| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ครูผู้ให้... ผู้มีจิตใจเยี่ยงแม่
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ปกติวันแม่ หากมีเวลาก็จะถือโอกาสเข้าปฏิบัติ ก่อนไปนั้นก็จะทำบุญกับแม่ แค่ซองเงินเพียงเล็กๆน้อยๆ พร้อมมาลัยดอกมะลิ...แค่นั้นเราก็สามารถรับรู้ความชื่นใจของแม่ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้
....มาตอนนี้ เวลานี้แม้จะไม่มีร่างของแม่ผู้ให้กำเนิด แต่ความดีของท่านนั้นก็ยังคงอยู่ในใจให้เราได้เกิดความรู้สึกที่ดีๆ พร้อมที่จะทำกุศลอุทิศให้กับท่านตลอดเวลา
เมื่อก่อนทุกเช้าวันเสาร์และอาทิตย์ พวกเราได้มีโอกาสฟังธรรมจากอาจารย์บุษกร ทุกครั้งท่านจะให้ข้อคิดเตือนใจเพื่อให้เราได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
มีอยู่วันหนึ่ง ...นั่งฟังอาจารย์สอนอยู่ด้านหลัง มองเห็นภาพพวกเราทุกคนนั่งพับเพียบอยู่เบื้องหน้า ดูไปแล้วเหมือนลูกๆ ที่กำลังนั่งฟังแม่อบรมสั่งสอน เวลาเรียนกับอาจารย์แล้วทุกคนดูจะเรียบร้อยเป็นพิเศษ ศิษย์เก่าหลายๆคนต่างยอมรับว่า อาจารย์บุษกรนั้นท่านจะเฮี๊ยบมาก (เคยให้ฉายาท่านว่าคุณครูกระดาษทราย)
เวลาที่ท่านสอนอยู่ แล้วเห็นลูกศิษย์คนใดทำไม่ถูกต้อง ท่านจะว่ากล่าวตักเตือนตรงๆ จนบางครั้งเวลาที่ท่านสอนจบแล้วถามว่า มีใครจะถามอะไรบ้าง ...หากใครยกมือตั้งคำถามก็ต้องถือว่าบุคคลผู้นั้นเป็นอัศวินขี่ม้าขาว...!
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [11 ส.ค. 2551 , 08:01:25 น.] ( IP = 58.9.144.235 : : )
สลักธรรม 2
แต่เมื่ออยู่ไปนานๆเข้าก็ได้ประจักษ์กับความจริงใจ และความตั้งใจจริงที่ท่านมอบความปรารถนาดีให้กับพวกเราทุกคน ท่านสามารถตอบคำถามและแก้ไขปัญหาชีวิตให้กับพวกเราด้วยการนำหลักธรรมเข้ามาแสดงให้เรายอมรับ และจำนนต่อเหตุผลที่ท่านยกขึ้นมา ท่านจึงเป็นเสมือนแสงนำทางให้กับเราในยามที่เรารู้สึกมืดมน
วันพฤหัสที่ผ่านมานี้ได้พบกับท่านอาจารย์ที่มูลนิธิฯ แล้วได้เห็นความกรุณาที่ท่านมอบให้กับน้องใหม่คนหนึ่งซึ่งเรียนพระอภิธรรมมาแล้วมีความปรารถนาที่จะปฏิบัติวิปัสสนา แต่ทุกที่ที่ไปปฏิบัตินั้น น้องเขารู้สึกว่ามันเป็นสมาธิ ไม่ใช่ วิปัสสนา จนกระทั่งได้เปิดพบเวปลานธรรมของมูลนิธิเข้า จึงได้ติดต่อมา และก็เป็นวิบากดีที่เมื่อเข้ามาแล้วก็ได้พบกับท่านอาจารย์
บ่ายวันนั้นได้มีโอกาสนั่งฟังอยู่ด้วย ถ้อยทุกคำที่ท่านเอ่ยเรียกน้องเวลาที่สอนนั้นบ่งบอกถึงความรู้สึกของการให้อย่างจริงใจ
....เอ้า ลูกดูตรงนี้นะ (ที่กระดานผังของจิต เจตสิก รูป)
....ตรงนี้ ลูกเข้าใจหรือยัง
....ตอนนี้ลูกไปทำอย่างนี้มาก่อน ฯลฯ
ตอนที่ฟังนั้น ทำให้นึกถึงความรู้สึกของผู้ที่เป็นแม่ที่พยายามทุ่มเทความหวังดีให้กับลูกอย่างบริสุทธิ์ใจ โดยไม่นึกถึงความลำบากของตนเอง (เพราะอากาศตอนนั้นร้อนมาก แล้วอาจารย์ก็เป็นโรคแพ้ความร้อนด้วย ดูได้จากเหงื่อที่ใบหน้าและลำคอ)
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [11 ส.ค. 2551 , 08:03:03 น.] ( IP = 58.9.144.235 : : )
สลักธรรม 3
เห็นภาพนั้นแล้ว ทำให้นึกย้อนไปถึงความยากลำบากในอดีตที่อาจารย์ต้องประสบพบผ่าน กว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่มูลนิธิมีอะไรๆ ที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์ตามที่ทุกคนเห็น แล้วนึกไปถึงสิ่งล้ำค่าที่พวกเราได้รับจากท่าน นั่นก็คือ ธรรมะ ที่ท่านนำมาสั่งสอนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เราได้กลับมาสำรวจตนเองว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้น ใช่ หรือ ไม่ใช่หนทางที่เราจะเดินไปสู่เป้าหมายที่เราทุกคนต้องการ นั่นก็คือ ความพ้นทุกข์
มีอยู่วันหนึ่ง ซึ่งเป็นปีไหนก็จำไม่ได้แล้ว อาจารย์บุษกรได้เขียนขึ้นกระดานไว้ว่า
หลับตา..ลืมตา ..ลูกทุกข์อยู่ทุกคราใช่ไหม
ตัณหา ราคะ ถักใย ..กามาล้อมใจตัวตน
ท่องเที่ยวดิ้นรนค้นหา ..ต่างๆนานามากล้น
ยิ่งหายิ่งทุกข์ยิ่งทน โธ่ไฉน..ไม่พ้นกงกรรม
ทำไปไม่รู้จบสิ้น ..ร่างทับถมดินไม่หนำ
แม้เกิดใหม่ ทำใหม่ ไม่จำ ..เพราะทำชีวิตผิดวิธี
เชื่อแม่หรือยังลูกรัก ..แม่ทักลูกอยู่เสมอ
เสาร์-อาทิตย์ ไม่เคยหน่ายเจอ .เพื่อเสนอคำสอนพระศาสดา .
ท่านอาจารย์เป็นเสมือนแม่พวกเราจริงๆ ท่านเป็นแม่ที่คอยห่วงใยพวกเราซึ่งกระทำชีวิตผิดวิธี ทั้งๆที่ท่านก็สอนแล้ว สอนอีก สอนทุกเสาร์-อาทิตย์โดยไม่เคยหน่าย แต่...พวกเรายังคงเป็นลูกที่ดื้อดึงต่อคำเตือนของแม่
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [11 ส.ค. 2551 , 08:03:41 น.] ( IP = 58.9.144.235 : : )
สลักธรรม 4
ปีนั้นมีโอกาสเข้าไปกราบอาจารย์บุษกรผู้เป็นเสมือนแม่แล้วท่านก็ได้ให้พร และคำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งพวกเรา จะอยู่เพื่อเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้พวกเรา
ท่านบอกว่า....ชีวิตของท่านนั้นขอสละเพื่อเป็นอุปกรณ์ให้พวกเราได้ใช้ในการเดินทางสู่ความพ้นทุกข์ โดยกล่าวว่า
ต้อยขอเป็นไม้เท้าให้ทุกคนใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ชีวิตล้มลุกคลุกคลาน
ขอเป็นราวให้ทุกคนได้เกาะ เพื่อให้เดินไปตามเส้นทางที่ถูก
ขอเป็นสะพานให้ทุกคนได้เดินข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องเผชิญอยู่
จะว่าไปแล้วท่านอาจารย์คงเห็นว่า พวกเรายังหัดเดิน(ในเส้นทางใหม่)อยู่ แม้บางคนจะเดินได้แล้ว ก็ยังล้มลุกคลุกคลานอยู่ดี ท่านจึงสละชีวิตมาเป็นไม้เท้าให้ และ แม้จะมีไม้เท้ากันหกล้มแล้วก็ตาม เราก็ยังเดินตุปัดตุเป๋ เซไปเซมา อยู่ในเส้นทางบ้างเป็นบางครั้ง แต่ออกไปนอกเส้นทางเสียมาก ท่านก็สละชีวิตมาเป็นราวมาให้ได้ยึดเกาะ เพื่อพวกเราจะได้เดินตรงทางกันเสียที
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [11 ส.ค. 2551 , 08:04:13 น.] ( IP = 58.9.144.235 : : )
สลักธรรม 5
นอกจากนี้ท่านคงทราบดีว่า พวกเราแต่ละคนนั้นล้วนมีอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะอุปสรรคที่เกิดจากกิเลส ท่านจึงใช้คำว่า ตัณหา ราคะ ถักใย ..กามาล้อมใจตัวตน ท่านจึงสละชีวิตขอเป็นสะพานให้ทุกคนได้เดินข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องเผชิญอยู่ ด้วยการทอดสะพานธรรมให้เราได้นำชีวิตไปเดินบนทางนั้น
เคยมีความรู้สึกว่า แม่เป็นผู้หญิงที่รักลูกมากที่สุด แม้จะต้องเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แม่ก็สู้อดทน บางครั้งก็ทนอด กระทำทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อให้ลูกมีความสุข ให้ลูกได้มีกินมีใช้ อยู่อย่างสบาย โดยที่แม่ไม่รู้เลยว่าบางครั้งสิ่งที่แม่ทำให้กับเรานั้น เป็นการเพิ่มความทุกข์ให้โดยไม่รู้ตัว ....เพราะแทบทุกอย่างนั้นล้วนทำให้เราต้องสร้างทางเกิดต่อๆ ไปอย่างไม่รู้จบ ....แต่ถึงอย่างไร แม่ ก็เป็นผู้เสียสละที่มีพระคุณต่อเราอย่างใหญ่หลวง
แต่เมื่อได้มาพบกับอาจารย์บุษกร ครูผู้ให้ที่มีจิตใจเยี่ยงแม่ เพราะแม่คือผู้หญิงที่เสียสละ พวกเราก็ได้ประจักษ์ในความเสียสละของท่าน
๔๐ กว่าปีที่ท่านเสียสละให้กับครอบครัวมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ
หลายๆ ปีที่ท่านสละชีวิตให้กับพวกเรา ลูกๆ ที่ยังไม่เติบโต(ด้วยคุณธรรม)
ลูกศิษย์หลายคนได้เห็นแล้วว่า ท่านอาจารย์ต้องอดทนต่อโรคภัยไข้เจ็บมากเพียงไร แม้วันที่ออกจากโรงพยาบาลก็ยังมามูลนิธิเพื่อพวกเราทุกคน บางครั้งยอมอดทนไม่ไปโรงพยาบาลเพราะมีภาระกุศลอยู่กับมูลนิธิฯ แล้วยังมีต่อๆไปอีกนานนับปี ที่ท่านต้องคอยเฝ้าดูว่าพวกเราสามารถเดินได้ถูกทาง ตรงกับเส้นทางที่ท่านปรารถนาให้พวกเราได้พ้นไปจากความทุกข์....หรือไม่
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [11 ส.ค. 2551 , 08:04:46 น.] ( IP = 58.9.144.235 : : )
สลักธรรม 6
เมื่อได้มีโอกาสอ่านกลอนวันแม่ที่ท่านอาจารย์เขียนลงกระทู้ เลื่องลือถึงพระคุณแม่ ที่จบท้ายว่า
เลื่องลือเสียงเรียงร้อยพระคุณแม่
ปีหนึ่งแม้มีวันเดียวให้ขานไข
ต่างอิ่มเสริมเติมกตัญญูเข้าสู่ใจ
ดอกมะลิบานไสวทั่วไทยแลนด์
โดยเฉพาะท่อนที่ว่า ต่างอิ่มเสริมเติมกตัญญูเข้าสู่ใจ นั้นสร้างความรู้สึกที่ประทับใจให้เป็นอย่างมาก จึงอยากเชิญชวนทุกท่าน นอกจากทำกุศลให้กับแม่บังเกิดเกล้า และถวายกุศลแด่แม่หลวงของปวงชนชาวไทยแล้วในวันที่ ๑๒ แล้ว...เรามามอบกุศลพร้อมดอกมะลิให้กับท่านอาจารย์กันดีไหม?
เพราะดอกมะลินั้น นอกจากเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่แล้ว ยังเป็นดอกไม้มงคล เขาจึงเอามาร้อยเป็นมาลัยเพื่อบูชาพระ นอกจากนี้ดอกมะลิยังมีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน ทั้งยังออกดอกตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย นอกจากนี้ มะลิดอกแห้งก็ยังสามารถใช้ปรุงเครื่องยาหอมใช้บำรุงหัวใจได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
จึงสมควรยิ่งที่เราควรจะมอบดอกมะลิใส่กล่องใจที่เปี่ยมด้วยกุศลให้กับท่าน อาจารย์บุษกร ครูผู้ให้ที่มีจิตใจเยี่ยงแม่ ...
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [11 ส.ค. 2551 , 08:05:20 น.] ( IP = 58.9.144.235 : : )
สลักธรรม 7ได้มีโอกาสอ่านที่พี่วยุรีเขียนถึง และยกฐานะให้อีกว่าเป็น ผู้มีจิตใจเยี่ยงแม่ นั้น ขอบพระคุณมากคะ รู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก เพราะเป็นความรู้สึกที่รับทราบได้ถึงจิตใจของผู้เขียนว่าเขามองเราและเก็บเจตนาของเราได้อย่างที่ใจตนเองกระทำลงไป พร้อมทั้งรายละเอียดทั้งมวลที่เกิดขึ้นมานั่นเอง ตรงนี้คะที่รู้สึกตื้นตันใจ ที่ยังมีพี่วยุรีคนหนึ่งละที่มองและเข้าใจต้อย
ธรรมดาคนเรามักจะคิดเอาเองโดยเอามาตรฐานใจตนเป็นเครื่องวัดผู้อื่น และธรรมดาอีกเช่นกันที่มักจะมองผิดและเข้าใจผิดว่าการกระทำของเขาว่ามีสิ่งแอบแฝง คือทำไปเพื่ออะไร (หวังผลประโยชน์) ใช่คะไม่มีใครไม่ทำเพื่อผลประโยชน์ตน แต่สำหรับต้อยแล้วก่อนจะทำจะเลือกผลประโยชน์ที่ดีที่สุด มากที่สุดเท่าที่มีโอกาสให้แก่ตนเองเสมอเช่นกัน ด้วยการคิดก่อนว่าเมื่อทำไปแล้วจะไม่ติดลบ และที่สำคัญต้องหาตัวบวกให้กับผู้อื่นด้วยคะ ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน
ที่ว่าไม่ให้ตนติดลบจริงและตรง และใช้เวลาให้ดีที่สุด เพราะถ้าไม่เช่นนั้น โอกาสประมาทพลาดผิดย่อมมีเกิดขึ้นได้ง่าย โดยเฉพาะคำพูด เพราะถ้าใช้เวลามากในการพูด โอกาสที่จะรักษาความจริงและตรงตามหลักธรรมนั้นจะเกิดช่องว่างที่ให้ความคิดตนเองแสดงออกไปได้มากจนเป็นความติดลบเกิดขึ้นได้ เนื่องจากวจีกรรมเป็นไปด้วยการขาดสติปัญญานั่นเอง ผลจากวจีทุจริต ๔ จึงทำให้ชีวิตติดลบนะคะ
ส่วนที่บอกว่าจะต้องหาตัวบวกให้กับผู้อื่นด้วยนั้น คือต้องให้ผู้ฟังเรา สนทนากับเรา หรือแม้ผู้ที่คุยอยู่กับเรานั้น จะต้องได้รับฟังเรื่องราวที่สร้างเสริมทัศนะให้ตระหนักในเรื่องกรรมและวิบากนั่นเอง จะต้องไม่พาใจคู่สนทนาให้เกิดความท้อแท้หวั่นไหวในธรรม หรือเตลิดเปิดเปิงไปกับกิเลสเพราะคำพูดเรา ไม่ว่าจะเป็นความโลภที่เกิดมาจากความคิดเปรียบเทียบและทำให้เกิดความปรารถนาต้องการมีจากเรื่องที่เราพูดคุย และโทสะที่เกิดขึ้นจากการพูดของเราจนเป็นชนวนระเบิดแห่งโทสะให้แก่ผู้อื่น ที่เรียกง่ายง่ายว่ายั่วยุงอารมณ์เขานั่นเอง จะต้องใช้เวลากับคู่สนทนาเป็นไปเพื่อความดำริชอบให้ได้ หรืออย่างน้อยแค่เขามีรอยยิ้มและใจที่ไม่หดหู้เศร้าหมองก็ยังดี นี่ละคะเป็นการบวกกุศลให้เกิดขึ้นแก่ผู้ฟัง และเป็นการบวกกุศลจิตให้แก่ตนเองด้วย
สิ่งเหล่านี้จึงเป็นหลักใจของต้อยเสมอมา และกลับมารักษาพฤติกรรมให้ดูแล้วเหมือนครูกระดาษทรายดังที่ใครๆรู้สึก ด้วยเพราะคำพูดที่สั้นและตรงอันเกิดขึ้นจากการระวังตนและรักษาเวลาให้เกิดความเป็นไปเพื่อตนเองและผู้อื่นนั่นเอง
ขอบคุณมากนะคะพี่วยุรี ที่หยิบยื่นไมตรีจิตและลิขิตถ้อยคำเหล่านี้มาเขียนลงกระทู้ไว้ ขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่คะ และยังขอบอกซ้ำอีกว่า จะขอมีชีวิตเช่นนี้ คือเพื่อให้เวลาและโอกาสตนเองและผู้อื่น มีหนทางเดินอันจะเป็นสิ่งเกื้อหนุนชีวิตไปสุดทางพ้นทุกนั่นเองตลอดไปคะ.
![]()
โดย บุษกร [11 ส.ค. 2551 , 10:12:02 น.] ( IP = 58.9.152.134 : : )
สลักธรรม 8
แม้ระยะเวลาที่ได้รู้จักกับท่านอาจารย์บุษกรจะไม่มากมายเท่าใดนัก ได้ยินคำกล่าวขานเสมอว่า..เป็นครูที่ดุบ้าง เป็นครูกระดาษทรายบ้าง....
เมื่ออ่านจากที่วยุรีเขียน และจากที่ท่านอาจารย์บุษกรเขียนตอบแล้ว ...ก็รู้สึกได้ว่า ท่านอาจารย์ มีความเป็นครู และแม่ หล่อหลอมอยู่ในจิตใจเลยทีเดียว เป็นครูที่พร้อมจะช่วยเหลือลูกศิษย์เสมอ เป็นแม่ที่พร้อมจะให้ลูกได้เสมอเช่นกัน....ดังที่บอกว่าจะทำอะไรต้องหาตัวบวกให้ผู้อื่นด้วย และเป็นผู้ที่มีสติในกระการกระทำทุกอย่าง...ไม่ให้ตนเองติดลบ
การกระทำและการแสดงออกของท่านอาจารย์อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่อ้อมค้อมนั้น เป็นการสอนทั้งการพูดและการกระทำให้เห็น หากผู้ที่พร้อมจะถูกขัดด้วยกระดาษทรายแล้ว คงจะชื่นชอบมาก และจะมีความรู้สึกว่า...ผู้ที่เป็นทั้งครูและแม่เช่นอาจารย์บุษกรท่านนี้ ไม่ดุเลย...
ขอก้มกราบด้วยสำนึกในพระคุณค่ะโดย พี่ดา [11 ส.ค. 2551 , 11:02:29 น.] ( IP = 124.121.171.234 : : )
สลักธรรม 9ขอน้อมกราบระลึกถึงพระคุณ อ. บุษกร
เนื่องในวันแม่ค่ะ
ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ
น้องอุ๊เอามะลิใส่ห่อมาฝากท่านอาจารย์บุษกรค่ะ
และจากบทความที่ อ.วยุรีได้กล่าวมานั้น
ทำให้ได้ย้อนระลึกถึงเวลาที่ผ่านมา
และรู้สึกซาบซึ้งในความงดงามแห่งใจของ อ.บุษกร เป็นอย่างยิ่งค่ะ
ท่านเป็นแบบอย่างแม่แห่งชาติ
ยามใดได้มีโอกาสสนทนา มีแต่อุดมมงคล และความสุขติดตามมาเสมอๆ
พร้อมทั้งท่านได้หล่อหลอม และเป็นผู้ให้อย่างไม่เลือกปฏิบัติ
ท่านจึงงดงาม และหอมจรุง ยิ่งกว่ามะลิอีกนะคะ
ด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยผู้ให้ จึงเปี่ยมด้วยกระแสใจที่หยิบยื่นแต่กระแสแห่งความปรารถดีต่อทุกๆคน
โดย น้องอุ๊ [12 ส.ค. 2551 , 16:58:28 น.] ( IP = 125.24.72.46 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณมากค่ะ
อ่านคำตอบจากท่านอาจารย์แล้ว รู้สึกถึงประโยชน์ที่จะบังเกิดขึ้นกับตนเองได้ หากสามารถทำตามการดำเนินชีวิตของท่านที่ว่า
ก่อนจะทำ....จะเลือกผลประโยชน์ที่ดีที่สุด มากที่สุด เท่าที่มีโอกาสให้กับตนเอง ด้วยการคิดก่อนว่า เมื่อทำไปแล้วจะไม่ติดลบ และที่สำคัญต้องหาตัวบวกให้กับผู้อื่นด้วย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน
ประทับใจกับคำว่าติดลบที่ตัวเอง กับตัวบวกที่ผู้อื่น ยิ่งได้ฟังการอธิบายของอาจารย์แล้ว ทำให้นึกถึงปัจฉิมโอวาทของพระพุทธองค์ จงยังชีวิตด้วยความไม่ประมาท...
เพราะบางครั้งเราไม่ทันคิด หรือไม่เคยคิดเลยว่า ยิ่งใช้เวลาในการพูดมาก โอกาสที่จะรักษาความจริง และตรงตามหลักธรรมนั้นยากมาก เพราะจะเต็มไปด้วยความคิดของตนเอง ซึ่งจะนำมาซึ่งการติดลบให้กับตนเอง
ดีใจและภูมิในที่ได้เป็นลูก(ศิษย์)ของท่านอาจารย์ ที่นำประสบการณ์ตรงของชีวิตมาชี้แนะให้ได้เห็นประโยชน์ที่พึงบังเกิดได้ และจะพยายามเตือนตัวเองบ่อยๆ เชื่อว่าสักวันคงจะทำได้บ้าง
อยากกราบเรียนท่านอาจารย์ตามเนื้อเพลง คุณครูกระดาษทรายว่า...ที่เรามีวันนี้...เป็นคนดี(ขึ้นกว่าเดิม)ได้ ก็เพราะครู....(ผู้ให้ ที่มีจิตใจเยี่ยงแม่)คนนี้ นั่นเองคะ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย วยุรี สุวรรณอินทร์ [12 ส.ค. 2551 , 18:53:00 น.] ( IP = 58.9.136.63 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |