มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธวิธีชนะทุกข์ (๒)









พุทธวิธีชนะทุกข์ (๒)

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา


ปัญญาวุธแก้ปัญหาทุกข์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงถึงการเวียนว่ายตายเกิด ซึ่งมีแสดงอยู่ในพระธรรมทั้ง ๓ ปิฎก และพระองค์ได้แสดงว่า สัตว์ทั้งหลายต้องเวียนว่ายตายเกิดมานับชาติไม่ได้ว่าเป็นชาติที่เท่าใด เราจึงต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิต นั่นก็คือแก้ปัญหาของทุกข์มาจนนับครั้งไม่ไหว หรือนับชาติไมได้ ขอให้ท่านสาธุชนทั้งหลายลองพิจารณาดูว่ามันน่ากลัวเพียงใด มันน่ากลัวยิ่งกว่าทุกข์ใดๆ จริงหรือไม่

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงสอนให้ผู้ศึกษาปลูกสร้างปัญญาเพื่อพัฒนาชีวิตจิตใจ แล้วจะได้อาศัยปัญญาช่วยประหาณกิเลสให้หมดสิ้นไปในที่สุด เมื่อกิเลสถูกทำลายหมดสิ้นแล้วกรเวียนว่ายตายเกิดก็จะสะดุดหยุดล เมื่อไม่มีชีวิตขึ้นมาเสียแล้วจะเอาความทุกข์มาแต่ไหน เมื่อไม่มีชีวิตขึ้นมาเสียแล้วก็ไม่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไป ก็จะถึงซึ่งความสุขอันสถาพรได้

เวลานี้วิทยาการในทางโลกทางวิทยาศาสตร์มีความเจริญมาก สิ่งแวดล้อมต่างๆ สารพัดอย่างก็มากมายเพื่อยั่วยุให้คนติดใจ ความยินดีปรารถนาที่จะได้ในสิ่งที่ตนพอใจก็เต็มเปี่ยมจึงเป็นการยากยิ่งนักที่จะเสนอให้คนสนใจในความประพฤติ ถ้าหากมิได้มีปัญญาเข้ามาร่วมด้วย

บางคนก็ชักชวนหรือพากันสนับสนุนให้สอนเรื่องศีล สมาธิ และปัญญา แต่ศีล สมาธิ และปัญญานั้นก็จะต้องอาศัยการศึกษาเพื่อให้เข้าใจ เพื่อให้ผู้ประพฤติปฏิบัติจะได้เอาใจใส่ทำตามแล้วทำได้ถูกต้องด้วย เพราะศีล สมาธิ ปัญญานั้นไม่ใช่เป็นเรื่องดาดๆ ที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ แล้วก็ให้ถูกต้องดีแล้วคนก็มีความสนใจอยากจะปฏิบัติ

ยุให้คนรับศีล คนก็รับศีล ซึ่งก็เป็นเรื่องดีมีประโยชน์ แต่ก็ต้องให้ผู้รับศีลมีปัญญาร่วมลงไปด้วย หาไม่เมื่อครูสอนแล้วเขาก็จะท่องได้ ถึงเวลาสอบไล่เขาก็สอบได้คะแนนดี แต่ไม่เคยได้ปฏิบัติในเรื่องของศีลเลยสักที

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2551 , 09:23:41 น.] ( IP = 125.26.43.51 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ครูคนหนึ่งสอนนักเรียนเรื่องศีล ๕ ทีละข้อๆ สอนไม่ให้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ครั้นเลิกโรงเรียนตอนเย็นนักเรียนทั้งหลายพากันพูดแล้วก็พากันหันหน้าไปดูครูที่บ้านพักของครู แล้วเอะอะกันว่า ดูซิ ครูกำลังเอาสวิงช้อนปลาที่คูที่อยู่ข้างบ้านของท่าน

ครูคนหนึ่งกำลังสอนศีลธรรมในเรื่องของศีล ๕ แล้วก็เน้นเรื่องการเสพสุรายาเมาว่าไม่ดี ไม่ควรประพฤติ แล้วครูก็อธิบายว่า ถ้ากินเหล้ามึนเมาแล้วมองดูออกไป จะตาลายเห็นคนหนึ่งคนกลายเป็นหลายคนไปได้โดยง่าย แล้วครูก็หันไปทางหน้าต่างพูดว่า นักเรียนเห็นไหมคนที่เดินอยู่ที่ถนน เรามองออกไปทางหน้าต่างในขณะนี้มีคนเดินอยู่หลายคน

ในขณะนั้น นักเรียนทั้งหลายพากันพูดว่า มีคนเดินอยู่คนเดียวเท่านั้นเอง ทำไมครูจึงเห็นเป็นคนเดินหลายคนไปได้ ครูดื่มเหล้าเมามาหรืออย่างไร

ถ้าสอนให้คนทำสมาธิ เหตุผลที่ลึกซึ้งเขาก็ไม่เข้าใจเพราะมิได้อบรมปัญญา ซึ่งเป็นผลดีที่สุดที่เขาควรจะได้ ดังนั้น เขาก็จะทำสมาธิเพราะเหตุที่เขานอนไม่หลับ เขาก็จะทำสมาธิเพราะมีเรื่องคิดมากจนกลุ้มใจหรือเบื่อหน่ายโลก หรือเขาจะทำสมาธิเพราะจะได้เกิดอำนาจทางจิตจะคิดจะทำธุรกิจอะไรๆ จะให้บังเกิดความสำเร็จได้ หาไม่แล้วเขาจะทำไปทำไม ได้บุญอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจ

แม้ในเรื่องปฏิบัติวิปัสสนา ถ้าผู้ปฏิบัติมิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตให้เข้าใจ นั่นก็คือเรื่องขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ อริยสัจจะ ๔ และปฏิจจสมุปบาท ๑๒ อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดให้เข้าใจแล้ว ก็จะเป็นวิปัสสนาไม่ได้

สำหรับปัญญานั้นแบ่งเป็นโลกียะปัญญา ๓๙ ประเภท เป็นโลกุตตรปัญญา ๘ ประเภท รวมปัญญามี ๔๗ ประเภท ด้วยเหตุนี้การศึกษาวิทยาการต่างๆ ไม่ว่า นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ (แม้ไสยศาสตร์) อันคนทั่วไปเข้าใจว่า เป็นปัญญานั้นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตามหลักการของพระพุทธศาสนา เพราะหาใช่ปัญญาไม่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2551 , 09:24:14 น.] ( IP = 125.26.43.51 : : )


  สลักธรรม 2



ถ้าคิดปัญญาเอาง่ายๆ ดังนี้แล้วคนตัดช่องย่องเบาเก่ง คนปล้น จี้ ฆ่าคนตายเก่ง คนคดโกงคอรัปชั่นเก่ง ทำได้สำเร็จแล้วไม่มีใครจับได้ก็คงจะได้ชื่อว่าปัญญาด้วยกระมัง

สัมมาทิฏฐิ คือความเห็นชอบองค์หนึ่งในมรรค ๘ นั้น องค์ธรรมก็ได้แก่ปัญญาเจตสิก ซึ่งทั้งหมดมีอยู่ ๔๗ ประเภท และปัญญาอันเป็นโลกีย์มีอยู่ ๓๙ ประเภท แต่ผมจะขอแสดงโลกียะปัญญาแต่เพียงย่อๆ เท่านั้น

ปัญญาก็ได้แก่การศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจนั่นเอง ผู้ศึกษาจะได้ทราบว่า กรรมนั้นคืออะไร กรรมเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไร เหตุใดจึงเรียกว่ากรรมอันเป็นบาปและเป็นบุญซึ่งมีอยู่ ๒๙ ประเภท บาปหรือบุญเก็บเอาไว้ที่ไหน เก็บเอาไว้ได้อย่างไร แล้วมันจะแสดงออกมาได้หรือไม่ แสดงออกมาได้โดยวิธีการใด และผลของกรรมที่ได้ทำเอาไว้นั้นมันจะสนองตอบผู้กระทำได้อย่างไรบ้าง เหตุไฉนเราจึงเห็นคนทำชั่วแต่อยู่สบายและเห็นคนทำดีมีความทุกข์ร้อน

โลกียปัญญาจะทำให้ผู้ศึกษาทราบว่า นรก สวรรค์ อยู่ที่ไหน ตายแล้วผู้ทำบาปอะไรจะนำไปเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานได้อย่างไร รูปร่าง ที่อยู่อาศัยมีทุกข์มีสุขประการใด แล้วการเกิดเป็นเทวดานั้นทำกรรมอะไร ตลอดจนความเป็นอยู่ความเป็นไปของผู้ปฏิสนธิในภูมิต่างๆ ของเทวดาตลอดไปจนถึงรูปพรหมอรูปพรหมว่ามีความเป็นไปอย่างไร

การทำสมาธิคือสมถะกรรมฐานจนได้ถึงตั้งแต่ปฐมฌานขึ้นไปหรือการปฏิบัติหนทางเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ ก็เป็นสัมมาทิฏฐิอันเป็นโลกียปัญญาใน ๓๙ ประเภทนั้นด้วย ผู้ศึกษาก็จะทราบด้วยว่าหนทางที่จะเดินไปสู่ความพ้นทุกข์ได้จริงแท้แน่นอนไม่ต้องแก้ปัญหาให้แก่ชีวิตอีกต่อไปตลอดกาลนานนิรันดรนั้นไปทางไหน

ผู้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจจากในพระอภิธรรมปิฎกมีความเข้าใจแล้วก็จะมีความสุข ความสบาย จิตใจก็แช่มชื่นแจ่มใสขึ้น แม้มีความทุกข์ก็จะเบาบางลงไปตามอำนาจของความเข้าใจที่ได้ศึกษามา แล้วจะไม่พูดว่าแล้วแต่เวรแต่กรรมโดยปราศจากเหตุผล

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2551 , 09:24:32 น.] ( IP = 125.26.43.51 : : )


  สลักธรรม 3



คนสมัยก่อนเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดอยู่แล้วเป็นส่วนมาก เมื่อจะทำบาปใหญ่อะไรเขาก็มีความยับยั้งชั่งใจ แต่คนสมัยนี้ศึกษาวิทยาการโลกทางวิทยาศาสตร์มามาก เป็นผู้มีเหตุผลเป็นของตนเองไม่เชื่ออะไรง่ายๆ แล้วก็พากันเห็นว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันของคนโบราณ เมื่อทนต่ออำนาจของความโลภไม่ไหวจึงด้พากันทำบาปใหญ่ และใหญ่อย่างชนิดที่น่าหวั่นไหวหวาดเกรงอย่างเหลือเกิน ตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปจนถึงข้าราชการชั้นผู้น้อย ตลอดไปจนประชาชนทั่วไป

ด้วยเหตุผลดังนี้เอง การเสนอแต่เรื่องของศีล เสนอแต่เรื่องของสมาธิแก่ประชาชนผู้มีปัญญาในวิชาต่างๆ สารพัดอย่าง ผู้ซึ่งมีความเฉลียวฉลาดและเป็นตัวของตัวเองดังนี้ ย่อมเป็นการล้าสมัย จำจะต้องให้ปัญญาอันเป็นเหตุผลของเรื่องชีวิตจิตใจที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมอบให้แก่เขา แต่เราพากันทิ้งไว้ในตำราแล้วบางคนศึกษาเข้าไปไม่ไหว เลยอ้างว่าไม่ใช่เป็นพุทธพจน์ไปเสียเลย

ไม่ยากลำบากอะไรเลยเพราะเขาทั้งหลายมีปัญญาทางโลกทางวิทยาศาสตร์ดีอยู่แล้วพร้อมบริบูรณ์สำหรับรองรับวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องชีวิตจิตใจจากพระอภิธรรมปิฎก แต่ว่าจะทำอะไรเล่าจึงจะให้มหาอาณาจักรของเรื่องชีวิตจิตใจนี้แพร่หลายแล้วกระจายไปสู่ประชาชนได้กว้างขวาง

ไม่ยากลำบากอะไรเลยที่จะให้แพร่หลายกระจายไปสู่ประชาชนทั่วประเทศไทยแล้วใช้เวลาเพียงเล็กน้อยก็พอ ทั้งนี้ก็โดยการใช้วิธีบรรยายที่เรียกกันทั่วไปว่าอบรมครูที่สอนจริยะศึกษาให้ทั่วประเทศไทย ภายในเวลาไม่ช้า ศีล สมาธิ ปัญญาก็จะกระจอยออกไปเหมือนฝนตกทั่วฟ้า เมื่อปัญญาเกิดขึ้นจนเขาทั้งหลายได้ความจริงแล้ว การทำทุจริตคิดมิชอบก็จะต้องค่อยๆ ลดลงไป เพราะผู้ใดใครที่ไหนเล่าที่อยากจะขาดทุนแล้วก็ขาดทุนย่อบยับเสียด้วย

ผมได้เพียรพยายามเสนอเรื่องนี้ต่อท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษามาไม่ทราบว่ากี่สมัยแล้ว หนังสือต่างๆ ก็ส่งไปมอบให้ที่กระทรวงผลก็ยังไม่ปรากฏเกิดขึ้นมาอย่างจริงจังเลย ผมเสนอมานี้ก็ด้วยความปรารถนาดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในฐานะของผู้ที่เคยเป็นอยู่ในโรงเรียนรัฐบาลมากกว่า ๒๐ ปี และเป็นผู้พิพากษาสมทบศาลคดีเด็กและเยาวชน กรุงเทพฯ มาประมาณ ๑๐ ปี

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2551 , 09:24:51 น.] ( IP = 125.26.43.51 : : )


  สลักธรรม 4



กุศโลบายเชิญชวนมาแก้ปัญหาทุกข์

การที่ผมเปิดการแสดงเรื่องอัศจรรย์ต่างๆ จนใครๆ กล่าวกันว่า บรรยายพระอภิธรรมอยู่ดีๆ เหตุไฉนเดี๋ยวนี้จึงได้กลายเป็นพ่อมดหมอผีไปเสียแล้ว เช่นการเปิดแสดงการตรวจโรคและรักษาผู้ป่วยเจ็บที่นายแพทย์หาสาเหตุไม่ได้ ก็เพราะผมต้องการให้ประชาชนทั่วไปได้บทพิสูจน์ว่า เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นความจริงแท้แน่นอน และนอกจากจะเป็นการพิสูจน์เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดได้แล้วยังเป็นการจูงใจให้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนได้อีกด้วย

เพราะจากการที่ผมศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติมาก็ทราบอย่างแน่นอนว่า การเวียนว่ายตายเกิดนั้นเป็นความจริง ความเกิดนั้นเป็นทุกข์ไม่ว่าจะเกิดเป็นอะไร เมื่อทราบความจริงแท้แน่นอนดังนี้ แล้วท่านจะให้ทนนั่งอยู่นิ่งๆ ไหวหรือ ที่เห็นผู้มีอำนาจล้นฟ้าชี้นิ้วสั่งการอะไรก็ได้ทุกอย่างเมื่อตอนเป็นมนุษย์ แต่ครั้นตายลงไปก็ไปตกอยู่ในกองไฟที่เผาร่างกาย(ปรมาณู) ให้เร่าร้อนอย่างแสนสาหัส

เมื่อศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติมาก็ทราบอย่างแน่นอนว่าตายแล้วก็เกิดได้ จะยังคงเวียนว่ายตายเกิดต่อๆ ไป ก็ย่อมจะหนีทุกข์ไปไหนไม่พ้น แล้วจะทนอยู่ไหวหรือที่ได้เห็นนักการเมือง นักการค้า นักธุรกิจ และเศรษฐีผู้มีเงินนับร้อยล้าน แต่ได้มาจากการคดโกง เอารัดเอาเปรียบ บีบคั้นเอาจากผู้อื่นที่มีโอกาสช่วยตนเองได้น้อย อันเป็นผลที่ได้มาโดยมิชอบจากการเบียดเบียนผู้อื่นเป็นส่วนใหญ่

เมื่อตายแล้วเราก็จะได้เห็นว่า เขาได้กลายเป็นเปรตที่ตัวดำมืดและผอมโซ เพราะอดอยากหิวโหยร้องครวญครางด้วยเสียงอันดัง ผู้ใดได้พบเห็นและรู้ที่มาของเขาแล้ว ก็จะบังเกิดความสงสารอย่างสุดหัวใจ

ความทุกข์ยากของประชาชนผู้ประพฤติทุจริตคิดมิชอบด้วยประการต่างๆ ได้รับทุกข์โทษภัยร้ายกาจที่ไม่น่าเลยว่าจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้ ยากที่ผู้ใดจะคาดคะเนไปให้ถึงได้ เช่นถูกทรมานด้วยวิธรการต่างๆ จนสุดที่จะพรรณนาได้ เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ใครเล่าจะนั่งเฉยอยู่ได้ จะไม่แสดงอย่างใดอย่างหนึ่งออกไปเท่าที่จะทำได้หรือ เพื่อให้เขาทั้งหลายได้ทราบบ้าง แต่เมื่อได้เสนอไปให้ด้วยวิธีการต่างๆ มากมายด้วยความลำบากอย่างยากยิ่งแล้ว ยังดื้อดึงโดยคิดว่าเป็นความเพ้อฝันของคนโบราณ ผมก็จนใจเพราะหมดหนทางที่จะช่วยได้

ผู้ศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมมีความเข้าใจก็จะค่อยๆ หายสงสัยในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด และการเกิดเป็นมนุษย์ สัตว์เดรัจฉาน (ทั้งกายหยาบกายละเอียด) ตลอดจนผีสางเทวดาได้ เมื่อศึกษามีปัญญามากขึ้นแล้ว ความทุกข์ทั้งหลายก็จะค่อยๆ ลดลงไปๆ ตามความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นๆ ปัญญาในปัญหาของชีวิตจะมาช่วยกล่อมเกลาให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส

ดังนั้น การศึกษาเล่าเรียนจึงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยสร้างให้เกิดปัญญาที่สามารถเอาชนะความทุกข์ได้ มิใช่น้อยเลย แล้วความสุขกายสุขใจที่เกิดขึ้นก็จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปคิด หรือไม่ต้องไปพูดว่าแล้วแต่กรรม แล้วแต่กรรม โดยปราศจากเหตุผล

โปรดติดตามตอนต่อไป



โดย พี่เณร...นำมาฝาก [30 พ.ค. 2551 , 09:25:12 น.] ( IP = 125.26.43.51 : : )


  สลักธรรม 5


ความทุกข์มีมากมายก่ายกอง แต่พระพุทธองค์ก็ทรงสอนให้หาหนทางแก้ทุกข์เหล่านั้นได้ด้วยการสร้างเสริมปัญญา และหนทางเบื้องต้นที่จะได้มาซึ่งปัญญาก็คือการศึกษาเล่าเรียน

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะที่ชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิต

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำสิ่งประเสริฐมาฝากเป็นประจำ

โดย พี่ดา [30 พ.ค. 2551 , 10:19:17 น.] ( IP = 124.121.175.100 : : )


  สลักธรรม 6

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ

ที่ทำให้เห็นขั้นตอนของการสร้างเสริมปัญญาที่จะทำให้ชีวิตสามารถเอาชนะความทุกข์ได้

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นอกจากจะทำให้เกิดวามเข้าใจถูกแล้ว ยังทำให้สภาพจิตใจที่กำลังอยู่กำสิ่งที่ดีงามเช่นนี้เกิดความแจ่มชื่นเบิกบาน

โดย น้องอุ๊ [30 พ.ค. 2551 , 18:01:22 น.] ( IP = 125.24.40.119 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org