มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พิธีบวงสรวงกับดวงชะตาชีวิต





พิธีบวงสรวงกับดวงชะตาชีวิต

ธรรมะปฏิสันถารโดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ


เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีพิธีกรรมเจริญพระพุทธมนต์และบวงสรวง ณ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานครและอีกหลายวัด แต่ที่โด่งดังมากมากก็ที่วัดไตรมิตรฯ ซึ่งมีพระเดชพระคุณพระพรหมเวที เป็นเจ้าอาวาส มีพระเทพภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้จัดพิธี

ที่ว่าดังมากก็เพราะมีท่านผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไปร่วมพิธีนี้ โดยไม่มีใครคิดว่าเป็นพวกไหน พรรคไหน มีหมอดูหลายคนไปร่วมพิธี ที่ฮือฮามากที่สุดก็คือ ฯพณฯ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ไปร่วมพิธีด้วยหนังสือพิมพ์ก็วิจารณ์กันใหญ่ ทั้งที่ในหนังสือพิมพ์บางฉบับก็มีหมอดู นักหนังสือพิมพ์เองก็ชอบหมอดู แต่ก็ (ดัดจริต-คำพูดติดปาก ของท่านนายกฯ) ทำเป็นสมัยใหม่ไม่สนใจเรื่องหมอดู พิธีกรรม วิจารณ์กันให้แซดว่า งมงาย คร่ำครึ (ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง)

มีคนถามความคิดเห็นในพิธีกรรมดังกล่าวว่าคิดเห็นว่าเป็นอย่างไร ก็ตอบว่า "เชื่อว่ามีจริง ได้ผลจริง" ทำไมจึงไม่ตอบแบบนักวิชาการ (ดัดจริต) สมัยใหม่เหตุก็เพราะว่าเป็นอย่างไร ก็ตอบว่า "สิ่งที่มี ต้องมีที่มา, เหตุที่เกิดต้องมีที่แก้" ....ถ้าไม่มีเหตุที่เกิด มันก็คงไม่รู้จะทำสิ่งที่แก้ไปให้มันเสียเวลาเสียเงินเสียทองทำไม ส่วนจริงหรือไม่จริง ก็อยู่ที่โหราจารย์ ความขลังของพระที่สวด ฤกษ์พานาที บัณฑิตที่ประกอบพิธี และกรรมของแต่ละคน ถ้ากรรมไม่หนักหนาจนถึงวิบัติทรัพย์สินวิบัติแก่ชีวิต เจ้ากรรมนายเวรก็ผ่อนอภัย เทพไทก็รักษา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็มาคุ้มครอง

แล้วก็มีคนถามว่า..."ท่านเจ้าคุณตรวจดวงชะตาบ้างหรือเปล่า" จึงบอกความเป็นจริงว่า..."อาตมาไม่มีใบเกิด ไม่รู้วัน เดือน รู้แต่ปีเกิด ที่ระบุในปัจจุบันก็เพราะคุณครูใหญ่สมมติให้เพื่อจะได้เข้าเรียนหนังสือ" ...เมื่อไม่รู้ก็มีกังวลเพราะนิสัยอยากรู้และไม่กังวลเพราะถึงอย่างไรก็คงไม่รู้ มีทั้งดีทั้งเสีย ไม่รู้ชะตาเกิดก็ดีที่อยู่อย่างเสี่ยงดีเสี่ยงเสีย ทำให้อึดสู้ไปวัน ๆ แล้วก็ภาวนาว่า "เป็นอะไรก็เป็นกัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด" ไม่ดีก็อยู่ตรงที่อะไรควรจะผ่อนปรนแก้ไข ขมาลาโทษได้ ก็ไม่สามารถจะทำได้

คนที่รู้ชะตาเกิด และรู้จักโหราจารย์ที่ดี รู้จักพระสงฆ์ที่มีความเชี่ยวชาญพิธีกรรมย่อมดีกว่าคนที่ไม่รู้อะไรเลย จึงไม่ควรที่จะไปดูถูกเหยียดหยามคนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักวิจารณ์ นักเขียน นักเทศน์ ที่อายุยังน้อย ประสบการณ์ในโลกยังไม่ถึงขั้น อย่าเพิ่งอวดความคิดที่ลอกเลียนคนอื่นเขามาและมีข้ออ้าง พร้อมกับคำ ๒ คำ คือ... "วิทยาศาตร์ และ คำสอนของพระพุทธเจ้า" แล้วเรียนคำสอนของพระพุทธเจ้าจบครบถ้วนหรือยัง เอาเถอะน่า...เมื่ออายุถึงเวลาที่ดวงชะตาของตนเองหรือของคนที่รักตกต่ำหรือถึงฆาต วันนั้นแหละจะรู้

แต่บางคนวิจารณ์คนอื่นมาก ๆ เข้า ถึงรู้ว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะพ้นภัย แต่ละอายใจเพราะพูดไปแล้วเลยต้องยอมรับสภาพเพราะกลัวจะค้านกับคำพูดของคนที่เคยแสดงทรรศนะไว้อย่างนี้ก็เรียกว่า ...พวกดัดจริต...จนตายหรือหายนะ

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 พ.ค. 2551 , 14:04:22 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เมื่อไม่รู้ดวงชะตา ก็เลยตอบโยมที่ถามว่าอาตมาภาพเองได้แบ่งเกณฑ์ชีวิตไว้ ๒ เกณฑ์ โดยนับอายุ ๑๐๐ ปี เป็นเกณฑ์ตั้ง อายุ ๕๐ ปี เป็นเกณฑ์ "ครึ่งคน" ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านเกณฑ์ครึ่งคนแล้ว ตั้งแต่อายุ ๕๑ ปี เป็นเกณฑ์ "ครึ่งผี" นี่ก็เริ่มเข้าเกณฑ์ครึ่งผีมาปีเศษ (ตามที่ครูสมมติ) ส่วนการกำหนดวงดสงเสวยอายุนั้น เมื่อไม่สามารถคำนวณได้ ก็กำหนดเกณฑ์ดวงดาวเสวยอายุทุกดวงดาวทุกวัน ดังนี้......

ดาวอาทิตย์ ได้เห็นทุกวันตลอดเช้าเย็น ต้องใช้พระอาทิตย์ที่เสวยอายุเราทุกวันให้เป็นประโยชน์ต่องานไม่เช่นนั้นแล้วเสียพลังแสงอาทิตย์ และพระอาทิตย์คือ ความคิดก็ยังส่องสว่างด้วยการอ่าน การฟังคำแนะนำ คำติชม ด้วยใจเมตตาของท่านผู้หลักผู้ใหญ่และนักวิชาการ

ดาวจันทร์ คือ โยมพ่อถึงแก่กรรมไปนานแล้วตั้งแต่อายุยังน้อย เหลือแต่โยมแม่เป็นพระจันทร์มีแสงอันนวล ชุบชีวา ยังไม่เหว้ว่าในฐานะเป็นลูกกำพร้าเสียทีเดียว ในความมืด ที่ท้อถอยหมดหวัง ก็ยังมีโยมแม่คอยแนะนำด้วยความรัก และยังมีโอกาสได้พูดคุยกับท่าน

ดาวอังคาร ยังไม่เสวยอายุ จะเสวยอายุเมื่อตายแล้ว ครั้นคนเขาเผาแล้วก็จะเป็นอังคาร (ขี้เถ้า) เขาคงเอาไปทิ้งบ้างเก็บไว้ด้วยความนับถือบ้างเก็บไว้ด้วยความจำเป็นบ้าง ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีโอกาสรู้แล้ว

ดาวพุธ (พุทธ) ดวงดาวนี้มีอิทธิพลและมีอุปการะคุณต่อชีวิตที่สุด คือได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ได้มาอาศัยวัดกินอยู่ เรียนหนังสือ บวช ศึกษาพระธรรม จนเป็นเจ้าคุณ ดาวพุธ (พระพุทธเจ้า) จึงมีอิทธิพลและต้องกราบไหว้บูชาอย่างสุดชีวิต ทำงานถวายอย่างสุดจิตใจ

ดาวพฤหัสฯ ดาวดวงนี้ยังต้องบูชาตลอดชีวิต คือ ครู อาจารย์ นักคิด นักเขียน นักเทศน์ ที่มีอายุมากกว่าและน้อยกว่า เคารพทุกคนที่ให้ความรู้ความคิด โดยปราศจากมิจฉาทิฏฐิ

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 พ.ค. 2551 , 14:04:53 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 2



ดาวราหู เสวยอายุทุกวัน คือ จิตใจมักตกไปในอารมณ์ที่ต่ำด้วย โลภ โกรธ หลง อิจฉาริษยา น้อยใจ แต่ก็ขับไล่ทุกวันด้วยการอ่านพระไตรปิฎกสวดมนต์เจริญกัมมัฏฐาน

ดาวศุกร์ (สุข) อายุเกณฑ์ครึ่งผีแล้วคงไม่มีอะไรที่เป็นความสุขจากการกิน ยศศักดิ์ กายสังขารกำลังทรุดโทรม ตามความเป็นจริง แสงของดาวศุกร์ (สุข) ในโลกก็เริ่มอ่อนแสง ต่อไปก็คงริบหรี่ และดับในที่สุด

ดาวเสาร์ (เสา) ยังคงมีปณิธานในหน้าที่การงานดั่งเสาเอกของบ้าน ถึงบางครั้งดินถล่ม ลมกรรโชก คนโยกคลอน ก็อนุสรณ์ถึงพระพุทธเจ้า พระราชปณิธานของพระมหากษัตริย์ และเสริมความแข็งแรงของดาวเสาร์ (เสา) ด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ "ความฝันอันสูงสุด"

ดาวเคราะห์ ทำอะไรก็ยังตรองพิเคราะห์ด้วยตนเอง ด้วยผู้หลักผู้ใหญ่ ด้วยผู้รู้ พอจะผ่านดาวดวงนี้ไปได้ ถ้าตราบใดไม่วู่วาม ไม่หลงตัว

ดาวลูกไก่ ยังทบทวนว่าตนเองยังมั่นในความกตัญญูกตเวที เหมือนลูกไก่ทั้งเจ็ดดวงนี้มีแสงอยู่บ้าง แต่ก็พยายามลดลงบ้า ถ้าใครไม่อยากให้ถากไถ ก็อย่าทำความชั่วความเสียหายต่อประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ดาวหาง ไม่ตั้งก๊กตั้งตั้งก๊วนภายในวัดเด็ดขาดแต่สร้างศาสนทายาทต้องมี

ดาวตก วันที่ตายนั้นแหละคือวันที่ดาวตกเสวยอายุจะตกไปตรงไหนยังไม่รู้ สุดแต่จิต ณ ขณะนั้น

เมื่ออธิบายต่อโยมที่ถามก็อธิบายตามความเป็นจริงอย่างนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อว่าพูดจริงหรือเปล่า เพราะตอนนั้นไม่ได้อมพระมาพูด

โดย พระราชวิจิตรปฏิภาณ [11 พ.ค. 2551 , 14:05:24 น.] ( IP = 58.9.215.167 : : )


  สลักธรรม 3

นมัสการขอรับท่านเจ้าคุณ

วันนี้อ่านเพลินเลยครับ เพราะลื่นหูดูดี มีคติธรรมครับ ได้ประโยชน์จากการอ่านครับ จะได้เอาดาวทั้งหมดที่ท่านกล่าวไปตรวจดวงตนเองบ้างขอรับ

กราบขอบพระคุณในวิทยาทานนี้ขอรับท่าน

โดย ทับตะวัน [11 พ.ค. 2551 , 18:14:08 น.] ( IP = 58.9.141.103 : : )


  สลักธรรม 4


กราบนมัสการค่ะท่าน

ดวงดาวเสวยอายุตามเกณฑ์ต่างๆของท่าน อ่านแล้วสนุกดีค่ะ

โดย ดวงรัตน์ [12 พ.ค. 2551 , 09:45:35 น.] ( IP = 124.121.176.177 : : )


  สลักธรรม 5

อ่านแล้วรู้สึกดีมีมาดสมณะกว่าหลายเรื่องที่ผ่านมามากเลยค่ะ

กราบนมัสการค่ะ..

โดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2551 , 11:45:28 น.] ( IP = 125.26.43.246 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org