางมาที่มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิแห่งนี้ มีความเพียบพร้อมที่จะรักษากาย ให้เป็นไปเพื่อความสงบร่มเย็นอันเกิดขึ้นจากความมีสติและมีปัญญาเพื่อจะเดินลุกออกไปจากทุกข์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นจากการมีชีวิต

ทุกวันอาทิตย์เราก็มาสวดมนต์ไหว้พระแล้วฟังธรรมเพื่อจะน้อมนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นไปปฏิบัติขัดเกลากิเลสตัณหาราคะอุปาทานให้หมดไปจากขันธสันดานของเรา ถึงเวลาแล้วที่เราจะรวมใจกันเพื่อสวดมนต์ทำวัตรเช้าโดยพร้อมเพรียงกัน

โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:53:21 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 2



กราบสวัสดีทุกๆ ท่านค่ะ และขออนุโมทนาในกุศลที่ได้เพียรดำเนินมาถึงทุกวันนี้ ในวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ๑๑ พฤษภาคมแล้ว เราก็จะเห็นว่ากาลเวลาผ่านไปเร็วมากเลยสำหรับชีวิตของเราท่าน เดือนนี้ก็เป็นเดือนที่ ๕ ของปีแล้วเหลืออีกครึ่งปีก็จะหมดไปอีกปีหนึ่งแล้ว ชีวิตเราก็ลุกเดินหน้าเข้าไปก้าวย่างไปสู่ความชราและในที่สุดก็คือมรณะ ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งวันเวลาได้เลย

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็ควรหวนคำนึงคิดถึงตนเอง เพราะหลากหลายชีวิตก็หลากหลายอารมณ์ที่เดินทางมารวมกันอยู่ในคลื่นแห่งแม่น้ำตัณหา ถูกคลื่นลูกเล็กลูกใหญ่ซัดเซพเนจร ยังดีที่คลื่นลูกนั้นในอดีตซัดเรามาตรงนี้ ให้มาอยู่บนเกาะที่มีหมู่ชนที่พร้อมเพรียงกันที่จะสร้างสรรค์ความดี เมื่อเรามีความพร้อมเพรียงกันสร้างสรรค์ความดีมันก็อยู่ที่กำลังใจของเราว่า ..ขอจงตั้งมั่น สรรค์สร้างความดี ด้วยศรัทธานี้มีมอบให้พี่น้องทุกคน อาบแสงแห่งสัจจะ ประกาศท้าความเหนื่อยยากไม่ยอมแพ้ ดวงใจรวมกันมั่นสร้างสรรค์ความดี..

ในการที่เรามาร่วมกันสร้างสรรค์ความดีตรงนี้ก็เป็นที่เฉพาะตนที่ใครทำใครได้ และยังมีอีกหลายล้านชีวิตอีกหลายล้านบุคคลมีชีวิตที่ต้องซัดเซพเนจรไปในความทุกข์ระทม อย่างที่เราได้ทราบข่าวเกี่ยวกับประเทศพม่าจากโทรทัศน์หรือวิทยุก็ตามก็จะเกิดความรู้สึกสงสาร ซึ่งตัวเองนั้นได้โทรศัพท์ไปประเทศพม่าก็รู้สึกว่าน่าสงสารมาก เพราะเมื่อต้นปีนี้เพิ่งได้เดินทางไปประเทศพม่ากันมา

และกระแสของข่าวก็มากขึ้นทุกวัน ก็เลยโทรศัพท์ไปกราบนมัสการพระราชปฏิภาณโสภณ (ท่านเจ้าคุณเมธี) เพื่อถามข่าวท่านว่าสถานการณ์หลังพายุของพม่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านบอกว่าท่านได้พยายามโทรศัพท์ไปแต่ก็โทรไม่ติด จนกระทั่งมีจังหวะดีที่โทร.ติดได้ครู่เดียวและได้พูดคุยกับชาวพม่าคนหนึ่งที่ท่านรู้จัก พอพูดได้ไม่มีคำสายก็ถูกตัดไป

แต่ชาวพม่าคนนั้นก็โทร.กลับเข้ามาซึ่งในขณะที่ในขณะนั้นคุณบัวทิพย์ไก๊ด์ชาวพม่าในการเดินทางครั้งที่แล้วก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยได้บอกมาว่า ..แม้แต่โรงแรมที่อาจารย์บุษกรเข้าพักนั้นก็พังพินาศหมด และโรงแรมที่อยู่ตรงทางขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนนั้นก็ถูกพายุพัดตกลงมาจากหน้าผา หรือแม้พระทั่งที่วัดพญาจีใต้ที่อยู่ในเมืองซึ่งเราไปทำบุญกันเป็นล้านๆนั้น หลังคาก็ถูกลมเปิดหมด และเขาบอกมาว่าจริงๆ แล้วคนตายในเหตุการณ์นี้เกือบสองแสน


โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:53:49 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 3



ตอนที่กำลังฟังก็รู้สึกสลดหดหู่และเศร้าใจ แล้วก็ได้ถามท่านเจ้าคุณไปว่า ท่านถามไปหรือไม่ว่า เจ้าอาวาสวัดพญาจีใต้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของหลวงพ่อแสวงนั้นเป็นอย่างไร เพราะตอนที่ถามออกไปนี้ก็นึกถึงเลยว่า ที่ไปประเทศพม่าในครั้งที่ผ่านมานี้เป็นไปตามคำขอของพระผู้ใหญ่ท่านนี้ซึ่งจัดอยู่ในระดับสมเด็จ ท่านบอกว่าาน..ขอพบอาจารย์บุษกร..ขอเจอลูกอีกครั้งหนึ่ง ..จึงได้พาคณะเดินทางไปนั่นเอง เมื่อนึกถึงวัดพญาจีใต้แล้วเสียงที่บอกว่าขอเจออีกครั้งหนึ่งนั้นก็ปรากฏขึ้นมาเลย

มาถึงวันนี้ก็จะเห็นว่า มันไม่มีอะไรแน่เลย เพราะเราคงยากที่จะไปหาท่านถึงตัวได้อีก แต่ไปได้ด้วยการให้ความช่วยเหลือไป และเกิดความรู้สึกว่าความเมตตาจิตที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมีมากจึงได้ชวนท่านเจ้าคุณว่า เรามาทำบุญกันเถอะ แล้วได้ปวารณาตนเองบริจาคเงินไป ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อซื้อข้าวสารไปบริจาค ท่านเจ้าคุณฟังแล้วท่านก็บอกว่า ใกล้จะถึงวันเกิดของท่านแล้วคือวันที่ ๑๕ นี้ก็ขอร่วมทำด้วย ๑๐,๐๐๐ บาท พอวางหูโทรศัพท์ไปได้สักครู่หนึ่งคุณมาลี อาณากุลก็โทร.เข้ามาและเมื่อทราบเรื่องแล้วก็เลยบอกทันทีเลยว่า ขอช่วย ๕,๐๐๐ บาท และพอถึงช่วงเย็นก็ได้การบริจาคท่านเจ้าคุณพิพิธอีก ๕,๐๐๐ บาทหลังจากที่ท่านได้ทราบทางโทรศัพท์ว่ากำลังจบเงินเพื่อบริจาคนี้อยู่

ตอนนั้นก็รู้สึกว่ามีความสุขที่ว่า เมตตาธรรมค้ำจุนโลก แล้วก็หวนคิดว่าสิ่งต่างๆ ทีได้ผ่านเราไป ก็เหมือนฉากนั้นเลื่อนไปจากชีวิตเรา และขณะนี้ก็เหมือนกับเรากำลังเลือนไปจากฉาก คือโรงละครมูลนิธิตรงนี้ก็เป็นฉากหนึ่ง บ้านเราก็เป็นฉากอีกฉากหนึ่ง ทั้งโรงละครที่บ้าเราหรือตรงนี้มันไม่ได้เลื่อนไปจากเราหรอก แต่เราเป็นผู้เลื่อนจากโรงละครนั้นๆ ไป ต้องเดินถอยหลังห่างไปเรื่อยๆ แล้วภาพเราก็จะลางลงแล้วหายไป และก็จะมีคนใหม่ขึ้นมาแทน เหมือนกันกับการที่เรากำลังจะเดินทางจากภพไปสู่ภพ

และก็ใกล้เข้ามาแล้วกับหลายชีวิต หลายชีวิตจึงต้องคิดให้ถูก และคิดให้ถูกอย่างไร และเราก็ควรจะต้องตั้งใจรับรู้ว่านี่คือชีวิตจริงๆ ดังเพลงที่จะเปิดให้ท่านพัง

โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:54:16 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 4



เพลงหลายชีวิต

ฟ้าอร่ามยามแสงทองสว่าง ชีวิตดังนาวา ตามคลื่นเรือน้อยลอยฟันฝ่า มาสู่ความหวังต่างกัน

ฝันคนเราต่างมีความฝัน ร้อยพันคนต่างกันไป คนต่างจิตต่างใจ ต่างความหวังห่างไกล มากมาย ร้อยพันนานา

ล้วนกำเนิดมาใช้กรรมปางก่อน ดังละครมายา ดีและเลวหรือมีคุณค่า มาต่างกันที่จิตใจ

แม้ดิ้นรนได้มาดังฝัน สักวันมันต้องจากไป คนจะมีอะไร เมื่อวาระสุดท้าย ความตายกล้ำกรายมาเยือน



ล้วนกำเนิดมาใช้กรรมปางก่อน ดังละครมายา จะดี จะเลว จะมีคุณค่า หรือไร้คุณค่านั้นมันขึ้นอยู่กับจิตใจ เพื่อต้อนรับวาระสุดท้ายที่จะมาเยือน แล้ววาระสุดท้ายของเราอยู่ตรงไหนและจะมาเมื่อไหร่..เราไม่รู้เลย

แต่เมื่อนึกถึงวาระสุดท้ายแล้วก็น่าใจหาย เพราะหมดสิ้นแล้ว..สิ่งที่เคยเห็น คนที่เคยเห็น ก็จะไม่ได้เห็นอีกแล้ว เสียงที่เคยได้ยิน ก็ไม่ได้ยินอีกแล้ว กลิ่นที่เคยรู้สึกว่าหอมเหม็นก็ไม่มีอีกแล้ว เพราะวาระสุดท้ายนั้นต้องตายทุกตัวละคร

จากวันนี้ไปเราควรทำตนเองให้มีกำลังวังชาที่จะดูแลบริหารใจของเราให้มั่นคง เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกมีความกระเพื่อมและสั่นคลอนมาก หลวงพ่อเสือเคยบอกว่าในชีวิตเราจะได้เห็นน้ำมันลิตรละ ๔๐ บาท ซึ่งขณะนี้มันก็ใกล้แล้ว และก็แว่วมาอีกว่าจะขึ้นไปอีก

เมื่อเศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ ความเดือนร้อนก็ย่อมต้องมีเกิดขึ้น เมื่อความเดือดร้อนในการทำมาหากินมีขึ้นความแก่งแย่งชิงดีมันก็มีตาม เมื่อความแก่งแย่งชิงดีมีมาความประทุษร้ายกันก็เกิดขึ้นมาเป็นเงา แล้วเราล่ะ เรามีจุดยืนหรือจุดพักให้หัวใจแล้วหรือยัง

ถ้าหากยังไม่มีเพราะความหวั่นไหวน้อยเนื้อต่ำใจว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา เราเกิดมาจน เราเกิดมาแย่ สารพัดที่จะไม่ดี ..แต่หากศึกษาแล้วเราก็จะรู้ว่านั่นคืออำนาจของกรรม

โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:54:33 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 5



ห้องใจภักดิ์รักกุศลวันนี้ได้กล่าวบอกท่านไว้ว่า เชื่อสิ..

ก็จะเห็นได้ว่า เชื่อสิ...ว่าประเทศเราในวันนี้ ไม่ว่าจะน่ากลัวอย่างไร ฟังดูข่าวคราวแล้วไม่รู้สึกสดใสเลย น้ำมันก็จะขึ้น สัปดาห์ก่อนน้ำมันประกาศขึ้นราคาถึงสองครั้ง และสัปดาห์หน้าก็จะขึ้นราคาอีก แต่เราก็ยังมีน้ำมันใช้ แม้ข้าวสารจะแพงขนาดไหน เราก็ยังมีเงินซื้อได้ ซึ่งต่างจากประเทศพม่าที่ตอนนี้ใกล้กลียุคแล้ว

เพราะคนตายไปมากมาย ศพกำลังลอยขึ้นอืด คนกำลังรอรับการช่วยเหลือ แต่เท่าที่พวกเราทราบก็คือการให้ความช่วยเหลือเป็นไปได้ยากมากเพราะเป็นประเทศที่ปิดกั้นไม่ให้ เข้าไป ฉะนั้นผลที่ตามมาก็ไม่ใช่เพียงแค่ความเสียหายจากพายุนั้นหรอก แต่โรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิดขึ้น ความเดือดเนื้อร้อนใจ ความทุรนทุรายจากความหิวโหย ซึ่งจะเป็นชะตาโหดขึ้นมาจากชะตากรรมที่ถูกคลื่นซัดสาด และเมื่อขาดการถูกเยียวยาก็จะเป็นเกมชะตาโหดขึ้นมา จะมีการปล้นสดมภ์เพื่อการอยู่รอด

นี่แหละคือผู้ที่กำลังเผชิญชะตากรรมที่โหดร้าย แล้วเราล่ะ ...นี่คือข้างนอกบ้านที่เขาต้องรับความโหดร้ายที่มากมายกว่าเรานัก และข้างในบ้านเมืองเราล่ะก็ยังมีผู้เผชิญความโหดร้ายที่มากกว่าเรา เช่น ตอนนี้หลายๆ คนกำลังนั่งขอทานตากแดดอยู่บนราวสะพาน บางทีก็มีเหรียญบาทโยน..แป๊ง! ลงในขัน บางทีก็มีแต่ขาเดินผ่านขันนั้นไป

ยังมีอีกหลายๆ ชีวิตที่รอวิบากที่กำลังส่งผลร้ายให้หมดลงแล้วเขาเหล่านั้นก็แย่กว่าเรา ..ถ้าหากเราคิดว่าเราแย่ แต่เราไม่ได้นั่งขอทานอยู่บนสะพานลอย แล้วเรานั่งอยู่ที่ไหน ? ลองจับดูสิว่า พื้นที่เรานั่งนี้เรียกว่าอะไร ..เรียกว่า พรม และห้องนี้มีลมเข้ามาไหม? ไม่มี แต่ห้องมีแอร์..เขาเรียกว่านั่งพรมแล้วห่มแอร์ ฉะนั้น ในหลายชีวิตนั้นเราดีกว่าเขามากนัก

โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:54:51 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 6



หลายคนไม่มีแขน ขา แต่อยู่อย่างมีคุณค่าได้ ..เราเคยดูเฟสปิกเกมส์ กีฬาคนพิการกันใช่ไหม แข่งขันปิงปองนี่เขาเอาปากงับไม้ตีปิงปองเพื่อแข่งกัน เราดูคนพิการแขนกุดแขนด้วนถักทอทำหัตถกรรมออกมาได้สารพัดเลย แม้กระทั่งตอนนี้คนพิการทางสายตาก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัย(แอดมิชชั่น)ได้ด้วยคะแนนที่สูงๆ โดยใช้อักษรเบลล์

ความพิการของเขาไม่ไห้หมายความว่าเขาจะต้องหมดสิ้นทุกอย่าง และเขาก็อยู่อย่างมีคุณค่าได้

แม้วันนี้เราจะพ่ายแพ้..ที่จริงเราไม่ได้พ่ายแพ้ใครเลยนะ แต่เราพ่ายแพ้อารมณ์ จึงต้องบอกตนเองเสมอว่าเราไม่ได้แพ้ใคร ทุกวันนี้เราคิดว่าเราแพ้คนนั้น แพ้คนนี้ แพ้เรื่องนี้ ..แต่จริงๆ แล้วเราไม่ได้แพ้ใครเลย เราแพ้อารมณ์

หรือว่าในชีวิตของเรา เราจะต้องเผชิญชะตากรรมอยู่ลำพังก็ช่างมันเถอะ ..ใครจะผละจากเราไป ก็ช่างเขาปะไร ขอให้รู้เพียงว่า คุณค่าในตัวเราไม่ได้ลดลงตามไปด้วยเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าหากเราเป็นคนดีมีศีลธรรม เราเป็นคนมีความรู้มีความสามารถ แล้วคนที่เรารักต้องตายจากเราไป..ผละจากเราไป คุณค่าของเราลดลงไหม? ไม่ได้ลดลงหรอก แต่มันอยู่ที่เราว่าจะทำให้ลดลงหรือสูงขึ้น ไม่ใช่คนตายหรือคนที่ผละจากเราไปมาดึงความมีค่าของเราไปได้ แต่อยู่ที่ตัวเราเองเท่านั้น

ขอให้เรายอมรับความพ่ายแพ้...ว่าวิบากมันมาถึง คลื่นมาแล้ว แรงลมมาถึงแล้ว มันก็จำเป็นที่ต้องเป็นอย่างนี้ แล้วก็เก็บความเจ็บปวดคือความผิดหวังนั้นไว้เป็นเครื่องสอนใจตนเองว่า ชีวิตเราแย่จังเลยนะ กระทบอย่างนั้นกระทบอย่างนี้ รู้สึกอย่างนั้นรู้สึกอย่างนี้ไว้เป็นบทเรียนที่สำคัญว่า การมีชีวิตเป็นทุกข์ยิ่งนัก ไม่ใช่บทเรียนแห่งการอาฆาตล้างแค้น

ไม่ว่าคนที่เรารักหรือคนที่รักเราต่างก็มีกรรมมีเวรเป็นของตน มีความคิดเป็นของตน เรามาเจอกันเพียงชั่วคราวเหมือนงานเลี้ยงที่ต่างเดินทางแต่งตัวมาด้วยแฟนซีชีวิตเพื่อมาร่วมงาน และงานเลี้ยงย่อมต้องมีเลิกรา ฉะนั้น เขาไม่จากเราไป เราก็จากเขาไป และการจากมีสองแบบคือจากเป็นกับจากตาย

การจากไปของใครนั้นไม่ได้ทำให้คุณค่าในตัวเราลดลงได้ถ้าหากเรารู้จักวางใจ

โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:55:09 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 7



การยอมรับความพ่ายแพ้ ไว้เป็นบทเรียนนั้นเพื่ออะไร..เพื่อวันหนึ่งเราจะได้เป็นผู้ชนะ จากการที่เคยแพ้อารมณ์อยู่ตลอดเวลาแล้วแต่เราสามารถเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้ได้แล้วอ่านชีวิตให้ออก..เราก็จะเป็นผู้ชนะ และผู้ชนะที่สูงส่งก็คือ ชนะกิเลสของตนเองได้ นี่คือความชนะที่ประเสริฐที่สุด

ก็ขอให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค และพิทักษ์รักษาชีวิตของตนเองให้มั่นคงด้วยความดี เพราะความดีเท่านั้นที่จะทำให้เราได้ดี ส่วนความชั่วไม่เคยให้ผลดีกับใครได้เลย ดังนั้น เราจะต้องก่อกำลังใจให้มากขึ้น อย่าท้อแท้ อย่าท้อถอย อย่าน้อยใจ แล้วอย่าไหวตามในสิ่งที่มากระทบทั้งดีทั้งชั่ว (เสียงเพลงกำลังใจได้ดังขึ้นและอาจารย์บุษกรได้ร้องเพลงนี้คลอไปกับดนตรีด้วย)


เพลง กำลังใจ

เหม่อมองไปจุดสุดปลายฟ้า อยู่บนทางที่ยังสบสน ชีวิตคนเวียนวกวน หนีไม่พ้นต้องทนสู้
แต่ละคนมุ่งสู่จุดหมาย เพื่อจะไปให้ได้ดังหวัง บ้างล้มลงตรงข้างทาง พลังแห้งเหือดหายไป

อยากเป็นเหมือนเปลวเทียน ส่องให้เห็นเป็นทาง อยากเป็นเหมือนสะพานข้ามฝั่ง
ส่งใจเสริมกำลังให้เธอนั้นก้าวเดินต่อไป เหนื่อยก็พักเอาแรงจะมัวท้อทำไม บนหนทางยังมีคนเหมือนเรา
ในเมื่อยังมีลมหายใจ ก้าวไปให้สุดกำลัง

ก้าวเดินไปไม่หวั่นขวากหนาม ข้ามลำธารไม่หวั่นภูผามาร่วมเป็นกำลังใจ ทางแสนไกลร่วมฟันฝ่า
เกิดเป็นคนจงอย่าหยุดยั้ง เพื่อนร่วมทางจงอย่าอ่อนล้า มาร่วมเป็นกำลังใจ จุดหมายคงอยู่ไม่ไกล



เกิดเป็นคนจงอย่าหยุดยั้ง เพื่อนร่วมทางจงอย่าอ่อนล้า ..เราก็จะมาเป็นกำลังใจให้กันและกันไปสู่จุดหมายต่อไป และในสัปดาห์หน้าห้องนี้ก็จะไม่มีเนื่องจากหยุดการสอนเพราะเป็นสัปดาห์วิสาขบูชา แต่จะมีการอบรมจิตที่นี่

และข้อคิดในห้องนี้ได้พูดมาครึ่งปีแล้วก็ไม่มีใครถามอะไรเพิ่ม สัปดาห์ต่อไปก็จะมีแต่ห้องสงบส่วนตัว ก็ขออนุโมทนาและสวัสดีทุกคน



โดย น้องกิ๊ฟ [11 พ.ค. 2551 , 13:55:25 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 8


เมื่ออ่านจบแล้ว ก็ให้หวลระลึกถึงคำที่อาจารย์เคยสอนไว้เสมอว่า..เหนื่อยนักก็ให้พัก ท้อได้แต่อย่าถอย... บทเพลงกำลังใจจึงดูกินใจและให้ความหมายที่ลึกซึ้งยิ่ง โดยเฉพาะที่ว่า....

ก้าวเดินไปไม่หวั่นขวากหนาม ข้ามลำธารไม่หวั่นภูผามาร่วมเป็นกำลังใจ ทางแสนไกลร่วมฟันฝ่า
เกิดเป็นคนจงอย่าหยุดยั้ง เพื่อนร่วมทางจงอย่าอ่อนล้า มาร่วมเป็นกำลังใจ จุดหมายคงอยู่ไม่ไกล

ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะที่เพียรอบรมให้ศิษย์อยู่ในกุศล และเป็นกำลังใจให้เสมอมา

โดย พี่ดา [13 พ.ค. 2551 , 08:43:43 น.] ( IP = 124.121.177.14 : : )


  สลักธรรม 9

แม้จะต้องเผชิญกับวิบากกรรมที่ไม่ดีก็ตาม ก็อย่าอ่อนแอ ขอให้มีกำลังใจและกำลังกายในการก้าวสู่จุดหมายสูงสุด คือ ชนะกิเลสตนเอง นั่นเอง

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ

โดย เซิ่น [13 พ.ค. 2551 , 08:48:31 น.] ( IP = 58.8.50.12 : : )


  สลักธรรม 10


ตื่นนอนทุกเช้าไม่ลืมที่จะขอบคุณบุญกุศลที่ทำให้ได้เกิดมาเป็นคนไทย ได้อยู่ในชาติไทย อยู่ในร่มของศาสนา และยังมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นเจ้าชีวิตของคนไทยทุกคนอีกด้วย

สังเกตุได้ว่า บ้านเมืองเรามีภัยน้อยกว่าอีกหลายๆ ที่ และถึงแม้ว่าจะมีอะไรๆ เกิดขึ้นก็ตาม พวกเราก็ยังโชคดี เพราะได้มีโอกาสมามูลนิธิแห่งนี้ ทำให้เรามีครูบาอาจารย์ที่มาคอยบอกคอยสอนให้เราว่า ควรวางใจอย่างไรกับภัยรอบด้านที่กำลังเกิดขึ้น

เพียงมีศรัทธาเชื่อเรื่องของกรรม วิบากกรรมcแล้ว จิตใจเราก็จะสงบท่ามกลางความวุ่นวายนั้นได้

.....ก่อนนอนจึงต้องกราบขอบพระคุณท่านเหล่านั้น โดยเฉพาะพระธรรมที่ทำให้เราสามารถผ่านพ้นภัยมาได้ตลอดทั้งวัน

อนุโมทนา และขอบคุณ น้องกิ๊ฟ มากนะคะ ที่นำเรื่องดีๆที่อาจารย์สอนมาถ่ายทอดให้พวกเราได้ทบทวนกันอีกครั้ง

โดย วยุรี [13 พ.ค. 2551 , 12:52:34 น.] ( IP = 58.9.99.173 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org