มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อยู่ด้วยรัก (๒)




ธรรมบรรยายโดย หลวงพ่อเสือ


เรื่อง...อยู่ด้วยรัก


ตอนที่ผ่านมา

ทำไมเราจึงจำอดีตชาติไม่ได้ ถามตัวเราเองแล้วหันกลับมาดูตัวเอง วันหนึ่งๆแต่ละวันนี่ อย่าเพิ่งพูดถึงชาติที่แล้ว วันนี้ตั้งแต่เช้าจนถึง ๑๑.๐๐ นาฬิกานี่ เราทำอะไรมาบ้าง เราเห็นมากี่อย่าง ได้ยินมากี่เสียง เสียงอะไรบ้าง เราพอใจมากี่ครั้ง เสียใจมากี่อารมณ์ จำได้หมดไหมลูก ไม่หมด ทำไมจึงจำได้ไม่หมด ก็เพราะว่า เรานี้มิมีสติตั้งมั่นในการกระทำเลย แม้แต่ปัจจุบันคือวันนี้ เพิ่งผ่านไปใหม่ๆเรายังจำไม่ได้ จะจำชาติอดีตได้อย่างไร

การเกิดเป็นของสำคัญมากที่เราน่าจะต้องเรียนและทำความเข้าใจ การเกิดนั้นไม่ใช่เป็นของดีเลย จะเกิดเป็นคนชั้นใด ผิวพรรณใด วรรณะใด เพศใด ศาสนาใด หรือชนชาติใดก็แล้วแต่ ไม่มีใครสักคนเดียวปฏิเสธไม่พ่วงเอาทุกข์ติดตามมาด้วยได้ เมื่อมีเกิดขึ้นมาแล้ว ต้องมีเติบโต เสื่อมชราและมรณะ คือ เกิด แก่ แล้วตาย นี่คือทุกข์ประจำ นอกนั้นยังมีทุกข์จรเบ็ดเตล็ด เช่นความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความบ่นเพ้อรำพัน ปรารถนาสิ่งใดไม่สมความปรารถนา สิ่งนี้จะมีมาได้ก็ต่อเมื่อมีเกิดขึ้นมาก่อน การดำเนินชีวิตของคนทั่วไป แบ่งออกได้เป็น ๓ ลักษณะคือ

๑.บางคนหรือบางกลุ่ม ดำเนินชีวิตไปด้วยโลกียธรรมเป็นใหญ่ ชีวิตของคนกลุ่มนี้ หรือคนนี้จะต้องคลุกเคล้าด้วยโลกธรรม ๘ ประการ ชีวิตปนเปหมุนเวียนไปจนตายอยู่ ๘ อย่าง คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข กับเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เรียกว่าฝ่ายชื่นชม ๔ กับฝ่ายขมขื่น ๔ ชีวิตเปลี่ยนแปลงอยู่อย่างนี้ หาสาระแก่นสารไม่ได้เลย เรียกว่า โลกานุวัตรบุคคล

๒. บางคนหรือบางกลุ่ม มีชีวิตดำเนินไปด้วยความรูสึกนึกและอุปาทานในชีวิตเป็นใหญ่ว่า เป็นฉัน เป็นของๆฉัน นี่คือยศของฉัน นี่คือตำแหน่งของฉัน ความรู้สึกยึดมั่นเช่นนี้ ทำให้เกิดทิฏฐิมานะขึ้นมา ลำพองตนเอง และเมื่อมีทิฏฐิมานะแล้ว การดำเนินชีวิตก็เป็นไปในทางที่จะไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนปรารถนา ยินดีและรักใคร่ สิ่งเหล่านี้สร้างความทุกข์ให้ชีวิต จึงต้องเจอะเจอแต่สิ่งที่ไร้สาระ ไร้แก่นสาร เสแสร้ง และมิหนำซ้ำยังพันธนาการตนเองไว้กับสิ่งที่หยาบกว่า เรียกว่า อัตตานุวัตรบุคคล

๓. บางคนหรือบางกลุ่ม มีชีวิตดำเนินไปโดยอาศัยธรรมะเป็นใหญ่ คือมีชีวิตอยู่ด้วยเหตุ ด้วยผล รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักตน รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักชุมชน รู้จักเลือกคบคน และรู้จักการดำรงชีวิตว่าอะไรควรทำ อะไรควรละ ซึ่งจะทำให้ชีวิตของบุคคลประเภทนี้สามารถคลายจากเครื่องพันธนาการ และหลุดพ้นไปจากสังสารวัฏได้ บุคคลประเภทนี้เรียกว่า ธัมมานุวัตรบุคคล

โดย พี่เณร...นำมาฝาก [20 ส.ค. 2551 , 07:23:20 น.] ( IP = 58.9.135.230 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11


กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้นั่งฟังคำสอนของหลวงพ่อในห้องเสือพิทักษ์
กราบนมัสการด้วยความเคารพอย่างสูง

โดย abctoy - [21 ส.ค. 2551 , 23:46:09 น.] ( IP = 118.172.241.59 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org