มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แด่ผู้ป่วยไข้และผู้สูงอายุด้วยดวงใจ (๔)






แด่ผู้ป่วยไข้และผู้สูงอายุด้วยดวงใจ (๔)

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

ประสบการณ์ของผู้ป่วย

เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยธรรมดาๆ ที่บังเกิดกับผู้ป่วยหญิงคนหนึ่งที่แพทย์แผนปัจจุบันก็รักษาไม่หายขาด แม้โรคนี้จะไม่สำคัญถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อก็ตาม แต่ก็เป็นโรคที่กวนประสาทที่สุดเพราะว่าเมื่อเวลาที่เป็นมาก คือเวลาหน้าร้อนจัด หนาวจัด หรือหน้าฝน ถ้าอากาศธรรมดาๆ ก็จะเป็น แต่ทว่าพอทนได้นั่นก็คือ โรคแพ้อากาศ แพ้ฝุ่นละออง

ผู้ป่วยเริ่มเป็นเมื่อตอนรุ่นสาวอายุประมาณ ๑๘ - ๑๙ ปี เริ่มจามแล้วก็สั่งน้ำมูกบ่อยๆ เพราะคันจมูกยุกยิกๆ พอสั่งน้ำมูกหมดก็สบายไปดี แต่แน่นจมูกมากพูดเสียงอู้อี้อยู่เสมอๆ และหนักเข้าก็ลงหลอดลม หายใจไม่สะดวกเหมือนโรคหอบหืด โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีอาการมากและหายใจไม่ออก ไปรักษากับแพทย์ก็พอค่อยบรรเทาลง แต่ยังจามเรื่อยๆ ทั้งแสบจมูก กินยาแล้วก็ง่วงและสลึมสลือ พออากาศอุ่นจึงค่อยยังชั่ว แต่ถูกละอองฝุ่นไม่ได้

และก็พยายามรักษามาเรื่อยๆ ไม่ว่าใครจะแนะนำว่ามีหมอดีที่ไหนก็ไปรับการรักษาที่นั่นเพราะอยากหายจนกระทั่งหมดเงินไปมากมาย แม้ลูกสาวของตนเองจะเรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยก็ยังไม่ค่อยจะเชื่อถือ ต้องไปหาหมออื่นๆ รักษา จนสองสามปีให้หลังจึงเชื่อและใช้ยาที่ลูกสาวให้เป็นประจำ

ในระหว่างนั้นผู้ป่วยคนนี้ก็ได้มาฟังการบรรยายพระอภิธรรมที่นี่จนพอจะรู้เรื่องคร่าวๆ บ้างว่า คนเรานี้ที่มีชีวิตอยู่ก็ด้วยกุศลและอกุศลวิบากช่วยคุ้มครองรักษาเอาไว้ และระหว่างนั้นมีการการรักษาคนไข้ด้วยอำนาจจิตบ้างแล้ว แต่ไม่ได้ประกาศให้ใครทราบเพราะคนยังไม่ค่อยเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมและไม่ค่อยเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดและเกิดเป็นผีสางเทวดาว่ามีจริงๆ

ดังนั้น เรื่องของชีวิตจิตใจที่มองเห็นได้และมองเห็นไม่ได้นั้นเป็นเรื่องที่มีความลึกซึ้งพิสดารเป็นอย่างยิ่งเหลือวิสัยจริงๆ และเรื่องของ "กรรม" นั้น จะต้องศึกษาเรื่องของจิตใจว่าจิตใจนั้นคืออะไร และจิตใจเกิดขึ้นมาไดด้วยเหตุอะไรบ้าง จึงจะมีความเข้าใจดี

ธรรมชาติทั้งหลายจะเกิดขึ้นมาเองลอยๆ โดยปราศจากเหตุหาได้ไม่ ผลทั้งหลายที่ปรากฎเกิดขึ้นมาได้ด้วยอาศัยเหตุเป็นแดนเกิดทั้งสิ้น แต่เหตุนั้นอาจจะมีน้อยหรือมากมายและมีความสลับซับซ้อนจนบุคคลผู้มีกิเลสทั้งหลายคนเข้าไปให้ถึงไม่ได้ เช่นจิต หรือใจ หรือมโน หรือหทัย หรือพระทัย หรือวิญญาณ เป็นธรรมชาติที่ "รู้อารมณ์" แปลอย่างเดียวกัน รู้อารมณ์ก็คือ เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสทางกายและนึกคิด

ธรรมชาติอื่นที่ไม่ใช่จิตเช่นรูป คือสสารและพลังงานนั้นไม่สามารถที่จะรู้อารมณ์ขึ้นมาได้ ไม่ว่ามันจะวิวัฒนาการมานานแสนนานสักเท่าใดก็ตาม เช่นสมอง มันเป็นเพียงสถานที่เท่านั้น เหมือนกับจักขุปสาทะ ได้แก่ประสาทตาจะเห็นอะไรไม่ได้เลยเป็นอันขาด แต่มันเป็นเพียงสถานที่ที่จิตทำงานให้เกิดความรู้สึก "เห็น" เท่านั้น

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:05:31 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เหตุที่จะเกิดจิตใจนั้นมีมากมาย ถ้าว่าโดยพิศดารแล้วก็มีถึง ๗๓ เหตุ มีทั้งเหตุในชาตินี้และเหตุในชาติก่อนร่วมด้วย ผู้ที่มิได้ศึกษาพระอภิธรรมให้ละเอียดแล้วก็ไม่มีหนทางที่จะทราบถึงเหตุให้เกิดจิต ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้กล้าตั้งรางวัลเอาไว้ให้แก่ผู้ตอบได้ว่า จิตใจเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุอะไรบ้างถึง ๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากไม่เชื่อว่ามีชาติก่อนหรือไม่เชื่อว่ามีการเวียนว่ายตายเกิด เพราะว่าชาติก่อนไม่มีจิตก็จะมีขึ้นมาไม่ได้

เหตุให้เกิดจิตอย่างพิสดารมีถึง ๗๓ เหตุ แต่เหตุอย่างย่อที่สุดมี ๓ เหตุ คือ อดีตกรรม อารมณ์ วัตถุ

๑. อดีตกรรม ธรรมชาติของจิตคือ "รู้อารมณ์" (มีเจตสิกประชุมร่วมกันเป็นจำนวนมาก ช่วยกันทำงานต่างๆ กัน อย่างไรมีความพิสดารมาก) และธรรมชาติรู้อารมณ์นี้ติดมาตั้งแต่ปฏิสนธิในขณะแรกในครรภ์ของมารดา ถ้าไม่ติดกับผู้มาเกิดตั้งแต่ชาติก่อนแล้วก็จะรู้อารมณ์ไม่ได้ รู้สึกดีใจ เสียใจไม่ได้ พ่อแม่ไม่ได้สอนดีใจหรือเสียใจให้ อดีตกรรมไม่มี จิตใจก็ไม่มี

๒. อารมณ์ ได้แก่ ธรรมชาติที่มากระทบกับจิต เช่น รูปารมณ์ได้แก่ คลื่นแสงสะท้อนจากวัตถุสสารแล้วก็มากระทบกับจิตที่ประสาทตาจึงเห็นได้ สัททารมณ์ได้แก่เสียง คือความสั่นสะเทือนของอากาศมากระทบกับจิตที่ประสาทหูจึงได้ยินได้และมีเรื่องราวต่างๆ ทุกอย่างมากระทบกับจิตที่หทยวัตถุจึงจะคิดนึกได้ เป็นต้น หรือจะพูดว่า อารมณ์เป็นตัวการที่จิตเข้าไปยึดจับ ถ้าไม่มีอารมณ์มากระทบก็จะเกิดจิตขึ้นมาเองเฉยๆ ก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้ เช่น ไม่มีผู้ใดจะมาดลบันดาลให้ "เห็น" ขึ้นมาเฉยๆ

๓. วัตถุ ได้แก่ที่ตั้งอาศัยให้จิต (เกิดขึ้นมาจากอนาจของกรรม) เช่น ประสาทตา ประสาทหู คือจักขุวัตถุและโสตะวัตถุ เป็นต้น

นอกจากจิตจะรู้อารมณ์แล้วยังมีอำนาจทำรูปได้เรียกว่าจิตตชรูป จิตเป็นหัวหน้า เป็นใหญ่เป็นประธาน (การงานที่มีการประชุมด้วยเหตุหลายเหตุ) ทำให้ยืน เดิน นั่ง นอน ก้มหรือเงย หัวเราะและร้องไห้ แล้วยังมีจิตตชรูปสามัญที่บังคับรูปให้ทำงานต่างๆ เช่น ทำให้หัวใจเต้น ทำให้หายใจเข้า หายใจออก ให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนไหว เป็นต้น

ผู้ที่ได้ศึกษาพระอภิธรรมมาดีก็จะมีความเข้าใจจะได้ทราบว่าจิตทำงานกันอย่างไร ทั้งในเวลานอนหลับและในเวลาตื่น ทั้งมีตัวเลขควบคุมเอาไว้ทั้งหมดเพื่อมิให้ผู้ใดพูดธรรมะเอาไว้ตาชอบใจด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:06:14 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : )


  สลักธรรม 2



เมื่อจิตเกิดขึ้นมา เห็นรูปแล้ว ได้ยินเสียงแล้ว คิดนึกแล้ว บาปหรือบุญก็จะเกิดขึ้นมาทันทีเพราะจิตเกิดขึ้นมาได้จะหนีเจตสิกที่เกิดร่วมด้วยไปไม่พ้น และเจตนาเจตสิก คือความตั้งใจหรือความจงใจ หรือความปรารถนานั้นเป็นตัวกรรม กรรมก็ได้แก่การกระทำที่เกิดขึ้นทางกาย วาจา ใจ หรือเกิดขึ้นตามทวารคือประตูต่างๆ รวมทั้ง ๖ ทวาร มีเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้รู้รสสัมผัสทางกาย และคิดนึก

เมื่อกรรมเกิดขึ้นแล้วก็จะต้องเป็นบาปหรือเป็นบุญ ซึ่งก็แล้วแต่เจตนาหรือความปรารถนาโดยตรงหรือโดยปริยายที่จะทำความชั่วหรือจะทำความดี

แล้วกรรมชั่วหรือดีที่ได้กระทำเอาไว้ก็มิได้สูญสิ้นหายไปไหน มันจะฝังประทับอยู่ภายในจิตใจ ถ้ามีโอากาสเมื่อใดกรรมที่เห็นเก็บสั่งสมเอาไว้นั้นมันก็จะแสดงออกมาให้ปรากฎขึ้นได้โดยไม่ยากอะไร เหมือนเราเป็น ก.ไก่ ข.ไข่ หรือ สีแดงสีดำเอาไว้ในใจ เมื่อเห็นหรือได้ยิน เราก็เอากรรมที่เก็บเอาไว้ดังกล่าวออกมาตัดสินว่าเห็นหรือได้ยินอะไร

หรือในเวลาสอบไล่ เราก็เอาของเก่าๆ ที่ได้เรียนมาแล้วและได้เก็บเอาไว้ในอดีตภายในจิตใจออกมาตอบสอบไล่

หรือท่านผู้ใดมีความกลัดกลุ้มในเรื่องอะไร แม้เรื่องดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานมาแล้ว มันก็กลับออกมากระทบกระเทือนกับจิตใจทำให้ขุ่นหมองขึ้นมาใหม่ ทำให้คิดมากแล้วก็ทำให้นอนไม่หลับ

ไม่ว่าความโลภ ความเศร้าหมองใจหรือความโกรธที่เก็บอยู่ภายในจิตใจนั้นก็ได้สืบต่อมาจากอดีตชาติทั้งสิ้น เมื่อเหตุมาสนับสนุนมันก็จะเกิดขึ้นมาใหม่แล้วก็จะสืบต่อๆ ไปในชาติข้างหน้าต่อๆ ไปด้วย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:06:51 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : )


  สลักธรรม 3



ถ้าไม่มีความโลภและความโกรธติดมาจากชาติก่อนๆ แล้ว การเวียนว่ายตายเกิดก็จะบังเกิดขึ้นมาไม่ได้แล้ว ชีวิตก็จะไม่มีโอกาสที่จะตั้งต้นขึ้นมา

ด้วยเหตุดังนี้เอง สันดานผู้ร้ายหรือผู้ดี ก็ย่อมจะหลบหน้าซ่อนตาอย่างมิดชิดอยู่ภายในจิตใจมองเห็นมันไม่ได้ เมื่อมีช่องมีโอกาสเข้าสนับสนุนเมื่อใดแล้ว มันก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นผ่านไป แต่มันจะแสดงฤทธิ์ของมันออกมาทันที

ดังนั้น พ่อแม่ที่มีลูกหลายคนหรือมีลูกแฝด แม้ว่าการอบรมมาจะเหมือนกันอย่างไร แต่อัธยาศัยใจคอความทุกข์และความสุขและการแสดงออกทั้งหลายของลูกทุกๆ คนจะเหมือนกันไม่ได้ บางทีก็แตกต่างห่างไกลกันเป็นฟ้ากับดิน เพราะคนหนึ่งเป็นผู้ร้ายใจฉกรรจ์แต่อีกคนหนึ่งเป็นผู้ดีราวกับผ้าพับไว้ คนหนึ่งสูบยาเสพติดงอมแงมประพฤติผิดคิดมิชอบได้โดยไม่มีความละอาย มิได้มีความยับยั้งชั่งใจ แต่อีกคนหนึ่งไม่กล้าเข้าใกล้ในเรื่องที่ไม่ดีทั้งหลาย ทั้งนี้ก็เพราะในอดีตชาตินั้นเขาทำกรรมคือได้อบรมมาไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังมีอำนาจของกรรมที่ทำให้เกิดความสามารถในการผันแปรรูปได้อีกด้วย เรียกว่ากรรมชรูป และกรรมชรูปคืออำนาจของกรรมทำรูปได้นี้เป็นตัวการไปผันแปร คือ ทำให้รูปเปลี่ยนแปลงไป เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิ คือ ขณะเกิดในครั้งแรกแล้วก็ทำงานของมันเรื่อยๆ ไปจนตาย (มันหยุดทำเพียงนับถอยหลังเข้ามา ๑๗ ขณะของจุติจิต คือ ดับหรือตายเท่านั้น)

ในขณะปฏิสนธิในครรภ์ของมารดา กรรมชรูปก็ได้ผันแปรเซลล์ของบิดามารดาที่รวมกันแล้วทำให้เป็นรูปใหม่ คือ ประสาทกายและเพศหญิงหรือเพศชาย เป็นต้น แม้ในขณะนั้นจะเป็นจุดเล็กๆ ที่มองไม่เห็น เพราะเล็กมาด้วยเป็นรูปของปรมาณู (๑ เม็ดข้าวเปลือกแยกออกเป็น ๘๒ ล้าน ๓ แสนส่วนเศษเท่ากับ ๑ ปรมาณูในทางธรรมะ) แล้วทำงานของมันเรื่อยๆ ไปไม่ขาดสาย

พูดฟังง่ายๆ ว่าละเอียดรวดเร็วและยิ่งกว่าวินาทีมากนัก ทำต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย ตลอดไปจนเติบโตแล้วคลอดจากครรภ์ของมรดาและไปจนกว่าจะสิ้นชีวิตแล้วยังผลิตสร้างรูปปรมาณูอื่นๆ เช่น ประสาทตา ประสาทหู เป็นต้นอีก เมื่อถึงเวลา ทั้งนี้ต่อเนื่องเรื่อยๆ ไปจนครบบริบูรณ์ คือ ประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่ตั้งที่อาศัยของจิตและเพศหญิงหรือเพศชาย ยกเว้นผู้กระทำกรรมหนัก เช่น ชอบยิงสัตว์ตรงหน้ามันอยู่เสมอ หรือทำตาสัตว์บอดมาเป็นอันมาก กรรมชรูปก็จะไม่ผลิตสร้างประเสาทตา อาจจะข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:07:27 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : )


  สลักธรรม 4



อย่างไรก็ดี อาจจะไม่มีผลตั้งแต่ปฏิสนธิ คือ อำนาของกรรมกำหนดเอาไว้ไม่ผลิตสร้างคือ ผันแปรเซลล์ของบิดามารดาให้เป็นประสาทตานั้น อาจจะไม่ผลิตสร้างในปวัตติคือเกิดขึ้นมาแล้วอายุ ๕ ปี หรือ ๒๐ ปี ตาจึงไม่เห็นก็ตาม แต่กรรมที่ได้ทำเอาไว้อย่างเบาๆ ก็จะเห็นได้ในเด็กตัวเล็กๆ อายุยังไม่ถึง ๑๐ ปี ต้องใส่แว่นตาก็มี

อำนาของกรรมป็นตัวการสำคัญผันแปรรูป คือ ร่างกายของสัตว์ทั้งหลายอยู่ตลอดเวลาทั้งภายนอกและภายใน ตั้งแต่เกิดไปจนตายทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าใครกระทำกรรมที่ไม่ดีเอาไว้ ความชำรุดหรือความบกพร่องของร่างกายหรือความป่วยไข้ก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยแล้วแแต่อำนาจของกรรมคือ เจตนาของผู้นั้น ว่ามีความปรารถนาอะไรที่ทำเอาไว้มาและฝังอยู่ในจิตใจ

ฆ่าสัตว์อยู่เสมอๆ ก็ปรารถนาโดยตรงหรือโดยปริยายที่จะให้สัตว์นั้นเจ็บปวดและให้สัตว์นั้นตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควรในอดีตชาติ อำนาจของกรรมที่ได้กระทำเอาไว้จึงได้ทำให้เจ็บปวดอยู่เสมอ และทำให้ต้องตายเสียตั้งแต่อายุยังไม่มากเท่าใด เพราะปรารถนาโดยตรงหรือโดยปริยายเช่นนั้น

เมื่อกักขังสัตว์เอาไว้ให้เสียอิสรภาพและอดๆ อยากๆ มามากในอดีตชาติ มาเกิดในชาตินี้ก็จะต้องเสียอิสรภาพ เช่นถูกคุมขังหรือขาดญาติมิตรที่จะมาช่วยเหลือและเห็นอกเห็นใจแล้วจะต้องป่วยเจ็บออดแอดเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร แม้ทำบุญให้ทานเอาไว้มากในชาติอดีตแล้วมาในชาตินี้จะมีเงินทองมากอย่างไร แต่จะกินอาหารตามใจชอบก็หาได้ไม่ เพราะเป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือเป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น

เมื่ออดีตชาติได้กระทำกรรมเอาไว้โดยเจตนาให้สัตว์นั้นตายโดยหายใจไม่ออก เช่น จับสัตว์น้ำหรือกดสัตว์ให้จมน้ำมาเป็นจำนวนไม่น้อย อำนาจของกรรมที่มาให้ผลในชาติดนี้ก็จะทำให้เป็นโรคทางเดินลมหายใจต่างๆ ทำให้หายใจไม่สะดวก ถ้าทำมาไม่มากนักก็จะมีกำหนดเวลาที่จะหายได้

และถ้าผู้ใดฆ่าสัตว์หรือฆ่าคนมาแล้วในอดีตมากมายแล้วจะให้เป็นผู้มีอายุยืนกระไรได้ ก็จะต้องตายเสียก่อนถึงเวลาอันสมควร แล้วจะเป็นผู้ที่ชอบช่างคิดในการฆ่าตัวตาย แม้เสียใจเพียงเล็กน้อย เช่น คู่รักต้องจากไป หรือพ่อแม่ดุว่าเท่านั้นแล้วจะฆ่าตัวตายตามที่ตนเคยกระทำเอาไว้ เช่น เคยใช้อาวุธยิงสัตว์ ก็ชอบอาวุธเช่นใช้ปืนยิงตัวตาย ชอบทำสัตว์ให้หายใจไม่ออกก็ชอบโดดน้ำตายหรือผูกคอตาย

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:08:08 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : )


  สลักธรรม 5



ครั้งหนึ่งในประเทศเยอรมัน มีผู้พยายามที่จะฆ่าตัวตาย โดยจะกระโดดลงไปในที่หล่อหลอมเหล็กขนาดใหญ่ ท่านทั้งหลายก็คงจะวดภาพได้ว่า ที่ใช้ความร้อนหลอมเหล็กจนละลายได้นั้นจะมีความร้อนมากเพียงใด

วันหนึ่ง บรรดาคนงานเห็นชายผู้หนึ่งเดินเข้าด้อมๆ มองๆ ใกล้ๆ ที่หล่อเหล็กนั้นก็พากันขับไล่ให้ออกไป เพราะไม่ใช่หน้าที่ๆ จะเข้ามาวุ่นวาย แต่ครั้นถึงเวลาหยุดพัก คนงานทั้งหลายก็พากันหยุดทำงานกินอาหาร ในทันทีชายผู้ที่มาเดินอยู่นั้นได้โอกาสที่ไม่มีผู้ใดสนใจตัว ก็ได้ปีนขึ้นแล้วกระโดดลงไปในที่หลอมเหล็กนั้นทันที คนงานทั้งหลายพากันเข้ามาช่วยดึงขึ้นมาก็มีแต่ศีรษะเท่านั้น เพราะร่างกายละลายไปหมดแล้ว คนงานพากันพูดว่า ฆ่าตัวตายนั้นมีถมไป แต่ทำไม เหตุไฉนจึงชอบฆ่าตัวตายด้วยความร้อน

เรื่องนี้ก็เหมือนกับในประเทศญี่ปุ่นที่มีผู้ชอบฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดเข้าไปในที่ๆ มีความร้อนสูง นั่นก็คือ กระโดดลงไปในปล่องภูเขาไฟ

อำนาจแห่งการเผาสัตว์ทั้งๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มันตายไปก็มาเป็นตัวอุดหนุนให้คิดแต่ที่จะตายด้วยความร้อนเช่นนี้

นางพยาบาลคนหนึ่งคิดฆ่าตัวตายเอาง่ายๆ ตัวเองก็รู้จักยาสารพัดที่จะทำให้ตายได้โดยไม่ยากอะไร ยานอนหลับก็มีถมไป แต่ไม่ชอบกลับฆ่าตัวตาย โดยกระโดดลงไปจากตึกชั้นที่ ๓ ทั้งๆ ที่ทราบเป็นอย่างดีว่า ตัวนั้นจะแหลกเหลวและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสอย่างไร ผู้ที่อยู่หลังไม่เข้าใจก็พากันตั้งคำถามว่า ทำไม ทำไม

ผู้ที่ชอบจับสัตว์ฟาดให้ตายอยู่เสมอแล้ว จะให้ตายสบายๆ จะได้อย่างไร

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:08:43 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : )


  สลักธรรม 6



สำหรับผู้ป่วยท่านนี้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินลมหายใจ ซึ่งก็แน่นอนละจะหนีไปจากอำนาจของกรรมที่ได้ทำเอาไว้ในอดีตไปไม่ได้ แต่กรรมที่ได้ทำเอาไว้นั้นไม่มากจนเกินไป ดังนั้น จึงได้หายเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี จนหนี้สินคืออกุศลกรรมที่ได้ติดค้างมาตั้งแต่ในอดีตนั้นลดกำลังลง แล้วอำนาจของกุศลกรรมทั้งในอดีตและในปัจจุบันเข้ามาแทนที่

ไม่มีผู้ใดจะหนีอำนาจของกรรมที่มีกำลังมากที่ได้ทำเอาไว้ในอดีตไม่ว่าจะเป็นกรรมชั่วหรือกรรมดีให้พ้นไปได้ ไม่มีการดลบันดาลให้เกิดขึ้นมาเองได้ โดยปราศจากเหตุ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ที่ได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจจากพระอภิธรรมปิฎกมีความเข้าใจ ก็จะไม่ตกอยู่ในความประมาท โดยไปบนบานศาลกล่าวขอให้เป็นไปตามชอบใจของตนแล้วก็คิดว่ามันจะเป็นไปได้

และก็จะไม่พูดว่า แล้วแต่กรรม มันเป็นเองก็ให้มันหายไปเอง โดยไม่ยอมรักษาตัวเอง โดยอาศัยนายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิและบางทีก็จะต้องใช้อำนาจจิตของคนและของเทพผู้มีอำนาจจิตเข้าช่วยด้วย เพราะทราบอย่างจริงแท้แน่นอนว่าจะพยายามใช้อำนาจจิตของตนเข้าร่วมโดยหาทางศึกษาให้มีความรู้แล้วปฏิบัติตามความรู้ที่ได้มาที่เห็นว่าเป็นการถูกต้องและใช้อำนาจกุศลที่กระทำในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องกระทำกุศลกรรมต่างๆ ให้เข้ามาอุดหนุน แม้ว่ามันจะไม่หายก็ขอให้มันทุเลาเบาบางไปก็ยังดี

บางท่านรักษาโรคที่อภิธรรมมูลนิธิแล้วก็หายภายใน ๑ หรือ ๒ ครั้งเท่านั้น แล้วก็โฆษณาและมาพรรณนาให้ผมทราบว่า เก่งเหลือเกิน รักษาโรคที่ไหนๆ ก็ไมาย แต่มารักษาที่นี่เพียงครั้งสองครั้งก็หาย ผมก็ได้อธิบายให้ฟังว่าเราดลบันดาลตามที่คุณว่านั้นไม่ได้ แม้จะมีผู้ที่มีอำนาจจิตมากมาช่วยก็ตาม จะทำให้ทุเลาเบาบางลงไปเท่านั้น แต่ที่คุณหายได้โดยเร็วนี้ก็เป็นเพราะว่ากรรมที่เป็นฝ่ายอกุศลของคุณได้ลดลงไปมากแล้วต่างหาก

บางท่านไปรักษาเป็นปีก็ไม่ได้หาย แต่ก็ไปรักษาอยู่เรื่อยๆ เพราะต้องทุเลาเบาบางลงบ้างก็ยังดี ถ้าไม่ไปรักษาแล้วเป็นมากขึ้น เรื่องของกรรมนั้นเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก ถ้าไม่มีกรรมแล้ว ก็ไม่มีพระพุทธศาสนา ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและไม่มีเรื่องของจิตใจที่จะบรรยายให้ลึกซึ้งได้

เรื่องทั้งหมดที่ได้บรรยายมานี้ เป็นการบรรยายมาโดยย่อที่สุด ดังนั้น ความละเอียดลออ ความพิศดารจึงยังเอาออกมาไม่ได้ แม้เหตุผลตลอดจนข้อเท็จจริงอีกมากมาย ถ้าผู้ใดได้ศึกษาแล้วก็จะหายไปจากความสงสัยได้อย่างแน่นอน

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [4 ส.ค. 2551 , 11:09:17 น.] ( IP = 58.9.147.59 : : )


  สลักธรรม 7

เข้ามาอ่านด้วยความตั้งใจค่ะ และก็รับรู้ถึงความน่ากลัวของผลกรรม รวมทั้งความไม่รู้ที่ยังมีอยู่ในตนที่ทำให้พลาดพลั้งทำสิ่งไม่ดีอยู่เรื่อยๆ

กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาให้ศึกษาทำความเข้าใจในตัวอย่างของผลกรรม และกราบบูชาพระคุณท่านอาจารย์บุญมีด้วยความเคารพค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [4 ส.ค. 2551 , 12:38:33 น.] ( IP = 125.27.175.223 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
อ่านแล้วทำให้เกรงกลัวบาปยิ่งขึ้น

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมีเป็นอย่างสูงค่ะ

โดย น้องอุ๊ [4 ส.ค. 2551 , 20:11:04 น.] ( IP = 125.24.64.69 : : )


  สลักธรรม 9

อำนาจกรรมไม่ดีทำให้ชีวิตเจอความทุกข์ร้อนต่างๆ นาๆ

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์บุญมีค่ะ

กราบขอบพระคุณพี่เณรที่นำธรรมะมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [4 ส.ค. 2551 , 21:27:50 น.] ( IP = 58.8.52.236 : : )


  สลักธรรม 10


หากมิได้ศึกษาเล่าเรียนแล้ว ยากนักที่จะเข้าใจและเชื่อเรื่องกรรม ยิ่งได้อ่านตัวอย่างที่ท่านอาจารย์ยกขึ้นมาประกอบ ทำให้เข้าใจและเห็นถึงพิษโทษภัยซึ่งเป็นผลของบาปอกุศลได้เป็นอย่างดี

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพค่ะ

และกราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาให้ได้อ่านและศึกษาเล่าเรียนเป็นประจำ...อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [8 ส.ค. 2551 , 08:55:20 น.] ( IP = 124.121.171.187 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org