| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
อารมณ์นั้น
สำคัญไฉน (๒)
อารมณ์นั้น สำคัญไฉน
ตอนที่ผ่านมา
สิตางศุ์พยายามสอนลูกศิษย์เสมอว่า อย่าประมาทเวรกรรมว่าทำน้อย เพราะผลมันมีมากจริง ๆ แม้ทุกวันนี้ที่ต่างกำลังโกรธ ก็เพราะได้รับอารมณ์ที่เป็นผลตลอดจนความสันทัดจากสิ่งที่เราทำมาแล้วในอดีตนั่นเอง อย่างเช่นเรื่องราวของเพียงใจที่เธอพยายามแก้ไขด้วยการอธิบายสัจธรรมตามความเป็นจริงเพื่อให้เขายอมรับว่า การเกิด นำมาซึ่งความทุกข์ ซึ่งย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกๆคน
บ้านของเพียงใจเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีพี่ๆน้องๆอยู่หลายคน ทุกๆคนต่างรู้จักและให้ความเคารพต่อสิตางศุ์เป็นอย่างดี และในจำนวนนั้นมีเพียงใจคนเดียวเท่านั้นที่ได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาธรรมะ ปัญหาของครอบครัวนี้แทบทุกครั้งส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากเพียงดาวซึ่งเป็นพี่สาวของเพียงใจ เพียงดาวเป็นผู้ที่มีความผิดปกติ คือ สมาธิสั้น ผสมกับมีอาการออร์ทิสติกด้วย จึงทำให้เกิดปัญหากับพี่ๆน้องๆที่อยู่ด้วยเป็นประจำ จนทุกคนเกิดความอิดหนาระอาใจกับนิสสัยที่ไม่ยอมเชื่อฟังใคร พูดมากซ้ำซาก ย้ำคิดย้ำทำ อีกทั้งชอบกลั่นแกล้งผู้อื่น ซึ่งไม่เว้นแม้แต่แม่ผู้ให้กำเนิด
เพียงใจ อาจารย์ขอบอกไว้อย่างหนึ่งนะว่า ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่ต้องการให้คนอื่นโกรธและเกลียด แต่ที่เขาทำไปก็เพราะความสันทัดที่ติดตามเขามาตั้งแต่อดีต แม้ตัวเราเองก็เช่นเดียวกัน ลองคิดดูให้ดีซิว่า ขนาดเราเรียนมาแล้วว่าความโกรธ หรือที่เรียกว่า โทสะนั้นเป็นอกุศล แล้วอำนาจของโทสะที่มีอยู่นั้นจะทำให้เกิดความขุ่นมัว เศร้าหมอง ทุกข์ร้อนใจ ซึ่งเป็นการทรมานตนเองอยู่ตลอดเวลา บางคนครุ่นคิดหมกมุ่นอยู่กับเรื่องร้ายๆ ที่กระทบกระเทือนใจอย่างแรงนั้นอย่างไม่จบไม่สิ้น ทั้งที่มันผ่านไปเป็นอดีตแล้ว แถมบางคนยังคิดฟุ้งล่วงหน้าต่อไปถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นมาในอนาคต ทั้งๆที่ตอนนี้มันก็ยังไม่เกิด แล้วยังคิดไปคิดมาวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จิตใจก็ถูกทำร้ายด้วยอกุศลที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีหยุดหย่อน รู้ขนาดนี้แล้ว เราก็ยังอดโทสะไม่ได้เลย นี่ไงความสันทัดในโทสะที่ติดตามเรามา... โดย วยุรี [12 พ.ค. 2551 , 08:38:44 น.] ( IP = 58.9.150.224 : : )
สลักธรรม 1หนูก็ทราบดีค่ะ อาจารย์ แต่พอถึงเวลาเผชิญหน้ากันทีไร ตอนแรกหนูก็พยายามพูดดีๆ แต่พอโต้ตอบกันแล้ว หนูก็อดไม่ได้ทุกที ทั้งๆที่ตั้งใจแล้วว่าจะอดทนให้มาก รู้ก็รู้ว่าพี่เขามีความผิดปกติ แต่พอรับกระทบแล้วก็อดใจไว้ไม่ได้สักที รู้สึกร้อนเร่า จนหนูต้องโทรศัพท์มาหาอาจารย์เพื่อจะได้คลายออกจากอกุศลที่กำลังเป็นอยู่...
ความจริง...อาจารย์ว่าหนูโชคดีนะ...
หนูหรือคะ?....โชคดี !...
ใช่...เพราะหนูแค่เห็นพี่สาวเป็นอย่างนี้ โดยที่หนูไม่ได้เป็นเอง ...ลองคิดดูซิ ถ้าหนูเกิดต้องมาเป็นอย่างพี่เขา หนูจะมีโอกาสมาเรียนธรรมะ มาปฏิบัติธรรมอย่างทุกวันนี้ได้ไหม?
.......!
อาจารย์เคยสอนพวกเราแล้วไงว่า.......ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีสาเหตุให้เกิด และทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นก็มีผลอยู่เพียงชั่วคราว.... อย่ากังวลกับเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นหรือพอใจกับเรื่องดีที่เกิดขึ้น ..เพราะอีกไม่นานเรื่องราวเหล่านั้น และความรู้สึกนั้นก็จะผ่านไปจนหมดสิ้น ...แล้วก็มีสิ่งใหม่ๆ อารมณ์ใหม่ๆ เวียนเข้ามาให้เราต้องทำเหตุ(กรรมใหม่)อีก...ฉะนั้นตัวแปรสำคัญที่จะก่อผลดี หรือผลร้ายในอนาคตนั้นอยู่ที่..การตอบโต้อุปสรรคเหล่านั้นอย่างไรต่างหาก
อย่างเช่นตอนนี้ หนูกำลังตอบโต้กับอุปสรรค ซึ่งเป็นผลจากเหตุเดิม ....ขณะเดียวกันหนูต้องไม่ลืมว่าอุปสรรคตัวนั้นแหละจะมาเป็นสิ่งเร้าให้หนูกระทำเป็นกรรมใหม่ ...ซึ่งเป็นเหตุทำให้มีผลสืบเนื่องต่อไปอีกในอนาคต ฉะนั้นผู้ที่กุมชะตาชีวิตของเราจึงไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวเพียงใจเอง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ควรหรือ? ที่เพียงใจจะปล่อยละเลยให้โทสะเข้ามามีอำนาจ หากเป็นเช่นนี้แล้ว เมื่อไรล่ะเพียงใจจึงจะฝ่ามรสุมชีวิตไปได้โดย วยุรี [12 พ.ค. 2551 , 08:46:11 น.] ( IP = 58.9.150.224 : : )
สลักธรรม 2หนูควรทำอย่างไรดีคะ อาจารย์?
เพียงใจต้องพยายามตั้งสติให้ได้ ....การใคร่ครวญดีๆ ด้วยปัญญา ย่อมทำให้เกิดกุศลอันประณีต ซึ่งจะช่วยให้หนูฝ่ามรสุมชีวิตไปได้ เช่นการที่หนูนำธรรมะที่เรียนมาคิดว่า...ทำไมหนูจึงต้องเกิดมาอยู่ในครอบครัวนี้ ทำไมต้องมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมอย่างนี้ ทำไมต้องเผชิญเรื่องราวเช่นนี้ ทุกอย่างล้วนมีคำตอบ และคำตอบก็มีเพียงอย่างเดียว ซึ่งหนีไม่พ้นไปจาก อำนาจกรรมที่หนูทำมาเอง พ่อแม่ทุกคนต้องการลูกดี แต่เลือกได้หรือไม่ หนูเองก็คงต้องการอยู่กับคนดีๆที่มีคุณธรรม แต่สิ่งที่อยู่รอบตัวหนู ที่หนูมีอยู่ ต้องรับอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะหนูสร้างเหตุมาเองทั้งสิ้น
ที่อาจารย์บอกว่าหนูโชคดี โชคดีกว่าพี่น้องคนอื่นๆ เพราะหนูยังมีวิบากดีที่ทำให้มีโอกาสได้มาเรียนธรรมะ พระพุทธศาสนาสอนเรื่องเหตุและผล นั่นคือสอนเรื่องกรรม และวิบาก แค่หนูรู้ว่าอะไรคือกรรม อะไรคือวิบาก แยกแยะให้ออก ก็ถือว่าหนูมีปัญญาแล้ว ...
เธอนึกถึงคำสอนของพ่อที่มักพูดกับลูกศิษย์เสมอว่า ...เมื่อปัญญาบังเกิดขึ้นแล้วโทสะทั้งหลายก็จะค่อยๆ ลดลงเองโดยอัตโนมัติตามปัญญาที่เพิ่มขึ้นนั้น เพราะเมื่อใดที่ปัญญาเกิดขึ้นแล้ว จิตใจก็จะสว่างไสว เยือกเย็น ดังนั้น โทสะต่างๆ เช่นความทุกข์ร้อน ความกังวลใจ ความโกรธแค้นเจ็บใจ ความเสียใจน้อยใจ จึงเกิดขึ้นมาไม่ได้โดย วยุรี [12 พ.ค. 2551 , 08:50:28 น.] ( IP = 58.9.150.224 : : )
สลักธรรม 3หากอาจารย์ถามเพียงใจว่า ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับคนอื่น เช่นคนข้างบ้านเขาเป็นแบบเพียงดาว ที่พูดจาไม่รู้เรื่อง คอยพูดจาหาเรื่องคนโน้นคนนี้ แล้วยังกลั่นแกล้งแม่ของเขาอีก เพียงใจจะเดือดร้อนใจ ทุกข์ใจอย่างตอนนี้ไหม?
ไม่ค่ะ
ถูกต้อง เพราะเขาไม่ได้เป็นอะไรกับเรา แต่ทุกวันนี้ที่เพียงใจมีความท้อแท้ใจก็ดี ความเบื่อก็ดี ความเซ็งก็ดี เกิดขึ้นมาในจิตใจก็เพราะเราอุปาทานว่าเพียงดาวเป็นพี่ของเรา ยิ่งเป็นกับคนที่เรารักมาก เราก็จะต้องทุกข์มาก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจารย์พูดก็เพื่อให้เพียงใจได้รู้ว่า ความเป็นตัวเรา ของของเรา คือ อัตตา ย่อมสร้างทุกข์ให้ตนเอง
ประการสำคัญเพียงใจห้ามได้ไหมว่า ไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับเรา เราไม่สามารถบังคับบัญชาได้ ในเมื่อเราสร้างเหตุเอาไว้เอง ก็อย่างที่อาจารย์เคยอุปมาให้ฟังแล้วว่า ในเมื่อเราได้เขียนจดหมายไว้ให้ตัวเอง เขียนไปแล้ว และส่งไปแล้ว พอถึงเวลาบุรุษไปรษณีย์ก็ทำหน้าที่ของเขานำจดหมายนั้นมาส่งให้เรา ตอนนี้ก็เหมือนกับว่าเราได้รับจดหมายที่เราเขียนเอาไว้เอง ...ไม่ว่าใครก็เป็นเช่นนี้ ทุกคนมีวิบากที่ทำหน้าที่เป็นบุรุษไปรษณีย์คอยนำเรื่องราวต่างๆทั้งดี และไม่ดีล้วนเป็นสิ่งที่เราเคยเขียนเอาไว้เองมาส่งให้ตามหน้าที่ ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่หลีกหนีไม่ได้ อำนาจกรรมย่อมยุติธรรมเสมอ เมื่อถึงเวลาแล้วทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต่างต้องได้รับผลกรรมที่ตนเองทำมาทั้งสิ้น สมเด็จพระศรีศากยมุนีเจ้าจึงตรัสว่า สัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของของตน
ในเมื่อเพียงใจทำกรรมของตนเองมา แม้เพียงดาวก็เหมือนกัน ต่างคนต่างทำกรรม มาถึงตอนนี้ต่างคนต่างก็ต้องรับกรรมที่ตนเองทำมาทั้งสิ้น แต่เป็นกรรมคนละแบบ จึงได้รับไม่เหมือนกัน เขาได้รับตรงที่มีความผิดปกติ แต่เราได้รับตรงที่มีความไม่สบายใจ แต่ถึงอย่าไรเพียงใจก็โชคดีกว่าพี่เขา เพราะได้มีโอกาสมาเรียนรู้ว่าสิ่งที่เราได้รับอยู่ทุกวันนี้เป็นวิบาก คือผลที่เกิดจากกรรมซึ่งเป็นเหตุที่เราได้สร้างไว้ในอดีตชาติ หากเราเท่าทันในความจริงเราก็จะหยุดนิ่งจากกิเลสได้ ที่ผ่านมานั้นเราพลาดเพราะขาดสติ ไม่เท่าทันในอารมณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้อารมณ์นั้นเป็นปัจจัยมากระตุ้นอนุสัยกิเลสให้เฟื่องฟูขึ้นเป็นกิเลสอย่างกลางที่เกิดขึ้นทางใจ .
โปรดติดตามตอนต่อไป
![]()
โดย วยุรี [12 พ.ค. 2551 , 08:57:25 น.] ( IP = 58.9.150.224 : : )
สลักธรรม 4
อำนาจกรรม สรรสร้างให้แต่ละชีวิตเป็นไปต่างๆกัน
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย ดวงรัตน์ [12 พ.ค. 2551 , 09:33:52 น.] ( IP = 124.121.176.177 : : )
สลักธรรม 5มาอ่านต่อค่ะ..เวลาลุ้นคงเริ่มขึ้นแล้ว เพราะเริ่มจะมีบุคคล เรื่องราวเข้ามาเปรียบเทียบให้ชัดเจนขึ้นแล้ว...จะรออ่านต่อไปค่ะ
กราบอนุโมทนาและขอบพระคุณมากนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [12 พ.ค. 2551 , 12:00:29 น.] ( IP = 125.26.43.246 : : )
สลักธรรม 6การศึกษาเรื่องของกรรมและวิบากกกรรม และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น มีสติเท่าทันในความจริงเราก็จะหยุดนิ่งจากกิเลสได้
ขอบพระคุณและอนุโมทนาด้วยค่ะโดย เซิ่น [14 พ.ค. 2551 , 07:49:52 น.] ( IP = 58.8.44.243 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |