| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ยี่สิบสองมิถุนาบูชาคุณ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
"ชีวิตผกผันทุกวันทุกคืน ไม่อาจขัดขืนต้องยอมให้มันเป็นไป แม้คำว่ารักเขายังไม่เคยเข้าใจ น้ำตารินไหลไม่มีผู้ใดเหลียวแล" ....เนื้อเพลงท่อนนี้เป็นเสียงครวญของคนเศร้าที่ไม่เข้าใจชีวิต ซึ่งถ้าหากเป็นผู้ที่เข้าใจชีวิตและรู้ว่า "ตะเกียงชีวิตใกล้จะดับแล้ว" ก็จะเร่งรีบทำความดีหนีจากบาปอกุศล
ถามว่า มีใครเหลียวแลเราไหม? มีแน่ นับตั้งแต่พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และในที่นี้ผู้ที่เหลียวและเราเสมอก็คือหลวงพ่อเสือ ..ท่านได้พยายามสอนเราทุกอย่างจนกระทั่งเรามีวันนี้ แล้วเราก็ออกมาทำงานเพื่อสังคมส่วนรวมได้ ก็เพราะได้รับการเหลียวแล การเยียวยา การเอาใจใส่ ได้อุปกรณ์ชีวิต และตำราชีวิตจากหลวงพ่อ
ที่เรามานั่งเรียนรู้ มารวมกลุ่มเป็นครอบครัวอยู่ที่นี่ได้ ก็เพราะเราได้ความเหลียวแลจากท่าน และท่านก็คอยฝึกสอนเราให้เราตั้งตนไว้ชอบประกอบไปด้วยความคิดที่ดี และในวันนี้ หลวงพ่อได้ฝากคำมาบอกว่า
![]()
![]()
ทุกชีวิต..มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้
ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ย่อมเคยล้มเหลวเคยพลาดมากันไม่มากก็น้อย
อย่ามัวแต่เสียใจกับเรื่องที่ผ่านไป เพราะจะนำมาซึ่งความทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น
อยู่กับวันนี้ด้วยดี คือมีสติให้มาก ระวังกาย รักษาวาจา และควบคุมใจ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:18:22 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 2
ท่านบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดที่ ทุกชีวิต..มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้ทั้งนั้น และไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ย่อมเคยล้มเหลวเคยพลาดมากันไม่มากก็น้อย แต่อย่ามัวแต่เสียใจกับเรื่องที่ผ่านไป เพราะจะนำมาซึ่งความทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น ให้อยู่กับวันนี้ด้วยดี ..ท่านบอกว่าวันนี้วันที่ ๒๒ ไม่ใช่วันที่ ๒๑ และก็ไม่ใช่วันที่ ๒๓ จึงให้อยู่กับวันที่ ๒๒ มิถุนาให้ดี คือให้มีสติให้มาก อย่างระวังกาย รักษาวาจา และควบคุมใจให้ดีที่สุด
ระวังกาย รักษาวาจา และควบคุมใจอย่างไร?
ระวังกาย... ด้วยการไม่ทำทุจริตผิดศีล คือ อย่าฆ่าสัตว์ อย่าลักทรัพย์ อย่าประพฤติผิดในกาม และอย่าพากายของเราไปในที่ที่ไม่ชอบธรรมหรือที่ไม่สมควรที่เรียกว่า อโคจร เพราะไปแล้วไม่เจริญ บั่นทอนสุขภาพร่างกาย และบั่นทอนสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดมลภาวะ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
รักษาวาจา... ด้วยการไม่พูดอะไรโดยไม่คิด แต่ให้คิดก่อนพูด อย่ากินก่อนหา อย่าว่าก่อนเห็น อย่าเล่นก่อนทำ(งาน) เพราะบางครั้งเราไม่ได้เห็นอะไรแล้วก็เอามาพูด เช่นพูดโดยฟังตามกันมา เรียกว่าเพ้อเจ้อไร้สาระ ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์เลย ซ้ำยังเป็นโทษแก่ตนเองด้วยเพราะเรื่องนั้นอาจจะไม่จริงก็ได้ เมื่อเราไม่รู้อะไรจริงก็อย่าไปพูดดีกว่า...นิ่งเสีย ตำลึงทอง...
หรือพูดตามความรู้สึกของตนมีตนเองเป็นอัตตาธิปไตย คือฉันจะพูดน่ะ แต่ใครจะพูดฉันไม่ฟังหรอก เป็นคนที่พูดได้เรื่อยๆ แต่ไม่เคยแคร์ใจคนอื่นว่า เขาอยากฟังเรามั๊ย? ท่านจึงเตือนมาว่าให้รักษาวาจา
และการรักษาวาจานี้นอกจากต้องคิดก่อนพูดแล้วต้องพูดอย่างผู้มีศีล คือ ไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่พูดคำหยาบ
ควบคุมใจ... ด้วยการไม่ปล่อยให้ความฟุ้งซ่านมีอำนาจหรือมีอิทธิพลจนทำให้เราต้องซึมเศร้าและเกิดการบั่นทอนตนเอง เช่นเราจะเห็นจากข่าวว่า มีคนกระโดดตึกตายเพราะความซึมเศร้า แต่ให้นึกแต่เรื่องดีมีประโยชน์
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:19:16 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 3
และท่านก็วางหลักในการดำรงชีวิตทุกวันนี้มาให้อีก ๕ ข้อ ว่า
๑. จงนำประสบการณ์ในเรื่องที่เกิดขึ้นมานั้นมาเป็นประโยชน์ นำความผิดพลาดมาเตือนใจมิให้เกิดซ้ำอีก
๒. จงทำชีวิตให้สดใส ทำตัวร่าเริง คือมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส
๓. จงยอมรับความเป็นจริง อย่าเอาชีวิตไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น จงพอใจกับชีวิตตนเอง
๔. จงหลีก ละ ลด เลิก ..ความคิดพยาบาท ความอาฆาตและเคืองแค้น ลดความโลภ ทำลายความหลง ชื่นชมและยินดีกับผู้อื่น และให้อภัยกับทุกสิ่งแม้แต่เรื่องเล็กน้อย มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
๕. จงเอาใจใส่ในเรื่องที่เป็นปัจจุบัน ที่นี่และเดี๋ยวนี้ คือจงมีชีวิตทีละชั่วขณะ
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:19:47 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 4
๑. จงนำประสบการณ์ในเรื่องที่เกิดขึ้นมานั้นมาเป็นประโยชน์ นำความผิดพลาดมาเตือนใจมิให้เกิดซ้ำอีก
ทุกคนมีประสบการณ์ชีวิตทั้งสิ้น มีเรื่องราวเก่าๆ ให้เป็นประสบการณ์จากการล้มลุกคลุกคลาน มีทั้งความสุขความทุกข์ ตอนนี้บางคนก็นึกได้ว่า ถ้าหากเราย้อนกลับไปได้เราคงทำอะไรได้ดีกว่านี้
เช่น ถ้ากลับไปเป็นนักเรียนได้ใหม่ก็คงจะตั้งใจเรียนจนให้ได้คะแนนเต็มได้ ที่เคยได้เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นนั้นจิ๊บจ๊อยแต่จะเอาเต็มร้อยเลย หรือวิชาไหนที่ไม่ชอบก็คงจะตั้งใจให้ชอบได้ อย่างวิชาเลขที่บางคนไม่ชอบแต่มาถึงวันนี้วิชาที่ไม่ชอบนี่แหละเป็นสิ่งที่เราต้องใช้ เวลาไปซื้อของหรือไปต่างประเทศเราก็ต้องบวกลบคูณหารตัวเลข นี่แหละวิชาที่เราเคยไม่ชอบเราจึงต้องชอบ เพราะจะทำให้เรามีหน้าที่การงานที่ดี
จึงต้องนำประสบการณ์ในเรื่องที่เกิดขึ้นมานั้นมาเป็นประโยชน์ นำความผิดพลาดมาเตือนใจมิให้เกิดซ้ำอีก แต่อย่านำความผิดพลาดมาทำให้ซึมเศร้า เช่นเคยฆ่าสัตว์..แต่ตอนนี้ไม่ฆ่าแล้ว เพราะรู้ว่าการฆ่านั้นให้ผลถึง ๙ ประการคือ เป็นคนทุพพลภาพ รูปไม่งาม กำลังกายไม่ดี กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย มีความกล้าฆ่าตนเองหรือถูกฆ่าได้ มีความพินาศในบริวาร และอายุสั้น
เมื่อเรารู้ถึงผลเหล่านี้ก็ทำให้เกิดหิริ-โอตตัปปะ และยุงที่มากัดเรานั้นไม่รู้หรอกว่า การกัดนั้นเป็นบาปเพราะทำร้ายผู้อื่น แต่เราเป็นผู้มีวิบากที่จะต้องเจ็บจะต้องถูกยุงกัดหรือสัตว์ต่างๆ ต่อย....เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำ แต่เป็นวิบากกรรมที่เราทำมา เมื่อเรารู้แล้วก็ต้องสร้างกรรมใหม่ให้ดี หลีกเลี่ยงจากบาปทุจริต หรือนำมาเป็นเครื่องเตือนใจเช่น จะตบยุงอีกก็ไม่เอาแล้ว เพราะเดี๋ยวร่างกายจะทุพพลภาพ รูปไม่งาม กำลังกายไม่ดี กำลังกายเฉื่อยชา กำลังปัญญาไม่ว่องไว เป็นคนขลาดหวาดกลัวง่าย มีความกล้าฆ่าตนเองหรือถูกฆ่าได้ มีความพินาศในบริวาร และอายุสั้น
ขณะที่ยุงมากัดแล้วเราท่องผลที่จะได้รับนี้ กว่าเราจะท่องจบยุงก็อิ่มและบินไปแล้ว ฉะนั้น แทนที่จะไปท่องว่า หนึ่งห้ามฆ่าสัตว์ถ้ายุงกัดเราต้องตบ ก็หยุด! เปลี่ยนมาเป็นการท่องผลทั้ง ๙ ประการนี้แทน นอกจากจะไม่ทำบาปแล้วยังเป็นการให้ทานเพราะบริจาคเลือดได้อีกด้วย ..นี่เป็นการชะลอความบาปและกำราบนิสัย
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:20:06 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 5
๒. จงทำชีวิตให้สดใส ทำตัวร่าเริง คือมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส
การที่เราจะเป็นคนดีหรือรักษาศีล มีธรรมะนั้นไม่ใช่อยู่ที่อาภรณ์ประดับร่างกาย ไม่ใช่ใส่สีขาวจนเหลืองจึงจะแสดงว่าเคร่ง แต่ใส่สีอย่างอื่นด้วยก็ได้ เพราะเราไม่ได้ไปขโมยเสื้อของใครมา กางเกงเราก็ซื้อมา กิ๊บติดผมก็ซื้อมา
บางคนคิดว่า ฉันไม่เคยยิ้มไม่เคยร่าเริงจะทำอย่างไรล่ะ? ท่านบอกว่า วิธีทำให้ชีวิตสดใสร่าเริง คือมีอารมณ์ดีนั่นแหละชีวิตสดใส เราอยู่เมืองสยามก็ยิ้มไว้ ยิ้มแย้มแจ่มใสไว้ และอยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับหมู่มิตรให้ระวังคำพูดด้วย
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:20:23 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 6
๓. จงยอมรับความเป็นจริง อย่าเอาชีวิตไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น จงพอใจกับชีวิตตนเอง
เขาก็คือเขา เราก็คือเรา เราจะสุขเราจะทุกข์ เขาจะสุขเขาจะทุกข์ ก็ต่างคนต่างทำต่างคนต่างได้ ใครทำมากก็ได้มาก..ทำอดีตมาดีมากก็ได้ดีมาก อดีตทำมาแย่มากก็ได้แย่มาก แต่ปัจจุบันทำใหม่ได้ แต่ไม่สามารถไปบังคับว่า สิ่งนี้อย่าเกิดขึ้นกับเรานะ แต่เมื่อมันมาเกิดกับเราแล้ว เราสาวไปถึงเหตุให้ได้ เช่น ทำไมป่วย? เพราะอดีตชาติของเราเคยฆ่าสัตว์เบียดเบียนสัตว์ไว้ร่างกายเลยต้องป่วยเจ็บ อย่างที่ตัวเองเคยผ่าตัดมาสี่สิบกว่าครั้งแล้วก็คิดว่าเมื่อก่อนนั้นคงทำร้ายใครเอาไว้เยอะเลย
เมื่อรู้เช่นนั้นแล้วก็ไม่ไปทำอย่างนั้นอีก แล้วก็มีจิตสดใสยอมรับความจริง อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา? ทำไมถึงต้องเป็นเรา ใครเขาซิรับเอา รับเอาแต่ความโชคดี เหลือเศษเดน ของความกาลี เขาโยนให้เราทุกที ทำไมถึงต้องเป็นเรา... ร้องเพลงแล้วก็เศร้าอยู่อย่างนั้นแหละ
เมื่อมันมีเพลงนี้ได้แต่เราเรียนธรรมะแล้วเราก็มีเพลงใหม่มาดับเพลงนี้คือ พอทำไมถึงต้องเป็นเรา ..ก็ร้องต่อเลยว่า ชาตินี้เหมือนมีเวรกรรมหนุนนำฉันให้ระทม ทั้งกายใจร้าวระบม หน้าชื่นอกตรมเรื่อยมา เหมือนเป็นเวรกรรมปางก่อน หมุนจรขีดโชคชะตา ฉันให้ทุกข์ทรมา ไม่มีเวลาสุขใจ คงเป็นคำสาปจากเขา ผู้ปองรักเรามั่นในฤทัย แต่ถูกฉันทำร้ายจิตใจ ทำร้ายร่างกายให้ทุกข์ทรมาน จะขอใช้ชดใช้กรรมเก่า ขอเอาเลือดและน้ำตา ใช้กรรมที่เคยทำมา จวบจนชีวาสิ้นสลาย ... ก็จะเห็นว่า เราตอบโจทย์ได้ คือ เป็นกรรมเก่า ไม่ใช่ใครทำเรามา
เมื่อโจทย์เป็นเพลง เราก็ตอบเป็นเพลง เมื่อโจทย์เป็นความคิดเราก็ตอบเป็นความคิด เช่นคิดว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา? ก็คิดตอบได้ว่า ถึงเวลาชนะมาให้ผล อย่างนี้เป็นต้น การทำจิตใจให้ร่าเริงได้จากการยอมรับกรรมเก่า แต่กรรมใหม่ต้องทำให้ดีนะ
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:20:39 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 7
๔. จงหลีก ละ ลด เลิก ...ความคิดพยาบาท ความอาฆาตและเคืองแค้น ลดความโลภ ทำลายความหลง ชื่นชมและยินดีกับผู้อื่น และให้อภัยกับทุกสิ่งแม้แต่เรื่องเล็กน้อย มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
หลวงพ่อบอกว่า ความพยาบาท อาฆาต เคืองแค้นนี้ให้อโหสิไป แล้วก็ลดปริมาณความโลภของเราลงมาจากความอย่าได้ไม่มีที่ขีดจำกัดให้มามีขีดจำกัด เช่น เมื่อเราจะต้องไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า หลวงพ่อเคยสอนให้เราจดไปว่าต้องการอะไร ให้ซื้อสิ่งที่จำเป็นก่อนเมื่อมีเวลาเหลือก็ค่อยไปเดินดูของอย่างอื่นที่เป็นของไม่จำเป็น ไม่ใช่ว่าพอไปถึงห้างแล้วก็ไม่รู้จะซื้ออะไรเลยเดินไปได้ทุกชั้น ..อันนี้เป็นความไม่จำเป็นนำความจำเป็น แต่ท่านให้เอาความจำเป็นนำความไม่จำเป็น ให้ลดความโลภลงมา
และทำลายความเห็นผิดก็คือการที่ท่านมาเรียน จากที่เคยเห็นผิดว่าเป็นเรา แท้ที่จริงก็คือผังเครื่องหมายจิต เจตสิก รูป ที่ปรากฏบนกระดานนี้ คือมีจิต เจตสิก และรูปมาประชุมกันทำงาน เช่น มีอกุศลเข้ามาจิตก็เป็นอกุศล มีบุญเข้ามาจิตก็เป็นบุญ มีองค์ฌานเข้ามาประกอบก็ได้เป็นมหัคคตจิต มีมรรคจิต มีอเหตุจิต
..เมื่อเราเรียนแล้วเราก็ต้องมีความสว่างไสวในเรื่องที่เราเรียน คือการมาทำลายความหลงผิด แท้ที่จริงชีวิตประกอบไปด้วยรูปนามขันธ์ห้าที่มีเหตุมีปัจจัยมาประชุมกัน และก็มีวิบากมาส่งผล มันจึงมีอาการต่างๆ เช่น เกลียด ชอบ ชัง ฟุ้ง โกรธ รู้สึกดี รู้สึกไม่ดี นี่คือพฤติกรรมของกรรมที่ส่งผลมาให้เราได้รับในชาตินี้
และก็ชื่นชมยินดีกับผู้อื่น เมื่อเห็นเขาได้ดีก็มีสุขด้วย เมื่อเห็นเขาไม่ดีก็พร้อมช่วยเสมอ ..เราก็ควรเตือนใจเราไว้อย่างนี้ และให้อภัยกับทุกสิ่งแม้แต่เรื่องเล็กน้อย ..บางคนเดินผ่านมาเห็นเขาทำน้ำหกไว้ก็หงุดหงิด ใครนะ..ทำหกไว้ไม่รู้จักเช็ด อย่างนี้ให้ช่างมัน อย่าไปบ่น ขนาดยังไม่เห็นใครทำ เห็นแค่รอยก็ยังไปบ่นเขาอีก ให้เปลี่ยนมามองใหม่ว่า เออ..เขาทำหกไว้ ไม่เป็นไรหรอก ดีที่เขาไม่ลื่นไปด้วย ..เปลี่ยนมามองโลกในแง่ดี
หรือใครนะกินไม่เก็บเลย ทำให้กินแล้วยังไม่ยอมเก็บอีก ..จะบ่นกันทำไม เมื่อจะเก็บก็ไม่ต้องบ่น จะบ่นก็ไม่ต้องเก็บ ต้องทำใจของเรา..เมื่อเราจะเก็บก็คิดใหม่ว่า ทำมากได้มากทั้งดีทั้งชั่ว เมื่อเราไม่ชอบสกปรก และเห็นอะไรไม่นิ่งดูดายนั้นเป็นมงคลชีวิต และช่วยเหลือในกิจการงานที่ชอบ ..โอ้โห บุญเกิดได้ตั้งเยอะ ฉะนั้น ให้อภัยแม้แต่เรื่องเล็กน้อย และมองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:20:59 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 8
๕. จงเอาใจใส่ในเรื่องที่เป็นปัจจุบัน ที่นี้และเดี๋ยวนี้ คือ จงมีชีวิตทีละชั่วขณะ
เรื่องที่เป็นปัจจุบันคือเรื่องในที่นี้และเดี๋ยวนี้ จะไปคิดถึงเรื่องอื่นไม่ได้เลย ดั่งที่หลวงพ่อท่านบอกว่า จงมีชีวิตทีละชั่วขณะ เพราะชีวิตมันเดินทางเป็นขณะหนึ่งๆ อย่าตีตนก่อนไข้ เพราะเราบันดาลอะไรไม่ได้ แม้กระทั่งตัวเราเอง จะลูกหลานเหลนโหลนนั้น อนาคตก็เป็นของเขา ความดีความไม่ดีก็เป็นของเขา เราลิขิตไม่ได้ แต่กรรมเป็นผู้ลิขิต
จะกลัวหลานมันจะแย่ กลัวหลานมันจะอาย เพราะมีพ่อเป็นอย่างนี้...ถ้าหากหลานเคยทำเรื่องน่าบัดสีไว้ต่อให้มีพ่อดีมันก็มีเรื่องน่าอาย เราจึงไประวังใครไม่ได้ แต่มาระวังใจตัวเองดีกว่า นี่คือสิ่งที่หลวงพ่อฝากมา
![]()
![]()
อย่าคำนึง ถึงอดีต ผ่านไปหมด
อนาคต เรายัง มองไม่เห็น
ปัจจุบัน เป็นสิ่ง ที่จำเป็น
จงกะเกณฑ์ รีบทำ ประจำวัน
ชีวิตนี้ สั้นนัก จักต้องรู้
เฝ้าใฝ่ดู ความจริง ที่ผกผัน
ทำวันนี้ คือปัจจุบัน เป็นสำคัญ
ลุกพ่อนั้น จะได้ดี มีสุขใจ
จาก พ่อเสือ
๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:21:55 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 9
หลังจากที่ท่านอาจารย์ได้อธิบายคำฝากจากหลวงพ่อจบลงแล้ว ท่านได้นำคณะศิษย์ทุกคนหันหน้าไปยังภาพวาดของหลวงพ่อเสือและกราบถวายกุศลบูชาสักการะแด่หลวงพ่อเนื่องในโอกาสวันคล้านวัยเกิด
ท่านกล่าวว่า ..วันที่ ๒๒ มิถุนายนของทุกๆ ปีในอดีตนั้นลูกศิษย์ลูกหาทั่วสารทิศจะมาหาท่านเพราะวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อเสือ แต่ในวันนี้ ปีนี้ เรามีแต่รอยรัก ..ซึ่งรอยรักของหลวงพ่อนี้มาทำลายรอยร้าวที่มีอยู่ของเรา ให้หมดไป ทั้งยังเพิ่มพูนจรูญผลให้เรานั้นสามารถเป็นคนดีได้ และมีทางที่ดีที่ควรดำเนินได้
วันนี้เราทุกคนสาธุชนลูกศิษย์ทั้งหลาย ก็มีแต่กุศลที่หอบมา แล้วหาบมาทั้งชีวิตนี้ เราได้หาบกุศลและหอบแรงรักแรงศรัทธามากราบหลวงพ่อ ขอให้ทุกคนตั้งใจแล้ว กราบ..
จากห้องนั่งเล่นแห่งความรัก จากคำทักที่พ่อเคยสอน จากสิ่งที่หลวงพ่ออาวรณ์ลูกๆ มาเสมอ ขอเป็นตัวแทนลูกๆ นำทุกคนถวายสักการะหลวงพ่อ ด้วยเพียรใจที่จะสร้างความรู้สึกที่ดี ด้วยความเพียรพยายามที่จะกระทำความดีนำกลับมาบูชาหลวงพ่อ ในความรู้สึก ในน้ำคำ ในน้ำใตที่หลวงพ่อมีให้ลูกศิษย์ทุกคนมาตลอด
![]()
![]()
ดั่งหยาดทิพย์พรมพร่างกลางดวงจิต
ให้มีฤทธิ์แกร่งกล้าท้าอุปสรรค
เติมพลังใจให้ด้วยความรัก
คือคำพ่อถามทักอย่างอาทร
ร้อนเพียงไหนได้เย็นเป็นสุขแสน
ความขุ่นแค้นผ่อนคลายสลายถอน
เมื่อหลวงพ่อแจงเหตุเลศนิวรณ์
มาดับร้อนด้วยรักพิทักษ์ใจ
รอยแย้มเยือนเตือนตามให้ความคิด
มอบวิธีสร้างจิตให้สดใส
เมื่อสงบกิเลสที่ร้อนไฟ
ท่านเติมใจให้ดับเชื้อเมื่อปัจจุบัน
ได้เย็นกายเย็นใจในคำพ่อ
พร้อมเหตุผลพ้นท้อสิ้นหุนหัน
มีสติปัญญามาเท่าทัน
เพราะพ่อสรรค์สร้างใจให้ลูกดี
มือของพ่อจูงต่อไปข้ามภพ
บอกสิ่งที่ควรคบหรือหลบหนี
เขียนสัญญาเชื่อมใจด้วยไมตรี
จะรอรับลูกนี้ที่ภพไกล
สัญญารักจากพ่อ อความหวัง
ดุจเห็นฝั่งพบแสงสว่างไสว
รอยอดีตแห่งรักประจักษ์ใจ
เรียงเป็นภาพเคลื่อนไหวอยู่ในทรวง
ทบทวนจิตคิดถึงบุญของตน
ได้พบพ่อเป็นโชคล้นอย่างใหญ่หลวง
เป็นโชคดีที่สุดเหนือทั้งปวง
อบอุ่นดวงใจนี้มีพ่อคุ้มครอง
ด้วยเคารพรักล้นบนดวงจิต
กราบบูชิตถวายกุศลตอบสนอง
ในพระคุณของหลวงพ่อผู้ใจทอง
ยี่สิบสองมิถุนาบูชาคุณ
ปาเจรา จริยา โหนติ คุณุตรานุสาสกา
ปัญญาวุฒิ กเรเตเต ทินโนวาเท นมามิหัง
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:22:13 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : )
สลักธรรม 10
ทุกชีวิต..มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้
ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม ย่อมเคยล้มเหลวเคยพลาดมากันไม่มากก็น้อย
อย่ามัวแต่เสียใจกับเรื่องที่ผ่านไป เพราะจะนำมาซึ่งความทุกข์ไม่รู้จักจบสิ้น
อยู่กับวันนี้ด้วยดี คือมีสติให้มาก ระวังกาย รักษาวาจา และควบคุมใจ
ระวังกาย คือ อย่าทุจริตผิดศีล รักษาวาจา คือ อย่าพูดอะไรโดยไม่คิด ไม่พูดตามความรู้สึกของตน และพูดผิดศีล ควบคุมใจ คือ อย่าปล่อยให้ความฟุ้งซ่านมีอำนาจจนซึมเศร้า และเกิดการบั่นทอนตนเอง ให้นึกแต่เรื่องดีมีประโยชน์
๑. จงนำประสบการณ์ในเรื่องที่เกิดขึ้นมานั้นมาเป็นประโยชน์ นำความผิดพลาดมาเตือนใจมิให้เกิดซ้ำอีก
๒. จงทำชีวิตให้สดใส ทำตัวร่าเริง คือมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส
๓. จงยอมรับความเป็นจริง อย่าเอาชีวิตไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น จงพอใจกับชีวิตตนเอง
๔. จงหลีก ละ ลด เลิก ..ความคิดพยาบาท ความอาฆาตและเคืองแค้น ลดความโลภ ทำลายความหลง ชื่นชมและยินดีกับผู้อื่น และให้อภัยกับทุกสิ่งแม้แต่เรื่องเล็กน้อย มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา
๕. จงเอาใจใส่ในเรื่องที่เป็นปัจจุบัน ที่นี่และเดี๋ยวนี้ คือจงมีชีวิตทีละชั่วขณะ
อย่าคำนึง ถึงอดีต ผ่านไปหมด
อนาคต เรายัง มองไม่เห็น
ปัจจุบัน เป็นสิ่ง ที่จำเป็น
จงกะเกณฑ์ รีบทำ ประจำวัน
ชีวิตนี้ สั้นนัก จักต้องรู้
เฝ้าใฝ่ดู ความจริง ที่ผกผัน
ทำวันนี้ คือปัจจุบัน เป็นสำคัญ
ลุกพ่อนั้น จะได้ดี มีสุขใจ
จากพ่อเสือ
![]()
๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๑
โดย น้องกิ๊ฟ [22 มิ.ย. 2551 , 15:37:34 น.] ( IP = 58.9.107.6 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |