| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความแตกต่างที่ยุติธรรม
สลักธรรม 1ฟังแล้วจึงไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่า ทำไมอาจารย์บุษกรจึงเป็นห่วงพวกเรามากมายนัก ถึงขนาดเจ็บป่วยมากมายก็ยังสู้อุตสาห์มาสอนที่มูลนิธิ เพราะแม้แต่คำถามที่ท่านถามว่า ความผิดพลาด ดีหรือไม่ ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ก็ตอบว่าไม่ดี เพราะใครๆ ก็ย่อมไม่ต้องการความผิดพลาดของชีวิต .
แต่ท่านก็ได้ให้ข้อคิดว่า ..ความผิดพลาดเป็นของดี เพราะเมื่อผิดพลาดครั้งหนึ่ง ย่อมจะทำให้เราเกิดความระมัดระวังในครั้งต่อๆ ไป ฉะนั้นบุคคลใดที่ยอมรับความผิดพลาด ย่อมต้องดีแน่นอน หากเทียบกับผู้ที่ไม่รู้เลยว่า อะไรคือความผิดพลาด หรือไม่ยอมรับเลยว่าตนเองเป็นผู้ผิดพลาด ซึ่งคนเช่นนี้ คือบุคคลประเภทที่ ๑ ที่ควรหลีกเลี่ยง
อาจารย์จึงให้ข้อคิดว่า เมื่อใดที่เราต้องพบกับความผิดพลาดของชีวิต ขอเพียงให้รู้จัก และพยายามปรับเปลี่ยน แก้ไขตนเองให้ดีขึ้น
นับได้ว่า .พวกเราทุกคนโชคดี เพราะเมื่อได้เรียนบทเรียนเรื่องชีวิตแล้ว ก็ยังมีอาจารย์บุษกรมาคอยช่วยตรวจแบบฝึกหัด(ของชีวิต) ให้อีก.. เมื่อเราทำผิดพลาดในข้อใด ท่านก็ได้ชี้แจงให้เห็นว่า ข้อที่ผิดนั้น ผิดตรงไหน และผิดอย่างไร
หากเรายอมรับ และทำความเข้าใจ รับรองได้ว่าเมื่อใดที่เราต้องไปพบข้อสอบ คือปัญหาชีวิตเช่นนั้นอีก เราก็จะรู้วิธีการที่จะทำให้ถูกต้องได้ดีขึ้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับบุคคล ๔ ประเภทนี้ .ก็เห็นความแตกต่างระหว่างท่านอาจารย์ กับพวกเราแล้ว !
ท่านรู้สึกไหมว่า เรากำลังเดินตามบุคคลประเภทที่ ๔ อยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ท่านตั้งคำถามว่า มีความรู้สึกอย่างไรกับความแตกต่าง?โดย วยุรี [27 พ.ค. 2551 , 09:00:19 น.] ( IP = 58.9.147.115 : : )
สลักธรรม 2หลังจากที่ท่านได้ปรารภความในใจว่า วันที่ ๒๙ ที่จะเข้ารับการผ่าตัดกระดูก ซึ่งหมอต้องการให้พักหลังการผ่าตัดนานถึง ๓ เดือน แต่ท่านตั้งใจจะพักเพียง ๑ เดือนเท่านั้น โดย บอกพวกเราว่า ยังไงๆ ก็จะมามูลนิธิ นอนสอนก็ได้ เพราะปากยังใช้พูดได้ หากจะมีความแตกต่างกันก็เพียงแค่ ปัจจุบันนี้ยังนั่งสอนอยู่ได้ แต่อนาคตข้างหน้าต่อไปอาจจะต้องนอนสอน เพราะท่านเองก็ไม่ทราบเลยว่า ผ่าแล้วจะเป็นอัมพาตหรือไม่ ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การทำใจ ซึ่งคนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเรื่องที่ยาก
ท่านอาจารย์เคยให้ข้อคิดว่า ไม่มีใครทำให้เราตกต่ำได้ ถ้าเราไม่ยินยอมและท่านก็ทำให้พวกเราได้เห็นว่าท่านทำได้แล้วจริงๆ เพราะทุกครั้งที่ไปผ่าตัด หากวันที่ออกจากโรงพยาบาลเป็นวันเสาร์ หรืออาทิตย์ ท่านก็จะตรงมาที่มูลนิธิ โดยไม่ได้กลับไปพักฟื้นที่บ้านเช่นคนไข้รายอื่นๆ
หากตั้งคำถามตนเองว่า ถ้าเป็นเราล่ะ ? คงไม่ต้องบอกนะว่าจะตอบอย่างไร เหมือนกับการถามว่า ทำไมทุกวันนี้เราจึงยังมีกิเลสอยู่อีก ? แน่นอนย่อมได้คำตอบว่า เพราะเรายินยอมตกเป็นทาสของกิเลสเอง นี่คือความแตกต่างระหว่างท่านอาจารย์ กับเรา ! ทั้งนี้เพราะมีการสร้างเหตุที่ไม่เหมือนกันมา ท่านจึงแนะนำว่า จงปรับฐานะทางจิตใจของตนเอง หมั่นสร้างปัจจุบันเหตุที่ดีๆ
เพราะว่า ความแตกต่าง ย่อมเป็นธรรมชาติที่ยุติธรรม ที่เขากับเราต่างกัน ก็เพราะ ธรรมชาติยุติธรรมนั่นเอง ทำให้นึกถึงคำพูดของหลวงพ่อที่บอกกับพวกเราว่า .
กรรม คือคำตอบโดย วยุรี [27 พ.ค. 2551 , 09:05:31 น.] ( IP = 58.9.147.115 : : )
สลักธรรม 3แม้เราจะรู้สึกถึงความแตกต่างของตนเองในอดีต และปัจจุบันว่า เมื่อก่อน.. มีอะไรเกิดขึ้น เราไม่เคยรู้เลยว่า มาจากเหตุอะไร แต่ปัจจุบันนี้ เรายังรู้ และยอมรับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรา เป็นเพราะเราทำ(สร้าง)เหตุมาเอง ซึ่งอาจารย์ก็ได้มาเปิดเผยความจริงให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นว่า .
แท้ที่จริงแล้ว เราเพียงแค่ยกเอาเหตุ มาข่มใจ ปลอบขวัญตัวเอง เท่านั้นเอง แค่นั้นยังไม่เพียงพอ จนกว่าเราจะนำสิ่งที่ได้ศึกษานั้นมาปฏิบัติ คือพิจารณา ไต่สวน ตรวจสอบที่ตนเองบ่อยๆ จนญาณปัญญาเกิด เมื่อนั้นแหละ เราจึงจะเป็นผู้ที่เข้าถึงเหตุผลได้อย่างแท้จริง
เพราะทุกวันนี้เรากำลังเป็นผู้ที่ศึกษาเหตุผล เมื่อเห็นอะไร มันไม่ธรรมดา (จิตใจยังเร่าร้อน เพราะกิเลสยังมีอยู่) จึงได้แต่เพียง การข่มใจด้วยธรรมะ
แต่พระอรหันต์ ท่านเป็นผู้ที่เข้าถึงเหตุผลแล้ว .เมื่อเห็นอะไร ก็ธรรมดา (มีอะไรเกิดขึ้น จะแตกต่างกันสักเพียงใด ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา) .เพราะธรรมชาติยุติธรรมเสมอ .
ยกมาจากกระทู้เก่าที่ ๐๑๕๙๖ คะ
![]()
โดย วยุรี [27 พ.ค. 2551 , 09:11:42 น.] ( IP = 58.9.147.115 : : )
สลักธรรม 4แม้จะเป็นกระทู้เก่า แต่เมื่อได้มาอ่านอีกก็ยังรู้สึกว่าเป็นของใหม่ เพราะทำให้ได้ตรวจสอบตัวเองในแง่มุมนี้อีกครั้ง ว่าเป็นคนแบบไหน?
และก็ยังได้พบว่า ไม่ควรใช้ธรรมะเพียงแค่การปลอบใจ แต่ใช้เป็นยาน่าจะดีกว่า แม้จะขมสักหน่อยแต่ไข้ก็หาย หากยอมรับความผิดพลาดได้แล้วเริ่มต้นใหม่
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้อ่านอีกครั้งโดย น้องกิ๊ฟ [27 พ.ค. 2551 , 14:40:45 น.] ( IP = 125.26.40.31 : : )
สลักธรรม 5รู้สึกคล้ายๆกับน้องกิ้ฟนะครับ เพราะการที่คนเราถ้ามีความสามารถเอาชนะอุปสรรคและอารมณ์ได้ ก็เป็นของแน่ที่จะสามารถมีความเย็นสงบได้ แต่ถ้าหากปล่อยใจให้เป็นไปโดยไม่ควบคุมไว้ด้วยธรรมะแล้ว ก็จะวุ่นวายใจไปกับความทุกข์นานัปประการเลยครับ
แต่ความสำคัญอยู่ที่ จะนำธรรมะที่ต่างยอมรับว่าดีมีความประเสริฐยิ่งนั้น จะนำมาย้อมใจตนได้หรือเปล่า หรือแค่มีเพียงเพื่อประดับชีวิตไว้เพียงว่าฉันรู้ ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว ความต่างที่ต้องการคงไม่ได้แน่นอน เพราะชีวิตนั้นจะไปต่างไปจากปุถุชนคนหนาแน่นด้วยกิเลสนั่นเอง
ขอบพระคุณครับ สำหรับบทความที่นำมาให้อ่านเพื่อย้อนดูตนว่าเป็นบุคคลประเภทใดครับโดย พี่เณร [27 พ.ค. 2551 , 16:29:25 น.] ( IP = 58.9.137.77 : : )
สลักธรรม 6อ่านแล้วกลับมาวิเคราะห์ว่าเราเป็นบุคคลชนิดไหน และเมื่อได้ศึกษาธรรมะ มีธรรมะแล้ว ก็ต้องนำความรู้มามาปฏิบัติ เพื่อเข้าถึงสภาวธรรมตามความเป็นจริง
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับพี่วยุรีด้วยค่ะโดย เซิ่น [27 พ.ค. 2551 , 19:18:29 น.] ( IP = 58.8.48.21 : : )
สลักธรรม 7อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะพี่วยุรีที่นำข้อคิดดีๆมาให้ได้อ่านอีกครั้ง
โดย abctoy - [11 มิ.ย. 2551 , 21:49:25 น.] ( IP = 118.172.240.70 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |