| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ความสุขที่ถูกมองข้าม
สลักธรรม 1แต่ถ้าเราอยากจะค้นพบคำตอบให้มากกว่านี้ ก็น่าจะย้อนถามตัวเองด้วยว่า ทำไมถึงไม่หยุดซื้อแผ่นซีดีเสียทีทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วนับหมื่นแผ่น ทำไมถึงไม่หยุดซื้อเสื้อผ้าเสียทีทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วเกือบพันตัว ทำไมถึงไม่หยุดซื้อรองเท้าเสียทีทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วนับร้อยคู่
แผ่นซีดีที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนฟังทั้งชาติก็ยังไม่หมด ในทำนองเดียวกัน เสื้อผ้า หรือรองเท้า ที่มีอยู่มากมายนั้น บางคนก็เอามาใส่ไม่ครบทุกตัวหรือทุกคู่ด้วยซ้ำ มีหลายตัวหลายคู่ที่ซื้อมาโดยไม่ได้ใช้เลย แต่ทำไมเราถึงยังอยากจะได้อีกไม่หยุดหย่อน
ใช่หรือไม่ว่า สิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือนั้นไม่ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าสิ่งที่ได้มาใหม่ มีเสื้อผ้าอยู่แล้วนับร้อยก็ไม่ทำให้จิตใจเบ่งบานได้เท่ากับเสื้อ ๑ ตัวที่ได้มาใหม่ มีซีดีอยู่แล้วนับพันก็ไม่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นได้เท่ากับซีดี ๑ แผ่นที่ได้มาใหม่ ในทำนองเดียวกันมีเงินนับร้อยล้านในธนาคารก็ไม่ทำให้รู้สึกปลาบ ปลื้มใจเท่ากับเมื่อได้มาใหม่อีก ๑ ล้าน
พูดอีกอย่างก็คือ คนเรานั้นมักมีความสุขจากการได้ มากกว่าความสุขจากการมี มีเท่าไรก็ยังอยากจะได้มาใหม่ เพราะเรามักคิดว่าของใหม่จะให้ความสุขแก่เราได้มากกว่าสิ่งที่มีอยู่เดิม
บ่อยครั้งของที่ได้มาใหม่นั้นก็เหมือนกับของเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่เพียงเพราะว่ามันเป็นของใหม่ ก็ทำให้เราดีใจแล้วที่ได้มา จะว่าไปนี่อาจเป็นสัญชาตญาณที่มีอยู่กับสัตว์หลายชนิดไม่เฉพาะแ ต่มนุษย์เท่านั้น ถ้าโยนน่องไก่ให้หมา หมาก็จะวิ่งไปคาบ แต่ถ้าโยนน่องไก่ชิ้นใหม่ไปให้ มันจะรีบคายของเก่าและคาบชิ้นใหม่แทน ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองชิ้นก็มีขนาดเท่ากัน ไม่ว่าหมาตัวไหนก็ตาม ของเก่าที่มีอยู่ในปากไม่น่าสนใจเท่ากับของใหม่ที่ได้มาโดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2551 , 09:12:51 น.] ( IP = 58.9.144.67 : : )
สลักธรรม 2ถ้าหากว่าของใหม่ให้ความสุขได้มากกว่าของเก่าจริง ๆ เรื่องก็น่าจะจบลงด้วยดี แต่ปัญหาก็คือของใหม่นั้นไม่นานก็กลายเป็นของเก่า และความสุขที่ได้มานั้นในที่สุดก็จางหายไป ผลก็คือกลับมารู้สึก "เฉย ๆ" เหมือนเดิม และดังนั้นจึงต้องไล่ล่าหาของใหม่มาอีก เพื่อหวังจะให้มีความสุขมากกว่าเดิม แต่แล้วก็วกกลับมาสู่จุดเดิม เป็นเช่นนี้ไม่รู้จบ น่าคิดว่าชีวิตเช่นนี้จะมีความสุขจริงหรือ ?
เพราะไล่ล่าแต่ละครั้งก็ต้องเหนื่อย ไหนจะต้องขวนขวายหาเงินหาทอง ไหนจะต้องแข่งกับผู้อื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ ครั้นได้มาแล้วก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ ไม่ให้ใครมาแย่งไป แถมยังต้องเปลืองสมองหาเรื่องใช้มันเพื่อให้รู้สึกคุ้มค่า ยิ่งมีมากชิ้นก็ยิ่งต้องเสียเวลาในการเลือกว่าจะใช้อันไหนก่อน ทำนองเดียวกับคนที่มีเงินมาก ๆ ก็ต้องยุ่งยากกับการตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวลอนดอน นิวยอร์ค เวกัส โตเกียว มาเก๊า หรือซิดนีย์ดี
ถ้าเราเพียงแต่รู้จักแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ชีวิตจะยุ่งยากน้อยลงและโปร่งเบามากขึ้น อันที่จริงความพอใจในสิ่งที่เรามีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่เป็นปัญหาก็เพราะเราชอบมองออกไปนอกตัว และเอาสิ่งใหม่มาเทียบกับของที่เรามีอยู่ หาไม่ก็เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เมื่อเห็นเขามีของใหม่ ก็อยากมีบ้าง คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เราทุกข์ได้บ่อยครั้งเท่ากับการชอบเปรียบ เทียบตัวเองกับคนอื่น การเปรียบเทียบจึงเป็นหนทางลัดไปสู่ความทุกข์ที่ใคร ๆ ก็นิยมใช้กัน
นิสัยชอบเปรียบเทียบกับคนอื่น ทำให้เราไม่เคยมีความพอใจในสิ่งที่ตนมีเสียที แม้จะมีหน้าตาดี ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่สวย เพราะไปเปรียบเทียบตัวเองกับดาราหรือพรีเซนเตอร์ในหนังโฆษณาโดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2551 , 09:16:01 น.] ( IP = 58.9.144.67 : : )
สลักธรรม 3การมองแบบนี้ทำให้ "ขาดทุน" สองสถาน คือนอกจากจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยังเป็นทุกข์เพราะไม่ได้สิ่งที่อยาก พูดอีกอย่างคือไม่มีความสุขกับปัจจุบัน แถมยังเป็นทุกข์เพราะอนาคตที่พึงปรารถนายังมาไม่ถึง
ไม่มีอะไรที่เป็นอุทธาหรณ์สอนใจได้ดีเท่ากับนิทานอีสปเรื่องหมา คาบเนื้อ คงจำได้ว่า มีหมาตัวหนึ่งได้เนื้อชิ้นใหญ่มา ขณะที่กำลังเดินข้ามสะพาน มันมองลงมาที่ลำธาร เห็นเงาของหมาตัวหนึ่ง (ซึ่งก็คือตัวมันเอง) กำลังคาบเนื้อชิ้นใหญ่ เนื้อชิ้นนั้นดูใหญ่กว่าชิ้นที่มันกำลังคาบเสียอีก ด้วยความโลภ (และหลง) มันจึงคายเนื้อที่คาบอยู่ เพื่อจะไปคาบชิ้นเนื้อที่เห็นในน้ำ ผลก็คือเมื่อเนื้อตกน้ำ ชิ้นเนื้อในน้ำก็หายไป มันจึงสูญทั้งเนื้อที่คาบอยู่และเนื้อที่เห็นในน้ำ
บ่อเกิดแห่งความสุขมีอยู่กับเราทุกคนในขณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เรามองข้ามไปหรือไม่รู้จักใช้เท่านั้น เมื่อใดที่เรามีความทุกข์ แทนที่จะมองหาสิ่งนอกตัว ลองพิจารณาสิ่งที่เรามีอยู่และเป็นอยู่ ไม่ว่า มิตรภาพ ครอบครัว สุขภาพ ทรัพย์สิน รวมทั้งจิตใจของเรา ล้วนสามารถบันดาลความสุขให้แก่เราได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่เรารู้จักชื่นชม รู้จักมอง และจัดการอย่างถูกต้องเท่านั้น
แทนที่จะแสวงหาแต่ความสุขจากการได้ ลองหันมาแสวงหาความสุขจากการมี หรือจากสิ่งที่มี ขั้นต่อไปคือการแสวงหาความสุขจากการให้
กล่าวคือยิ่งให้ความสุข ก็ยิ่งได้รับความสุข สุขเพราะเห็นน้ำตาของผู้อื่นเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม และสุขเพราะภาคภูมิใจที่ได้ทำความดีและทำให้ชีวิตมีความหมาย จากจุดนั้นแหละก็ไม่ยากที่เราจะค้นพบความสุขจากการ ไม่มี นั่นคือสุขจากการปล่อยวาง ไม่ยึดถือในสิ่งที่มี และเพราะเหตุนั้น แม้ไม่มีหรือสูญเสียไป ก็ยังเป็นสุขอยู่ได้
เกิดมาทั้งที น่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับความสุขจากการ ให้ และ การ ไม่มี เพราะนั่นคือสุขที่สงบเย็นและยั่งยืนอย่างแท้จริง
คัดลอกมาจากhttp://www.dhammajak.net/book-paisan/13.html
![]()
โดย ทับตะวัน...นำมาฝาก [15 ส.ค. 2551 , 09:22:37 น.] ( IP = 58.9.144.67 : : )
สลักธรรม 4มาอ่านเรื่องดีๆ ที่อ่านแล้วทำให้รู้จักใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้ง่ายขึ้น
ขอบพระคุณมากค่ะที่นำมาฝากโดย น้องกิ๊ฟ [15 ส.ค. 2551 , 11:34:30 น.] ( IP = 125.27.174.32 : : )
สลักธรรม 5
มาสัมผัสกับความสุขที่ถูกมองข้ามไปค่ะ ซึ่งเป็นความสุขที่ไม่ต้องดิ้นรนขวนขวายให้เหนื่อยเลย...
กราบขอบพระคุณมากค่ะสำหรับคติสอนใจที่นำมาฝาก....อนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [15 ส.ค. 2551 , 12:10:17 น.] ( IP = 124.121.176.185 : : )
สลักธรรม 6ความสุขจากการให้ จากสิ่งที่มีอยู่ เป็นความสุขใจที่สามารถเกิดได้โดยไม่ต้องแสวงหา
ขอบพระคุณค่ะ...ที่นำสิ่งดีๆ มาฝากค่ะโดย เซิ่น [15 ส.ค. 2551 , 20:20:31 น.] ( IP = 58.8.53.237 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำข้อคิดที่ดีมาฝาก
ทำให้มองเห็นว่า ทางแห่งความสุขแท้จริง
เริ่มจากการหัดมองให้ถูก
สุขจากการให้ และสุขกับการทำดีที่เกิดกับตนเองและยื่นให้กับผู้อื่นโดย น้องอุ๊ [16 ส.ค. 2551 , 09:46:13 น.] ( IP = 125.24.15.156 : : )
สลักธรรม 8หากคนทั้งประเทศใช้เวลาสัก 5 นาทีอ่านข้อความนี้ เชื่อว่าประเทศไทย จะมีความสุขมากว่านี้แน่นอนคับ
โดย น้องบู [18 ส.ค. 2551 , 11:53:26 น.] ( IP = 124.120.182.180 : : )
สลักธรรม 9ดีมากครับ เป็นข้อคิดที่ดีมากๆ
ทำไมจึงหยุดความอยากได้สิ่งของใหม่ ๆ ไม่ได้
ถ้าหยุดได้ เงินหมื่นล้านก็ไม่จำเป็นต้องหา
ขอขอบพระคุณอย่างสูงโดย ชลอ ลาดกับบาง [20 ส.ค. 2551 , 11:16:17 น.] ( IP = 58.8.167.71 : : )
สลักธรรม 10
เป็นข้อคิดที่ตีแผ่สัญชาตญาณของมนุษย์และสัตวโลกได้ดีมากค่ะ ในเรื่องของกิเลสที่สั่งสมอยู่ในจิต ที่ทำให้มีความอยากได้ในสิ่งใหม่ๆเรื่อยไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด
ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องอาศัยหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเรื่องความสันโดษ ยินดีในสิ่งที่พึงมีพึงได้
เมื่อมีความสุขจากความสันโดษ ก็สามารถแบ่งปันความสุขให้ผู้อื่นด้วยการเสียสละ คือจาคะ
และเพื่อบรรลุเป้าหมายอันสูงสุด คือบรมสุขที่ทุกคนต้องการ ด้วยการปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นจากอุปาทานความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน เห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีตัวตน ไม่สามารถบังคับบัญชาได้
กราบขอบพระคุณมากค่ะที่นำสิ่งดีๆมาฝากให้เกิดความคิดต่อเนื่องที่เป็นประโยชน์ค่ะโดย ธัญธร [20 ส.ค. 2551 , 14:05:21 น.] ( IP = 118.173.37.205 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |