| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พุทธวิธีชนะทุกข์ (๘)
![]()
![]()
พุทธวิธีชนะทุกข์ (๘)
โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร
ตอนที่ผ่านมา
การชนะทุกข์
จะทำอย่างไรเล่าจึงจะทำให้ไม่คิดไปในเรื่องทุกข์ร้อนกังวลห่วงใยหรือเศร้าหมองใจ หรือจะทำอย่างไรจึงจะให้มันสะดุดหยุดลงเสียได้
จะต้องอาศัยพระพุทธศาสนาจึงจะช่วยได้ นอกจากจะช่วยได้แล้ว ยังจะได้บุญกุศลเพิ่มเติมขึ้นมาตลอดเวลาที่ปฏิบัติอีกด้วย
ท่านสาธุชนทั้งหลาย ถ้าท่านตั้งใจฝึกฝนจิตของท่านจริงๆ ตามที่ผมจะเสนอแนะต่อไปนี้แล้ว ขอเวลาเพียง ๓ เดือนเท่านั้นท่านก็จะเป็นผู้ชนะ ท่านก็จะยืนหยัดตั้งตัวตรงมองดูความตึงเตรียด ความเศร้าหมองเร่าร้อนที่เคยมีแก่ท่านอย่างเย้ยหยัน
ท่านก็จะรู้สึกภาคภูมิใจที่เห็นเจ้าศัตรูตัวร้ายที่เคยเกาะกินใจท่านมาตลอดเวลาอันนานแสนนานนั้น บัดนี้ยืนอยู่ห่างท่านไกลออกไปๆ มากขึ้นๆ ย่างกรายเข้ามาใกล้ท่านไม่ได้อีกเลย และตลอดเวลาด้วย
โดย พี่เณร นำมาฝาก [15 มิ.ย. 2551 , 21:16:06 น.] ( IP = 58.9.106.240 : : )
สลักธรรม 1
วิธีการฝึกก็มิได้ยากเย็นอะไร แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ง่ายๆ ก็เพราะท่านทั้งหลายเบื่อหน่ายที่จะทำจริงๆ ผมจึงร้องขอให้ท่านพยายามและขอให้พยายามจริงๆ เพียง ๓ เดือนเท่านั้นชัยชนะก็จะเป็นของท่านอย่างแน่นอน
ท่านก็จะภาคภูมิใจ สุขภาพกาย สุขภาพจิตของท่านก็จะดีขึ้น แล้วจะคิด จะทำ จะเรียน หรือบริหารการงานก็จะเป็นไปได้ด้วยดี ชีวิตที่ว่าไม่เคยมีกำไรก็จะได้ตั้งต้นขึ้น
ท่านจะได้ที่พึ่งถาวรติดตามตัวตลอดไปทั้งในเวลาหลางวันหรือกลางคืนแม้เวลาที่ใกล้จะถึงแก่ความตาย และตลอดไปจนถึงชาติข้างหน้าด้วย มันจะเป็นเพื่อนที่แสนดี มันจะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ติดตามไปในชาตินี้ และในทุกชาติที่เราเกิดใหม่ และในทุกหนแห่งที่เราย่างเท้าก้าวเข้าไป มันจะคอยระแวดระวังมิให้เราเกิดอันตราย โดยเรามิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลยแม้แต่น้อย
ผมขอเชิญพบกับเพื่อนคนใหม่ของท่านต่อไป เขายินดีที่จะเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดสนิทกับท่านเสมอ จะคอยระแวดระวังไม่ให้ท่านเดินไปในหนทางที่ขรุขระกันดารและจะให้หลักประกันแก่ท่าน ถ้าท่านปรารถนาอย่างจริงใจต่อเขา และเขาจะไม่พรากจากไปอย่างแน่นอน
โดย พี่เณร นำมาฝาก [15 มิ.ย. 2551 , 21:16:46 น.] ( IP = 58.9.106.240 : : )
สลักธรรม 2
วิธีปฏิบัติเพื่อเอาชนะความทุกข์
ท่านสาธุชนที่เคารพ ถ้ามีผู้ร้ายชั้นดีมีความสามารถมากๆ สักคนหนึ่ง ได้ก่อกวนให้ชาวบ้านร้านตลาดพากันเดือดร้อน เราก็จำเป็นที่จะต้องเอาตำรวจเข้าไปปราบปราม
อย่างไรก็ดี ถ้าเอาตำรวจที่ทำแต่หน้าที่เสมียนพิมพ์ดีดหรือตำรวจที่มีฝีมืออ่อนไปจับผู้ร้ายฝีมือดีแล้ว ก็ไม่มีหวังที่จะจับผู้ร้ายได้ ผู้ร้ายก็จะหัวเราะเยาะชอบใจพอตำรวจคล้อยไปผู้ร้ายก็จะแลบลิ้นหลอกได้ แล้วผู้ร้ายก็จะได้ใจกำเริบเสิบสานต่อไป
ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงจำต้องหาตำรวจที่ดีมีฝีมือ หรือต้องสร้างตำรวจที่มีฝีมือดีขึ้นให้มาก แล้วผู้ร้ายที่ไหนจะโผล่หน้าขึ้นมาได้
เราใช้คำว่า "สติ" กันอยู่ทั่วไปในประเทศไทย แล้วต่างคนต่างก็แปลว่า "ระลึกได้" เอาคำนี้ไปใช้ตามใจชอบไม่ว่าเรื่องอะไรทั้งสิ้น เพราะคำบาลีแปลออกมาอย่างนั้นคือ ระลึกได้
ความจริงจะแปลกันว่า ระลึกได้เท่านั้น ไม่ได้ แปลเท่านั้นไม่ถูกต้อง เพราะการระลึกได้นั้นจะระลึกเรื่องบาปก็ได้ บุญก็ได้ และระลึกเรื่องอะไรได้สารพัด ก็จะไปกันใหญ่
ผมขอยกตัวอย่างเช่น เราเข้าไปในห้องตั้งใจจะหยิบของสักอย่างหนึ่งเพื่อใช้ในงานอาชีพพอเข้าไปแล้วก็ลืมนึกไม่ออกว่า จะหยิบอะไร เรามักจะพูดว่า ขาดสติ เอาคำนี้มาใช้ในที่นี้ไม่ได้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องการงาน
หรือจะข้ามฟากถนน ก้าวเท้าไป ๒ ก้าวแล้วตกใจลืมดูว่า รถมีหรือเปล่า เห็นมันเงียบๆ ลืมดูซ้ายหรือขวา เราก็จะพูดว่า ไม่มีสติ เอาสติมาใช้ไม่ได้ ในขณะนี้กำลังตกใจ
โดย พี่เณร นำมาฝาก [15 มิ.ย. 2551 , 21:17:15 น.] ( IP = 58.9.106.240 : : )
สลักธรรม 3
สติแปลว่า "ระลึกได้" ต้องเติมข้อความเข้าไปอีกว่า ไม่ให้จิตไหลไปในอกุศล ไม่ให้จิตไหลไปในบาป
เพราะสติจะประกอบกับบุญอย่างเดียวเท่านั้น จะเกิดกับบาปไม่ได้ สติคือความระลึกได้ ไม่ให้จิตไหลไปในบาป ไม่ให้ไหลไปในอกุศล ท่านทั้งหลายถ้าหากว่ามีคนมาคุยกันถึงเรื่องว่า ไปยิงนกกันเถอะ ไปจับปลากันเถอะ ไปคอรัปชั่นกันเถอะ ทำอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นบาป เราก็ฟังๆ แล้วเราระลึกรู้สึกตัวขึ้นมาได้ว่า ไม่ดีไม่ควรทำ ในขณะนี้สติก็เกิดแล้ว แปลว่าระลึกได้ จิตไม่ไหลไปในอกุศล
สติเจตสิกนี้มีหน้าที่การงานคือ ประกอบกับจิตในจำนวนถึง ๕๙ ประเภท ถ้าท่านศึกษามีความเข้าใจแล้ว ก็จะเห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเกรงจะมีผู้คิดและตีความพระธรรมเอาง่ายๆ จะทำให้พระธรรมต้องล้มละลายลงไปโดยเร็ว พระองค์จึงได้กำหนดตัวเลขเอาไว้ทั้งนั้นไม่ว่าธรรมะข้อไหน
(สติเจตสิกเกิดในจิต ๕๙ ประเภทคือ มหากุศลจิต ๘ มหาวิบากจิต ๘ มหากิริยาจิต ๘ มหัคตกุศลจิต ๙ มหัคตวิบากจิต ๙ มหัคตกิริยาจิต ๙ และโลกุตรจิต ๘)
ปัญญานั้นมี ๔๗ ประเภทคือจิตที่เป็นญาณสัมปยุตตทั้งหลาย ซึ่งจะต้องมีสติเจตสิกเกิดขึ้นร่วมด้วยทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นปัญญาจะเกิดขึ้นมาไม่ได้ แต่ถ้าสติเกิดขึ้นมาปัญญาไม่ต้องมีก็ได้ สติเกิดเฉยๆ โดยปัญญาไม่ต้องเข้าร่วม ดังนี้เป็นต้น ถ้าท่านเรียนพระอภิธรรมแล้วก็จะได้รายละเอียดดังกล่าวละเอียดลออยิ่งขึ้นอีกมาก
โดย พี่เณร นำมาฝาก [15 มิ.ย. 2551 , 21:17:40 น.] ( IP = 58.9.106.240 : : )
สลักธรรม 4
ต่อไปนี้ผมจะบรรยายถึงพุทธวิธีเอาชนะความทุกข์ จึงขอใช้แต่สติตัวเดียว ทำไมจึงเอาสติตัวเดียวมาตั้งให้ท่านทั้งหลายพิจารณา ก็เพราะเราจะอาศัยการฝึกสติของเราไม่ให้จิตไหลไปในทางบาปให้ได้ เพราะความทุกข์ ความกังวล ห่วงใย เสียใจ หรือไม่สบายใจทุกชนิดไม่ว่าอะไรชนิดไหนก็เป็นบาปทั้งนั้น เพราะทำให้ใจของเราเศร้าหมอง
และในขณะที่เราเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อนนั้นบาปเกิดขึ้นเล้ว เพราะอะไรเล่า? ก็เพราะว่าเรากำลังขาดสติอยู่ จะต้องขาดสติอย่างแน่นอน ดังนั้นเราจะมาปลูกสร้างสติ คือทำความสำนึกรู้สึกตัวให้เกิดขึ้นให้เข้มแข็งขึ้นแล้ว อกุศลทั้งหลายที่เป็นทุกข์ก็ดี เป็นห่วงใยกังวลต่างๆก็ดี จะได้ค่อยๆ เบาลงไปจนกระทั่งเบาบางมากที่สุด
เราก็จะได้มีสุขภาพกายสุขภาพจิตดีขึ้นเรื่อยๆ พูดง่ายๆ ก็คือเราจะหาวิธีการอย่างไรทำให้จิตของเรามีสติคุ้มครองตนเองไม่ให้ไหลไปในอกุศลหรือไม่ให้ไหลไปในความเศร้าหมองหรือความเร่าร้อน จิตของเรามันคอยเศร้าหมองเร่าร้อนแล้วเราจะทำอย่างไรไม่ให้มันไหลไปเล่า
ท่านทั้งหลาย ผมสมมติขึ้นนะครับว่า ผมนั่งอยู่ตรงนี้ กำลังดูหนังสือเพลินอยู่ แล้วก็มีข้าวของมีราคามากอยู่ข้างหลัง ท่านทั้งหลายลองคิดดูถ้าดูหนังสือเพลินๆ อยู่เราก็ย่อมไม่มีความรู้สึกนึกคิดที่จะควบคุมของแล้ว ดังนั้นผู้ร้ายก็จะย่องๆ เข้ามาข้างหลังแล้วก็หยิบของมีค่าไป ด้วยเหตุนี้ ถ้าเราหมั่นหันไปดูเสียบ้าง ผู้ร้ายจะเข้ามาได้หรือไม่
แน่นอน ผู้ร้ายก็จะจดๆ จ้อง ๆ มันเห็นเราดู มันก็ไป พอดูอีกมันก็ไปอีก ถ้าเราหัดเสียให้เคย คือดูบ่อยๆ ไม่ใช่บ่อยเสียเหลือเกิน หัดให้พอสมควร ผู้ร้ายที่ไหนจะโผล่หน้าขึ้นมา ผู้ร้ายไม่ใช่ไม่กลัวตำรวจ มันไม่กลัวเฉพาะตำรวจที่เป็นเสมียน ยกตัวอย่างเพื่อนของผมคนหนึ่งเป็นตำรวจใหม่ ๆ ตอนหนุ่มๆ เขาเดินไปกับผม เขายังไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องของตำรวจ แล้วก็เป็นเสมียนตำรวจเสียด้วย ไม่ได้เป็นพวกจับผู้ร้าย ตอนนั้นน้ำประปาข้างถนนเปิดก๊อกกัน แย่งน้ำประปากัน ทะเลาะกัน บางทีก็ถึงตีกัน ในขณะนี้เขากำลังทะเลาะกันทั้งจีนทั้งไทย
พอเห็นตำรวจเดินไปกับผม เขาก็เรียกตำรวจๆ เชิญเข้ามา ตำรวจจะไม่เดินเข้าไปก็ไม่ได้ ตำรวจก็เดินเข้าไป แต่คนนี้ก็ว่าอย่างนั้น คนนั้นก็ว่าอย่างนี้ ตำรวจไม่ทราบจะว่าอย่างไร พูดอย่างไรๆ ก็ไม่มีใครเชื่อ จะพูดสักคำว่า จะพาไปโรงพักก็ไม่ว่า เพราะเป็นตำรวจใหม่เอี่ยม แล้วตำรวจเพื่อนผมเขาก็ชวนผมขึ้นรถเมล์หนีไปดื้อๆ พูดง่ายๆ ก็ว่าตำรวจหนีเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ต่อหน้า
ตำรวจบางคนเก่งในการจับผู้ร้ายมาก ดังนั้นผู้ร้ายก็กลัว ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เองท่านทั้งหลายท่านจะต้องสร้างตำรวจให้เข้มแข็งไว้ในใจ สตินี่แหละเป็นตำรวจ ผู้ร้ายที่ไหนจะโผล่หน้า ก็เราหมั่นสร้างตำรวจ"สติ" ดูมันอยู่นี่หมั่นสร้างกำลังอำนาจของสติให้มันดูอยู่ ดังนั้น การสร้างสติจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดอย่างยิ่งที่จะชนะความทุกข์
โปรดติดตามตอนต่อไป
โดย พี่เณร นำมาฝาก [15 มิ.ย. 2551 , 21:18:11 น.] ( IP = 58.9.106.240 : : )
สลักธรรม 5
มาศึกษาต่อค่ะ และจะต้องติดตามต่อไปอย่างแน่นอนเลยค่ะ ในการฝึกสติเพื่อชนะทุกข์
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [16 มิ.ย. 2551 , 09:30:05 น.] ( IP = 124.121.175.136 : : )
สลักธรรม 6อาศัยสติเพื่อเอาชนะความทุกข์ที่เกิดขึ้น กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะโดย เซิ่น [16 มิ.ย. 2551 , 19:16:19 น.] ( IP = 58.8.50.192 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
และกราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะโดย น้องอุ๊ [17 มิ.ย. 2551 , 18:00:03 น.] ( IP = 125.24.32.69 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |