มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


มีธรรมะดีดีมาฝาก




.อนัตตลักขณสูตร

หลังจากฟังเรื่องอริยสัจสี่ประการ ปัญจวัคคีย์ทั้งห้าก็ได้ดวงตาเห็นธรรมทุกท่านแล้ว มีพื้นฐานทางใจพอที่จะเข้าใจเรื่องที่ลึกซึ้งกว่านั้น พระองค์จึงทรงแสดงสูตรว่าด้วยอนัตตาต่อในวันแรม 5 ค่ำ (ตามมติในอรรถกถาว่าทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรในวันแรม 5 ค่ำ)

เนื้อหาของพระสูตรสั้นนิดเดียว ดังนี้

พระพุทธเจ้าตรัสสอนปัญจวัคคีย์ว่า

รูป(ร่างกายอันประกอบด้วยธาตุ 4 และคุณสมบัติของธาตุ 4) เวทนา(ความรู้สึก) สัญญา(ความจำได้หมายรู้) สังขาร(ความคิดดีคิดชั่ว) วิญญาณ(ความรับรู้ผ่านประสาทสัมผัส) เป็นอนัตตา(ไม่ใช่ตัวตน)

เพราะถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นอัตตา(เป็นตัวตนของเรา) แล้วมันก็จักไม่เจ็บป่วย ขอให้มันเป็นอย่างนี้ ไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ตามปรารถนาแต่เพราะมันเป็นอนัตตา(มิใช่ตัวตนของเรา) เราจึงขอร้องให้มันเป็นอย่างนี้ไม่ให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ตามปรารถนา

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามว่า

พวกเธอคิดอย่างไร รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง เป็นสุขหรือทุกข์ ควรจะยึดถือว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเราหรือไม่ พระปัญจวัคคีย์กราบทูลว่า "ไม่ควรพระเจ้าข้า" ตรัสต่อไปว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ทั้งที่เป็นอดีตปัจจุบัน อนาคต ทั้งภายนอก ภายใน ทั้งหยาบและประณีต ทั้งใกล้และไกล ทั้งหมดล้วนสักแต่ว่ารูป สักแต่ว่าเวทนา สักแต่ว่าสัญญาสักแต่ว่าสังขาร สักแต่ว่าวิญญาณพวกเธอพึงพิจารณาด้วยปัญญาตามเป็นจริงว่า นั่นมิใช่ของเรา ไม่เป็นเรา มิใช่ตัวตนของเรา

อริยสาวกผู้ใฝ่สดับเมื่อเห็นอย่างนี้ย่อมเบื่อหน่ายในรูปเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายยึดติดเมื่อคลายยึดติด จิตก็หลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพันก็รู้ว่าได้หลุดพ้นแล้วชาติสิ้นแล้ว ได้ประพฤติพรหมจรรย์สมบูรณ์แล้ว กิจที่ควรทำได้ทำหมดแล้ว ไม่ต้องทำอะไรอีกต่อไป"

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสเทศนาจบลง พระปัญจวัคคีย์ต่างก็โสมนัสชื่นชมภาษิตของพระองค์ ขณะที่พระพุทธองค์ตรัสอธิบายเรื่องนี้อยู่ จิตของพระปัญจวัคคีย์ก็หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลาย หมดความยึดมั่นถือมั่นแล้ว

พระอรหันต์เกิดมีในโลก 6 องค์ ณ ครานั้นแล้ว

ดูตามความจริงแล้ว ทั้ง 5 ท่านได้ "ดวงตาเห็นธรรม" แล้วเรียกอีกอย่างว่าเป็นพระโสดาบัน รู้อนิจจัง และทุกขังแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถเข้าใจถึงอนัตตา เมื่อทรงแสดงสูตรนี้โดยวิธียกปัญหาขึ้นมาให้ช่วยกันพิจารณาเป็นขั้นเป็นตอนอย่างต่อเนื่อง โดยพระพุทธองค์ตะล่อมเข้าสู่ประเด็นในที่สุดทั้ง 5 ท่านก็ได้บรรลุพระอรหัต

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือ อะไร

ในพระสูตรทรงยกขันธ์ 5 ขึ้นมาอธิบายให้เห็นความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อนิจจังหรืออนิจจตา แปลกกันว่าความไม่เที่ยงฟังแล้วยังไม่กระจ่างถ้าจะให้เข้าใจดีต้องแปลว่า "ความเปลี่ยนแปลง"

ทุกขัง หรือทุกขตา แปลกันว่า "ความทนไม่ได้" หมายถึงภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ตลอดกาล ภาวะที่ขัดแย้งในตัว ไม่สมบูรณ์ พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

อนิจจตา กับทุกขตา ใกล้เคียงกันมาก ถ้าจะให้เข้าใจง่ายน่าจะกำหนดดังนี้ อาการปรากฏชัดภายนอก หรือความเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏให้เห็น เช่นผมหงอก ฟันหลุด หนังเหี่ยวย่น เป็นอนิจจตา ความบกพร่องไม่สมบูรณ์ในตัวมันเองที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการเปลี่ยนแปลงเป็น ทุกขตา

พูดให้ชัดก็ว่า ความเปลี่ยนแปลง(change) เป็นอนิจจตา

สาเหตุของความเปลี่ยนแปลง(subject to change) เป็นทุกขตา

อนัตตาหรืออนัตตตา 2 ความหมาย

ส่วนอนัตตา มี 2 ความหมายคือ

(1) ไม่ใช่ตน หมายถึงไม่ใช่ตัวเรา สักแต่ว่าธาตุสี่ขันธ์ห้ารวมกัน แล้วสมมุติว่านายนั่น นางนี่เท่านั้นเอง ที่จริงแล้วไม่มีตัวตนที่แท้ถึงเวลาก็ดับสลายตามเหตุปัจจัย บาลีพระสูตรตรัสไว้ชัดว่า ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นตัวตนของใครจริงแล้ว เขาย่อมบังคับหรือขอร้องมันได้ว่าอย่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ขอให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นต้น แต่นี่มิได้เป็นดังนั้นเลย นี่คือความหมายของอนัตตานัยที่หนึ่ง

(2) ส่วนความหมายนัยที่สองคือ ไม่มีตัวตนถาวร อันนี้หมายถึงไม่มีอัตตาหรืออาตมันถาวร อย่างที่คนสมัยนั้นเชื่อถือและสั่งสอนกัน คือชาวอินเดียโบราณจะสอนกันว่า เมื่อร่างกายแตกดับแล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ดับไปด้วย เพราะเป็นสิ่งสมบูรณ์ที่สุด(The Absolute) สิ่งนี้เรียกว่า อัตตา(อาตมัน) บ้าง ชีวะบ้าง พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่มีอัตตาที่ว่านี้

ในหนังสือระดับอรรถกถา เวลาท่านอธิบายความหมายขออนัตตา ท่านจะอธิบายไว้ 4 นัยด้วยกัน คือ

1.เป็นอนัตตาเพราะเป็นของสูญหรือว่างเปล่า

2.เป็นอนัตตาเพราะไม่มีเจ้าของ หรือเราไม่สามารถเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมันได้

3.เป็นอนัตตาเพราะไม่สามารถทำให้มันเป็นตามประสงค์ได้

4.เป็นอนัตตาเพราะเป็นปฏิปักษ์หรือค้านกับอัตตา

ความหมายทั้ง 4 นัยนี้สรุปลงใน 2 นัยข้างต้นที่ได้อธิบายมาแล้วนั้นเอง พระอรรถกถาจารย์ ท่านอธิบายอีกทางหนึ่งเพื่อให้กระจ่างยิ่งขึ้น

ถ้าดูตามคำแปลพระสูตรแล้วคล้ายกับว่า พระพุทธเจ้าทรง "ชี้นำ" ให้สรุปตามพระองค์ คำถามพระองค์จึงได้คำตอบทันทีตามที่ทรงต้องการ เช่น ถามว่า ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นอย่างไร รูป เที่ยงหรือไม่เที่ยง ภิกษุทั้งหลายตอบทันทีว่า "ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า" เมื่อไม่เที่ยง มันเป็นสุขหรือทุกข์ "เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า" สิ่งใดเป็นไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นธรรมดา ควรจะยึดถือว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเราไหม "ไม่ควร พระเจ้าข้า" ฯลฯ ฟังดูคล้ายถามปุ๊ปตอบปั๊บ แต่ที่จริงแล้ว คงไม่อย่างนั้น คงทรงเปิดโอกาสให้ผู้ฟังใช้บทบาทแห่งปัญญาคิดอย่างอิสระ จนกระทั่งรู้ด้วยตนเองมากกว่า กว่าจะได้บทสรุปอย่างนี้คงกินเวลานานพอสมควร


ลอกมาจาก...คอลัมน์ รื่นร่ม รมเยศ


โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก

โดย เทพธรรม [2 มิ.ย. 2545 , 05:42:12 น.] ( IP = 203.170.157.70 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail


  สลักธรรม 1

สาธุ สาธุ สาธุ...

โดย โก๋ครับ [2 มิ.ย. 2545 , 20:14:34 น.] ( IP = 203.113.35.9 : : )


  สลักธรรม 2

ขอขอบคุณ คุณเทพธรรมมากค่ะ

โดย ข้าวนอกนา [3 มิ.ย. 2545 , 07:37:22 น.] ( IP = 202.6.107.20 : : )


  สลักธรรม 3

ขออนุโมทนากับท่านเทพธรรมด้วยค่ะ
เป็นธรรมะที่ดีและเข้าใจง่ายค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ


โดย พี่ดาค่ะ [3 มิ.ย. 2545 , 09:54:00 น.] ( IP = 158.108.12.67 : : 158.108.12.67 )


  สลักธรรม 4


ขอบพระคุณค่ะ อ่านแล้วทำให้คิดต่ออีกนะคะ ว่าทำไมพระพุทธองค์จึงทรงแสดงอนัตตลักขณสูตร แก่พระปัญจวัคคีย์ ซึ่งพระไตรลักษณ์มีทั้งหมด 3 อย่าง ในการบรรลุธรรมครั้งนี้จะกล่าวได้หรือเปล่าคะว่า พระปัญจวัคคีย์ทั้งหมดได้อารมณ์พระนิพพานโดยอาศํยอนัตตาธรรมเป็นอารัมณปัจจัย

โดย หมออุ๊ [3 มิ.ย. 2545 , 12:40:18 น.] ( IP = unknown : : unknown )


  สลักธรรม 5

สาธุ สาธุ สาธุ เจ้าค่ะ

โดย มด [3 มิ.ย. 2545 , 14:51:34 น.] ( IP = unknown : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org