| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หัวใจภักดิ์รักแม่
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 11
ความรู้สึกของลูกศิษย์ท่านที่สอง
"สวัสดีทุกท่านค่ะ ความรู้สึกทำนองเดียวกับที่ท่านแรกได้พูดไปนะคะ และ อาจารย์ท่านก็ไม่เหมือนอาจารย์ทั่วไป นอกจากจะสอนธรรมะแล้ว อาจารย์ยังขัดสีฉวีวรรณทั้งภายในภายนอกให้ทุกวันที่มีโอกาส
ตั้งแต่มาที่นี่ทำให้รักสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น แล้วอาจารย์ปลูกฝังให้มีความรู้สึกที่ดีต่อแม่มาตลอด เพราะว่าเหลือแม่อยู่คนเดียว คือคุยกับแม่แล้วความเห็นไม่เหมือนกันแล้วก็เกิดการสะสมความรู้สึกที่ไม่ดีมากขึ้นเรื่อย ๆ นานนับสิบปี จนกระทั่งอาจารย์เป็นผู้มาชี้ประเด็นให้เห็น แล้วอาจารย์จะขัดทุกวันใน msn
ซึ่งอาจารย์มีวิธีการสอนที่ฉลาดมาก โดยจะเอาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มายกให้ฟัง แล้วก็พยายามพูดให้เห็นว่าเขาก็คือเขา แม่ก็คือแม่ เราก็คือเรา เราจะไปเปลี่ยนแปลงใครไม่ได้ นอกจากจะไปเปลี่ยนตัวเอง
นอกจากนี้ อาจารย์สอนทุกครั้งที่มีโอกาสเพราะเคยปราวณาตัวไว้ว่า ถ้ามีอะไรที่ไม่ดีก็ให้อาจารย์ช่วยชี้แนะและสอนได้เลย เคยบอกอาจารย์ไว้ว่าชีวิตนี้ไม่เคยใครมาสอน ก็มีแต่อาจารย์เท่านั้นแหละค่ะ เพราะฉะนั้นอาจารย์จึงเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งครู เป็นทุกอย่าง
ในสภาพวันนี้ได้มีความรู้สึกที่ดีต่อแม่หลวงของประเทศ และที่นี่มีให้เห็นทุกปี ๆ นะคะ และก็สอนให้มองที่ดี เพราะฉะนั้นความรู้สึกที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงได้ค่อย ๆ ซึมเข้าไปในจิตใจเรื่อย ๆ และก็สิ่งที่อาจารย์แสดงให้เห็นทุกครั้ง ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลังก็เป็นสิ่งที่ดีมาตลอด
ก็อย่างบนกระดานเมื่อเช้า ก็รู้สึกตัวว่า "โดนอีกแล้ว" เพราะจะโดนเตือนเรื่องคำพูดมาตลอด ยอมรับว่าเป็นคนที่พูดแข็งไม่มีหางเสียง เมื่ออาทิตย์ที่แล้วอาจารย์ก็บอกว่าพูดกับแม่ให้เติมหางไปบ้าง เช่นแม่ถามว่าเอาอะไรไหม? ก็ให้ตอบไปว่าไม่เอา เพราะอะไร ไม่ใช่ตอบว่าไม่เอา
ก็รู้ตัวว่าเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเองมากเกินไป เรื่องคำพูดนี้มีคนเตือนมาหลายสิบปีแล้ว คือเป็นคนไม่แคร์ใคร พูดตรง ๆ ถูกก็ถูก ผิดก็ผิด แล้วเป็นคนไม่เก็บมาคิด แต่ว่าเราไม่เคยคิดกลับไปว่าคนที่เขาฟังเขาเก็บไปคิด เพราะฉะนั้นเราได้ก่อศัตรูโดยไม่รู้ตัวมาตลอดชีวิตเลย โดยเฉพาะกับแม่เราเองด้วย อาจารย์ก็สอนมาเรื่อย ๆ อาจารย์ก็ขัดมาทุกวันเลย
ตอนนี้ก็มีความรู้สึกว่าจิตใจนั้นดีกับแม่ขึ้นมาเยอะเลย แต่ยังไม่ดีเท่าที่อาจารย์ต้องการ ก็อนุญาตให้อาจารย์ขัดต่อไปได้ "
และหลังจากที่ลูกศิษย์ท่านนี้แสดงความรู้สึกจบลงแล้วท่านอาจารย์ได้กล่าวต่อไปว่า ..เนื่องจากวันนี้เป็นสัปดาห์วันแม่ ก็ขอใช้เวลาตรงนี้อีกสักนิดหนึ่ง ก็อยากให้ได้ยินเสียงของบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นเบื้องหลังของอภิธรรมออนไลน์ และก็เป็นบุคคลที่ได้คุยกันแทบทั้งอาทิตย์ รู้สึกอย่างไรบ้างกับวันนี้และความรู้สึกที่ได้ส่งข้อความให้อ่านไม่ว่าการสอนเรื่องการใช้ชีวิตและแม้กระทั่งสอนธรรมะให้กับลูกศิษย์คนอื่น แล้วรู้สึกอย่างไรบ้างกับงานวันนี้ที่ใช้เวลาบูชาแม่ตั้งแต่แม่แผ่นดิน บูชาแม่ของตวเอง และรู้สึกอย่างไรกับการฟังแม่เลี้ยงในวันนี้
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2551 , 01:05:52 น.] ( IP = 58.9.136.63 : : )
สลักธรรม 12
ความรู้สึกของลูกศิษย์ท่านที่สาม
"อันดับแรกความรู้เรื่องเกี่ยวกับการถวายพระพร คือ เมื่อเช้าคือได้รับการนัดหมายกับท่านอาจารย์ว่าให้เปิดเพลงในแต่ละช่วงว่าช่วงนั้นช่วงนี้ว่าจะเปิดเพลงอะไรบ้างเพราะในแต่ละปีที่ผ่านมานั้นเราได้ทำพิธีการนี้กันมาตลอด จึงเหมือนกับว่ารู้คิวกันอยู่ว่าพอถึงตอนนี้ปุ๊บเราต้องทำอะไรบ้าง แต่สำหรับเมื่อเช้านี้เป็นควาทรู้สึกที่ดีมาก ๆ เพราะจากจุดเริ่มต้นคือการสวดมนต์ที่สร้างพลังกุศลอย่างเต็มที่แล้วก็เข้าสู่พิธีถวายพระพร นับตั้งแต่การอ่านบทอาศิรวาทไปจนกระทั่งเพลงสดุดีมหาราชา
ในขณะที่ทำหน้าที่เปิดเพลงและฟังเพลงสดุดีมหาราชาอยู่นั้น บังเกิดภาพของสมเด็จพระนางเจ้าพระราชินีนาถทรงพระสิรโฉมงดงามมากขึ้นในความรู้สึก และมีความรู้สึกถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ว่ามีพระคุณกับเราอย่างมากมาย นึกถึงว่าสถานที่อยู่อาศัยของเรา ณ ปัจจุบันนี้ เราได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพระมหากษัตริย์โดยอ้อม เพราะว่าเดิมเราอยู่กับพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยแล้วเราก็ได้รับการสนับสนุนโดยเปิดโอกาสให้มีการสอนพระอภิธรรมมาโดยตลอด และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนานั่นคือการที่เราได้รับบารมีตรงนี้โดยอ้อม
และการที่ท่านอาจารย์พูดถึง งานศิลป์แผ่นดินที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ก็ทำให้นึกถึงสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ทีมีอยู่ทั่วโลก ที่เราต้องเสียเงินไปเที่ยว อาจารย์จะบอกเสมอว่าของเขาสวยก็จริงแต่สู้ของเราไม่ได้ ของเรามีความงามความประณีตกว่า และที่สำคัญมาก ๆ เลย ที่ดึงใจที่เห็นถึงคุณค่าสูงมากคือการที่พระองค์ทรงนำงานตรงนี้ไปเผยแผ่ทั่วโลก ตรงนี้คือสิ่งที่ทำให้ต่างประเทศเห็นอีกมุมหนึ่งที่งดงามของประเทศไทย เป็นความงดงามที่ชาวต่างชาติ ได้เห็น ได้สัมผัส คือมิใช่เป็นเรื่องของนโยบายของรัฐบาลที่จำเป็นจะต้องส่งเสริม แต่ตรงนี้คือหน้าตาของประเทศที่พระองค์ทรงนำออกไปโชว์ด้วยพระองค์เอง
และพอนึกย้อนไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ของแต่ประเทศในโลกนี้แล้ว ส่วนใหญ่จะดำรงอยู่ด้วยความสะดวกสบาย แต่ในคราวที่มีงานฉลองสิริราชสมบัติ ๖๐ ปีนั้นกษัตริย์ต่างประเทศทุกราชวงศ์ล้วนสรรเสริญว่า ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศที่ไหนจะทำงานลำบากยากเย็นเท่ากับสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ฉะนั้น ตรงนี้เมื่อรวมความแล้วจากบทอาศิรวาท และคำกล่าวสดุดีของท่านอาจารย์ก็ทำให้เกิดรู้สึกซาบซึ้งในสถาบันพระมหากษัตริย์ตรงนี้มีสูงมาก และเมื่อมองกลับในแต่ละปีที่ผ่านมานั้นการที่ได้รับการปลูกฝังเกี่ยวกับพิธีการนี้มาเรื่อย ๆ นั้น มีความรู้สึกของใจว่านุ่มนวลมาก ๆ เลยในขณะที่ร่วมพิธี แต่ก็ยังมีใจแวบคิดออกไปว่า แหม! ท่านทำถึงขนาดนี้แล้วยังมีคนบางคนคิดนอกลู่นอกทาง กุความไม่ดีงามออกมาเผยแผ่เพื่อทำลาย แต่ก็มีความดีใจว่าความคิดที่ไม่ดีเหล่านี้ไม่มีในมูลนิธิ
แล้วก็ย้อนกลับไปเป็นความภูมิใจว่า เราได้มามีชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ดีเช่นนี้ เพราะนอกจากจะได้เรียนธรรมะแล้ว สถานที่นี้ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเติมความเป็นคนไทยให้เต็ม เพราะตรงนี้ไม่ได้สอนให้มีเพียงชาติและศาสนาแท่านั้น แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ นั้นทำคุณให้แก่เรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ๓ สถาบันนี้เราได้รับการเติมเต็มจากที่นี่คือจากมูลนิธิอภิธรรมแห่งนี้
และโดยเฉพาะจากอาจารย์บุษกรที่ท่านพยายามเติมตรงนี้ให้เรามาโดยเราไม่รู้ตัว จนมาถึงวันนี้ได้รู้ตัวว่ามีความเป็นคนไทยที่น่าภาคภูมิแล้ว ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้วคือ มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ "
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2551 , 01:06:21 น.] ( IP = 58.9.136.63 : : )
สลักธรรม 13
" ลำดับต่อมาก็คือเรื่องของแม่ ประสบการณ์ก็คล้าย ๆ กับลูกศิษย์ท่านแรก ที่อาจจะเป็นเพราะความที่ไม่ได้ใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็ก ก็ได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อ และท่านอาจารย์คอยให้การอบรม แนะนำ สั่งสอน ตักเตือน ให้พูดกับแม่ดีๆ ให้ขอบคุณแม่ ให้กอดแม่ ให้บอกรักแม่ ซึ่งแรก ๆ ก็เขินแต่ก็ทำ
ในการบอกรักแม่นั้นก็จะคุยโทรศัพท์กับแม่ ถามสารทุกข์สุขดิบกันไปพอจะจบเรื่องที่พูดแล้วก็บอกรักแม่ พอบอกว่า "รักแม่" ไป สิ่งที่ได้รับจากแม่กลับมาทันทีก็คือ "แม่ก็รักลูก สบายดีไหม ทำงานขอให้เจริญรุ่งเรืองนะ แล้วคนนั้นคนนี้สบายดีไหม? " และประโยคแห่งความห่วงใยที่ติดตามมาอีกยาวมาก พอตอนที่ฟังแม่นั้นก็คิดว่า นี่เราเพิ่งบอกไปคำเดียวว่า "รักแม่" แต่พอตอนแม่ตอบกลับมานี้ยาวเหยียดเลย และ สิ่งที่ได้รับกลับคืนมานี้ ยิ่งทำให้ได้รับรู้ว่าแม่รักเรามาก ซึ่งก็ไม่ใช่เราคนเดียวแต่เป็นลูกทุกคนของแม่ ที่แม่รักอยู่ตลอดเวลา เช่น บางครั้งคุยกันอยู่ แม่ก็จะวกกลับมาถามว่า ตอนนี้สบายดีหรือเปล่า อากาศเป็นอย่างนี้นะ บอกคนนั้นบอกคนนี้ด้วยนะว่าให้ระวังตัว
ความรักและความห่วงใยเหล่านี้คือสิ่งที่สัมผัสได้ แต่ถ้าใจเราแข็งกระด้างไม่ได้รับการอบรมจากสถานที่แห่งนี้ ต่อให้แม่พูดดีอย่างไรเราก็จะไม่สามารถรับความรู้สึกที่ดี ๆ ตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นสถานที่แห่งนี้คือแหล่งที่เติมความเป็นคนให้มีมากขึ้น เพราะนอกจากจะเติมเต็มให้มีความรู้สึกรักในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แล้ว กับสถาบันครอบครัวนั้นครูที่นี่ได้เติมเต็มได้สร้างให้เราเป็นคนที่มีความกตัญญู และความกตัญญูนี้ก็เป็นเครื่องหมายของคนดี ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วก็เป็นมาตรฐานหนึ่งที่นำมาตัดสินหรือวิเคราะห์คน เช่น เวลาจะคบใครหรืออยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ก็จะใช้ความกตัญญูนี้เป็นมาตรฐานในการคบหา
และก็ได้มาตรฐานนี้มาจากท่านอาจารย์บุษกรผู้เป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความกตัญญูของมูลนิธิ คือในมาตรฐานของตัวเองนั้นสัญลักษณ์ของคนดีจะต้องมีส่วนนี้คือความกตัญญูประกอบอยู่ด้วย เวลาเจอใครที่ตกระกำลำบากแล้วเราค้นพบว่าเขาเป็นคนที่มีความกตัญญูอยู่บ้างก็จะให้ความช่วยเหลือหรือรู้สึกว่ามีใจมองเขาในแง่ดีมากกว่าปกติแม้ว่าเขาจะมีข้อเสียอื่นอีกมาก แต่ความกตัญญูที่เขามีอยู่นั้นทำให้รู้สึกน่าคบหากว่าคนที่เก่งแต่ไม่มีความกตัญญู "
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2551 , 01:06:56 น.] ( IP = 58.9.136.63 : : )
สลักธรรม 14
"และลำดับสุดท้าย คือเรื่องของแม่เลี้ยง รู้สึกเสมอว่าแม้จะเป็นแม่เลี้ยงแต่ก็พยายามป้อนพยายามสอนให้มากกว่าแม่จริงเสียอีก เพราะแม่จริงไม่ได้สอนให้รู้ได้เช่นนี้ การที่ไม่ได้อยู่กับแม่ก็คงเหมือนกับการที่ยังมีแม่จริงยังอยู่ แต่ติดภาระกิจการงานเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตจึงอยู่กับแม่นมหรือแม่เลี้ยง ซึ่งถ้าดูแบบหนังไทยหรือตามสภาพการณืแล้ว ถ้าเด็กคนไหนมีแม่นมหรือแม่เลี้ยงเป็นคนหยาบคาย เด็กคนนั้นถึงแม้จะเกิดในชาติตระกูลดีก็หยาบคายเพราะอยู่ที่การอบรมเลี้ยงดู แต่สำหรับตัวเองนั้นรู้ตัวเลยว่า เราโชคดีที่มีพ่อแม่ที่ดี แม้พ่อแม่จะอยู่ห่างเรา เราก็ยังมีแม่เลี้ยงที่จะคอยเติมคอยสอนคอยหัดให้เราเรียบร้อย โดยเฉพาะการทำให้เราเป็นคนมีความรู้มากขึ้นในความเป็นกุศลหรืออกุศล
อย่างเวลาที่คุยกับอาจารย์หรือได้รับข้อความทาง msn รู้เลยเป็นประการแรกว่า นี่เป็นความปรารถนาดีที่ท่านส่งมาให้ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่สอนกันและชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของใครคนใดคนหนึ่ง หรือเอาคุณงามความดีของใครคนหนึ่งที่คิดได้ทำได้ หรือมีคำถามที่ดี คำตอบที่ดีมาให้อ่าน ในขณะนั้นรู้เลยว่าเพราะท่านปรารถนาดีจึงได้ copy มาให้อ่าน และถึงแม้จะยังไม่ได้อ่านในขณะนั้นแต่รู้แล้วว่าความหวังดีความปรารถนาดีไหลเข้ามาแล้ว จึงมีความรู้สึกที่ดีที่ได้รับการเจือจานในสิ่งเหล่านั้นจากท่านอาจารย์
เพราะนอกจากจะทำให้เรามีโอกาสได้รับรู้ ได้เห็นสิ่งที่อาจารย์ต้องการให้ทราบสิ่งดีๆ แล้วยังทำให้ตรวจสอบตัวเองได้ด้วยว่า ข้อบกพร่องอย่างนี้เรามีไหม? และความประณีตและวิธีการสอนของอาจารย์นั้นประณีตมาก มีการใช้ภาษาแบบนุ่มนวล ทำให้เห็นถึงศิลปะในการสอนที่เข้าถึงการขัดเกลาของท่านอาจารย์ ที่จะทำให้เราสามารถพัฒนาชีวิตของเราขึ้นไปเรื่อย ๆ และมีการยอมรับความจริงได้เป็นลำดับไป โดยส่วนตัวนั้นเข้าใจว่าการส่งความปรารถนาดีให้อย่างนี้ก็เพราะอาจารย์ท่านไม่ได้มีญาณหยั่งรู้ทราบถึงจริตอุปนิสัยระดับการความรู้ความสามารถโดยละเอียดของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร แต่ท่านคงหวังว่าสิ่งที่ส่งมาให้อ่านนี้น่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้บ้างแต่จะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัญญาของผู้อ่าน
และสิ่งที่เป็นความปรารถนาดีต่อผู้อื่นและความประณีตของท่านอาจารย์เหล่านี้ก็ได้ติดมาเป็นนิสัยบ้าง คือเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานตอนแรกๆ ก็ไม่ค่อยจะมีศิลปะอะไรเท่าไร เวลาลงกระทู้ก็เป็นตัวหนังสือสีดำธรรมดา ต่อมาก็จะเริ่มเลียนแบบเช่น อาจารย์เริ่มใส่สีที่ตัวหนังสือก็จะใส่ด้วย เริ่มมีย่อหน้าก็ย่อด้วย เริ่มจะใช้สีสลับกันไปมาและมีการเน้นตัวหนาก็จะทำตามด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดีเพราะทำให้ใจเราเยือกเย็นขึ้น เพราะเราต้องค่อยๆ ดูว่าข้อความนี้เราจะใส่สีลักษณะนี้เพื่อเน้นให้คนอ่านมาทำความเข้าใจกับข้อความเหล่านั้นได้มากขึ้น หรือการที่จะดึงตัวอย่างหรือใส่ภาพหรือใส่เพลง ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คนอ่านได้รับสิ่งที่ดี ๆ จากมูลนิธิอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ท่านอาจารย์ได้ทำตัวอย่างไว้ให้
และการเรียนรู้วิธีการดูแลจิตใจที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เมื่อมีการพูดคุยกันหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน สิ่งที่รวดเร็วมากเลยก็คือว่าการเข้าไปจับความรู้สึกตัวเองว่า ตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร ซึ่งไม่ได้สนใจคู่ต่อสู้ตรงข้ามแล้วว่าดีหรือไม่ดี แต่กลับมาพลิกฟื้นสภาพจิตใจให้เป็นกุศลมากกว่า สิ่งเหล่านี้ทราบเลยว่าเกิดจากการเรียนพระอภิธรรม มาจนเข้าใจสภาพของจิตเจตสิกว่ามีสภาพเป็นอย่างนั้นนะและการที่ท่านอาจารย์พยายามสอนให้เราปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานให้เป็น ให้มีปัจจุบันอยู่เสมอการรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ ให้มีสติ ตรงนี้ต่างหากล่ะที่ดึงอารมณ์มากจากกิเลสเหล่านั้น ตรงนี้คือสิ่งสำคัญมากกว่า เพราะปริยัติเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเราตกอยู่กับภาวะการณ์เช่นใด และเราควรดึงกลับมาเพราะอะไร แต่กำลังแรงที่จะดึงมาได้ตรงนี้คือสติและปัญญาจากการปฏิบัติต่างหาก
นี่จะเห็นว่าเป็นความโชคดีที่สุดที่มาอยู่ ณ ตรงนี้ เป็นความโชคดีที่ได้มาศึกษาธรรมะ เป็นความโชคดีที่ได้มาปฏิบัติธรรม ได้มารับการอบสั่งสอนให้เห็นคุณค่าของคนอื่น ให้มีความใจเย็น มีความ จงรักในชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ มีความกตัญญูรู้คุณ ถามว่าสองประการนี้ แม้ในพระไตรปิฎกพระพุทธเจ้ายังตรัสว่าดี คนกตัญญูเป็นนิมิตหมายของคนดี อภิธรรมมูลนิธิสอนให้เราดีจริง ๆ และท่านอาจารย์นี่แหละเป็นคนดีที่เป็นผู้นำที่พยายามสอนให้เราเป็นคนดีที่ตามกันไป อยู่ที่ว่าเราจะสามารถทำตามได้มากน้อยขนาดไหนเท่านั้นเอง ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ และหวังว่าหลายคนคงจะภูมิใจในตัวเองด้วย"
และก่อนที่จะแยกย้ายกันไปศึกษาพระอภิธรรมนั้นท่านอาจารย์ได้กล่าวกับทุกคนอีกครั้งว่า วันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินาถ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จึงขอให้กลับไปดูแลใจแม่ของตนเองบ้าง และหวังว่าแต่ละท่านคงเอาความหอมของชีวิตที่มีแต่กุศล แล้วพาชีวิตตนไปกราบตักแม่ หรือไม่ก็ทำกุศลแล้วอุทิศกุศลระลึกถึงแม่ทุกคน สวัสดี ทุกคน ด้วยความรักและปรารถนาดี.
โดย น้องกิ๊ฟ [13 ส.ค. 2551 , 01:09:50 น.] ( IP = 58.9.136.63 : : )
สลักธรรม 15
ก็เป็นความรู้สึกประทับใจอีกครั้งหนึ่งสำหรับคำสอนในห้องใจภักดิ์รักกุศล นอกจากได้มีโอกาสแสดงความกตัญญูแต่แม่หลวงของแผ่นดินแล้ว ก็ยังได้รับคำเตือน คำสอนของท่านอาจารย์บุษกร ผู้ซึ่งเป็นครู ที่เปี่ยมล้นด้วยเมตตาจิตของความเป็นแม่..ผู้ที่มีแต่ให้เสมอมา
ขอน้อมนำกุศลต่างดอกมะลิร้อยเป็นมาลัยใส่พานทอง กราบบูชาพระคุณแม่ท่านนี้ค่ะ เนื่องในวันแม่แห่งชาติค่ะ
ขอบพระคุณน้องกิ๊ฟมากค่ะ ที่ช่วยให้ก่อเกิดอปราปรกุศลเจตนาด้วยดีเสมอมา...อนุโมทนาในกุศลอาจิณณกรรมนะคะโดย พี่ดา [13 ส.ค. 2551 , 09:38:52 น.] ( IP = 124.121.172.120 : : )
สลักธรรม 16เช่นกันครับได้อ่านทบทวนแล้วเกิดความปิติโสมนัสใจมากครับ ที่ได้มีชีวิตที่สร้างคุณค่าให้สมชาติเกิด ด้วยความรู้สึกที่ดีและแรงในความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ครับ
คุณค่าของคนเราก็อยู่ที่การกระทำนี่เอง คิดดีทำดี มีน้ำใจเผื่อแผ่ไปถ้วนทั่ว ทำให้ชีวิตมีความสมบรูณ์ขึ้นด้วยบริมาณของความดี
ขอบคุณน้องกิ้ฟอย่างมากๆเลยครับ สำหรับความเสียสละเพื่อผู้อื่นเสมอมาครับ อนุโมทนาสาธุครับโดย พี่เณร [13 ส.ค. 2551 , 10:09:43 น.] ( IP = 58.9.143.204 : : )
สลักธรรม 17รู้สึกดีใจที่ได้มา ณ สถานที่แห่งนี้ และได้เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ ทำให้ได้มีโอกาสร่วมทำกุศลหลายๆ อย่าง และได้รับคำสอนที่จะกล่อมจิตใจให้อยู่กับคุณความดี
กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะ
ขอบพระคุณและอนุโมทนากับงานกุศลของน้องกิ๊ฟค่ะโดย เซิ่น [13 ส.ค. 2551 , 23:30:06 น.] ( IP = 58.8.52.249 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |