| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ผู้ที่มองกรรมอย่างสั้นๆนั้นแย่
สลักธรรม 1
๑. ภิกษุรูปหนึ่งชื่อจักขุบาล ท่านทำความเพียรเพื่อบรรลุมรรคผลจนตาบอดทั้ง ๒ ข้าง พร้อมกับสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าเป็นผลของกรรมที่เมื่อชาติหนึ่ง พระจักขุบาลเป็นหมอรักษาโรคตา ประกอบยาให้คนป่วยตาบอดโดยเจตนา เพราะคนป่วยทำทีบิดพลิ้วจะไม่ให้ค่ารักษา เรื่องนี้ปรากฎในอรรถกถาธรรมบทภาค ๑ เรื่องจักขุบาล
๒. ชายคนหนึ่ง ชื่อจุนทะ มีอาชีพทางฆ่าหมูขาย คราวหนึ่งป่วยหนัก ลงคลาน ๔ ขาร้องครวญครางเสียงเหมือนหมู ทุกข์ทรมานอยู่หลายวันจึงตาย เรื่องนี้ปรากฎในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑ เรื่องจุนทสูกริก
๓. ชายคนหนึ่ง มีอาชีพทางฆ่าโคขายเนื้อ วันหนึ่งเนื้อที่เก็บไว้เพื่อบริโภคเอง เพื่อนมาเอาไปเสียโดยถือวิสาสะ จึงถือมีดลงไปตัดลิ้นโคที่อยู่หลังบ้านมาให้ภรรยาทำเป็นอาหาร ขณะที่เขากำลังบริโภคอาหารอยู่นั้น ลิ้นของเขาได้ขาดหล่นลงมา เขาคลาน ๔ ขา เหมือนโค ร้องครวญครางทุกข์ทรมานแสนสาหัสและสิ้นชีพพร้อมกับโคหลังบ้าน เรื่องนี้ปรากฏในอรรถกถาธรรมบทภาค ๗ เรื่องบุตรของนายโคฆาต
๔. ภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อติสสะ เป็นแผลเปื่อยพุพองรักษาไม่หายพระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ไปช่วยดูแลให้อาบน้ำอุ่น แสดงธรรมให้ฟังพระติสสะได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์พร้อมกับนิพพานในวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ที่เป็นแผลพุพองนั้นเพราะชาติก่อน พระติสสะเป็นพรานนก จับนกขายเป็นอาหาร ที่เหลือก็หักปีกหักขาไว้เพื่อไม่ให้มันบินหนี เรื่องนี้ปรากฏในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๒ เรื่องปูติคัตตติสสะ
๕. พระนางโรหิณี ๑ พระขณิษฐาของพระอนุรุทพระญาติของพระพุทธเจ้า ทรงเป็นโรคผิวหนังอย่างแรง ทรงละอายจนไม่ปรารถนาพบผู้ใด เมื่อพระอนุรุทเถระมาถึงเมืองกบิลพัสดุ์ พวกพระญาติต่างก็มาชุมนุมกัน เว้นแต่พระนางโรหิณี พระอนุรุทจึงถามหา ทราบความว่าพระนางเป็นโรคผิวหนัง พระเถระให้เชิญพระนางออกมาแล้วทรงแนะนำให้ทำบุญโดยให้ขายเครื่องประดับต่างๆ เท่าที่มีอยู่ แล้วนำทรัพย์มาสร้างศาลาโรงฉัน ท่านขอแรงพระญาติที่เป็นชายให้ช่วยกันทำโรงฉัน พระนางโรหิณีทรงเชื่อ เมื่อสร้างโรงฉัน ๒ ชั้นเสร็จแล้วทรงปัดกวาดเอง ทรงตั้งน้ำใช้น้ำฉันสำหรับพระภิกษุสงฆ์เอง ถวายขาทนียะโภชนียาหารแก่ภิกษุสงฆ์เป็นประจำทุกวัน โรคผิวหนังของพระนางค่อยๆ หายไปทีละน้อยจนเกลี้ยงเกลา โรคนี้เป็นโรคที่เกิดแต่กรรม ต้องเอาบุญมาช่วยรักษา ลดอิทธิพลแห่งกรรม จนไม่มีอานุภาพในการให้ผลอีกต่อไป เหมือนคนกินยาเข้าไปปราบเชื้อโรค วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จมาเสวยที่โรงฉันของพระนางโรหิณี แล้วตรัสให้พระนางทราบว่า โรคนั้นเกิดขึ้นเพราะกรรมของพระนางเองในอดีตกาล พระนางโรหิณีเป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงพาราณสี มีจิตริษยาหญิงนักฟ้อนคนหนึ่งของพระราชา ได้ทำเองด้วย ให้คนอื่นทำด้วย คือการเอาผลเต่าร้างหรือหมามุ้ยโรยลงบนสรีระของหญิงนักฟ้อนคนโปรดของพระราชา นอกจากนี้ยังให้บริวารเอาผงเต่าร้างไปโปรย บนที่นอนของหญิงนักฟ้อนคนนั้นอีกด้วยหญิงนักฟ้อนคันมาก เป็นผื่นพุพองขึ้นมา ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส นี่คือบุพพกรรมของพระนางโรหิณี พระพุทธเจ้าตรัสเตือนว่าพึงละความโกรธความถือตัวเสีย เรื่องนี้ ปรากฏในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๖ เรื่องพระนางโรหิณี โดย พี่ดอกแก้ว [1 ก.ค. 2551 , 08:41:36 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )
สลักธรรม 2
๖. ในอรรถกถาสาราณียธรรมสูตร ภาค ๓ หน้า ๑๑๐๑๑๒ เล่าไว้ว่า ....ในพุทธกาลมีภิกษุรูปหนึ่งมีนิสัยชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ได้ปัจจัยอะไรมาก็แบ่งปันแก่ภิกษุอื่นเสมอๆ ด้วยอานิสงส์นี้ ท่านกลายเป็นผู้มีโชคดีในเรื่องลาภอย่างประหลาด ในที่บางแห่ง ภิกษุอื่นไปบิณฑบาตไม่ได้อาหารอะไรเลย แต่พอภิกษุรูปนั้นไป ปรากฏว่ามีคนมีจิตคิดทำบุญใส่บาตรให้ท่านจนเต็ม ท่านได้นำอาหารเหล่านั้นมาแบ่งให้ภิกษุอื่นๆ จนหมด คราวหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินมีพระประสงค์จะถวายผ้าแก่พระทั้งวัดมีผ้าเนื้อดีที่สุด ๒ ผืน (คงจะเป็นผ้านุ่ง คือผ้าสบงผืนหนึ่ง ผ้าห่มคือจีวรผืนหนึ่ง) พระรูปนั้นทราบเข้าจึงพูดไว้ล่วงหน้าว่า ผ้าเนื้อดี ๒ ผืนนั้น จะต้องตกมาถึงท่านอย่างแน่นอน อำมาตย์ได้ทราบเรื่องนี้ จึงนำเรื่องไปทูลกระซิบพระราชา พระราชาเป็นผู้ถวายผ้าเอง ก็ทรงสังเกตผ้าที่วางซ้อนๆ กันอยู่ พอมาถึงลำดับภิกษุหนุ่มรูปนั้น ก็เป็นผ้าเนื้อดีทั้ง ๒ ผืน ทั้งอำมาตย์และพระราชาต่างมองหน้ากันเป็นเชิงประหลาดใจ เมื่อทำพิธีถวายผ้าเสร็จแล้ว พระราชาเสด็จเข้าไปหาภิกษุหนุ่มรูปนั้น ด้วยเข้าพระทัยว่าพระรูปนั้นเป็นพระอรหันต์มีญาณวิเศษอย่างแน่นอน จึงตรัสถามว่าพระคุณเจ้าได้บรรลุโลกุตรธรรมตั้งแต่เมื่อไร ภิกษุหนุ่มถวายพระพรว่ายังไม่ได้บรรลุอะไรเลย แต่ที่รู้ว่าผ้าเนื้อดีจะต้องตกแก่ตนนั้นก็เพราะท่านเป็นผู้บำเพ็ญสาราณียธรรมคือการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่เป็นนิตย์ ตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญมาก็ได้ผลอย่างประหลาดอยู่เสมอ คืออะไรที่ดีที่สุด ถ้ามีการแจกกันโดยไม่เจาะจง สิ่งนั้นก็ต้องตกมาถึงท่าน พระราชาทรงชื่นชมยินดีและทรงอนุโมทนา
๗. ในคัมภีร์อปทาน (อันเป็นพระประวัติที่พระพุทธเจ้า ตรัสเล่าถึงเรื่องในอดีตของพระองค์) ในพระไตรปิฎก เล่ม ๓๒ ตั้งแต่หน้า ๔๗๑ ..พระองค์ได้ทรงเปิดเผยถึงอดีตกรรมของพระองค์ อันเป็นเหตุบันดาลให้เกิดผลแก่พระองค์ในปัจจุบันมากเรื่องด้วยกัน แต่ขอนำมากล่าวเพียงบางเรื่องดังนี้ ๒ คือ
๑ ชาติหนึ่ง พระองค์เป็นนักเลงชื่อปุนาสิ กล่าวใส่ความพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่าสุรภี ผู้ไม่ประทุษร้ายพระองค์เลยแม้แต่น้อยผลของกรรมนั้นทำให้พระองค์ต้องตกนรกอยู่นาน ในพระชาติสุดท้ายถูกนางสุนทรีใส่ความว่าพระองค์ได้เสียกับนาง เป็นเรื่องอื้อฉาวมากเรื่องหนึ่งในพุทธกาล
๒ ชาติหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ใส่ความสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสัพพาภิภู (พระนามของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ชื่อสาวก) สาวกนั้นชื่อนันทะ ด้วยผลกรรมนั้น พระองค์ต้องนกนรกอยู่นาน ในพระชาติสุดท้ายที่เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จึงถูกนางจิญจมาณวิกาใส่ความว่าได้เสียกับนางในพระคันธกุฎีจนนางมีครรภ์ เป็นเรื่องอื้อฉาวที่สุดในพุทธกาล โดย พี่ดอกแก้ว [1 ก.ค. 2551 , 08:49:53 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )
สลักธรรม 3ข้อสังเกต ๑. กรณีนางโรหิณีที่ในอดีตชาติเคยประทุษร้ายผิวพรรณผู้อื่นและเมื่อผลของกรรมตามมาในชาติปัจจุบัน ทำให้นางเป็นโรคผิวหนัง ต่อมานางได้ใช้วิธีทำบุญกุศลเพื่อลดอิทธิพลของผลกรรมชั่วที่ตามมาจนต่อมาได้หายจากโรคผิวหนัง เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า คนเราสามารถสร้างกุศลกรรมเพื่อทำให้สิ่งที่ร้ายกลายเป็นดี หรือทำให้วิบากกรรมชั่วที่ตามมาสนองให้ทุเลาเบาบางลงไปได้ ไม่ใช่ว่าคนเราจะต้องยอมรับผลของบาปกรรมที่ทำไว้ในอดีตอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ อย่างที่มีการเชื่อกันผิด ๆ กันมาแต่อย่างใด
ข้อสังเกต๒. ผลกรรมชั่วที่พระพุทธองค์เคยได้ประกอบไว้ในอดีตชาตินานแสนนาน เมื่อวิบาก (ผลกรรม) นั้นตามมาถึงในชาติที่พระพุทธองค์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านจะสังเกตได้ว่ามันกลายเป็นเพียงแค่เหตุปัจจัย ที่ส่งผลสืบทอดมาเพื่อให้พระพุทธองค์ได้รับรู้ด้วยปัญญาและกรุณาเท่านั้นเอง และ พระพุทธองค์ก็ทรงสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดี
นี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าผลกรรมชั่วในอดีต แม้จะเคยกระทำมาร้ายแรงเพียงใด แต่ถ้าชาวพุทธหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนจนกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ดังเช่นพระพุทธองค์แล้ว ผลของกรรมชั่วต่างๆ ก็ไม่สามารถจะทำอันตรายผู้นั้นได้เลยนะคะ
ที่พี่ดอกแก้วนำเสนอมาถึงตรงนี้ก็เพื่อ จะบอกกับท่านว่า...
อย่ากล่าวโทษอะไรเลยนะคะ
อย่าสงสัยว่าใครทำเราอีกเลยนะคะ
อย่าเสียเวลากับการแก้ตัวเลยนะคะ
อย่าให้ชีวิตต้องหมดไปอย่าผู้โง่เขลานะคะ
กลับมาแก้ไข
กลับมาใช้ปัญญา
กลับมาดูชีวิต
กลับมาเป็นผู้พิชิตกิเลส
กลับมาสังเกตอารมณ์
กลับมาบ่มบารมี
เพียงเท่านี้ที่จะสามารถทำให้เราท่านทั้งหลาย สามารถคลี่คลายปมปัญหาและมีทางออกที่ดีให้แก่ชีวิตได้คะ
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [1 ก.ค. 2551 , 09:00:15 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )
สลักธรรม 4
เลิกย้ำกรรมเวร
เย็นย่ำพลบค่ำแล้ว สนธยา
หมายแมกไม้พักพา ผ่อนไข้
เหิรลมฝ่าลมมา ลำบาก
เหนื่อยยากทุกวันให้ ทุกข์ท้นหนทาง
ค่ำคืนฝืนหลับค้าง แรมเคียง
แผ่วแผ่วแว่วสำเนียง สะท้อน
พฤกษ์ไพรสะพรึงเสียง นกป่า
ดุดันหมายขู่ข้อน ยอกย้อนเหยื่อกาม
พรั่นพรึงถึงพิษผู้ หมายปอง
โดดเดี่ยวตามครรลอง ชีพสู้
หลายพวกหลายหมู่จอง จับโจทย์
ด้วยโกรธที่ล่วงรู้ ว่าร้ายหมายเลว
พร่างแสงสูรย์ส่องไม้ เลือนลาง
อรุณรุ่งพรายพราง เบิกฟ้า
เตรียมผินสู่เส้นทาง กำหนด
จรดจิตเจิดจ้า ดั่งท้าแสงทอง
แม้นพบกับสิ่งร้าย ไล่ตาม
แม้นจักหลบหลีกขาม ไม่พ้น
แม้นติดบ่วงที่ลาม รุกไล่
แม้นจะพบทุกข์ล้น ไม่พ้อต่อเพรง
ที่ได้รับเช่นนี้ เพราะใคร
คือพิษที่ตนวางไว้ ก่อนหน้า
ทำเหตุที่โยงใย ให้พบ
จึงแพ้ภัยเองอ้า ไม่พ้นผลกรรม
ได้รู้เหตุผลไซร้ ใจเบา
บินสู่เป้าหมายเรา ไม่ช้า
ทำสิ่งคลายโง่เขลา ให้สิ้น
จึงผกผินทายท้า เลิกย้ำกรรมเวร
กำหนดจิตล่วงรู้ อารมณ์
กระทบแล้วไม่ตรม เมื่อเคล้า
ปัญญาตัดด้วยคม สมเหตุ
แปรเปลี่ยนผลสิ่งเร้า กลับร้ายกลายดี
รู้ร้อนหนาวทุกครั้ง ยั้งใจ
ไม่เสพทุกข์ทางใจ สะท้อน
เพียงรู้ว่ารูปใด กำหนด
ตัดสิทธิ์ที่คิดย้อน ส่งผลกลกรรม
บินไปสู่แหล่งหล้า เสรี
ด้วยหมั่นรู้อย่างนี้ ที่ได้
จักพบกับสุขที่ ไร้โศก
พ้นโลกพ้นทุกข์ไร้ ไม่ต้องเกิดกาล
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่ดอกแก้ว [1 ก.ค. 2551 , 09:10:38 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )
สลักธรรม 5
กราบขอบพระคุณมากค่ะพี่ดอกแก้ว
สำหรับมุมมองชีวิตโดยเฉพาะเรื่องกรรม
และห้ามชีวิตด้วยการหยุด ด้วยการอย่า..กล่าวโทษ
อย่าสงสัย เป็นต้น
แต่กลับมามองชีวิตให้ถูก ด้วยการแก้ไข ใช้ปัญญา เป็นต้นโดย น้องอุ๊ [1 ก.ค. 2551 , 18:28:54 น.] ( IP = 125.24.41.41 : : )
สลักธรรม 6
กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [2 ก.ค. 2551 , 10:00:21 น.] ( IP = 124.121.176.101 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว โดย น้องกิ๊ฟ [2 ก.ค. 2551 , 10:56:48 น.] ( IP = 125.26.38.183 : : )
สลักธรรม 8อย่าปล่อยให้ชีวิตต้องหมดไปอย่าผู้โง่เขลา...กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
โดย เซิ่น [2 ก.ค. 2551 , 21:19:36 น.] ( IP = 58.8.45.147 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |