| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อารมณ์นั้น
สำคัญไฉน
สลักธรรม 1ตอนนั้นสิตางศุ์ยังเด็กมาก และยังไม่ได้ศึกษาพระอภิธรรมเธอจึงตอบพ่อไปว่า
...ก็เป็นอันเดียวกันซิคะ พ่อขา เพราะเธอเคยเห็นว่าเวลาพ่ออารมณ์ดี พ่อจะเล่านิทานเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังอย่างสนุกสนาน แต่คราใดที่ลูกทำผิด พ่อจะไม่พูดเล่นด้วย แล้วแม่มักจะบอกว่าตอนนี้พ่อเขาอารมณ์เสีย กำลังโกรธที่ลูกๆ ทำตัวไม่น่ารัก
เสียงพ่อหัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะพูดว่า
ถ้าตอบอย่างนี้ ...เสียชื่อพ่อที่เป็นครูสอนธรรมะหมด เอาล่ะ ...ต่อไปนี้เวลาพ่อสอนธรรมะ ลูกคงต้องเข้าไปฟังบ้างเพื่อที่จะได้เป็นพื้นฐานในการเรียนพระอภิธรรมที่สูงๆขึ้นไป
แล้วเย็นวันนั้นพ่อได้สอนให้เธอเปิดพจนานุกรมเพื่อดูความหมายของศัพท์ต่างๆ แล้วให้เธอเปิดหาความหมายของคำว่าอารมณ์ ซึ่งได้บัญญัติความหมายเอาไว้ว่า เป็นสิ่งที่ยึดหน่วงจิตใจโดยผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
....เห็นไหมลูก ทุกวันนี้คำว่าอารมณ์ที่เราใช้กันนั้นมันผิดไปจากความเป็นจริง เพราะเราเข้าใจไปว่าเป็นความรู้สึก เช่นว่า อารมณ์ดี อารมณ์เสีย เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้น อารมณ์ก็อย่างหนึ่ง จิตหรือที่เรียกว่าวิญญาณก็อีกอย่างหนึ่ง เช่นขณะนี้...ลูกเห็นหนังสือเล่มนี้ไหม?
เห็นค่ะ
การเห็นของลูกที่เกิดขึ้นได้ ก็เพราะมีหนังสือพจนานุกรมเล่มนี้เป็นอารมณ์ซึ่งในทางธรรมะเรียกว่า รูปารมณ์ เป็นอารมณ์ที่มายึดหน่วงจิต(ใจ)ที่มีชื่อว่า จักขุวิญญาณ ที่เรียกชื่อนี้เพราะต้องผ่านทางทวารตา(จักษุ)ของหนู ฉะนั้น จิต กับอารมณ์ เป็นอันเดียวกันหรือเปล่าล่ะ อันนี้หนูพอเข้าใจไหม?
จนกระทั่งเธออายุ ๑๒ ขวบจึงเริ่มเข้าชั้นเรียนพระอภิธรรมร่วมกับนักศึกษาทั้งหลายโดยมีพ่อเป็นครูสอนธรรมะคนแรก ซึ่งเธอจำเป็นต้องเรียนอย่างจริงจังตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา ทั้งนี้เพราะพ่อมักจะตั้งคำถามในเรื่องที่ท่านสอนไปแล้วในตอนเย็นขณะที่เดินทางกลับบ้านด้วยกัน และเมื่อเรียนถึงปริจเฉทที่ ๓ แล้ว เธอจึงมีความเข้าใจในเรื่องของอารมณ์มากขึ้น ครั้งหนึ่งพ่อได้อธิบายว่า .. โดย วยุรี [11 พ.ค. 2551 , 17:47:29 น.] ( IP = 58.9.141.103 : : )
สลักธรรม 2
นักศึกษาทั้งหลาย... คุณต้องเข้าใจนะว่าในบรรดาสัตว์ที่มีชีวิตทั้งหลายนั้น ถ้าไม่มีอารมณ์เป็นที่อาศัยยึดเหนี่ยวแล้ว จิต(และเจตสิก)แห่งสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นมิอาจเกิดขึ้นได้ อุปมาเหมือนคนชรา หรือทุพพลภาพย่อมต้องอาศัยไม้เท้าหรือราวเชือกเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวไว้ให้ทรงตัวลุกขึ้นเดินไปได้ฉันใด จิตและเจตสิกทั้งหลายก็เช่นเดียวกันต้องมีอารมณ์เป็นเครื่องอาศัยยึดเหนี่ยวให้ปรากฏขึ้นได้ฉันนั้น
ฉะนั้น เมื่อกล่าวถึงอารมณ์ย่อมต้องผูกพันไปถึงจิต และเมื่อกล่าวถึงจิตก็จะต้องมีอารมณ์เช่นเดียวกัน จิตใดที่ไม่มีอารมณ์นั้นไม่มีเลย แล้วอารมณ์ที่เป็นที่รู้ของจิต หรือที่มายึดเหนี่ยวจิตนั้น เมื่อจำแนกตามความสามารถในการรับอารมณ์ต่างๆ โดยอาศัยผ่านทางทวารแล้วมี ๖ ประการด้วยกันคือ
๑. รูปารมณ์ แปลว่า รูปเป็นอารมณ์ ได้แก่วรรณรูป คือสีต่างๆ อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตและเจตสิก(จักขุวิญญาณที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกเข้าประกอบ) ทางตา
๒. สัททารมณ์ แปลว่า เสียงเป็นอารมณ์ ได้แก่สัททรูป อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตและเจตสิก(โสตวิญญาณที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกเข้าประกอบ) ทางหู
๓. คันธารมณ์ แปลว่า กลิ่นเป็นอารมณ์ ได้แก่คันธรูป อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตและเจตสิก(ฆานวิญญาณที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกเข้าประกอบ) ทางจมูก
๔. รสารมณ์ แปลว่า รสเป็นอารมณ์ ได้แก่รสรูป อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตและเจตสิก(ชิวหาวิญญาณที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกเข้าประกอบ) ทางลิ้น
๕. โผฏฐัพพารมณ์ แปลว่า การกระทบถูกต้องกายเป็นอารมณ์ ได้แก่รูปอันมี ปฐวี เตโช วาโย คือความแข็ง-อ่อน เย็น-ร้อน หย่อน-ตึง อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตและเจตสิก(กายวิญญาณที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกเข้าประกอบ) ทางกาย
๖. ธัมมารมณ์ แปลว่า สภาพธรรมที่รู้ได้เฉพาะทางใจ(มโนทวาร)อันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวของจิตและเจตสิก(มโนวิญญาณที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกเข้าประกอบ) ทางใจโดย วยุรี [11 พ.ค. 2551 , 17:53:05 น.] ( IP = 58.9.141.103 : : )
สลักธรรม 3จะเห็นได้ว่าอารมณ์ทั้ง ๖ นี้เกิดขึ้นทางทวารต่างๆ ๖ ทวาร คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจ ฉะนั้นจิตส่วนมากเมื่อเกิดขึ้นจะต้องอาศัยทวารเกิด ซึ่งเรียกจิตชนิดนี้ว่า ทวาริกจิต แต่ก็ยังมีจิตอีก ๑๙ ดวงซึ่งเป็นจิตที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยทวารใดเลย เรียกว่า ทวารวิมุตจิต ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนรายละเอียดในภายหลัง....
อาจเป็นเพราะด้วยความรู้ด้านปริยัติที่สิตางศุ์ได้รับมาจากพ่อ อีกทั้งประสบการณ์ตรงที่ได้จากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานมาเป็นเวลานาน จึงทำให้สิตางศุ์เข้าใจปัญหาของลูกศิษย์ทุกๆคนว่าที่พวกเขาต้องประสบกับความทุกข์ใจจากปัญหาต่างๆ นั้น เนื่องด้วยพวกเขายังขาดปัญญา นึกถึงคำสอนของพ่อที่หลายต่อหลายครั้งเธอได้พยายามนำมาถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ เพราะเธอคิดว่าเป็นหน้าที่ที่เธอจะต้องปลูกฝังความเห็นถูกให้กับพวกเขา
เราทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า อารมณ์ของเราเกิดขึ้นมาโดยที่เราไม่สามารถบังคับบัญชาได้นั้นมันเป็นวิบากซึ่งเกิดขึ้นจากอำนาจกรรมที่เราทำมา แล้วอารมณ์นั้นมันก็ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ก็เพราะมันไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งลักษณะสามของไตรลักษณ์นี้ย่อมเกิดขึ้นอยู่ในชีวิตของเราตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใดที่รูปารมณ์ หรือสัททารมณ์มากระทบ แล้วเกิดโทสะ หากสติสัมปชัญญะเราไม่มีกำลังพอ อำนาจของโทสะนี้ก็จะทำให้อกุศลเกิดต่อเนื่องยาวเป็นลูกโซ่ ดูได้เลย เวลาที่เราโกรธ เช่น โกรธพ่อ โกรธแม่ โกรธพี่ๆน้องๆ โกรธสามี ภรรยา หรือโกรธใครๆก็ตาม ถึงแม้เราจะปลีกตัวออกไปอยู่ตามลำพัง เราก็ยังมีความโกรธอยู่ เป็นเพราะจิตเราก็ยังเก็บอารมณ์ที่เรียกว่า ธรรมารมณ์นั้นไปคิด พิจารณา ใคร่ครวญในเรื่องราวที่เกิดขึ้น(แล้วทำให้เราโกรธ) ทั้งๆที่ตอนนั้นเสียงว่าก็ไม่มีแล้ว เขาที่ทำให้เราโกรธก็ไม่อยู่แล้ว การคิดที่เกิดขึ้นตอนหลังนั้นส่วนใหญ่ไม่ได้คิดใคร่ครวญด้วยปัญญา มันจึงเกิดความกลุ้ม ความเซ็ง ความทุกข์ใจตามมา นั่นเป็นเพราะยังมีความกรุ่นของโทสะ(เป็นโทสะเกิดใหม่ๆ จากธรรมารมณ์) หรือในภาษาธรรมะเรียกว่ามีโทมนัสเกิดขึ้น
บางคนอยากจะหนี หรือทำลายอารมณ์นั้นให้หมดสิ้นไป เพราะไม่มีใครแน่นอนที่มีความทุกข์แล้วจะยอมรับความทุกข์นั้นไว้ด้วยดี ทุกคนต่างพยายามดิ้นรนหาทางออกเพื่อให้ความทุกข์นั้นหมดไป บางคนแก้ไขด้วยการแสวงหาอารมณ์ที่พอใจ เช่นไปดูหนัง ไปซื้อของ ไปหาอะไรที่ดีๆรับประทาน แล้วมีอะไรบ้างที่ดีๆ อะไรบ้างที่เป็นเครื่องชดเชยที่ดีที่สุด แต่มันเป็นแก้ไขโทสะด้วยการหาโลภะมาทดแทน นี่ไง จึงบอกว่ามันเป็นลูกโซ่ของอกุศลทั้งสิ้น แล้วแน่นอนว่าชีวิตเราจะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ยาวนาน .
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย วยุรี [11 พ.ค. 2551 , 18:02:40 น.] ( IP = 58.9.141.103 : : )
สลักธรรม 4อารมณ์เป็นสิ่งที่จิตรู้ การทำความเข้าใจเรื่องของอารมณ์และตัดสินอารมณ์ได้ถูกต้อง จะทำให้ลดความวิปลาสลงได้
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับงานกุศลของพี่วยุรีค่ะโดย เซิ่น [12 พ.ค. 2551 , 09:06:02 น.] ( IP = 58.8.50.199 : : )
สลักธรรม 5
แต่ก่อนนี้ ก็เป็นคนหนึ่งเลยค่ะ ที่จะแก้ปัญหาทุกข์ใจเฉพาะหน้าด้วยการออกไปเดินห้าง เพื่อซึ่งสิ่งของต่างๆที่เคยแอบเล็งๆไว้
พออ่านแล้ว ก็ให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว นั่นเรากำลังก่อให้เกิดลูกโซ่แห่งอกุศลโดยไม่รู้ตัว
ขอบพระคุณพี่วยุรีมากค่ะที่นำเรื่องที่ดีมีประโยชน์มาให้อ่านค่ะโดย ดวงรัตน์ [12 พ.ค. 2551 , 09:27:39 น.] ( IP = 124.121.176.177 : : )
สลักธรรม 6มาอ่านภาคต่อมินิซีรีส์ของสิตางศุ์ค่ะ ท่าทางจะเข้มข้นเข้าไปในเรื่องการนำปริยัติไปปฏิบัติในชีวิตนะคะ
อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2551 , 11:57:09 น.] ( IP = 125.26.43.246 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |