มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


วิสาขบูชา ณ ศาลาเสือพิทักษ์ (๑)









วิสาขบูชา ณ ศาลาเสือพิทักษ์ (๑)


ความเพียรทำให้เกิดความสำเร็จได้ เราจึงต้องมีกำลังใจอยู่เสมอ ธรรมะของพระพุทธเจ้ามีถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์แยกแล้วก็คือ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก และพระอภิธรรมปิฎก ดังที่ได้เรียนกันมาตรงนี้คือพระอภิธรรมที่บางคนเพิ่งได้มาเรียน บางคนก็เรียนไปแล้วหลายรอบ

ถ้าถามว่า พระพุทธศาสนาคืออะไร? พระพุทธศาสนาคือคำสอนที่เกิดขึ้นจากการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

"การตรัสรู้" ต่างกับ "รู้" อย่างไร ? การตรัสรู้คือการรู้แจ้งและเห็นจริง ส่วนการเรียนก็คือการ "รู้ตาม" ดังนั้นการสอนของครูบาอาจารย์ที่เกิดขึ้นภายหลังพระพุทธเจ้านั้นก็คือ รู้ตามพระองค์แล้วได้นำมาเผยแพร่บอกกล่าวให้เกิดแนวทางแห่งการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

แต่ธรรมะที่มีเกิดขึ้นเป็นคำสอนในพระพุทธศาสนานี้เกิดขึ้นจากการตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณขององค์พระตถาคตเจ้าที่พระองค์ทรงบำเพ็ญบารมีธรรมต่างๆ มาเป็นอสงไขยๆ เพื่อสะสมบารมีธรรมต่างๆ โดยเฉพาะปัญญาบารมี เมื่อปัญญาบารมีของพระองค์นั้นสุกงอมเหมือนผลไม้ที่เหลืองเต็มที่พร้อมจะร่วงหล่น ฉันใดก็ฉันนั้น บารมีธรรมที่พระองค์สะสมมานั้นเมื่อถึงกาลสมัยพระองค์ก็ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใต้ต้นโพธิ์เป็นการรู้แจ้งแทงตลอดออกไป

รู้อะไร? คือรู้เรื่องราวของชีวิต เป็นการรู้ที่วิเศษที่สุด เพราะความรู้อื่นหมื่นแสนไม่ว่าจะเป็นแขนงใดในโลกหล้า ..ความรู้เหล่านั้นผิดพลาดได้ เช่นการพยากรณ์ทางธรณีวิทยา หรือเรื่องอุทกศาสตร์ต่างๆ ก็ไปไม่ถึงความจริง เรื่องราวของแผ่นดินไหวหรือพายุร้ายต่างๆ นั้นเป็นการเก็บสถิติหรือทำไปตามทฤษฎีที่ตั้งขึ้นมาเป็นหลักการ แต่หลักการเหล่านั้นย่อมผันแปรออกไปได้เพราะไม่ได้ประกอบไว้ด้วยหลักกรรม แต่การตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นการตรัสรู้เรื่องราวของชีวิตที่เกิดขึ้นเพราะกรรมและเป็นไปเพราะกรรม

ใน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้นพระองค์ได้ใช้เวลาสั่งสอนเพื่อให้ทุกคนได้รู้ตามพระองค์ ..รู้อะไร? รู้เรื่องราวของชีวิต

ใน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์นั้นเมื่อนำมาประมวลขยำรวมกันแล้วก็เหลืออยู่เพียงคำเดียว คือ พระองค์ทรงสั่งสอนให้รู้จักความไม่ประมาทเรียกว่า อัปปมาทธรรม

อัปปมาทธรรมหรือความไม่ประมาทนี้เป็นคำที่ยาวไปเพราะเมื่อนำมาขยำอีกก็คือ สติ เป็นการสอนให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทขาดสติ

โดย น้องกิ๊ฟ นำมาฝาก [21 พ.ค. 2551 , 15:04:44 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11



ในคำสอนของพระพุทธองค์นั้นจึงใช้คำว่า เป็นไปเพื่ออัปปมาทธรรม ความไม่ประมาทที่ต้องนำไปใช้ ต้องนำไปแก้ไข เรียนแล้วแจ้งแก่ใจว่า อ๋อ.. ชีวิตมันก็มีแค่นี้ แบ่งสรรปันส่วนแล้วคือกายกับใจ ผ่าศพครบองค์ก็คือ จิต เจตสิก รูป ที่เป็นไปด้วความเกิดดับ อาศัยเหตุ อาศัยปัจจัย เมื่อเหตุปัจจัยยังดำเนินอยู่ ผลก็ยังปรากฏอยู่ ถ้ายังมีผลอยู่ก็คือยังไม่หมดเหตุหมดปัจจัย และถ้าผลนั้นหมด ก็เพราะหมดเหตุหมดปัจจัย

ธรรมะจะมีค่าก็ต่อเมื่อนำไปพิจารณาแล้วใช้ แล้วใจจะร่มเย็น แต่ถ้าเผื่อนำไปเป็นความรู้ไม่คู่การกระทำ ผลที่ได้นั้นก็ไม่มากเลย แต่ถ้าหากรู้แล้วคู่การกระทำก็จะได้ผลมหาศาล บางท่านเรียนมาแล้ว ๙ ปริจเฉทก็อยากจะตั้งคำถามว่า ใช้สักปริจเฉทหรือยัง

พูดมาก คิดมาก ปากมาก เรื่องมาก เจ้ากี้เจ้าการมาก ก็จะไม่มีความสงบหรอก เพราะพูดมากเรื่องก็มาก คิดมากก็ฟุ้งมาก ปากมากก็เหม็นมาก เรื่องมากก็ปัญหามาก เจ้ากี้เจ้าการมากก็จ้องจับผิดมาก ..ความมากเหล่านี้ทำให้เสียเวลามาก เพราะความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุดถ้าไม่หยุดที่ตน

บางทีเรื่องนิดเดียวเอง เช่น สมมติว่า "เจ็บป่วย" ก็มีเรื่องแค่เจ็บป่วยเท่านั้น แต่กลับไปพูดมากว่า ..ป่วยยังไม่หายเพราะยาไม่ดี ยาหมดอายุ พยาบาลไม่ดูแล .. ที่จริงไปรักษาเรื่องป่วยแต่กลับไปเอาเรื่องมาขยายว่า ยาไม่ดี พยาบาลไม่ดี หมอไม่ดี การดูแลไม่ดี ..ทำให้เรื่องมากขึ้น ทั้งๆที่มีแค่เรื่องอะไร ..ป่วยเท่านั้นแต่เราไม่พูดว่าป่วย กลับไปขยายเรื่อง แต่อย่าลืมว่า คำขยายนั้นบัณฑิตขยาด เพราะพูดมากก็เรื่องมาก เรื่องวุ่นวายไม่สิ้นสุดในโลกนี้เพราะพูดมาก

คิดมากก็ฟุ้งมาก เรื่องมากก็ปัญหามาก อย่างเช่น เรานั่งรถไปต่างจังหวัด เขาจะจอดแวะตามปั๊มหรือที่จอดพักรถให้รับประทานอาหาร เพราะหิวกันแล้วนี่ก็ต้องแก้ไขทุกข์ เราก็ลงไปทาน เขาจะมีกุ้งฝอยยำ กุ้งตัวเล็กยำ หรือผัดอะไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่มีร้านข้างหน้าหรือข้างหลังให้เลือกแล้ว เพราะข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไหร่ และข้างหลังก็เลยมาแล้ว ก็จำเป็นต้องทาน ..อร่อยหรือไม่อร่อยอิ่มได้เหมือนกัน

แล้วผู้โดยสารที่กินแล้วไม่อร่อยจะไปว่าแม่ค้าเขาไหมว่าทำไมทำเปรี้ยวไป ทำไมทำหวานไป ทำไมทำอย่างนั้น ..เราก็ไม่เคยพูดเลย เพราะหน้าที่เราคือกินแก้ทุกข์แล้วก็ขึ้นรถ ฉะนั้นเราก็อยู่กันแบบนี้บ้าง อย่าอยู่อย่างเรื่องมาก เวลาจะทานอะไรก็ให้เหมือนว่าไปจอดรถเพื่อแก้ไขทุกข์.. อย่าเรื่องมาก เพราะเรื่องมากปัญหามาก

ปากมากก็ทำให้ปัญหามาก เพราะพูดไปเรื่องมันก็ฟุ้งกระจายไปหมด ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี..ก็จะขยายออกไปจากที่แคบไปสู่ที่กว้าง เรื่องที่ไม่ดีก็จัดว่าเป็นความเหม็น เมื่อมากเรื่องก็เหม็นมาก และมากอีกชนิดหนึ่งก็คือ เจ้ากี้เจ้าการมาก

รวมพูดมาก คิดมาก ปากมาก เรื่องมาก เจ้ากี้เจ้าการมาก ทั้ง ๕ มากแล้วก็ทุกข์มาก เป็นทุกข์ของหมู่คณะและทุกข์ของตนเอง เพราะทำให้เสียเวลามาก ...อย่าลืมว่าความวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุดถ้าไม่หยุดที่ตน เพราะเขาก็คือเขา เราก็คือเรา เราจะสุขเราจะทุกข์ เขาจะสุขเขาจะทุกข์ ก็ต่างคนต่างทำต่างคนต่างได้

โปรดติดตามตอนต่อไป




โดย น้องกิ๊ฟ [21 พ.ค. 2551 , 15:08:06 น.] ( IP = 125.26.40.54 : : )


  สลักธรรม 12

ธรรมะในวันนั้น คือวันอาทิตย์ที่ ๑๘ พค. ที่ผ่านมานั้น เป็นธรรมที่สามารถนำมาพิจรณาที่ตนเองได้ในหลายๆมุมของชีวิตตน ทั้งเรื่องความประมาทที่เราเองมองไม่ออก ทั้งเรื่องการวางตัวให้เหมาะสมกับสถานที่ และกาลเทศะและในสิ่งที่สำคัญต่อหมู่คณะเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขเลยครับ

หลายๆอย่างที่หลวงพ่อได้สอนมานี้ ทำให้สะท้อนย้อนเห็นตนเองว่ายังตกอยู่ในความประมาทขาดสติและเสียเวลาอย่างมากเลยครับ เมื่อฟังแล้วกลับมาพิจรณาตนจะทำให้หาหนทางที่ถูกที่ควรกว่าเดิมได้ ยิ่งถ้าต้องการธรรมะจริงๆแล้ว จะต้องเรียนธรรมแบบใด และนำธรรมมาประพฤติปฏิบัติอย่างไรกับตนเองต่อไป





กราบระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อด้วยความเคารพสักการะอย่างสูงขอรับ และน้อมรับคำสอนที่หลวงพ่อได้กรุณานั้นมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง เพื่อความเจริญในธรรมดังที่มีเป้าหมายไว้ขอรับ

ขอบคุณน้องกิ้ฟอย่างมากเลยครับที่กรุณา
และขออนุโมทนาสาธุในกุศลกรรมส่วนนี้อย่างยิ่งครับ

โดย พี่เณร [21 พ.ค. 2551 , 16:36:19 น.] ( IP = 58.9.154.166 : : )


  สลักธรรม 13

หนักแน่นเทียบแผ่นพื้น ..... พระคุณ
กว้างใหญ่ในการุณ ............. จิตเกื้อ
ชี้แจงศาสตร์นำหนุน .......... แก่ศิษย์
พินิจศิลป์เอื้อเฟื้อ............... ชีพให้ได้ดี


โดย เทพธรรม [21 พ.ค. 2551 , 16:57:08 น.] ( IP = 58.9.154.166 : : )


  สลักธรรม 14

ขอนุโมทนาคุณ น้องกิ๊ฟ ค่ะ

กราบหลวงพ่อเสือและครูบาอาจารย์ทุกท่านไว้ที่นี่ ว่าจะไปสัปดาห์นี้ แต่มีอะไรต้อ ดำเนินชีวิตไปอย่างพอเพียง จึงมิได้ไปค่ะ

โดย tiki [21 พ.ค. 2551 , 18:50:36 น.] ( IP = 125.25.21.175 : : )


  สลักธรรม 15


อนุโมทนาและขอบคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะที่นำ
สิ่งล้ำค่ามาฝาก

โดย abctoy - [21 พ.ค. 2551 , 19:12:58 น.] ( IP = 118.172.243.45 : : )


  สลักธรรม 16

กราบระลึกถึงพระคุณของหลวงพ่อเสือมา ณที่นี้ค่ะ

สมใจนึกมากเลยนะคะที่ได้มีโอกาสกลับมาและได้มีโอกาสมาฟังธรรมจากหลวงพ่ออีกครั้ง

เพราะนอกจากจะทำให้ขัดเกลาใจแล้วยังทำให้สร้างทางชีวิตไม่ให้ประมาทไปมากกว่านี้

ขอบพระคุณน้องกิ้ฟมากค่ะ

โดย น้องอุ๊ [21 พ.ค. 2551 , 19:55:34 น.] ( IP = 125.24.28.230 : : )


  สลักธรรม 17



ธรรมะที่ได้รับฟังวันนั้น ให้ประโยชน์หลายอย่างที่จะนำไปพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นกว่านี้ค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของการฟังธรรมแบบต่างๆ เมื่อรู้ธรรมะแล้วจะต้องนำไปประพฤติและปฏิบัติจึงจะเกิดคุณค่า

กราบระลึกในพระคุณของหลวงพ่อด้วยความเคารพค่ะ

ขอบพระคุณและอนุโมทนากับน้องกิ๊ฟด้วยค่ะ

โดย เซิ่น [21 พ.ค. 2551 , 21:44:22 น.] ( IP = 58.8.56.20 : : )


  สลักธรรม 18

ได้เห็นกระทู้นี้ ดีใจมากค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะน้องกิ๊ฟที่น่ารัก...อนุโมทนาค่ะ

จะเพียรนำธรรมะที่หลวงพ่ออบรมชี้แนะมาปรับปรุงพฤติกรรมต่างๆ ให้ไปในทางที่ดีขึ้น เพื่อยังความประมาทให้น้อยลงค่ะ

กราบระลึกในพระคุณของหลวงพ่ออย่างสุดที่จะหาประมาณได้ค่ะ

โดย พี่ดา [22 พ.ค. 2551 , 10:14:29 น.] ( IP = 124.121.173.151 : : )


  สลักธรรม 19


กลับมาอ่านด้วยความพิจารณาอีกรอบค่ะ เห็นลำดับการสอนอย่างมีระบบ ทำให้เข้าใจในในเนื้อหาสาระต่างๆ ได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของการวางชีวิต ซึ่งหลวงพ่อท่านเมตตาอบรมให้รู้จักอัปปมาทธรรม เพื่อให้พวกเราใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท ตรงกับคำสั่งสุดท้ายที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ก่อนดับขันธปรินิพพานว่า..."จงยังชีวิตด้วยความไม่ประมาทเถิด"

และทำให้เข้าใจซึ้งว่าประโยชน์แท้ของการเรียนนั้นอยู่ที่การนำไปเพื่อปฏิบัติตน เพราะธรรมะของพระพุทธองค์เฉกเช่นยา แม้จะอ่านสลากยาได้เข้าใจถ่องแท้ หากไม่นำยานั้นไม่กิน ก็เปล่าประโยชน์

ขอน้อมก้มกราบสักการะแทบเท้าหลวงพ่อด้วยความเคารพรักอย่างหาประมาณมิได้ค่ะ


หากขาดซึ่งกระทู้ธรรมนี้ ก็หมดโอกาสในการทบทวนธรรมะที่วิเศษยิ่ง จึงขอกราบขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากๆค่ะที่ช่วยก่อให้เกิดกุศลในจิตใจอีก และทุกครั้งที่เข้ามาอ่านค่ะ

โดย พี่ดา [23 พ.ค. 2551 , 20:03:24 น.] ( IP = 124.121.174.92 : : )


  สลักธรรม 20


รู้สึกดีใจเมื่อได้อ่านกระทู้นี้ ทำให้ไม่พลาดโอกาสที่จะได้รับธรรมะจากหลวงพ่อ
จึงขอกราบขอบพระคุณน้องกิ๊ฟที่กรุณาถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร และขออนุโมทนาในกุศลกรรมส่วนนี้เป็นอย่างยิ่งค่ะ

หลวงพ่อย้ำเสมอว่า สติ คือหัวใจของพระพุทธศาสนา และได้อธิบายแจกแจงให้เห็นความสำคัญของการมีสติและสัมปชัญญะ ทั้งก่อน หลัง และขณะที่กระทำกรรม เมื่ออ่านแล้วก็เกิดสติระลึกรู้สึกตัวว่า...ยังใช้ชีวิตด้วยความประมาทอย่างมาก..

ธรรมะของหลวงพ่อเหมือนน้ำทิพย์ที่ชะโลมใจให้ชื่นบานลดความกระด้างของจิต ลูกขอตั้งเจตนาปฏิบัติตามคำสั่งสอนของหลวงพ่อทุกประการค่ะ

กราบบูชาระลึกพระคุณหลวงพ่อด้วยความเคารพสักการะยิ่งค่ะ


โดย ธัญธร [24 พ.ค. 2551 , 16:00:04 น.] ( IP = 118.173.35.115 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org