มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


แด่ผู้ป่วยไข้และผู้สูงอายุด้วยดวงใจ (๑๐)






แด่ผู้ป่วยไข้และผู้สูงอายุด้วยดวงใจ (๑๐)

โดย อาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตอนที่ผ่านมา

วิธีการแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะ ใช้อำนาจจิตช่วยตัวเองอย่างไร

วัตถุเจริญยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ โดยรวดเร็ว แต่จิตใจของมนุษย์เจริญตามไปไม่ทัน ดังนั้น ความเห็นแก่ตัวจึงได้เพิ่มขึ้นๆ เพราะทนรบเร้าจากความอยากจะได้ อยากจะใหญ่ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจไม่ไหว และความอยากจะใหญ่ได้เป็นปัจจัยช่วยอุดหนุนอยู่ภายในจิตใจอย่างลึกซึ้งตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน

จึงอาจพูดได้ว่า ความเห็นแก่ตัวแทรกแซงอยุ่ทุกขุมขนก็ได้ เมื่อแต่ละคน (แม้แต่ละประเทศ) ก็อดทนต่ออำนาจนี้ไปไม่ไหว จึงได้ต่อสู้กันเป็นสามารถเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์ซึ่งกันและกันเป็นการใหญ่อย่างเต็มเหวี่ยงเท่าที่จะทำได้ แต่เพราะมิได้ศึกษาเรื่องของจิตใจว่าคืออะไร และจิตใจเกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่เข้าใจ

ดังนั้น จึงได้เพ่งเล็งลงไปที่ความปรารถนาของหัวใจแล้วยึดว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ของชีวิตซึ่งจะขาดเสียมิได้ โลกจึงได้เกิดความปั่นป่วนชุลมุนวุ่นวาย ผู้อยู่ในโลกก็แก้ปัญหากันเรื่อยไปไม่จบสิ้นลงได้ ความทุกข์กายทุกข์ใจจึงได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอยู่ไม่ขาดสายแล้วจะให้ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทางกายและทางจิตใจได้อย่างไร แล้วจะให้นอนหลับสนิททุกๆ คืน จะได้หรือ

ร่างกายก็ผันแปรไปตามอายุขัยและตามอำนาจของกรรมอยู่แล้ว มาโดนสิ่งแวดล้อมบีบบังคับให้เป็นไปต่างๆ สารพัดอย่างเพิ่มขึ้นอีก แล้วความทุกข์จะไม่มากกระไรได้ เมื่อพิจารณาด้วยดีก็จะเห็นว่าเป็นความจริงแท้ มิได้เพ่งเล็งไปแต่ในแง่ร้าย

ด้วยเหตุดังนี้เอง ผู้ที่ได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจจากในพระอภิธรรมปิฎกเสียให้พอมีความเข้าใจก็จะมีความเบาสบายและผ่อนคลายลงไปจากความเร่าร้อนลงได้เป็นอันมาก แล้วจะเป็นไปโดยอัตโนมัติด้วย ไม่ต้องไปคิดว่า แล้วแต่กรรมเอาเฉยๆ โดยปราศจากเหตุผลหรือเชื่อเอาลมๆ แล้งๆ ซึ่งช่วยตัวเองให้มีความสุขความสบายได้น้อยมาก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:05:57 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เมื่อ ร่างกาย จำต้องเกี่ยวข้องพัวพันกับจิตใจ ดังนั้น ความกระทบกระเทือนทางร่างกายเกิดขึ้น แล้วจะให้จิตใจมีอารมณ์อยู่เฉยๆ ได้อย่างไร มันก็ย่อมผันผวนไปตามแรงที่มากระทบนั้นๆ

และเมื่อ จิตใจ เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องพัวพันกับร่างกาย ดังนี้ ร่างกายจึงได้รับความกระทบกระเทือนจากจิตทั้งในทางดีหรือในทางร้ายก็ได้

ด้วยเหตุดังกล่าวมา เราจึงแน่แก่ใจได้ว่า เมื่อบุคคลใดครอบคลุมอยู่ด้วยความเสียใจ เศร้าหมองเร่าร้อนอยู่เสมอๆ แล้ว หน้าตาจะสดชื่นยิ้มย่องผ่องใสจะได้อย่างไร การทำงานของร่างกายก็จะเป็นไปตามอำนาจของจิตใจ ที่ไม่ควรจะเป็นไปได้ก็แทรกเข้ามาได้โดยง่าย แม้การย่อยอาหารจะเป็นไปด้วยดีก็ย่อมจะเป็นไปไม่ได้

และเมื่ออาการย่อยอาหารไม่เป็นไปด้วยดีแสียแล้วร่างกายก็จะค่อยๆ ทรุดโทรมลงไปวันละเล็กละน้อย แล้วโรคต่างๆ สารพัดอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ก็แทรกซ้อนเข้ามาได้อย่างสบาย

อาหารที่บริโภคเข้าไปจะต้องผ่านปาจกเตโช คือ ตัวการที่มาช่วยในการย่อยอาหาร โดยทั่วไปเราเรียกกันว่า ไฟธาตุ และ ไฟธาตุนี้มี "กรรม" เป็นสมุฏฐาน แล้วอาหารที่ย่อยเรียบร้อยแล้วจึงกระจายออกไปเลี้ยงร่างกาย ต่อไปจึงได้ผันแปรทำให้รูปใหม่เกิดขึ้นได้ มันจะสืบต่อเป็นไปอยู่เรื่อยๆ เช่นนี้ ไม่ขาดสาย ตั้งแต่เกิดไปจนตาย

แต่อย่างไรก็ดี จิตใจก็เข้าไปมีบทบาทในการช่วยย่อยอาหารอย่างสำคัญ โดยมีความสัมพันธ์กันกับปาจกเตโช ตัวการย่อยอาหารอันเกิดจากสมุฏฐานของอำนาจกรรม และเข้าไปทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนไหวทั้งสนับสนุน โดยช่วยให้อีกหลายส่วนของร่างกายทำการงานได้พร้อมเพียงกัน

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:06:40 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 2



สำหรับอาหารที่เป็นสมุฏฐานให้รูปเกิดชื่อว่า อาหารสมุฏฐาน รูปที่เกิดจากอาหารเป็นสมุฏฐานนั้นชื่อว่า อาหารชรูป

เรื่องราวอันเป็นหลักวิชาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้มอบให้ไว้ในพระอภิธรรมปิฎกนั้นมีมากมายยิ่งนัก จำเป็นที่ผู้ศึกษาจะต้องค่อยๆ ศึกษาตามลำดับไปจึงจะเข้าใจได้ดี

ด้วยเหตุดังนี้เอง เมื่อบุคคลมิได้ศึกษา มิได้มีความเข้าใจชีวิตแล้วไม่ยอมหันหน้าเข้ามาหาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปล่อยให้จิตของตนเป็นไปตามบุญตามกรรม แล้วจะให้มีสุขภาพจิตดีจริงๆ มันจะเป็นไปกระไรได้ เพราะเหตุแวดล้อมที่ประดังเข้ามาทั้งภายนอกและภายในจะหาที่ดีๆ ที่ถูกใจจริงๆ ได้ไม่มากเท่าใดในแต่ละวันๆ ที่ผ่านไป

แม้จะมิได้เป็นเรื่องของความเศร้าหมอง เร่าร้อน หากแต่เพราะศึกษามากหรือครุ่นคิดมาก หรือธุรกิจการงานมากจนเกินไป จิตที่เข้าไปมีบทบาทต่อการย่อยอาหารก็จะต้องลดกำลังลง เพราะจิตถูกใช้ให้ไปทำงานอย่างอื่นมากเกินขอบเขต และเมื่อเป็นเวลานานๆ ต่อไปแล้วจะให้สุขภาพกายสุขภาพจิตดีขึ้นมากระไรได้

มีคนต้องป่วยเจ็บหนักไปจนถึงล้มตายลงไปเพราะคิดมาก แล้วก็ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไร ด้วยมิได้ศึกษาเรื่องของชีวิตจิตใจเป็นจำนวนมิใช่น้อยในปีหนึ่งๆ

บางคนเจ็บป่วยและล้มตายลงไปเพราะเรื่องที่ไม่สำคัญเท่าใดนัก เพราะอดคิดมากไม่ได้ ด้วยฝึกหัดเสียจนเคยมาในอดีตที่ชีวิตมีความคับขัน (ขอเชิญอ่านพุทธวิธีชนะทุกข์)

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:07:13 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 3



ตามที่ผมเคยทราบมาเป็นเวลานานแล้ว ซึ่งในเวลานั้นวัตถุยังมิได้เจริญเหมือนในขณะนี้ ผู้คนพลเมืองก็ยังมิได้ล้นหลามจนรัฐต้องพยายามสอนให้ประชาชนคุมการเกิด แม้กระนั้นก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ในต่างประเทศท่านหนึ่งได้กล่าวว่า ประชาชนที่อยู่ในเมืองหลวงของประเทศที่เจริญในทางวัตถุนั้น ตามห้องนอนของเขาเต็มไปด้วยยานอนหลับและคนป่วยที่ป่วยเจ็บทางกายแท้ๆ แต่สืบเนื่องมาจากทางจิตเป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคทางกายขึ้นกับคนในเมืองหลวงในจำนวน ๓ จะมีคนป่วยทางกายจริงๆ มีเพียง ๒ เท่านั้น ส่วนคนเป็นโรคจิตและคนฆ่าตัวตายนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และบัดนี้เพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจและไม่น่าจะเป็นไปได้

มนุษย์อวดอ้างว่ามีความเจริญซึ่งก็เป็นความจริง แต่เป็นไปในด้านวัตถุ ส่วนจิตใจหาได้เจริญตามไปทันได้ไม่

ถ้าสุขภาพจิตเสียหายเสียแล้ว ก็ย่อมจะเป็นโรคต่างๆ ได้สารพัดโรค แม้โรคบางโรคที่เกิดขึ้นทางร่างกายแท้ๆ เช่น โรคผิวหนัง แผลหรือฝี ไปจนถึงเป็นเหน็บชา และเป็นอัมพาต

เมื่อสุขภาพจิตดี มีจิตใจแจ่มใส มองเห็นอาหารที่ตนชอบใจเข้าแล้ว น้ำลายก็ไหลออกมามากมาย แล้วจะให้การย่อยอาหารไม่เป็นผลดีได้หรือ

อย่างไรก็ดีเมื่อสุขภาพจิตเสียหาย การย่อยอาหารก็ย่อมจะได้รับผลดีไม่ได้ แล้วโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็พากันกลุ้มรุมเข้ามาจนบางคนสุดแสนที่จะทนได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:07:40 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 4



เมื่อประมาณ ๔๐ ปีเศษมาแล้ว ชายผู้หนึ่งเฝ้าแต่ครุ่นคิดในธุรกิจการค้าซึ่งต้องต่อสู้กันอย่างหนักหน่วงจนเกิดความวิปริตขึ้นกับระบบการย่อยอาหาร ปาจกเตโช คือ ไฟธาตุอันเกิดขึ้นมาเพราะอำนาจของกรรมที่ได้กระทำเอาไว้ในอดีตเป็นสมุฎฐานก็เข้ามาเสริม การย่อยจึงไม่ทำงานตามปกติและเพราะเขาทุ่มโถมตัวเองลงไปอย่างเต็มที่เพื่อหวังจะตั้งหลักฐานให้เป็นปึกแผ่นในธุรกิจการค้า ซึ่งมีผู้คนมากหน้าหลายตาต่างก็พากันคิดและพากันทำเหมือนกัน

ดังนั้นจึงต้องต่อสู้กันเป็นสามารถ ความครุ่นคิดแก้ปัญหาจึงเป็นไปทั้งกลางคืนและกลางวัน นานปีเข้า ร่างกายก็ทนไม่ไหว ร่างกายได้ค่อยๆ ประกาศตัวของมันออกมาให้ได้รับรู้เอาไว้แล้วจะได้รีบแก้ไข

เพราะการย่อยอาหารเสียหาย ท้องอืดเฟ้อเป็นประจำ กินอะไรๆ ลงไปแล้วก็ย่อยไม่ค่อยจะได้ จึงอ่อนเพลียไม่มีแรง เดินไม่ค่อยจะไหว ร่างกายขาดอาหารขนาดหนักทั้งๆ ที่มีเงินเต็มกระเป๋าแล้วนอนหลับได้ยาก หัวใจก็สั่นผิดปกติ เพราะตรวจแล้วแพทย์พบว่า กระเพาะอาหารขยายตัวขึ้นมาดันกระบังลมแล้ว จึงทำให้หัวใจเต้นผิดปกติไป จนนอนหลับได้ยากต้องนั่งเอนๆ

แปลกแท้ๆ เขาเป็นโรคขาดอาหาร ทั้งๆ ที่มีอาหารสารพัดอย่าง การตรวจและรักษาที่คลีนิคหลายแห่ง ตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่ง แต่เพราะเป็นมาหลายปี บางท่านบอกว่าหมดยาทุกอย่างแล้ว เพราะในเวลานั้นเมื่อ ๔๐ ปีเศษ โรคอันเกิดจากจิตยังไม่ค่อยมีผู้ใดทราบแพร่หลาย จนพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง (แพทย์เฉพาะโรคและตัวของนายแพทย์เองก็เป็นด้วย) และกับแพทย์โรงพยาบาลโรคจิต บอกว่าไม่มีวันจะหาย ถ้ามิได้แก้ไขทางจิตใจ เพราะการงานวุ่นวายและรับผิดชอบมากจนเกินไป

เมื่อเขาได้ถอยความวุ่นวายลงมา เพราะหาผู้ที่มีความสามารถช่วยงานได้ จึงได้หาโอกาสหยุดพักบ้าง โดยแยกตัวออกมาศึกษาเรื่องของจิตใจจากในพระอภิธรรมปิฎกและปฏิบัติไปวันละเล็กละน้อย ประกอบทั้งกินอาหารให้ถูกต้อง เป็นอาหารที่ตกลงไปสู่กระเพาะแล้วย่อยง่ายและจะบูดช้าที่สุด ดังนั้น ถ้ามันจะเกิดแก๊สขึ้นมาก็คงจะไม่มากนัก เพราะเวลาที่นานก่อนจะบูดนั้นก็จะถูกย่อยไปเสียมากแล้ว

นอกจากนี้ห้ามไม่ให้กินอาหารบางอย่างที่ใครๆ ว่าดี ว่ามันมีกำลังแต่บูดเร็ว เพราะภายในกระเพาะอาหารนั้นมีแก๊สมากอยู่แล้ว อาหารที่ว่าดีตกลงไปภายในเวลาไม่ช้ามันก็เริ่มมีแก๊สมากขึ้นมาอีก

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:12:41 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 5



นอกจากนั้น ก็มิใช่กินอาหารที่ว่านี้ตลอดเวลาและตลอดไป ให้กินอาหารที่ว่านี้เมื่อเริ่มรู้สึกว่าทำท่าจะไม่ดีเท่านั้น เพียงวันหรือสองวันก็เห็นผล แล้วก็กำหนดเอาเองได้ว่าควรจะกินอาหารดังกล่าวนี้ ที่การย่อยทำท่าจะไม่ดีสักกี่วัน

เราทั้งหลายหนีบาดแผลที่ติดตัวมาจากอดีตไปไม่พ้น บางคนก็เป็นแผลเล็ก บางคนก็เป็นแผลฉกรรจ์ เป็นแผลที่ร่างกาย เป็นแผลที่จิตใจ หรือที่เรียกกันว่าแผลหัวใจ ทั้งๆ ที่แผลทั้งหลายมันเป็นอดีตไปแล้ว บางทีก็เป็นอดีตที่แสนไกล แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังอดคิดถึงมันไม่ได้ เหมือนมันมีมนต์มีเสน่ห์ดึงดูดหัวใจ ทั้งๆ ที่ทราบเป็นอย่างดีว่า ถึงอย่างไรก็ไม่มีหนทางแก้ไข และถึงแม้จะทราบดีว่า ขืนคิดมากจะเป็นตัวก่อให้สุขภาพกายสุขภาพจิตเสียหาย แต่ก็อดคิดไม่ได้อยู่นั่นเอง แล้วจะทำอย่างไรเล่า ด้วยเหตุที่เป็นคนช่างคิด แล้วเป็นคนช่างคิดมากเสียจนเคยตัวแล้ว ซึ่งมิได้ฝึกหัดกันวัน ๒ วัน หรือเดือน ๒ เดือน

เราทั้งหลาย ถึงแม้ว่ามิได้คิดถึงบาดแผลเก่าที่เกิดขึ้นมา ไม่ว่าบาดแผลทางร่างกายหรือบาดแผลหัวใจก็ตาม แต่ก็อดคิดเป็นกังวล ห่วงใย ทุกข์ร้อนในเรื่องที่ยังมิได้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะบางคนยังกังวลในอนาคตที่แสนไกลเสียอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร่างกาย จิตใจ สามี ภรรยา บุตร ธิดา ญาติมิตร เศรษฐกิจ สังคม กลัวแผลจะเกิดขึ้นมาใหม่ แม้จะทราบเป็นอย่างดีว่าไม่ควรคิด ไม่ควรเพ่งเล็งไปแต่ในแง่ร้าย เพราะจะทำให้สุขภาพกาย สุขภาพจิตเสียหาย แต่ก็อดคิดไม่ได้ เพราะได้เคยฝึกหัดการคิดเช่นนี้มาเสียจนมีความสันทัดจัดเจนเป็นเวลานานมาแล้ว

ความเศร้าหมองเร่าร้อนเกิดขึ้นเพราะเงินทองไม่มีใช้และเป็นหนี้สินรุงรัง แต่บางคน เงินทองมีใช้มากมาย มิได้เดือดร้อนเลยแม้แต่น้อย แต่ความเศร้าหมองเร่าร้อนก็เกิดขึ้นมาจนได้ เพราะเป็นคนชอบยกเอาเรื่องหยุมหยิมต่างๆ ขึ้นมาคิดเป็นกังวล ห่วงใย หรือเดือดร้อนใจจนเกินขอบเขตไป

นอกจากนี้ความรู้สึกว้าเหว่ กังกวล ทุกข์ร้อน เพราะความชราหรือเพราะความป่วยไข้และเหตุอื่นๆ อีกมากหลาย ได้ระดมเข้ามาจากทุกทิศทุกทางที่กำลังได้ประสบอยู่ก็เกิดขึ้นเสมอๆ ในปัจจุบัน ผู้สูงอายุแล้วจะให้ลูกหลานที่อายุน้อยเข้ามาสนทนาปราศัยใกล้ชิดสนิทสนมเหมือนในอดีตที่เคยเลี้ยงดูอยู่คลุกคลีมากับเขา จะให้เหมือนเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันจะได้อย่างไร ผู้ป่วยไข้ก็เหมือนกัน จะให้ลูกหลานญาติมิตร เข้ามาปรนนิบัติพัดวี รับใช้อย่างใกล้ชิดอยู่เสมอตลอดเวลาจะได้หรือ เขาจะต้องทำอาชีพ เขาจะต้องเข้าสังคมในหมู่คณะของเขา ฯลฯ

ก็น่าเห็นใจเขาเหมือนกัน เพราะต่างชั้นต่างวัยกันมาก แล้วจะให้เขาใช้เวลาส่วนใหญ่มารื่นเริงบันเทิงใจกับเรานานนักหรือมากนักเขาก็ทนไม่ไหว

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:13:16 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 6



ปัญหาอันยิ่งใหญ่และสำคัญก็คือ จะทำอย่างไร ความวิตกกังวล เศร้าหมอง เร่าร้อน ความช่างคิดมากเหล่านี้ จึงจะลดน้อยถอยลงไป มิฉะนั้นแล้วก็จะหาความสุขให้แก่ตนเองไม่ได้อย่างแน่นอน

แน่ละ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องกระทำแม้ปัญหานั้นจะยิ่งใหญ่สักเพียงใดหรือไม่ก็ตาม เพราะเรายังอาศัยอยู่ในโลก แต่เรื่องสำคัญที่สุดนั้นมันอยู่ที่ว่าส่วนมากเราได้สร้างนรกขึ้นมาเอง แล้วเราก็ตกลงไปเสียเอง เราพยายามสร้างความเร่าร้อนขึ้นมา แล้วเราก็ฝังตัวเองลงไปอยู่ในความเร่าร้อนนั้นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมาเป็นอดีตไปนานแล้วก็อดนำมาคิดเศร้าหมองไม่ได้ และบางเรื่องยังมิได้เกิดขึ้นเลยเป็นเรื่องในอนาคตแท้ๆ หากแต่เราก็สร้างเรื่องให้เศร้าหมองเกิดขึ้นมาจนได้

แม้จะเป็นเรื่องในปัจจุบัน แทนที่เราจะคิดและหาหนทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นมา เพื่อช่วยตัวเองกลับแทรกตัวลงไปในความเร่าร้อนที่เราสร้างขึ้นมาอีกจนได้ การแก้ปัญหาจึงเป็นไปด้วยความยากยิ่ง

บางทีสร้างนรกขึ้นมาเองแล้วก็ตกนรกลงไปเสียเองมาเป็นเวลาช้านาน ครั้นถึงคราวเข้าจริงๆ เรื่องมันมิได้เป็นไปดังที่ได้คิด ได้วาดภาพที่น่าหวั่นไหว หวาดกลัวล่วงหน้าเอาไว้ ก็เป็นอันว่าต้องตกนรกผรีๆ ไปเท่านั้นเอง

สุภาพสตรีผู้หนึ่ง พรรณนาให้ผมฟังว่า มีความทุกข์อย่างเหลือเกิน เพราะสามีทำงานมีหลักฐานง่อนแง่นอยู่สักหน่อย อาจจะอยู่ไม่ได้นานนัก ถ้าสามีต้องออกจากงานเธอก็แย่ เพราะต้องเลี้ยงลูกถึง ๒ คนที่ยังไม่โต แล้วเธอก็ยากจนมิได้มีอาชีพอะไร เธอเฝ้าคิดไม่สบายมา 2 ปีแล้ว กลางคืนก็นอนหลับไม่สนิท แม้จะพยายามคิดว่าไม่เป็นอะไร แต่ก็อดคิดเป็นกังวลไมได้

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:13:51 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 7



ผมได้ตั้งคำถามเธอว่า คิดทุกข์ร้อนล่วงหน้ามาเป็นเวลาตั้ง ๒ ปี เดี๋ยวนี้สามีก็ยังไม่ได้ออกจากงานทุกข์ร้อนที่ผ่านมาแล้ว ขาดทุนไปเสียเปล่าๆ ไม่ควรเลยที่จะคิดมาก ควรคิดแต่จะแก้ปัญหาเท่านั้น เธอได้ตอบว่า จะให้ทำอย่างไรเล่าก็อดคิดไม่ได้

สุภาพสตรีผู้มีอายุอีกผู้หนึ่ง เฝ้าแต่พร่ำพูดด้วยความทุกข์ร้อนในเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับตนเพราะหมอดูได้ทายเอาไว้เช่นนั้น หมอดูเขาทายว่า ตาไม่บอด หูก็จะหนวก หูไม่หนวก จมูกก็จะโหว่ พอเคืองตาขึ้นมาก็นึกถึงคำที่หมอทายว่า ตาจะบอด ตอนไปผ่าตัดตาเป็นต้อกระจก ก็พูดแต่เรื่องที่หมอดูเขาทายเอาไว้ พอเป็นหวัดมากๆ ก็คิดถึงแต่เรื่องจมูกโหว่ เดี๋ยวนี้อายุเกินกว่า ๘๐ ปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นเป็นดังที่ว่าสักอย่าง อุตส่าห์สร้างนรกขึ้นมาแล้วก็ตกลงไปเสียเองเป็นเวลานาน

แน่นอนทีเดียว เมื่อมีปัญหาก็จำเป็นจะต้องคิด จะต้องแก้ปัญหาไปเท่าที่จะทำได้ แต่มิใช่เฝ้าครุ่นคิดเศร้าหมองหรือเฝ้าแต่ฟูมฟายน้ำตาแล้วพรรณนาหรือด่าว่าผู้ที่ทำให้เดือดร้อน หรือโทษโน่น โทษนี่ โทษคนโน้น โทษคนนี้ ตลอดไปจนโทษไปถึงดินฟ้าอากาศว่ามาทำให้คนได้รับความลำบาก

ถ้าเราจะสังเกตดูเด็กๆ ให้ดี ก็จะเห็นว่า เด็กทั้งหลายไม่ว่าเด็กหญิงหรือเด็กชายต่างก็พากันซุกซน ต่างก็พากันเล่นสนุกไปตามประสาของเด็ก ไม่ค่อยจะมีเวลาหยุดนิ่งเลย เขาทั้งหลายจะเคลื่อนไหวอิริยาบถหรือกระโดดโลดเต้นไปตามอัธยาศัยของเขา เวลาที่จะหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ นอกจากจะนอนหลับสนิทแล้วหายากมาก ทั้งจิตใจก็รื่นเริงสดใสไม่ค่อยได้คิด วิตก กังวลอะไรมากนัก แม้จะคิดก็เลิกคิดได้โดยรวดเร็ว ดังนั้น เด็กจึงเจริญเติบโตและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เข้ามาเบียดเบียนไม่สู้มาก

ผิดกับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ชอบนั่ง ชอบนอน นั่งคิด นั่งเขียนเกือบทั้งวัน แม้จะออกกำลังบ้างก็ไม่สู้มาก วันละครั้งสองครั้งเท่านั้น บางคนก็นิดๆ หน่อยๆ ด้วยเหตุนี้จึงได้ร้องครวญครางโอยๆ เมื่องจะนั่ง จะลุก หรือจะขยับเขยื้อนร่างกาย มิหนำซ้ำจิตใจยังช่างคิดในเรื่องร้อยแปดพันประการ ช่างวิตก กังวล ในเรื่องสารพัดยอ่างที่เกิดขึ้นแล้ว หรือเกรงว่าจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ด้วยเหตุดังนี้เองสุขภาพกายสุขภาพจิตจึงได้ทรุดโทรมหรือเสื่อมทรามลงไปเรื่อยๆ

เด็กคนหนึ่งได้รับการตรวจจากแพทย์แล้วว่าเป็นมะเร็งหลังจากตรวจโรคแล้วเขาเป็นปกติทุกๆ อย่าง ก็ไปโรงเรียน วิ่งและเล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนานเหมือนกับในวันก่อนๆ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ก็เพราะเขาไม่ทราบว่า มะเร็งนั้นเป็นโรคร้ายแรงอย่างไร ตรวจแล้วจึงมิได้เอาใจใส่อีกต่อไป แต่ถ้าเป็นกับผู้ใหญ่แล้ว จิตใจก็จะเศร้าหมอง ครุ่นคิดแต่เรื่องจะรักษาที่ไหน ต้องใช้เงินทองมากเท่าใด จะหายหรือไม่ และมักครุ่นคิดแต่เรื่องที่จะต้องตายจากผู้อันเป็นที่รักไป บางคนมะเร็งเพิ่งจะตั้งต้นเท่านั้นก็ตีโพยตีพายพูดแต่เรื่องโรคภัยนี้เป็นการใหญ่

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:14:34 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 8



ถ้าผู้สูงอายุและผู้ป่วยไข้ได้ศึกษาพระอภิธรรมซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของชีวิตเสียให้มีความเข้าใจบ้าง ก็จะช่วยให้ความเศร้าหมองเร่าร้อนได้บรรเทาลงได้เป็นอันมาก ความแช่มชื่นแจ่มใสจะได้พลุ่งโพลงขึ้นมาในดวงใจ เพราะผู้ศึกษาทราบมาอย่างจริงแท้แน่นอนว่า ได้เผชิญกับความตายจากในอดีตชาติมานับครั้งไม่ได้แล้ว จะกลัวอะไรกับความตายในชาตินี้ หากแต่คิดเตรียมตัวอย่างไรจึงจะให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้เท่านั้น

นอกจากศึกษาเล่าเรียนแล้ว จะบริจาคทาน จะรักษาศีล จะสวดมนต์ จะทำสมาธิ จะทำวิปัสสนา จะกำหนดจิตให้ทันต่ออารมณ์เพื่อสร้างสติเท่าที่จะทำได้ เพื่อสะกัดกั้นความเศร้าหมองเร่าร้อนให้เกิดขึ้นได้ยากลำบาก เตรียมพร้อมเอาไว้ในการเดินทางไกล เพื่อว่าจะออกเดินทางในเวลาไหนก็ได้ จะได้ไม่ลืมว่ายังขาดอะไรที่มิได้เอาติดตัวไปในการเดินทางไกล แล้วจะไม่หวั่นไหวอะไรเพราะว่าได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว แล้วเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดที่จะให้ติดตัวไปได้เสียด้วย นั่นก็คือ "ปัญญา" ในปัญหาของชีวิตจิตใจจากในพระอภิธรรมปิฎก

ถ้าคิดเรื่องที่ไม่ดีที่ต้องเสียใจหรือไม่สบายใจก็ย่อมจะทราบอย่างแน่นอนว่า เป็นบาป ไม่ควรคิด ถ้าอดคิดไม่ได้ควรจะทำอย่างไรก็มีความเข้าใจแล้วก็ช่วยตัวเองได้ (อาจต้องใช้อำนาจจิตหรือการสะกดจิตช่วย)

เมื่อจิตรู้สึกกังวล เศร้าหมอง เร่าร้อน ก็มีความรู้ความเข้าใจที่จะระงับยับยั้งได้ เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดงเอาไว้แล้วทั้งนั้นถ้าจะฝึกฝนก็ไม่นานเท่าใด (ขอเชิญอ่านหนังสือชื่อพุทธวิธีชนะทุกข์และการทำสมาธิ)

ในวัยที่มีอายุมากหรือในเวลาป่วยไข้ เพราะทราบเป็นอย่างดีว่า จิตใจนั้นย่อมจะมีบทบาทกับร่างกายมิใช่เล็กน้อย แม้ถึงจะอย่างไรก็จะไม่ทอดอาลัยในชีวิต ถึงอย่างไรก็จะไม่พูดว่าแล้วแต่กรรม แล้วแต่กรรม หรือปล่อยปละละเลยให้ชีวิตเป็นไปตามบุญตามกรรม ก็จะบริหารจิต ก็จะบริหารกายเท่าที่จะทำได้ และเท่าที่ช่องโอกาสจะอำนวยหรือเปิดให้แล้วจะปฏิบัติอยู่เสมอๆ เพราะทราบดีว่ากรรมในปัจจุบันเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญ และถ้ามิได้แก้ไขทั้งทางร่างกายและจิตใจ โรคภัยไข้เจ็บจะทรุดหรือเปิดช่องรองรับโรคอื่นๆ อีกมากได้ เพราะความอ่อนแอที่ตนเองได้สร้างขึ้นไว้อยู่ตลอดเวลา

โปรดติดตามตอนต่อไป

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [14 ส.ค. 2551 , 07:15:02 น.] ( IP = 58.9.140.110 : : )


  สลักธรรม 9


มาศึกษาต่อแล้วค่ะ ...นับเป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์ไม่น้อยเลยเพราะทำให้ทราบชัดถึงความสำคัญของใจและความสัมพันธ์กับกายในเรื่องของโรคภัย

กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะที่นำมาให้ศึกษา

โดย น้องกิ๊ฟ [14 ส.ค. 2551 , 16:40:36 น.] ( IP = 125.27.173.116 : : )


  สลักธรรม 10

เมื่อจิตเศร้าหมอง สุขภาพจิตเสีย ก็ย่อมจะเป็นโรคต่างๆ ได้สารพัด

กราบขอบพระคุณค่ะ..ที่นำธรรมะมาฝากค่ะ

โดย เซิ่น [14 ส.ค. 2551 , 23:19:00 น.] ( IP = 58.8.52.144 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org