มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิธีชนะทุกข์ (๑)









พุทธวิธีชนะทุกข์ (๑)

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นมีถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระสุตตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และพระอภิธรรมปิฎกนั้นมีถึง ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ซึ่งมากเท่ากับพระวินัยกับพระสุตตันนปิฎกรวมกัน

พระวินัยปิฎกนั้นเป็นกฎข้อบังคับของสงฆ์ พระสุตตันตปิฎกเป็นการศึกษาว่าด้วยเรื่องราวต่างๆ มีการยกสัตว์ยกบุคคลขึ้นมาเป็นตัวอย่างด้วย ส่วนพระอภิธรรมปิฎกนั้นว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ ซึ่งเป็นความจริงแท้ๆ ที่ปราศจากการสมมุติโดยมิได้ยกสัตว์บุคคลขึ้นมาแสดง ตลอดจนหนทางที่จะเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ได้ โดยย่อก็มีเรื่องจิต เจตสิก รูป และนิพพาน

พระอภิธรรมปิฎกนั้นเป็นธรรมที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งเกินกว่าที่ผู้ใดจะคาดคะเนหรือหยั่งถึงได้ เป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ ทั้งที่เห็นได้และเห็นไม่ได้ และพ้นวิสัยที่ผู้มีกิเลสทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการชั้นใดจะค้นคว้าเข้าไปให้ถึงได้เพราะมิใช่วิสัยของผู้มีกิเลสทั้งหลาย

ในประเทศไทยใช้พระอภิธรรมสำหรับสวดหน้าศพกันอยู่ทั่วไป แต่มีการศึกษากันน้อย ไม่ค่อยจะแพร่หลาย เพราะศึกษาได้แสนยากยิ่ง ทั้งมีตัวเลขควบคุมอยู่มากมายทั่วไปหมดเพื่อมิให้ผู้ใดพูดธรรมะเอาได้ตามชอบใจ ผู้ที่ไม่ทุ่มเทความพยายามจริงๆ แล้วก็ยากที่จะศึกษาให้เข้าถึงแก่นแท้ได้

แต่อย่างไรก็ดีอภิธรรมมูลนิธิก็ได้เพียรพยายามทำให้ง่ายเพื่อให้ศึกษาได้ที่บ้านของประชาชนทั้งหลาย ขอเชิญลองศึกษาจากหนังสือชื่อ ความมหัศจรรย์ของจิต แสงสว่างของชีวิต กับสสารและพลังงานในพระพุทธศาสนา

ท่านสาธุชนที่เคารพ ผู้มีความเห็นผิดแล้วกระจายความเห็นผิดออกสู่มวลชนนั้น จะได้รับทุกข์โทษภัยร้ายกาจที่สุดในอนาคตอย่างที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว จึงขอเชิญมาปลูกสร้างปัญญาแล้วพัฒนาจิตใจของท่านด้วยการศึกษาพระอภิธรรมปิฎกซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตจิตใจ แล้วท่านจะเบาสบายคลายลงซึ่งความทุกข์

จะมีปัญญาแล้วไม่หลงใหลยึดติดเรื่องผีสางเทวดาหรือเรื่องของไสยศาสตร์อีกต่อไป แต่จะเอาเรื่องของผีสางเทวดาหรือเรื่องของไสยศาสตร์เป็นสะพาน หรือเป็นบันไดรองรับ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจให้ก้าวขึ้นไป แม้พระอภิธรรมปิฎกจะมิได้สอนเรื่องของไสยศาสตร์โดยตรง แต่ผู้ศึกษาพระอภิธรรมแล้วก็จะมีความเข้าใจในเรื่องของไสยศาสตร์ทั้งมนต์ดำและมนต์ขาว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:38:36 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ความทุกข์คืออะไร

ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่จะปฏิเสธว่าตนเองไม่มีความทุกข์ ไม่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตเลย ทั้งนี้ก็เพราะความทุกข์นั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ได้แก่ ความทนอยู่ได้ยาก หรือทนอยู่ในสภาพเดิมไมได้ และความทุกข์ทั้งหลายมันรักใคร่หวงแหนห่วงใยชีวิตอย่างเหลือเกิน ไม่เลือกว่าคนจน คนร่ำรวย ไม่เลือกว่าคนชั้นสูงหรือคนชั้นต่ำ ตัวอย่างเช่นผมได้เคยรับปรึกษาถึงความทุกข์ของคนมีคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มาพรรณนาด้วยน้ำตานองหน้า ทั้งนี้ก็เพราะว่าความทุกข์มันรอดรั้วรอดกำแพงเข้าไปได้ และแม้จะนั่งอยู่ในห้องเย็นแต่ใจเขาก็ร้อนราวกับไฟ

ความทุกข์มันติดตามชีวิตอยู่ตลอดเวลา แล้วไม่เลือกว่าจะเกิดขึ้นมาเป็นสัตว์อะไร และจะเกิดอยู่ที่ไหน ความทุกข์มันช่างมีควมรักใคร่หวงแหนห่วงใยในชีวิตอย่างเหลือเกิน มันคอยจ้องที่จะเข้ามาครอบครองชีวิตให้เกิดทุกข์อยู่ทุกเวลานาทีมิได้หยุดเลย เราทั้งหลายต่างก็ได้เพียรพยายามต่อสู้กับมันอย่างสุดกำลังที่จะเอาชนะความทุกข์นั้นให้ได้

แต่แม้เราจะได้ต่อสู้อย่างสุดเหวี่ยงแล้วก็ตาม แต่มีผู้ใดบ้างไหมที่กล้ากล่าวว่าตนได้ชนะมันแล้ว พ้นไปแล้วจากความทุกข์ทั้งหลายได้จริงๆ และสิ้นเชิงได้ แม้เราจะได้มีความพากเพียรอย่างยิ่งในการศึกษาวิทยาการต่างๆ ในทางโลกทางวิทยาศาสตร์มากมาย เพื่อหวังว่าจะได้ช่วยแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้ก็ตาม

เราก็ได้ทุ่มเทเวลามายาวนานแล้ว โดยศึกษาวิทยาการต่างๆ เพื่อหวังจะให้พ้นทุกข์ แต่จนถึงบัดนี้เราก็ยังเอาชนะมันไม่ได้ ซ้ำทุกข์มันกลับดูหมิ่นแล้วก็หัวเราะเยาะให้เสียด้วยซ้ำไป มันเป็นคู่ต่อสู้ที่เหนือชั้นจริงๆ

เหตุใดเล่าเราจึงแก้ปัญหาของความทุกข์ไม่ได้สักที ทั้งๆ ที่วิทยาการทั้งหลายในโลกนี้ ท่านนักปราชญ์ราชบัณฑิตค้นคว้าหามาให้เราได้ศึกษากันมากจนเหลือที่จะนับได้ จนเราศึกษากันไม่ไหวแม้ตลอดชั่วชีวิตหนึ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:39:12 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : )


  สลักธรรม 2



แน่นอน บรรดาวิทยาการเหล่านั้นได้ช่วยให้เรามีความรู้มีความเฉลียวฉลาด มีความสามารถที่จะตัดสินปัญหาต่างๆ ได้มากมาย ทำให้เราเป็นคนมีเหตุผลเป็นของตนเอง เราได้อาศัยท่านนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายเป็นตัวการทำให้เราไม่หลงใหลงมงายเชื่ออะไรง่ายๆ ท่านเหล่านี้แหละได้นำทางให้เราได้มีความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ที่น่าอัศจรรย์ใจ และมีอยู่เป็นอันมากที่ไม่น่าเลยว่าจะเป็นไปได้ ท่านได้ช่วยให้เราพ้นไปจากความหลงละเมอเพ้อฝันลมๆ แล้งๆ ไปกับเรื่องที่ไร้สาระแก่นสาร

นับได้ว่า เราได้เป็นหนี้บุญคุณของท่านนักปราชญ์ราชบัณฑิต ท่านนักวิชาการทั้งหลายเหล่านี้มากมายมิใช่เล็กน้อยเลย ที่ช่วยให้เรามีความรู้กว้างขวาง ช่วยให้เราได้มีปัญญาในปัญหาสารพัดอย่างในโลกกว้าง ภายในจักรวาลนี้หรือภายนอกก็ตาม ทำให้เรามีความเฉลียวฉลาดจนไม่หลงใหลเชื่ออะไรง่ายๆ โดยปราศจากเหตุผลข้อเท็จจริงและบทพิสูจน์

เราได้พยายามท่านไปในสารทิศต่างๆ แต่วิทยาการเหล่านั้นหาได้แก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของเราจริงๆ ได้ไม่ หาได้ทำให้เราถึงที่สุดแห่งทุกข์อย่างแท้จริงได้ไม่ แม้บัดนี้ความชราได้ย่างกรายเข้ามาแล้ว เราก็ยังต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตของเราอยู่มิได้เว้นวาย โดยมิได้มีเวลาหยุดเลยทั้งกลางวันกลางคืน และตั้งแต่เกิดมาจนถึงเวลาที่ใกล้จะเข้าไปอยู่ในโลง

เราได้ติดตามท่านนักวิชาการทั้งหลายไปในมหาอาณาจักรอันกว้างใหญ่ไพศาลในเรื่องชีววิทยา สัตวศาสตร์ มนุษยศาสตร์ แต่แม้ถึงกระนั้นเรายังไม่ทราบเลยว่า ชีวิตนั้นคืออะไร เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เหตุใดจึงได้เกิดขึ้นมาได้ แล้วตัวของเรานั้นคือใคร มาจากไหน ในขณะที่กำลังเกิดและกำลังตายมันทำงานอะไรกันบ้าง และเมื่อได้ตายแล้วจะเกิดใหม่ได้อีกหรือไม่ เพราะเหตุใด

เรื่องของชีวิตนั้นจากตำราชีวะวิทยาท่านได้แสดงว่า เป็นธรรมชาติที่กินได้ ถ่ายได้ เจริญเติบโตได้ สืบพันธุ์ได้ เป็นต้น แต่คำตอบดังกล่าวเป็นพฤติกรรมของชีวิตเท่านั้น หาได้ตอบให้ตรงคำถามว่า ชีวิตคืออะไรและเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:39:33 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : )


  สลักธรรม 3



เรื่องของจิตใจเล่า ท่านก็ได้แต่แสดงว่า จิตใจเป็นธรรมชาติที่ตอบสนองสิ่งเร้าเท่านั้น ซึ่งนั่นก็เป็นพฤติกรรมของจิตใจอีก หาได้ตอบว่าจิตใจนั้นคืออะไร เกิดอยู่ที่ไหน และเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไรบ้าง ก็ไม่เคยอธิบายให้เข้าใจ เมื่อเราไม่รู้จักชีวิตแล้ว เราจะแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตได้อย่างไรเล่า

เรารักชีวิตของเรายิ่งนัก เรารักชีวิตของเราอย่างสุดแสน แม้จะเจ็บสักนิด จะปวดสักหน่อยก็คอยแก้ไข คอยระวังมิให้เกิดอันตรายไม่ว่าน้อยหรือใหญ่ เรายอมเสียสละและทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อที่จะให้ตัวเองรอดและปลอดภัย แล้วได้รับความสุขความสบายสมใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วให้นานแสนนานเท่าที่มันควรจะเป็นไป แต่ถึงอย่างไรจนถึงบัดนี้เราก็เข้าสู่เขตแดนของความชราแล้ว แต่เราก็ยังหาความสุขจริงๆ ไม่ได้

จากเวลาอันนานแสนนานที่เราคอยแก้ปัญหา แต่ก็ยังไม่มีหนทางยุติลงไปได้ เราแก้มันไปแล้วมากเท่าใดปัญหามันก็เกิดขึ้นมาใหม่ให้เราต้องแก้ต่อไป และต่อๆ ไปไม่รู้จบสิ้นลงได้สักที

ความทุกข์เรื่องความอดอยากยากจน ไม่มีเงินจะใช้ ข้าวของที่แสนจะแพงจนซื้อไม่ไหว ความทุกข์ที่ไม่มีบ้านจะอยู่ ความทุกข์เรื่องเป็นหนี้สินรุงรัง ความทุกข์เรื่องสามี ภรรยา บุตรธิดาภายในครอบครัว ความทุกข์เรื่องที่ผิดพ้องหมองใจกัน ความทุกข์เรื่องเจ็บป่วยเรื้อรังรักษาไม่หาย และความทุกข์เรื่องแก่ชราไปจนถึงความตายที่เราแก้ไขไม่ได้ แล้วก็ยังมีความทุกข์อื่นๆ อีกมากมายประดังเข้ามาจนนับไม่ไหว

ความทุกข์ดังกล่าวพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่าเป็นทุกขเวทนา เป็นทุกข์ที่ก่อความเศร้าหมองเร่าร้อนใจให้สัตว์ทั้งหลาย ตั้งแต่เกิดไปจนกว่าจะถึงแก่ความตาย แม้จะแก้ปัญหาให้มันได้บ้างจากความทุกข์อย่างหนึ่ง มันก็จะต้องไปเจอะเอาทุกข์อีกอย่างหนึ่ง และอย่างอื่นๆ ต่อๆ ไปแล้วก็จะวนกลับมาใหม่ได้ง่ายๆ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงว่า ทุกขเวทนานั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเมื่อทุกข์เกิดขึ้นมาแล้ว บางคราวก็สามารถแก้ปัญหาให้มันได้ชั่วคราวหนึ่งๆ ซึ่งถืออย่างไรก็ยังดี เช่นทุกข์เพราะไม่มีเงินใช้ เมื่อหามาได้ก็พอจะสบาย เป็นต้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:39:56 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : )


  สลักธรรม 4



การแก้ปัญหาทุกข์อยู่ประจำ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงว่า ความทุกข์ตามที่ได้กล่าวมาได้แก่ทุกขเวทนา ซึ่งยังนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเปรียบกับทุกข์อีกอย่างหนึ่งซึ่งได้แก่ทุกข์ที่หนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่ากันมากนัก แล้วก็เกิดอยู่ทุกเวลานาทีและตลอดชีวิต ทั้งตัวของทุกข์มันยังแอบแฝงซ่อนเร้นเสียอย่างมิดชิด ผู้มิได้คิดพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้วมองเห็นมันไม่ได้เลย

เมื่อนั่งนานนักเราก็เมื่อยทนไม่ไหว เราจึงต้องเปลี่ยนอริยาบถใหม่เพราะทุกข์นั่งมันมาบังคับ หรือเมื่อเดินนานเกินไปความทุกข์ในเรื่องเดินมันก็ย่อมบังคับให้ต้องนั่งหรือนอนต่อไป ถ้าเราขืนนั่งหรือเดินโดยไม่หยุดเลยเราก็ทนไม่ไหว แล้วก็จะต้องตาย มันบังคับให้เราเปลี่ยนอิริยาบถอยู่เรื่อยไป

ฉะนั้น ใครเล่าจะกล้าพูดว่า อิริยาบถต่างๆ มียืน เดิน นั่ง นอนนั้นเป็นความสุข พอเริ่มนั่งมันก็เริ่มทุกข์เสียแล้ว แต่เป็นทุกข์ที่เรามองไม่เห็นเพราะว่าเริ่มตั้งต้น ยืน เดิน นั่ง นอนนั้นมันยังมีกำลังอ่อนเกินไป แต่ขอให้สังเกตดู ในไม่ช้ามันก็จะค่อยๆ ปวดเมื่อยมากขึ้นมาทีละน้อยๆ จนต้องเปลี่ยนอิริยาบถใหม่เพราะทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้อยู่เรื่อยไป

วินาทีหนึ่งไม่มี นาทีก็มีไม่ได้ นาทีหนึ่งไม่มี ชั่วโมงจะเกิดขึ้นมาได้หรือ ดังนั้น ความทุกข์อย่างละเอียดที่ซ่อนเร้นในชีวิตอยู่อย่างมิดชิด มันจึงเริ่มเกิดตั้งแต่นั่ง นอน ยืน เดิน ในขณะแรก ผู้คิดพิจารณาด้วยดีก็จะมีความเข้าใจ หรือผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแม้ได้ญาณปัญญาเบื้องต้น ก็ย่อมประจักษ์แล้วไปด้นจากความสงสัยได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:40:16 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : )


  สลักธรรม 5



เราเพียรพยายามที่จะหาความสุข โดยจะหารูปที่ดีดู และหาเสียงที่ไพเราะฟัง แต่เราจะดูและจะฟังอารมณ์ที่ว่าดีนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบ่อยๆ เราก็ทยไม่ไหว ดูและฟังแล้วมันก็ผ่านไป แล้วจะว่าการดูการฟังเป็นสุขได้อย่างไร

คนที่มีคู่รักก็ต้องหมั่นหันหน้าไปมองดูกัน และพยายามจะมองดูกันอยู่เสมอ แต่ถ้าจะผูกติดกันเอาไว้ให้หน้าตรงกันสักชั่วโมงหนึ่ง ให้ดูกันเสียให้พอใจก็คงทนไม่ไหว ถึงจะรักแสนรักกันอย่างไรๆ ก็ทนมองดูกันอยู่นานนักไม่ได้

เราต้องกิน ต้องอยู่ ต้องหลับ ต้องนอน เพราะทนอยู่ไม่ไหว วันหนึ่งก็ผ่านไปแล้ว วันต่อไปก็ต้องผ่านไปอีก หยุดไม่ได้เลย เราก็ต้องกิน ต้องอยู่ ต้องหลับ ต้องนอนต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ เพราะทนอยู่ไม่ไหวจริงๆ เช่นเมื่อเช้าทานอาหารมาแล้ว เดี๋ยวเที่ยงก็จะต้องทานอีก เมื่อคืนก็นอนมาแล้วคืนนี้ก็ต้องนอนอีก เป็นต้น แล้วก็ทุกๆ วันต่อๆ ไปจนกว่าจะตาย

เราคิดว่า นอนหลับคงจะสบายหายทุกข์ร้อนกันแล้ว ไม่ต้องแก้ปัญหาอะไร แท้จริงเราก็ต้องแก้ปัญหาโดยปริยาย เพราะจะต้องหายใจเข้าหายใจออก กระเพาะอาหารและลำไส้ก็จะต้องเคลื่อนไหวหยุดไม่ได้ เช้าขึ้นเราก็ต้องเติมพลังงานเข้าไปชดใช้พลังงานที่เสียไปตลอดทั้งคืน การแก้ปัญหาก็คือต้องเติมพลังงานให้แก่ชีวิตในตอนเช้าเข้าไปใหม่ และพลังงานไม่ใช่ได้มาง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียอะไร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงว่า เราจะหาความสุขได้อย่างไรจากการที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงหยุดอยู่ไม่ได้ แม้ร่างกายของเราเองซึ่งเป็นหน่อยเล็กๆ เรียกว่าปรมาณูมาประชุมรวมกัน มันก็ไม่เคยหยุดอยู่นิ่งๆ เลยแม้แต่สักวินาทีหนึ่ง

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:40:37 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : )


  สลักธรรม 6



สำหรับจิตใจนั้นเล่า มันก็จับอารมณ์อยู่เรื่อยๆ ไปประเดี๋ยวเห็น ประเดี๋ยวได้ยิน และคิดนึก ทั้งในขณะเห็น ได้ยิน คิดนึกนั้นมันก็เกิดดับสืบต่อกันไปมากมายจนนับไม่ไหว และทำงานกันชุลมุนวุ่นวาย

ตกลงว่าเราต้องแก้ปัญหาให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมง และตลอดชีวิต เมื่อคิดพิจารณาดูแล้วก็น่าอัศจรรย์ใจ

พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้สอนให้ผู้ใดเพ่งเล็งแต่ในแง่ร้าย หากแต่ให้เพ่งเล็งลงไปยังความจริง ..จริงๆ เมื่อความจริงแท้แน่นอนมีอยู่ดังนี้ แล้วผู้ใดจะบิดเบือนไปได้อย่างไร และผู้บรรยายพระอภิธรรมก็พูดเอาตามใจไม่ได้ เพราะพระอภิธรรมนั้นมีตัวเลขควบคุมอยู่ทั่วไป

เราต้องแก้ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว แล้วการต้องแก้ปัญหานั้น เพราะเป็นความทุกข์ แต่ถึงจะทุกข์อย่างไรเราก็ทนได้ เพราะทนเอาชาตินี้ชาติเดียว ไม่กี่ปีหรือไม่กี่สิบปีเราก็ตาย แล้วความทุกข์ทั้งหลายก็จะต้องสลายตัวไปตามความตายของเราด้วย ..แต่มีผู้ใดบ้างเล่าที่ทีข้อเท็จจริง และมีบทพิสูจน์ว่าคนตายลงไปแล้วสูญ

จะดูแต่ซากศพที่อยู่ในโลงได้หรือ เพราะชีวิตก็ยังไม่รู้จักและจิตใจก็ยังไม่ทราบว่าอะไร และเรื่องของสมองที่เชื่อกันว่าเป็นจิตใจ สั่งการงานอะไรก็ได้นั้นเล่า ก็เป็นเรื่องพ้นสมัยเสียแล้วเพราะสมองเป็นรูป เป็นสสารจะรู้จักคิดอ่านจดจำ จะรู้จักดีรู้จักชั่วได้อย่างไร


โปรดติดตามตอนต่อไป


โดย พี่เณร...นำมาฝาก [29 พ.ค. 2551 , 13:41:01 น.] ( IP = 125.26.42.44 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณค่ะ
จะเข้ามาอ่านบ่อยๆ ค่ะ

โดย ผู้เยี่ยมชม [29 พ.ค. 2551 , 13:47:57 น.] ( IP = 122.154.32.14 : : 192.168.71.34 )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [29 พ.ค. 2551 , 17:01:20 น.] ( IP = 124.121.178.176 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org